<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82376</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐระงับสิทธิฯ&#039;GSP&#039;ไทย231รายการพาณิชย์ลุยช่วยเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค. 2563 นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่าได้รับการแจ้งจากสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ถึงประกาศประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกี่ยวกับผลการพิจารณาตัดสิทธิ GSP ของสหรัฐฯ ซึ่งครั้งนี้เป็นการทบทวนรายประเทศ (Country Practice) โดยเป็นเรื่องของการเปิดตลาดสินค้าและบริการประเด็นการเปิดตลาดสินค้าเนื้อสุกรและผลิตภัณฑ์ เนื่องจากสหรัฐฯ เห็นว่าการเปิดตลาดสินค้าของไทยนั้น ไม่อยู่ในระดับที่เท่าเทียมและสมเหตุสมผล แม้ไทยชี้แจงอย่างต่อเนื่องถึงผลกระทบด้านสุขภาพและสุขอนามัยของประชาชน โดยมีผลบังคับใช้วันที่ 30 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ การตัดสิทธิฯ ดังกล่าวมีจำนวน 231 รายการ เป็นสินค้าที่มีการใช้สิทธิฯ จริงในปี 2562 จำนวน 147 รายการมูลค่าการนำเข้าประมาณ 604 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นภาษีที่ต้องกลับไปเสียในอัตราปกติมูลค่าประมาณ 19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ มีสินค้าที่ได้รับผลกระทบ อาทิ อุปกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์และส่วนประกอบ พวงมาลัยรถยนต์ ล้อรถยนต์ กระปุกเกียร์ กรอบโครงสร้างแว่นตาทำด้วยพลาสติก เคมีภัณฑ์ เกลือฟลูออรีน ที่นอนและฟูกทำด้วยยางหรือพลาสติก หลอดและท่อทำด้วยยางวัลแคไนซ์ อะลูมิเนียมเจือแผ่นบาง เป็นต้น

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การให้สิทธิ GSP นั้นเป็นการให้ฝ่ายเดียวโดยสหรัฐฯ
ซึ่งที่ผ่านมาไทยและสหรัฐฯ ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้มาโดยตลอดผ่านเวที TIFA (Trade and Investment Framework Agreement) โดยหลังจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะเร่งดำเนินการในการประสานกับฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่ง สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (United States Trade Representative: USTR) ยินดีหากไทยจะหาทางออกร่วมกันในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากสิทธิ GSP จะช่วยทำให้ผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าสหรัฐฯ สามารถลดภาระภาษี ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ

พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมพร้อมมาตรการรองรับผลกระทบจากการระงับสิทธิฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยแล้ว โดยในเบื้องต้นวางแผนจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างหลากหลาย อาทิ Online Business Matching สำหรับสินค้าที่มีความต้องการในตลาดสหรัฐฯ และตลาดใหม่ การจัดกิจกรรมส่งเสริมสินค้าไทยในงานแสดงสินค้าในสหรัฐฯ และตลาดใหม่ การส่งเสริมสินค้าไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยใช้ช่องทาง Cross border e-commerce เข้าสู่ผู้บริโภคในตลาดสหรัฐฯ และตลาดใหม่โดยตรงซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้หารือ และทำความเข้าใจกับภาคเอกชนตลอดมา เพื่อเตรียมการรองรับและเน้นในเรื่องกลยุทธ์การตลาดที่ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพมาตรฐานสินค้ามากกว่าการแข่งขันด้านราคา
