<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 22:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีสหรัฐปฏิเสธข่าวหนีม็อบเข้าบังเกอร์ใต้ดินทำเนียบขาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยืนกรานกับฟอกซ์นิวส์เมื่อวันพุธว่าเขาไม่ได้รีบรุดเข้าไปหลบภัยในบังเกอร์ใต้ดินของทำเนียบขาวระหว่างผู้ประท้วงชุมนุมอยู่ด้านนอกตามที่มีรายงานข่าว ขณะรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐประกาศชัดไม่เห็นด้วยใช้อำนาจในกฎหมายปราบจลาจลดึงกองทัพควบคุมสถานการณ์ในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ชุมนุมชูป้ายประท้วงด้านนอกทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายน ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับวิทยุฟอกซ์นิวส์วันเดียวกันนี้ ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่ออเมริกันว่า &amp;quot;มันเป็นรายงานเท็จ&amp;quot; ก่อนที่เขาจะขยายความเพิ่มเติมโดยยอมรับว่าได้ลงไปในบังเกอร์ใต้ดินจริง แต่เป็นแค่ช่วงเวลาสั้นมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวยอร์กไทมส์รายงานก่อนหน้านี้ อ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวตนที่รับทราบข้อมูลดังกล่าวโดยตรงว่า หน่วยอารักขาประธานาธิบดี ซีเคร็ตเซอร์วิส พาทรัมป์เข้าไปหลบในห้องหลบภัยใต้ดินของทำเนียบขาวเมื่อคืนวันศุกร์ เวลานั้นที่ลาฟาแยตสแควร์ฝั่งตรงข้ามทำเนียบขาว ผู้ชุมนุมที่ประท้วงความโหดร้ายของตำรวจต่อคนอเมริกันผิวดำกำลังปะทะกับตำรวจอย่างดุเดือดและวางเพลิงหลายจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของฟอกซ์นิวส์กล่าวว่า ทรัมป์ลงไปบังเกอร์ใต้ดินในวันอาทิตย์ แต่เป็นในช่วงกลางวัน ไม่ใช่กลางคืนตามที่มีรายงาน และที่เขาลงไปนั้นก็ไปเพื่อ &amp;quot;ตรวจสอบ&amp;quot; สถานที่นั้น &amp;quot;เผื่อว่าวันใดวันหนึ่งคุณอาจจำเป็นต้องใช้มัน&amp;quot; ฟอกซ์อ้างคำพูดทรัมป์ &amp;quot;ผมอ่านข่าวนี้ ทำอย่างกับเป็นเรื่องใหญ่ มันไม่เคยมีปัญหาอะไร ผมไม่เคยมีปัญหา ไม่มีใครเข้าใกล้จนสร้างปัญหากับเราได้ ซีเคร็ตเซอร์วิสทำงานที่เหลือเชื่อในการควบคุมทำเนียบขาว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวที่ว่าประธานาธิบดีสหรัฐรีบหนีไปหลบภัยในบังเกอร์ก่อกระแสล้อเลียนทางออนไลน์ โดยเชื่อกันว่าทำให้ทรัมป์ตัดสินใจจัดกิจกรรมเดินเท้าจากทำเนียบขาวข้ามสวนสาธารณะลาฟาแยตไปยังโบสถ์เซนต์จอห์นเมื่อวันจันทร์ เพื่อถ่ายภาพยืนถือพระคัมภีร์ไบเบิลหน้าโบสถ์ที่ได้รับความเสียหายบางส่วนจากการวางเพลิงเมื่อคืนวันอาทิตย์และการฉีดพ่นข้อความประท้วงบนกำแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้ทรัมป์ได้เดินไปโบสถ์อย่างราบรื่น ตำรวจและสารวัตรทหารยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางขับไล่ผู้ประท้วงที่ชุมนุมกันอย่างสันติออกจากบริเวณนั้น ซึ่งเรียกเสียงประณามทั้งจากคริสตจักร, ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และคนในสังคมทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ทรัมป์ทวีตตอบโต้เสียงวิจารณ์เรื่องนี้ว่า พวกที่วิจารณ์เขานั้นคิดผิด ถ้าผู้ประท้วงมีความสันติจริง ทำไมพวกเขาจึงจุดไฟเผาโบสถ์ &amp;quot;ผู้คนชอบการเดินของผม&amp;quot; เขายังแสดงความปีติกับการรับมือของกรุงวอชิงตัน ซึ่งการใช้กำลังอย่างท่วมท้นและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ &amp;quot;วอชิงตัน ดี.ซี. เป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุดบนผืนปฐพีเมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการแถลงที่ทำเนียบขาวก่อนเดินไปโบสถ์เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ประกาศว่าเขาจะส่งกำลังทหารติดอาวุธหนักเข้าควบคุมสถานการณ์ หากนายกเทศมนตรีหรือผู้ว่าการรัฐทั้งหลายไม่สามารถควบคุมการก่อจลาจลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธอ้างคำกล่าวของมาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติปราบจลาจลเพื่อวางกำลังทหารทั่วประเทศ &amp;quot;ผมเชื่อเสมอมา