<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2021 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูดตอลิบันจับISมาเลย์โยงบึ้มคาบูล สหรัฐเคาน์ดาวน์อพยพพลเรือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐนับถอยหลังพาพลเรือนชุดสุดท้ายพ้นอัฟกานิสถานก่อนเส้นตายวันอังคาร &amp;quot;โจ ไบเดน&amp;quot; เตือนไอเอสจ้องโจมตีซ้ำก่อนจบภารกิจอพยพ ตอลิบันจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายคนโยงระเบิดหน้าสนามบินฆ่ากว่าร้อยศพเมื่อพฤหัสบดี ทางการมาเลเซียสอบข่าวไอเอสมาเลย์ 2 รายโดนจับด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักรบตอลิบันและรถฮัมวีของสหรัฐที่ยึดได้จากทหารอัฟกัน เฝ้าจุดตรวจรอบสนามบินคาบูลเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 (Haroon Sabawoon/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม อ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจากโลกตะวันตกที่ประจำอยู่ในสนามบินระหว่างประเทศฮามิดการ์ไซในกรุงคาบูล ว่ายังเหลือพลเรือนอีกกว่า 1,000 คนรอการอพยพอยู่ที่สนามบินในวันอาทิตย์ และยังไม่มีกำหนดวันเวลาที่แน่นอนว่าปฏิบัติการอพยพจะยุติลงเมื่อใด &amp;quot;เราต้องการให้แน่ใจว่า พลเรือนต่างชาติทุกคนและผู้ที่มีความเสี่ยงได้รับการอพยพในวันนี้ กองทัพจะเริ่มบินออกทันทีที่กระบวนการนี้เสร็จสิ้นลง&amp;quot; เขากล่าวโดยขอสงวนนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยืนกรานยึดมั่นกับเส้นตายถอนกำลังออกจากประเทศนี้ภายในวันที่ 31 สิงหาคม ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐและพันธมิตรอพยพผู้คนออกจากอัฟกานิสถานแล้วประมาณ 113,500 คน แต่ยังมีอีกหลายหมื่นหรืออาจนับแสนคนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวเตือนอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ว่า สถานการณ์ในพื้นที่ยังอันตรายอย่างยิ่ง และมีภัยคุกคามระดับสูงที่ผู้ก่อการร้ายจะโจมตีสนามบิน โดยพวกผู้บัญชาการทหารแจ้งมาว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีภายใน 24-36 ชั่วโมงข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ความมั่นคงชาวตะวันตกรายเดิมบอกว่า ฝูงชนด้านนอกสนามบินบางตาลงแล้ว หลังจากสหรัฐเตือนว่าพวกไอซิส-เคหรือไอเอส-เค (กลุ่มรัฐอิสลามคอราซาน) ที่อยู่เบื้องหลังการระเบิดฆ่าตัวตายเมื่อวันพฤหัสบดี เตรียมก่อเหตุซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระเบิดครั้งนั้นทำให้คนตายมากกว่า 100 คน รวมถึงทหารอเมริกัน 13 นาย ต่อมาคืนวันศุกร์ สหรัฐส่งโดรนโจมตีที่จังหวัดนันการ์ฮาร์ในภาคตะวันออกติดชายแดนปากีสถาน ฆ่าแกนนำระดับสูงของกลุ่มนี้ได้ 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอลิบันประณามปฏิบัติการตอบโต้ของสหรัฐว่าเป็นการโจมตีบนดินแดนของอัฟกัน และสหรัฐควรแจ้งพวกเขาก่อนการโจมตีทางอากาศ ซึ่งโฆษกตอลิบันรายหนึ่งบอกว่า มีผู้หญิง 2 คน และเด็ก 1 คน บาดเจ็บด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของตอลิบันบอกอีกว่า พวกเขาจับกุมผู้ต้องสงสัยบางคนที่เกี่ยวข้องกับการวางระเบิดนอกสนามบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของหนังสือพิมพ์ไทมส์ออนซันเดย์ของอังกฤษ ซึ่งอ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่ตอลิบันรายหนึ่งว่า มีผู้ต้องสงสัยที่เป็นสมาชิกไอเอสโดนจับกุม 6 ราย ในจำนวนนี้เป็นชาวมาเลเซีย 2 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของอาคริล ซานี อับดุลลาห์ ซานี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ว่าทางการมาเลเซียกำลังขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานความมั่นคงของประเทศอื่นๆ เพื่อยืนยันรายงานข่าวและคำกล่าวหานี้ แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่มาเลเซียยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีชาวมาเลเซียเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอเอสในอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทศวรรษที่ผ่านมา มีชาวมาเลเซียหลายสิบคนเดินทางไปร่วมรบกับไอเอสในซีเรียและประเทศอื่นๆ แต่บางรายได้รับอนุญาตให้กลับประเทศตามเงื่อนไขของทางการ ยังไม่แน่ชัดว่ามีนักรบชาวมาเลเซียอยู่นอกประเทศอีกเท่าใด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114956</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, บึ้มสนามบินคาบูล, สนามบินคาบูล, สหรัฐถอนทหาร, อพยพพลเรือน, อัฟกานิสถาน, ไอเอสมาเลเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210829/image_big_612b708c15044.