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82376</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีรติ รัชโน, สหรัฐตัดGSPไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d22095606c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่หนักอย่างที่คิด!สหรัฐตัดGSPไทยกระเทือนแค่1.8พันล้าน ยันแบนสารเร่งเนื้อแดง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;3 มี.ค.63- นางสาวรัชดา &amp;nbsp;ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม. เรื่อง ความคืบหน้ากรณีการดำเนินการ สหรัฐอเมริการตัดสิทธิพิเศษทางภาษี(GSP)ประเทศไทย ว่า &amp;nbsp;กรณีดังกล่าวจะมีการบังคับใช้วันที่ 25 เม.ย. 2563 โดยจะมีผลกระทบต่อสินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐอเมริกา 573 รายการ อย่างไรก็ตามประเทศไทยไม่ได้ใช้สิทธิ GSP ทั้ง 573 รายการ และเมื่อถูกตัดสิทธิ เท่ากับว่า ผู้ส่งออกของไทยต้องเสียภาษีที่สหรัฐฯเพิ่มขึ้น 4-5% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท ขณะที่จำนวนสินค้า 573 รายการ คิดเป็น 4.1% ของสินค้าที่ส่งออกเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาสหรัฐฯให้เหตุผลว่า สาเหตุที่ตัดสิทธิ มาจาก ประการแรก ประเทศไทยไม่คุ้มครองสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล โดยสหรัฐฯต้องการให้มีการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งทางการไทยได้ยกร่างแก้ไข พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ไปแล้ว แต่อยู่ในชั้นกฤษฎีกา อย่างไรก็ตาม พอชี้แจงแล้ว เขาก็ยังไม่พอใจกับคำอธิบายนี้ เพราะเขายังบอกว่าเรายังเดินหน้าไม่เต็มที่ แต่ยังติดใจใน 3 ประเด็น คือ 1.ให้แรงงานต่างด้าวจัดตั้งสหภาพแรงงาน 2.ให้เสรีภาพในการพูดแก่ลูกจ้างางและ 3.การเข้าร่วมสหภาพแรงงานของลูกจ้างรับเหมาค่าแรง ซึงทั้ง 3 ประเด็นกระทรวงแรงงานได้ทำประชาพิจารณืกับทุกฝ่ายแล้ว แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่เพราะมีบางภาคส่วนที่เห็นแย้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการต่อมา คือ อยากให้ประเทศไทยเปิดตลาดเนื้อสุกร ซึ่ง เนื้อสุกรที่มาจากสหรัฐมีสารปนเปื้อนคือ สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจฯที่ผ่านมา มีการสรุปกันเองว่าประเทสไทย เปิดตลาดให้สินค้าเนื้อจากสหรัฐฯแล้ว ซึ่งต้องขอยืนยันว่า ประเทสไทยยืนยันท่าทีเดิม คือไม่เปิดตลาดเนื้อสุกรสหรัฐทุกประเภท เนื่องจากเรามีประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดมาตรฐานอาหารที่มีการปนเปื้อน ห้ามมีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างอย่างเด็ดขาด ซึ่งเรายืนยันว่าเราจะไม่เปิดตลอดเนื้อสุกรจากสหรัฐอย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58773</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, รองโฆษกรัฐบาล, สหรัฐตัดGSPไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e2ab6b9200.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รองหัวหน้าพท.แนะนายกฯใช้เวทีประชุมสุดยอดอาเซียนปูทางทวงคืนจีเอสพี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1พ.ย.62-นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า การจัดประชุมสุดยอดอาเซียนที่กรุงเทพฯ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีควรแสดงภาวะความเป็นผู้นำให้สหรัฐ และประเทศต่างๆในโลกได้เห็นศักยภาพของไทยและภูมิภาคอาเซียน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 4 พฤศจิกายน มีกำหนดการประชุมสุดยอดอาเซียน - สหรัฐ ซึ่งนายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐได้ส่งตัวแทนมาร่วมประชุมด้วย&amp;nbsp; ควรจะเป็นโอกาสดีที่สหรัฐจะได้รับรู้เจตนารมณ์ของคนไทยเกือบ70ล้านคน อันจะนำไปสู่การทบทวนและคืนสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี)ให้ไทย เพื่อเห็นแก่ความเป็นมิตรประเทศที่มีต่อกันมาช้านาน และจะได้จับมือกันสานประโยชน์ร่วมกันในด้านต่างๆต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์กล่าวว่า การที่พล.อ.