และยังคงเชื่อเช่นนี้ต่อไปว่า เนชันแนลการ์ดเหมาะสมที่สุดสำหรับให้การสนับสนุนภายในประเทศต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนในสถานการณ์เหล่านี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตัวเลือกที่จะใช้กองกำลังทหารประจำการควรใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย และใช้เฉพาะในสถานการณ์เร่งด่วนที่สุดและเลวร้ายมากเท่านั้น&amp;quot; เอสเปอร์กล่าวที่เพนตากอน &amp;quot;เราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เหล่านั้นในตอนนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารซึ่งเป็นวันที่ 8 ของการประท้วง ผู้คนหลายหมื่นคนยังออกมาชุมนุมตามท้องถนนในเมืองต่างๆ ตั้งแต่ฝั่งตะวันออกเรื่อยไปถึงฝั่งตะวันตก แต่เกิดสถานการณ์รุนแรงน้อยลงกว่าวันก่อนๆ แม้จะมีรายงานว่าตำรวจยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวในหลายเมืองและจับกุมไว้จำนวนมาก เช่น ที่นิวยอร์ก ซึ่งประกาศเคอร์ฟิวครั้งแรกนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยขยายเวลาไปถึงวันที่ 7 มิถุนายน มีคนถูกจับกุมเมื่อคืนวันอังคารอีกราว 200 ราย และลอสแองเจลีสก็มีผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิวโดนจับกุมหลายราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67758</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังเกอร์ใต้ดินทำเนียบขาว, ประธานาธิบดีสหรัฐ, สหรัฐจลาจล, โดนัลด์ ทรัมป์, ใช้กำลังทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200603/image_big_5ed7c3dcab6da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 23:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 23:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกันจลาจลวันที่6 ปะทะเดือดใกล้ทำเนียบขาว จีนแขวะสหรัฐสองมาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทำเนียบขาวระทึก ผู้ประท้วงวางเพลิงปะทะตำรวจเมื่อคืนวันอาทิตย์ จลาจลลามหลายเมืองเป็นวันที่ 6 มีคนโดนตำรวจยิงดับแล้ว 1 ศพที่เคนทักกี สื่อเผยซีเคร็ตเซอร์วิสต้องพาประธานาธิบดีทรัมป์เข้าบังเกอร์ใต้ดินเมื่อคืนวันศุกร์ จีนสบช่องฉะสหรัฐสองมาตรฐาน หนุนม็อบฮ่องกงแต่เรียกผู้ประท้วงการเหยียดผิวว่าผู้ก่อจลาจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจปราบจลาจลยิงแก๊สน้ำตาขับไล่ผู้ประท้วงที่ด้านนอกทำเนียบขาว เมื่อคืนวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การประท้วงรุนแรงซึ่งเริ่มต้นที่เมืองมินนิแอโพลิสและเมืองเซนต์พอลในรัฐมินนิโซตาตั้งแต่วันอังคารที่แล้ว สืบเนื่องจากการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันผิวดำวัย 46 ปี ยังเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นคืนที่ 6 ติดต่อกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและลุกลามไปทั่วสหรัฐ รายงานบีบีซีกล่าวว่า มีการประท้วงในมากกว่า 75 เมืองแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันอาทิตย์มี 15 มลรัฐและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่วางกำลังทหารหน่วยพิทักษ์ชาติหรือเนชันแนลการ์ด เพื่อช่วยรักษาความสงบ โดยกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า มีทหารกองหนุนถูกเรียกมาปฏิบัติหน้าที่ประมาณ 5,000 นาย และอีก 2,000 นายอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการท้องถิ่นเกือบ 40 เมืองประกาศภาวะเคอร์ฟิว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ผลในการห้ามผู้คนออกมาประท้วงและทำให้เกิดการคุมเชิงอย่างตึงเครียดระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ สถานการณ์วุ่นวายครั้งนี้เป็นการก่อความไม่สงบครั้งรุนแรงที่สุดของสหรัฐนับแต่การลอบสังหารมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ เมื่อปี 2511&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของสถานี WLKY-TV ที่เมืองลุยส์วิลล์ รัฐเคนทักกี ว่ามีชายคนหนึ่งโดนตำรวจยิงเสียชีวิตระหว่างการสลายฝูงชนเมื่อเช้าวันจันทร์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าเขาเข้าร่วมการประท้วงด้วยหรือไม่ ตำรวจอ้างว่าพวกตนโดนยิงก่อน จึงยิงตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เกือบเกิดเหตุสลดเมื่อรถบรรทุกน้ำมันคันหนึ่งขับพุ่งใส่ผู้ชุมนุมบนทางหลวงสายไอ-35 ในเมืองมินนิแอโพลิส ซึ่งถูกปิดการจราจร คนขับถูกผู้ประท้วงลากตัวลงมาทุบตีก่อนที่ตำรวจจะมาควบคุมตัวเขา ไม่มีรายงานว่าผู้ประท้วงโดนรถชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันอาทิตย์ เกิดการปะทะรุนแรงหลายครั้งที่สวนสาธารณะใกล้กับทำเนียบขาว ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา, สเปรย์พริกไทย และระเบิดแสงวาบ ขับไล่ผู้ประท้วงที่จุดไฟเผาทรัพย์สินเป็นกองเพลิงหลายจุด นายกเทศมนตรีมิวเรียล เบาเซอร์ ประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่เวลา 23.00-06.00 น.วันจันทร์ และเรียกระดมเนชันแนลการ์ดมาสนับสนุนตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของนิวยอร์กไทมส์ว่า ระหว่างเกิดการชุมนุมประท้วงด้านนอกทำเนียบขาวเมื่อคืนวันศุกร์ ซึ่งผู้ประท้วงเผชิญหน้ากับหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสที่มีหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีและบุคคลสำคัญ หน่วยอารักขาได้พาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไปหลบภายในห้องหลบภัยใต้ดินของทำเนียบขาว รายงานข่าวในวันนั้นเผยว่าหน่วยซีเคร็ตเซอร์วิสล็อกดาวน์ทำเนียบขาวชั่วคราว และวันต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์เตือนผู้ประท้วงว่า หากปีนรั้วบุกรุกทำเนียบขาวจะต้องเจอกับสุนัขดุและอาวุธร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวโทษพวกซ้ายสุดโต่งว่าก่อความรุนแรง และประกาศเมื่อวันอาทิตย์ว่าเขาจะขึ้นบัญชีกลุ่มแอนติฟา ซึ่งต่อต้านฟาสซิสต์ เป็นองค์กรก่อการร้าย รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ไม่มีความชัดเจนว่ามีสมาชิกกลุ่มแอนติฟาเข้าร่วมการประท้วงมากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายเมืองทั้งในฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของสหรัฐยังคงเกิดเหตุการณ์รุนแรงและการปะทะกับตำรวจ และมีบางกลุ่มถือโอกาสปล้นสะดมร้านค้า รวมถึงนิวยอร์กซิตี ซึ่งภาพข่าวช่องฟ็อกซ์นิวส์เผยให้เห็นว่าร้านนาฬิกาโรเล็กซ์และกุชชีก็โดนปล้นสะดมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงการตายของฟลอยด์ยังลามออกนอกสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยมีผู้คนเดินขบวนประท้วงกันในเมืองใหญ่ของหลายประเทศ เช่น กรุงลอนดอนของอังกฤษ, เมืองมอนทรีออลของแคนาดา, เนเธอร์แลนด์, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนก็ขอมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์ในสหรัฐด้วย โดยจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันจันทร์ว่า ความวุ่นวายในสหรัฐขณะนี้ขับเน้นปัญหารุนแรงของการเหยียดสีผิวและการใช้ความรุนแรงของตำรวจและยังเปิดเผยความสองมาตรฐานของรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ชีวิตคนดำก็เป็นชีวิต สิทธิมนุษยชนของพวกเขาต้องได้รับการรับประกัน&amp;quot; โฆษกจีนกล่าว &amp;quot;การเหยียดสีผิวกับชนกลุ่มน้อยในสหรัฐเป็นโรคเรื้อรังของสังคมอเมริกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังระบุด้วยว่า การตอบสนองของรัฐบาลสหรัฐต่อการประท้วงภายในประเทศเป็นตัวอย่างตามตำราของภาวะสองมาตรฐานอันโด่งดังระดับโลกของสหรัฐ &amp;quot;เหตุใดสหรัฐจึงยกย่องสิ่งที่เรียกว่าอิสรภาพของฮ่องกงและพวกที่ใช้ความรุนแรงผิวสีว่าวีรบุรุษและนักเคลื่อนไหว แต่กลับเรียกผู้คนที่ประท้วงต่อต้านการเหยียดผิวว่า &amp;#39;ผู้ก่อจลาจล&amp;#39;&amp;quot; จ้าวตั้งคำถาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67586</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอร์จ ฟลอยด์, ทำเนียบขาว, มินนิแอโพลิส, สหรัฐจลาจล, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed525f45951b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