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109199</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 23:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 23:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอลิบันโวควบคุมดินแดนอัฟกานิสถานได้แล้ว85%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มตอลิบันกำลังได้ใจที่สหรัฐเร่งถอนทหารพ้นอัฟกานิสถาน ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า ตอนนี้นักรบตอลิบันควบคุมดินแดนของอัฟกานิสถานไว้ได้ร้อยละ 85 แล้ว หลังจากเพิ่งยึดจุดผ่านแดนกับอิหร่านและเติร์กเมนิสถานไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารอัฟกันตรวจสอบยวดยานที่ผ่านถนนใกล้ฐานทัพอากาศบารัมในกรุงคาบูลเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2564 หลังจากทหารสหรัฐและนาโตถอนกำลังทั้งหมดออกจากฐานทัพแห่งนี้ (Photo by Haroon Sabawoon/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของผู้แทนเจรจาของตอลิบันที่อยู่ระหว่างเยือนรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม มีออกมาไม่กี่ชั่วโมงคล้อยหลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ แถลงที่กรุงวอชิงตัน ปกป้องการตัดสินใจถอนกำลังทหารอเมริกันพ้นจากประเทศที่สหรัฐเปิดฉากรุกรานเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนว่า ภารกิจทางทหารของสหรัฐจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 สิงหาคม หลังจาก &amp;quot;บรรลุ&amp;quot; เป้าหมายแล้ว และแม้ไบเดนจะยอมรับว่า ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่งที่รัฐบาลอัฟกันในกรุงคาบูลจะสามารถควบคุมได้ทั้งประเทศ แต่เขายืนกรานว่า เขาจะไม่ส่งคนอเมริกันอีกรุ่นหนึ่งมาทำสงครามที่อัฟกานิสถานอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงมอสโก ชาฮาบุดดิน เดลาวาร์ ผู้แทนเจรจาของตอลิบัน แถลงว่า &amp;quot;ดินแดนของอัฟกานิสถาน&amp;nbsp; 85%&amp;quot; อยู่ภายใต้การควบคุมของนักรบตอลิบันแล้ว ซึ่งรวมถึงประมาณ 250 เขต จาก 398 เขตของอัฟกานิสถาน อย่างไรก็ดี เอเอฟพีกล่าวว่า คำกล่าวอ้างของเขาไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างอิสระและรัฐบาลคาบูลก็ปฏิเสธด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซีย กล่าวในวันศุกร์ว่า ขณะนี้ตอลิบันควบคุมชายแดนอัฟกานิสถานฝั่งที่ติดกับทาจิกิสถานไว้ได้ราว 2 ใน 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้แทนเจรจาของตอลิบันมากรุงมอสโกเพื่อพบกับทูตซามีร์ คาบูลอฟ ของรัสเซียประจำอัฟกานิสถานเมื่อวันพฤหัสบดี โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ตอลิบันให้คำรับประกันกับรัสเซียว่าพวกเขาจะไม่ละเมิดพรมแดนของประเทศเอเชียกลาง ซึ่งเคยเป็นสมาชิกของอดีตสหภาพโซเวียต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์นี้ ทหารอัฟกันมากกว่า 1,000 นายหนีเข้าทาจิกิสถาน หลังจากนักรบตอลิบันรุกโจมตีอย่างหนักในภาคเหนือของประเทศในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และสามารถควบคุมเส้นทางส่วนใหญ่ในภาคเหนือไว้ได้ ในขณะที่กองกำลังของรัฐบาลควบคุมได้เพียงเมืองหลวงของจังหวัดต่างๆ ที่ต้องอาศัยการเสริมทัพและส่งกำลังบำรุงทางอากาศของกองทัพอากาศ ที่อยู่ภายใต้ความตึงเครียดรุนแรงอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนที่ตอลิบันจะรุกโจมตีที่มั่นของรัฐบาลแบบสายฟ้าแลบในภาคเหนือและตะวันตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง ซาบิฮุลเลาะห์ มูญาฮิด