ประยุทธ์และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯพูดทำนองว่า ไทยเป็นประเทศที่พัฒนาไปมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้รับการลดหย่อนทางภาษีศุลกากรเวลาส่งสินค้าเข้าสหรัฐนั้น คล้ายกับจะยอมให้ตัดจีเอสพี แต่ตนเห็นว่าไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง อีกทั้งไม่ตรงประเด็น ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาที่สหรัฐจะตัดจีเอสพี573รายการ วงเงิน4หมื่นล้านบาท มีผลตั้งแต่ 25 เมษายน 2563&amp;nbsp; โดยสหรัฐอ้างว่า ไทยไม่ให้สิทธิในการจัดตั้งสมาคมหรือสหภาพแรงงานให้กับแรงงานต่างชาติ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีนี้ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงแรงงานจะต้องอธิบายแจกแจงสภาพความเป็นจริง ว่าแรงงานต่างชาติที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย มีสิทธิเสรีภาพต่างๆอย่างไรบ้าง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างไร การที่แรงงานเหล่านี้ ไม่ได้ตั้งสหภาพแรงงานก็ไม่เกิดผลกระทบหรือไม่เสียสิทธิประโยชน์ขัดต่อมาตรฐานแรงงานในระดับสากลอย่างไรบ้าง แรงงานต่างด้าวต่างพึงพอใจอย่างไรที่ได้ทำงานในไทย เมื่อสภาพความเป็นจริงถูกเผยแพร่ออกไป ก็น่าจะเป็นความชอบธรรมที่ไทยไม่ควรจะถูกสหรัฐตัดจีเอสพี เพราะการตัดจีเอสพีจะทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกสินค้าของไทยได้รับความเดือดร้อน เพราะจะต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าสูงขึ้นเมื่อส่งไปขายในสหรัฐ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลดาวัลลิ์ กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ประสานงานร่วมกับทูตแรงงานประจำกรุงวอชิงตัน ดีซี ไปหารือร่วมกับสำนักงานผู้แทนการค้าของสหรัฐ หรือยูเอสทีอาร์ ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นเรื่องที่ดี แต่ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ควรแสดงบทบาทด้วยการมอบนโยบายหรือแนวทางเป็นพิเศษเพื่อให้ตัวแทนไทยสื่อสารไปถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ได้รับรู้ว่า การตัดจีเอสพีไทยจะมีผลเสียกับสหรัฐมากกว่าผลดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49306</URL_LINK>
                <HASHTAG>การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, ตั้งสหภาพแรงงานต่างด้าว, นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหรัฐตัดGSPไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca5c8e7409bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49112</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อุปทูตสหรัฐเข้าพบ&#039;สมคิด&#039;ปากหวานความสัมพันธ์ขาขึ้น ยันตัดGSPไม่เกี่ยวแบน3สารพิษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายไมเคิล ฮีธ &amp;nbsp;อุปทูตรักษาราชการสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้เดินทางเข้าพบ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ห้องทำงานภายในตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล คาดว่า เป็นการหารือกันถึงกรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาสั่งระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) กับสินค้าจากประเทศไทย โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายไมเคิล ฮีธ &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายสมคิด ว่า ความสัมพันธ์ของไทยและสหรัฐฯ ช่วงนี้ถือว่าเป็นขาขึ้น จากการที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งกระบวนการจีเอสพี เป็นเรื่องที่มีการตัดสินใจมานานแล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงนี้ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการแบน 3 สารพิษของไทย นี่คือหัวใจที่สหรัฐได้คุยกับนายสมคิด ในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมเคิล กล่าวว่า