โฆษกของตอลิบัน เปิดเผยกับเอเอฟพีว่า นักรบตอลิบันยึดเมืองอิสลามกาลา เมืองชายแดนที่อยู่ติดกับอิหร่าน กับเมืองตอร์กุนดีที่เป็นจุดผ่านแดนสู่เติร์กเมนิสถาน ไว้ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงคาบูล ตอเร็ก อาเรียน โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กำลังมีความพยายามขับไล่พวกนักรบตอลิบันออกจากที่มั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสัปดาห์นี้ หน่วยคอมมานโดอัฟกันปะทะกับพวกนักรบในเมืองกาลาอีนอว์ เมืองหลวงของจังหวัดแบดกิสในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ทำให้ประชาชนอพยพหนีจากเมืองนี้หลายพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันศุกร์ กระทรวงกลาโหมกล่าวว่า รัฐบาลเข้าควบคุมเมืองนี้ได้เบ็ดเสร็จแล้ว ส่วนประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ที่การพูดคุยสันติภาพกับตอลิบันหยุดชะงักมาเนิ่นนาน กล่าวว่า รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แม้จะยอมรับว่ามีความยากลำบากรออยู่ข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีไบเดนของสหรัฐยืนกรานว่า อนาคตของอัฟกานิสถานต้องให้ชาวอัฟกันตัดสินกันเองเท่านั้น แต่เขายอมรับว่ายังไม่มีความแน่ใจว่าจะเป็นเช่นไร แต่เมื่อถูกตั้งคำถามว่า การเข้ายึดครองของตอลิบันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ใช่หรือไม่ ไบเดนปฏิเสธว่า ไม่ใช่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109199</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, ยึดดินแดนได้85%, สหรัฐถอนทหาร, อัฟกานิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e87ead6095e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 21:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐ-นาโตถอนทหารเกลี้ยง คืนฐานทัพอากาศบากรัมให้อัฟกานิสถาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐและกองกำลังนาโตถอนกำลังทหารทั้งหมดออกจากฐานทัพอากาศบากรัมของอัฟกานิสถานแล้วเมื่อวันศุกร์ ส่งสัญญาณการถอนทัพต่างชาติพ้นสงครามยืดเยื้อ 20 ปีคืบใกล้ความจริง ตอลิบันยินดี ผู้เชี่ยวชาญชี้กองทัพอัฟกันต้องปกป้องฐานทัพขนาดใหญ่ที่สุดเองแล้วนับจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารอเมริกันเดินแถวขึ้นเครื่องบินลำเลียงซี-17 ออกจากฐานทัพอากาศบากรัม เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2556 (Photo by Robert Nickelsberg/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สหรัฐและอัฟกานิสถานในวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม ยืนยันว่าทหารอเมริกันและนาโตทุกนายถอนกำลังออกจากฐานทัพอากาศบากรัมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทหารอเมริกันและกองกำลังผสมถอนกำลังออกจากฐานทัพแห่งนี้โดยสิ้นเชิงแล้ว ต่อจากนี้ไปกองทัพอัฟกันจะปกป้องและใช้ฐานทัพนี้เพื่อต่อสู้กับการก่อการร้าย&amp;quot; ฟาวัด อามัน โฆษกกระทรวงกลาโหมอัฟกันทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์กล่าวว่า ถึงแม้ว่าจะยังมีทหารต่างชาติอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ถอนกำลังออกจากฐานทัพอีกแห่งในกรุงคาบูล แต่การถอนทหารต่างชาติพ้นฐานทัพบากรัม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการปฏิบัติการโค่นล้มตอลิบันและอัลกออิดะห์หลังวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 เท่ากับเป็นการยุติสงครามยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาลงอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐานทัพแห่งนี้ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงคาบูลทางทิศเหนือระยะขับรถ 1 ชั่วโมง เป็นฐานทัพที่กองทัพสหรัฐใช้ประสานการโจมตีทางอากาศและสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงแก่ภารกิจทั้งหมดในอัฟกานิสถาน การถอนกำลังจากฐานทัพที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มาตั้งแต่สมัยสงครามเย็นแห่งนี้ทำให้แผนถอนทหารต่างชาติพ้นอัฟกานิสถานภายในเส้นตาย วันที่ 11 กันยายน คืบใกล้ความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกลุ่มตอลิบัน ที่รุกโจมตีกองทัพรัฐบาลอย่างหนักในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาและเข้าควบคุมพื้นที่ได้หลายสิบอำเภอแล้ว แสดงความยินดีปรีดาและสนับสนุนการถอนทหารต่างชาติออกจากฐานทัพแห่งนี้ ซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด โฆษกของตอลิบัน กล่าวว่า การถอนกำลังต่างชาติทั้งหมดจะเปิดทางให้ชาวอัฟกันตัดสินอนาคตของพวกเขากันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสามารถของกองทัพอัฟกันในการรักษาฐานทัพอากาศแห่งนี้ไว้ให้ได้ น่าจะเป็นบทพิสูจน์ว่าพวกเขาจะสามารถรักษาความมั่นคงในกรุงคาบูลและกดดันตอลิบันต่อไปได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิแชงค์ มอตวานี ผู้เชี่ยวชาญด้านอัฟกานิสถานจากออสเตรเลีย กล่าวว่า การถอนกำลังของกองทัพต่างชาติพ้นบากรัมเป็นสัญลักษณ์ว่า อัฟกานิสถานต้องอยู่ลำพัง โดนทอดทิ้ง ถูกปล่อยให้ป้องกันตนเองจากการโจมตีของตอลิบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อกลับถึงบ้าน พวกอเมริกันและกองกำลังพันธมิตรจะได้มองดูจากแดนไกลเห็นสิ่งที่พวกเขาต่อสู้อย่างหนักเพื่อสร้างขึ้นในเวลามากกว่า 20 ปีโดนเผาทำลาย และรู้ว่าชายหญิงชาวอัฟกันที่เคยร่วมต่อสู้กับพวกเขาเสี่ยงที่จะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของผู้เชี่ยวชาญรายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐานทัพแห่งนี้สหรัฐสร้างไว้ให้อัฟกานิสถานที่เป็นพันธมิตรระหว่างสงครามเย็นทศวรรษ 1950 และเป็นกำแพงต่อต้านการรุกรานของสหภาพโซเวียตจากทิศเหนือ แต่สุดท้ายกองทัพโซเวียตรุกเข้าอัฟกานิสถานได้ในปี 2522 โดยฐานทัพแห่งนี้กลายเป็นจุดเตรียมการที่กองทัพแดงขยายพื้นที่อย่างกว้างใหญ่ รวมถึงสร้างรันเวย์ยาว 3 กิโลเมตร ระหว่างยึดครองประเทศนี้นานเกือบทศวรรษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อโซเวียตถอนทัพ บากรัมกลายเป็นศูนย์กลางของการก่อสงครามกลางเมือง ช่วงหนึ่งมีรายงานว่า รันเวย์ฝั่งหนึ่งอยู่ใต้การควบคุมของตอลิบัน ขณะปลายอีกฝั่งกองกำลังพันธมิตรฝ่ายเหนือคุมไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายเดือนมานี้ บากรัมโดนนักรบญิฮาดกลุ่มรัฐอิสลามยิงจรวดโจมตีหลายครั้ง สร้างความหวาดกลัวว่านักรบกลุ่มนี้กำลังหมายตาฐานทัพแห่งนี้สำหรับการโจมตีในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีทหารต่างชาติอยู่ในอัฟกานิสถานราว 9,500 นาย เป็นทหารสหรัฐมากที่สุด 2,500 นาย ถึงขณะนี้มีเยอรมนีและอิตาลีที่ยืนยันว่าถอนกำลังออกไปหมดเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า หลังถอนทหารหมดแล้ว กระทรวงกลาโหมสหรัฐจะยังคงทหารสหรัฐไว้ในอัฟกานิสถานประมาณ 600 นาย เพื่อคุ้มครองสถานที่ทางการทูตอันกว้างใหญ่ของสหรัฐในกรุงคาบูล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108454</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานทัพอากาศบากรัม, ตอลิบัน, ถอนทหาร, สหรัฐถอนทหาร, อัฟกานิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60df24bc5807d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99498</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 19:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ถอนทหารเกลี้ยงอัฟกานิสถาน11ก.ย.นี้ อังกฤษ-นาโตเผ่นตาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตรียมแถลงแผนถอนทหารอเมริกันทุกนายออกจากอัฟกานิสถานก่อนถึงวันครบรอบ 20 ปีวินาศกรรม 11 กันยายน เพื่อยุติการร่วมสงครามยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐแม้จะมีความวิตกว่าจะกลายเป็นชัยชนะของตอลิบันก็ตาม ขณะนาโตและอังกฤษเล็งถอนกำลังตามสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ทหารอเมริกันเดินแถวขึ้นเครื่องบินลำเลียงซี-17 ออกจากฐานทัพอากาศบากรัมในอัฟกานิสถานเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2556 (Photo by Robert Nickelsberg/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 14 เมษายน 2564 ว่ากำหนดการดังกล่าวของรัฐบาลไบเดนล่าช้ากว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยทำความตกลงกับกลุ่มตอลิบันไว้ประมาณ 5 เดือน ท่ามกลางความเห็นพ้องกันมากขึ้นในวอชิงตัน ว่าคงไม่มีความสำเร็จเพิ่มไปมากกว่านี้เท่าใดนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจของสหรัฐยังเกิดในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ตุรกีประกาศจัดการประชุมสันติภาพระหว่างประเทศว่าด้วยอัฟกานิสถาน ซึ่งสหรัฐให้การสนับสนุน ระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 4 พฤษภาคม ที่มีเป้าหมายดึงรัฐบาลอัฟกัน, ตอลิบัน และหุ้นส่วนนานาชาติ เข้าร่วมวางโรดแมพเพื่อทางออกทางการเมืองในอนาคตและยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาเกือบ 40 ปี แต่ตอลิบันที่กำลังได้ใจ ประกาศแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีไบเดนตรึกตรองระหว่างการคงกำลังไว้ส่วนหนึ่ง เพื่อโจมตีกลุ่มอัลกออิดะห์และภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่ของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือทำให้การถอนทหารขึ้นอยู่กับความคืบหน้าในพื้นที่หรือการพูดคุยสันติภาพที่ขับเคลื่อนอย่างเชื่องช้า แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐผู้หนึ่งบอกว่า ไบเดนตัดสินใจไม่เลือกทั้งสองทาง แต่เขาจะสั่งให้ถอนทหารทั้งหมด ยกเว้นทหารจำนวนจำกัดเพื่อรักษาความปลอดภัยของสถานที่ต่างๆ ของสหรัฐ ซึ่งรวมสถานทูตในกรุงคาบูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประธานาธิบดีตัดสินแล้วว่า แนวทางที่อยู่บนเงื่อนไขต่างๆ ซึ่งเป็นแนวทางที่ใช้ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมานั้น เป็นสูตรสำหรับการอยู่ในอัฟกานิสถานตลอดไป&amp;quot; เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวกับนักข่าวโดยไม่ให้เปิดเผยตัวตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังข่าวนี้เผยแพร่ รัฐมนตรีกลาโหม อันเนเกรต ครัมป์-คาร์เรนบาวเออร์ ของเยอรมนี ก็ประกาศในวันพุธว่า กองกำลังนาโตน่าจะถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานภายในเดือนกันยายนปีนี้เช่นกัน &amp;quot;เรากล่าวเสมอว่า เราจะไปด้วยกัน เราจะออกมาด้วยกัน&amp;quot; เธอกล่าวกับสถานีโทรทัศน์เออาร์ดี และว่า รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มนาโตมีแผนประชุมผ่านระบบวิดีโอต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากสื่ออังกฤษว่า รัฐบาลอังกฤษก็กำลังเตรียมถอนทหารของตนตามกำหนดเดียวกับของสหรัฐ ซึ่งรัฐบาลอังกฤษก็ไม่ได้ปฏิเสธข่าวนี้ หนังสือพิมพ์เดอะไทมส์อ้างแหล่งข่าวหลายคนว่า อังกฤษจะถอนทหารที่มีอยู่ราว 750 นาย เพราะอังกฤษต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากสหรัฐทั้งด้านฐานทัพและโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงที่รัฐบาลทรัมป์ทำไว้กับตอลิบันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทหารอเมริกันทั้งหมดจะออกจากอัฟกานิสถานภายในเดือนพฤษภาคม 2564 แลกกับคำมั่นสัญญาของตอลิบันว่าจะไม่กลับไปสนับสนุนอัลกออิดะห์ กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการก่อวินาศกรรมสหรัฐวันที่ 11 กันยายน 2544 และกลุ่มนักรบต่างชาติหัวรุนแรงกลุ่มอื่นๆ ที่เป็นเหตุผลเริ่มต้นที่สหรัฐส่งกองทัพรุกรานประเทศนี้เมื่อปี 2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลไบเดนกล่าวว่า การถอนทหารจะเริ่มต้นในเดือนพฤษภาคม ส่วนความล่าช้านั้นเป็นด้านกำลังบำรุง ซึ่งทหารอาจถอนกำลังพ้นไปหมดก่อนวันที่ 11 กันยายนก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ 10 ปีที่แล้ว สหรัฐเคยมีทหารในอัฟกานิสถานราว 100,000 นาย ตามยุทธศาสตร์เพิ่มกำลังเพื่อโค่นล้มตอลิบันในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา แต่เมื่อพ้นรัฐบาลของทรัมป์ จำนวนทหารอเมริกันลดลงเหลือเพียง 2,500 นาย ส่วนกองกำลังนาโต มีทหารประมาณ 10,000 นายจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายเดิมเตือนตอลิบัน ซึ่งกำลังหยุดยิงกับสหรัฐ แต่ไม่รวมถึงกองทัพอัฟกัน ว่าอย่าได้โจมตีกองกำลังผสมในช่วงเวลาของการถอนกำลัง เพราะสหรัฐจะตอบโต้การโจมตีใดๆ อย่างหนักหน่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไปได้ว่าการสู้รบในอัฟกานิสถานจะยืดเยื้อต่อไปอีก รายงานประเมินภัยคุกคามโดยผู้อำนวยการข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐเผยแพร่เมื่อวันอังคารกล่าวว่า ตอลิบันมีความเชื่อมั่นว่าสามารถประสบชัยชนะทางทหารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบอบตอลิบันซึ่งเป็นสุหนี่เคร่งศาสนา เคยปกครองอัฟกานิสถานระหว่างปี 2539-2544 ด้วยหลักอิสลามอย่างเคร่งครัด การกลับมาของตอลิบันเพิ่มความหวาดกลัวในหมู่พลเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดในความขัดแย้ง โดยเฉพาะผู้หญิง ซึ่งถูกกดขี่ห้ามเรียนหนังสือ, ทำงาน และห้ามความบันเทิงเริงรมย์ หลังตอลิบันถูกโค่นอำนาจผ่านมา 20 ปี เด็กนักเรียนอัฟกันมีผู้หญิงถึง 40%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99498</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, วินาศกรรม 11 กันยายน, สหรัฐถอนทหาร, อัฟกานิสถาน, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076dc7be2903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 21:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐเริ่มลดทหารในอัฟกานิสถานตามข้อตกลงตอลิบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐเริ่มถอนทหารอเมริกันออกจากฐานทัพ 2 แห่งในอัฟกานิสถานเมื่อวันอังคาร ตามข้อตกลงที่ลงนามไว้กับตอลิบันเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลอัฟกันกับตอลิบันที่กำหนดเริ่มต้นในวันเดียวกันต้องรอความคืบหน้าการปล่อยตัวนักโทษตอลิบันตามข้อตกลงนี้ ซึ่งผู้นำอัฟกันยังรีรออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัชราฟ กานี ทักทายประชาชนระหว่างพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีอัฟกานิสถานเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปรารถนาจะนำสหรัฐถอนตัวจากสงครามยาวนาน 18 ปีในอัฟกานิสถานและได้เจรจาต่อรองทำความตกลงกับตัวแทนของกลุ่มตอลิบัน ที่กองทัพสหรัฐและพันธมิตรเคยเข้ารุกรานเพื่อโค่นล้มภายหลังวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 ที่สหรัฐกล่าวหาตอลิบันว่าให้ที่พักพิงเครือข่ายอัลกออิดะห์ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีสหรัฐ ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกันได้ที่กรุงโดฮาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยสหรัฐตกลงว่าจะถอนกำลังทหารต่างชาติทั้งหมดออกจากอัฟกานิสถานภายใน 14 เดือน แลกกับคำรับประกันของตอลิบันว่าจะรักษาเสถียรภาพในประเทศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 10 มีนาคมว่า ตามข้อตกลงฉบับนี้ สหรัฐจะเริ่มลดกำลังพลในอัฟกานิสถานจากที่มีประมาณ 12,000 นายในปัจุบัน ให้เหลือ 8,600 นายภายในกลางเดือนกรกฎาคม และปิดฐานทัพ 5 แห่งจากราวๆ 20 แห่งทั่วอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเผยกับเอเอฟพีโดยขอสงวนนามว่า ทหารอเมริกันเริ่มถอนกำลังออกจากฐานทัพในเมืองลัชการ์กาห์ เมืองเอกของจังหวัดเฮลมานด์ในภาคใต้ และจากฐานทัพอีกแห่งในเมืองเฮรัตทางภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันเอกซอนนี เล็กเกตต์ โฆษกกองทัพสหรัฐ-อัฟกานิสถาน กล่าวไว้เมื่อวันจันทร์ว่า ถึงแม้สหรัฐจะลดกำลังพลลง แต่สหรัฐยังคงไว้ซึ่งวิธีการและอำนาจสั่งการทางทหารทั้งหมดสำหรับปฏิบัติต่อต้านการก่อการร้ายและสนับสนุนกองทัพอัฟกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดเฮลมานและจังหวัดกันดะฮาร์ที่อยู่ติดกัน เป็นฐานที่มั่นของตอลิบัน และเป็นสมรภูมิที่ทหารอเมริกันและอังกฤษสู้รบในปฏิบัติการที่บางครั้งต้องสูญเสียชีวิตจำนวนมากในสงครามยืดเยื้อ 18 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของโอมาร์ ซวัค โฆษกผู้ว่าราชการจังหวัดเฮลมานด์ว่า นับแต่ช่วงสุดสัปดาห์ มีทหารต่างชาติออกจากลัชการ์กาห์แล้ว 20-30 