ยืนยันว่าการตัดจีเอสพีประเทศไทยนั้น มีการพูดคุยกันมานานแล้ว &amp;nbsp;และจีเอสพีเป็นสิทธิพิเศษที่ไทยได้รับมานานกว่า 30 ปี แม้จะถูกตัดสิทธิไปแล้ว แต่ประเทศไทยก็ยังคงได้รับสิทธิพิเศษสูงที่สุดมากกว่าประเทศใดในโลกในปัจจุบัน ดังนั้น จะมีการหารือกับทางรัฐบาลไทยในข้อกฎหมายต่าง ๆ ในเรื่องของแรงงานว่าจะมีการดำเนินการร่วมกันอย่างไร ทั้งนี้การตัดสิทธิจีเอสพี มีผลกระทบไม่มาก ตัวเลขไม่เยอะ และกระบวนการนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด ซึ่งต้องขอบคุณประเทศไทยในการจัดประชุมอาเซียนซึ่งคิดว่าจะเป็นไปด้วยดี โดยทางสหรัฐฯ จะส่งตัวแทนมาประชุมที่ประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมคิด ให้สัมภาษณ์ว่า คณะของสหรัฐฯจะมาร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในระหว่างวันที่ 31 ต.ค. &amp;ndash; 4 พ.ย. จึงพยายามเตรียมการทุกอย่างให้สมบูรณ์ เพราะต้องการจะมาลงทุนในประเทศไทย และจะลงพื้นที่ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงเรื่องจีเอสพี ซึ่งนายไมเคิล ฮีธ ระบุว่า การตัดสิทธิจีเอสพียังไม่ถึงที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วมันมีมูลค่าไม่มากนักหรอก แต่ว่า สิ่งเหล่านี้น่าจะพูดคุยกันและสื่อสารกัน เราสองประเทศเป็นมิตรกันมานาน เราสามารถที่จะพูดคุยกันได้อย่างไร จึงอยากให้ใช้ช่วงเวลาที่ผู้ใหญ่ของสหรัฐฯมาประเทศไทยหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ว่าจะร่วมมือกันอย่างไรต่อไป โดยนายไมเคิล ฮีธ ระบุอีกว่า เรื่องจีเอสพีเกิดขึ้นในช่วงที่คณะของสหรัฐฯกำลังเดินทางมาประเทศไทย เป็นช่วงเวลาบังเอิญ และเมื่อยังไม่ถึงที่สุด อยู่ที่การพูดจากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่า คณะที่จะมาไทยเป็นคณะใหญ่ และมีนักลงทุนสหรัฐฯมาจำนวนมาก เขาอยากให้บรรยากาศดี เขาบอกว่ามีอะไรขอให้พูดคุยกัน เรื่องต่างๆ ที่เขาขอร้อง เราพยายามเต็มที่แล้ว ในเรื่องแรงงานก็พยายามมาสมควรแล้ว เรื่องเกษตรพยายามดูแลอยู่ แต่ทุกอย่างต้องค่อยๆ เป็นค่อยไป เขาก็เข้าใจ อย่างไรก็ตาม เราคงไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อขอสิทธิคืน แต่อยากให้ใช้เวลาส่วนใหญ่พูดคุยกันถึงยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯกับไทย ไม่ใช่ไปดูเรื่องเป็นชิ้นๆ อยากให้ดูยุทธศาสตร์เลย เพราะขณะนี้ประเทศไทยเป็นจุดที่ทุกคนต้องการเข้ามา อยากให้มองเรื่องใหม่ๆ มองไปไกลๆ บนพื้นฐานของมิตรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายไมเคิล ฮีธ ได้ถามผมว่า ศูนย์กลางความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (CLMVT) นั้น จีนกับญี่ปุ่นสนใจมากใช่มั้ย ผมตอบว่า ก็ใช่น่ะสิ แล้วสหรัฐฯไม่เข้ามาล่ะ เพราะเขากำลังให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้มากทีเดียว เพียงแต่ช่วงเวลาที่เขามา บังเอิญกับตอนที่ประกาศเรื่องจีเอสพีพอดี ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะมาในจังหวะแบบนี้ ผมเลยถามเขาว่า ถ้ายังไม่ไฟนอลก็พูดกันใหม่ได้&amp;rdquo;นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเรื่องแรงงาน ทางสหรัฐฯได้ขอความร่วมมืออย่างไรบ้าง นายสมคิด กล่าวว่า เขาไม่ได้ขอ ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ตนบอกว่า ใน 7 ข้อ เราให้ไปตั้ง 4 ข้อแล้ว อีก 3 ข้อค่อยคุยกัน เขาก็เข้าใจ ซึ่งเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย พูดแต่ว่า อนาคตจะร่วมมือกันอย่างไร ส่วนเรื่องจีเอสพี กระทรวงพาณิชย์ต้องหารือกับตัวแทนผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ซึ่งอยู่ที่การสื่อความให้เขาทราบ และบอกว่าเราเป็นมิตรที่ดี มีกลุ่มต่างๆ จำนวนมากตั้งใจไปลงทุนประเทศเขาด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาโดยรวม อย่าพิจารณาเป็นชิ้นๆ อย่างไรก็ตาม นายไมเคิล ฮีธ มีบรรยากาศที่เป็นมิตรภาพสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จริงๆ แล้วไทยเลยเวลาที่จะเป็นจีเอสพีมานานแล้ว จีเอสพีมีไว้สำหรับประเทศที่ด้อยพัฒนา เป็นความช่วยเหลือกันมาตั้งแต่ดั้งเดิม ส่วนไทยนั้นพัฒนาแล้ว เพียงแต่เราเป็นเพื่อนกัน ก็เก็บไว้ก่อนสิ จะรีบร้อนไปทำไม&amp;rdquo;นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ระบุว่าต้องการให้เจรจาแบบคู่ค้าที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ลูกไล่ นายสมคิด กล่าวว่า เรื่องมิตรภาพระหว่างประเทศเป็นเรื่องสำคัญ จะต้องไม่เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นประเด็นการเมือง อย่าลืมว่า ทั้งสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น เป็นประเทศใหญ่ การที่เราสร้างสัมพันธ์ได้เป็นสิ่งที่ดี ส่วนอะไรที่ไม่เป็นธรรม เราต้องเจรจากับเขาว่าเราทำเต็มที่แล้ว ต้องเกื้อกูลกัน ต้องเป็นเหตุเป็นผล และการที่นายไมเคิล ฮีธมาเข้าพบตน เขาก็ให้เกียรติทุกอย่าง รวมถึงหวังอย่างยิ่งว่าคณะที่มาจากสหรัฐฯจะได้เข้าพบนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า มีการระบุหรือไม่ว่าเกี่ยวกับการที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติยกเลิกสารพิษ 3 ชนิด นายสมคิด กล่าวว่า เขาบอกว่ามันเป็นเรื่องความบังเอิญของเวลา ไม่ได้พูดถึงสารพิษเลย และไม่เกี่ยวกับการเมืองของประเทศ ตนว่า เรามีมิตรภาพต่อกัน ต้องดูแลซึ่งกันและกัน ถึงจะอยู่กันได้ สหรัฐฯกับไทยเป็นมิตรเก่าแก่ การจะทำอะไรก็แล้วแต่เขาจะนึกถึงมิตรภาพ อย่าไปหยิบเอาชิ้นซึ่งมันสร้างปัญหามาพูดคุยกันมากเกินไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49112</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, รองนายกฯ, สหรัฐตัดGSPไทย, ไทย-สหรัฐ, ไมเคิล ฮีธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db80656d8dfc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 15:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลั่นเจรจาสหรัฐคืนGSPเผยทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีสหรัฐอเมริกามีคำสั่งระงับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) กับสินค้าจากไทย ว่า เรื่องนี้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ชี้แจงแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ เรื่องนี้มีการทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงาน กระทรวงพาณิชย์ มาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว มีการเจรจากันทุกปี แต่ครั้งนี้เมื่อเขาประกาศออกมา เราก็จำเป็นต้องไปดูสิ่งที่เป็นปัญหามันอยู่ตรงไหน เพื่อหาทางเจรจาพูดคุยกัน อย่างไรก็ตาม เราเคยเจรจาขอคืนสิทธิในเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว โดยปีก่อนได้คืนมา 7 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้มีผลเฉพาะกับประเทศไทย ประเทศในอาเซียนก็โดนไปด้วย อันนี้เป็นสิทธิของเขาโดยคณะทำงานของเขา แต่ถ้าเรามองวิกฤตเป็นโอกาส ก็ต้องพยายามเจรจาในระยะสั้น ขอคืนสิทธิให้ได้โดยเร็ว จะมีการยกขึ้นเจรจาภายใต้กรอบการตกลงทางการค้าการลงทุนไทย-สหรัฐฯ ต่อไป และในระยะยาวสิ่งที่เราต้องทำคือหาตลาดใหม่ ทดแทนตลาดเดิม ได้แก่ รัสเซีย ยุโรปตะวันออก อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา เป็นต้น ส่วนการใช้ประโยชน์จากประเทศไทยในการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี FTA13 กรอบความตกลงอาเซียน จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู ฮ่องกง และการขยายการลงทุนไปยังประเทศที่ได้รับสิทธิจีเอสพีสหรัฐ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีมากกว่าไทย ถือเป็นการขยายตลาด ขยายการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นยังต้องมีการปรับกลยุทธ์ในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ยกระดับความสามารถด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาคุณภาพสินค้าให้มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรองรับสถานการณ์การค้าในตลาดโลกที่แข่งขันเสรีได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอให้พวกเราอย่าวิตกกังวลเรื่องนี้ให้มากนัก อันนี้จำเป็นต้องหารือกับภาคเอกชนของเราด้วย ว่ามีมาตรการช่วยเหลืออะไรกันอย่างไร เป็นธรรมดาเมื่อมีการให้ ก็มีสิทธิจะเรียกคืนของเขา เราต้องไปดูในเรื่องแรงงานอีกด้วย เหตุผลก็คือในเรื่องของแรงงาน มีกฎหมายหรือบางมาตรการที่เราปฏิบัติไม่ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องภายในของเรา ซึ่งต้องระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอื่นๆ อีกหลายอย่างด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิประโยชน์เรื่องของสหภาพของแรงงานต่างด้าว หลายประเทศก็ไม่ได้ทำเหมือนกับเรา เดี๋ยวไปดูอีกที ก็อย่าเอาไปยึดโยงกับเรื่องนู้นเรื่องนี้เลย มันไม่เกิดประโยชน์ วันนี้ก็ขอให้ลดผลกระทบในเรื่องเหล่านี้ ฝากไปถึงประชาชน สังคม ให้ลดในเรื่องนี้ลงไป มันจะไม่มีผลดีต่อการพูดคุยในอนาคต&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากรณีดังกล่าวเกี่ยวกับการแบน 3 สารพิษการเกษตรในประเทศไทยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าไม่เกี่ยวได้อย่างไรในเมื่อสินค้าของสหรัฐฯ มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ไม่สามารถส่งมาไทยได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขของ WTO พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า &amp;quot;ก็เดี๋ยวมีการเจรจา&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49107</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สหรัฐตัดGSPไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7f937d6850.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก่งๆทั้งนั้น!เพื่อไทยห้ามรัฐบาลปัดความรับผิดชอบปมGSPแนะเดินหน้าเจรจราขอคืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่สหรัฐเตรียมระงับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือ จีเอสพี กับสินค้าจากประเทศไทยในบางรายการ ว่า รัฐบาลควรให้ข้อมูลข้อเท็จจริงกับประชาชน และควรหาทางเจรจากับสหรัฐเพื่อขอคืนสิทธิจีเอสพี เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหลายประเทศก็เคยเจรจากับสหรัฐจนได้รับสิทธิคืนมาแล้ว ที่สำคัญคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรที่จะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงแก่พี่น้องระชาชนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราเห็นว่าประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องถูกตัดสิทธิจีเอสพี รัฐบาลไม่ควรปัดความรับผิดชอบ เพราะเรื่องนี้ส่งผลกระทบกับประชาชนและผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศราวุธ เพชรพนมพร รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในส่วนของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ จะได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมสัปดาห์หน้า โดยเราต้องการทราบว่าการที่สหรัฐตัดสิทธิจีเอสพี มีอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริง เพราะจากคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ระบุว่าการที่ไทยถูกตัดสิทธิ เพราะเราเติบโตและพัฒนาเร็วเกินไปนั้น เราเห็นว่าไม่น่าจะใช่เหตุผลที่ถูกต้อง เนื่องจากหากมองตามข้อเท็จจริงจะพบว่าประเทศที่จะได้รับสิทธิจีเอสพี จะต้องมีรายได้ต่อหัวไม่เกิน 12,476 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี ซึ่งไทยมีรายได้ต่อหัวของคนไทยอยู่ที่ 7,000 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี รวมถึงต้องพิจารณาว่าประเทศไทยแก้ไขปัญหาเรื่องแรงงานได้ตรงตามมาตรฐานสากลแล้วหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงระยะเวลาที่เหลืออีก 6 เดือน ก่อนที่จะถูกตัดสิทธิ รัฐบาลต้องหาทางเจรจากับสหรัฐ เพราะหลายประเทศที่ถูกตัดสิทธิจีเอสพี ก็เดินหน้าเจรจาสำเร็จมาหลายประเทศแล้ว ที่สำคัญรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหามาตรการเยียวยาผู้ประกอบการส่งออกที่จะได้รับผลกระทบด้านภาษีหากถึงเวลาที่การตัดจีเอสพีมีผลจริงๆ รวมถึงคณะกรรมาธิการฯ จะได้เชิญกรมการค้าระหว่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศ มาหารือเพื่อหามาตรการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการด้วย&amp;rdquo; นายศราวุธ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49099</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นายศราวุธ เพชรพนมพร, สหรัฐตัดGSPไทย, เลขาธิกาพรรคเพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190627/image_big_5d148eaeb86bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039;เผยรมว.พาณิชย์ไทย-สหรัฐเตรียมถกปมGSPระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองทองธานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่ได้หารือกันถึงกรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาสั่งระงับการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) กับสินค้าจากประเทศไทย &amp;nbsp;ว่า &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่ไทยกับสหรัฐฯจะต้องหารือกัน แต่ถ้าไม่พูดคุยกันคงไม่เกิดประโยชน์อะไร โดยรมว.พาณิชย์ของสหรัฐฯ จะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุม Indo-Pacific Business Forum ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง รมว.พาณิชย์ของไทยคงถือโอกาสนี้นัดหมายการหารือกับนายวิลเบอร์ รอสส์ รมว.พาณิชย์ของสหรัฐฯ ในเรื่องของจีเอสพี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา จะต้องไปพูดคุยกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ด้วยหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า &amp;nbsp;โดยปกติ สถานเอกอัครราชทูตไทยฯสามารถขอนัดพบเขาได้อยู่แล้ว แต่เมื่อตอนนี้เกิดข่าวลักษณะดังกล่าวออกมา ก็อยู่ในวิสัยที่เราต้องไปหารือกับยูเอสทีอาร์ในเร็วๆนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะถ้าไม่ไปคุยกัน จะถือเป็นเรื่องแปลก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คิดว่าอย่าห่วงกังวลต่อกรณีดังกล่าวมากเกินไป เพราะเรื่องจีเอสพีเป็นสิ่งที่ไทยกับสหรัฐฯได้เจรจากันมานานแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องใหม่หรือไม่เคยมีการพูดมาก่อน แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดประเด็นสำคัญ ฝ่ายไทยกับสหรัฐฯก็สามารถพูดคุยเจรจากันได้อยู่แล้ว ซึ่งในการที่รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ จะมาประชุมที่ไทยในครั้งนี้ ฝ่ายไทยก็สามารถพูดคุยกับเขาได้เช่นกัน ดังนั้นทุกคนไม่ต้องกังวล เพียงแต่ข่าวที่ออกมาตอนนี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเกี่ยวโยงกับเรื่องต่างๆจนดูว่ามีความซับซ้อน ทั้งที่จริง ฝ่ายสหรัฐฯมีกำหนดจะประกาศเรื่องจีเอสพีในช่วงปลายเดือน ต.ค.หรือต้นเดือน พ.ย.อยู่แล้ว ทุกอย่างมีเรื่องความประจวบเหมาะ ซึ่งหลายเรื่องที่เราไม่ได้คาดคิดมาก่อน มันก็เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2562 &amp;nbsp;ที่เมืองทองธานี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49095</URL_LINK>
                <HASHTAG>Indo-Pacific Business Forum, ดอน ปรมัตถ์วินัย, รมว.ต่างประเทศ, สหรัฐตัดGSPไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7cb54ca10a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