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลดกำลังพลเบื้องต้นเกิดขึ้นในช่วงยามที่ตอลิบัน ซึ่งมองว่าฝ่ายตนเป็นผู้ชนะเหนืออเมริกาในการทำความตกลงครั้งนี้ ทดสอบความแน่วแน่ของสหรัฐในการปกป้องหุ้นส่วนอัฟกัน ด้วยการโจมตีกองกำลังอัฟกันในระดับไม่รุนแรงหลายสิบครั้ง ซึ่งปรากฏว่าสหรัฐตอบโต้การโจมตีของตอลิบันแค่เพียงไม่กี่ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อตกลงการถอนกำลังทหารต่างชาติ ตอลิบันจะต้องจัดการกับภัยความมั่นคงของอัฟกานิสถานจากพวกนักรบญิฮาดเช่นกลุ่มรัฐอิสลามและอัลกออิดะห์ และต้องเปิดการพูดคุยสันติภาพของรัฐบาลอัฟกัน ซึ่งกำหนดเริ่มต้นในวันอังคาร แต่ดูเหมือนว่าภายในรัฐบาลอัฟกันเองยังสับสนและมีปัญหาความเป็นเอกภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ อัชราฟ กานี ทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 แล้วหลังจากชนะการเลือกตั้งทั่วไปท่ามกลางข้อกล่าวหาโกงคะแนน ขณะเดียวกัน อับดุลลาห์ อับดุลลาห์ คู่แข่งของเขาก็ประกาศตนเป็นผู้ชนะและทำพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคู่ขนานไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพูดคุยสันติภาพเมื่อวันอังคารยังมีประเด็นค้างคาเรื่องการปล่อยตัวนักโทษตอลิบัน ซึ่งฝ่ายตอลิบันตั้งเป็นเงื่อนไขไว้สำหรับการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่กานี ซึ่งรัฐบาลของเขาไม่มีส่วนร่วมในการพูดคุยระหว่างสหรัฐกับตอลิบันด้วย เคยยืนกรานคัดค้านก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่ากานีจะประกาศกฤษฎีกาเกี่ยวกับประเด็นนี้ในวันอังคาร และเปิดเผยรายละเอียดของคณะเจรจาของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59400</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, สหรัฐถอนทหาร, อัฟกานิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e67a7490e62d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2019 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2019 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคิร์ดจับมือกองทัพซีเรียต้านตุรกี สหรัฐถอนทหารอีก 1,000 นาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เคิร์ดจับมือกับรัฐบาลประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ดึงกองทัพซีเรียช่วยต้านทานการรุกโจมตีกองกำลังเคิร์ดทางเหนือของซีเรีย ขณะรัฐบาลสหรัฐจมูกไว รีบสั่งถอนทหารอเมริกันอีก 1,000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารกองทัพซีเรียถือธงชาติเดินบนถนนทางเข้าฝั่งตะวันตกของเมืองทัลทามีร์ ในจังหวัดฮาซาเกห์ เมื่อวันจันทร์ ภายหลังรัฐบาลซีเรียตกลงส่งทหารมาช่วยเคิร์ดต้านการรุกรานของตุรกี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562 กล่าวว่า พัฒนาการล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเสื่อมอิทธิพลของสหรัฐในซีเรียและความล้มเหลวของนโยบายกีดกันอัสซาดไม่ให้อ้างอำนาจเหนือพื้นที่ที่ซีเรียสูญเสียไประหว่างการสู้รบยาวนานกว่า 8 ปีกับกบฏที่พยายามโค่นอำนาจเขา กลับกันยังถือเป็นชัยชนะของรัสเซียและอิหร่านที่หนุนหลังอัสซาดมาตั้งแต่ปี 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการรุกโจมตีของกองทัพตุรกีและกบฏซีเรียที่ตุรกีหนุนหลังเริ่มต้นเมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว ไม่กี่วันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งถอนทหารหน่วยปฏิบัติการพิเศษสหรัฐ 50 นาย ออกจากที่มั่น 2 แห่งบริเวณชายแดนซีเรีย-ตุรกี ซึ่งถูกตีความเป็นการเปิดทางให้ตุรกีรุกโจมตีกองกำลังชาวเคิร์ดกลุ่มวายพีจี ที่เป็นกำลังหลักในกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) ช่วยสหรัฐโค่นล้มกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้เมื่อเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนการถอนทหารที่ว่านั้นเกิดขึ้นอย่างปุบปับหลังจากทรัมป์คุยโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี ที่รับปากว่าตุรกีจะรับผิดชอบเรื่องนักโทษไอเอสที่เชื่อว่ามีราว 12,000 คน ทั้งชาวซีเรีย, อิรักและชาวต่างชาติจาก 54 ประเทศ ที่ถูกคุมขังไว้ในคุกของเคิร์ด แต่ภายหลังตุรกีโจมตีอย่างหนักข้อ ทรัมป์กลับขู่ว่าสหรัฐจะคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เมื่อวันอาทิตย์ ไมค์ เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ประกาศว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตัดสินใจถอนทหารอเมริกันอีกราว 1,000 นายออกจากภาคเหนือของซีเรีย เขาอ้างว่าช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สหรัฐรู้มาว่าตุรกีมีแนวโน้มจะขยายการโจมตีลงใต้ใกล้กว่าแผนเดิม และขยายออกไปทางตะวันตกด้วย ขณะเดียวกัน สหรัฐก็ยังรู้ว่า เอสดีเอฟกำลังพยายามตกลงกับรัฐบาลซีเรียและรัสเซีย ให้ช่วยต้านทานการรุกของตุรกีในภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายชั่วโมงหลังจากนั้น รัฐบาลปกครองตนเองชาวเคิร์ดก็ประกาศว่า พวกเขาบรรลุข้อตกลงกับกองทัพซีเรีย เพื่อให้ซีเรียส่งทหารมาเสริมกำลังที่ชายแดนตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อป้องกันและเผชิญหน้ากับการรุกรานนี้ เราได้ทำข้อตกลงกับรัฐบาลซีเรีย ให้กองทัพซีเรียสามารถวางกำลังตามแนวชายแดนซีเรีย-ตุรกี เพื่อช่วยเหลือกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ)&amp;quot; แถลงการณ์ของรัฐบาลเคิร์ดกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นสำนักข่าวซานาของซีเรียรายงานว่า กองทัพกำลังส่งทหารขึ้นเหนือไป &amp;quot;เผชิญหน้ากับการรุกรานของตุรกี&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มัสลุม อับดี ผู้บัญชาการของเอสดีเอฟ เขียนบทความลงนิตยสาร Foreign Policy ด้วยว่า &amp;quot;หากต้องเลือกระหว่างประนีประนอมกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชนของเรา แน่นอนว่าเราจะเลือกรักษาชีวิตประชาชนของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีแอร์โดอันของตุรกีอ้างว่า ปฏิบัติการพีซสปริงครั้งนี้เพื่อจัดตั้งเขตปลอดภัย ที่จะเป็นที่อยู่ของผู้ลี้ภัยชาวซีเรียอาหรับ 3.6 ล้านคนในตุรกี เขายังขู่ด้วยว่าจะส่งผู้ลี้ภัยเหล่านี้ไปยุโรป หากยุโรปไม่หนุนหลังตุรกี ตามประกาศล่าสุดของแอร์โดอัน เขตปลอดภัยนี้จะขยายจากชายแดนตุรกี 30 กิโลเมตร เป็น 35 กิโลเมตรเข้ามาในดินแดนของซีเรีย ระหว่างเมืองโคบาเนกับเมืองฮาซาเกห์ เป็นระยะทาง 440 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอร์โดอันปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่านักรบไอเอสแหกคุกในเมืองไอน์อิสซาของเคิร์ดได้ 785 รายด้วย โดยบอกว่าเป็นข้อมูลผิดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรสังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรียกล่าวว่า การโจมตีทางอากาศของตุรกีฆ่าพลเรือนเพิ่มอีกอย่างน้อย 26 คนเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งรวมถึงนักข่าวชาวเคิร์ดที่ตายเมื่อขบวนรถของพลเรือนและนักข่าวโดนถล่ม ส่วนที่อิสซานั้นค่ายกักกันครอบครัวของไอเอสโดนโจมตี ทำให้ครอบครัวของไอเอส 785 คนหนีไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48035</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีเรีย, ตุรกี, สหรัฐถอนทหาร, เคิร์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191014/image_big_5da466750d4aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2019 20:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2019 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐถอนทหารพ้นซีเรีย เปิดทางตุรกีขยี้กองกำลังชาวเคิร์ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เสร็จศึกฆ่าขุนพล กองทัพสหรัฐเริ่มถอนทหารออกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียเมื่อวันจันทร์ เปิดทางให้ตุรกีเริ่มปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธชาวเคิร์ด ที่เคยเป็นกำลังสำคัญในการโค่นกลุ่มไอเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำเนียบขาวประกาศข่าวการถอนกำลังทหาร ซึ่งถูกกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรียประณามว่าเป็นการแทงข้างหลัง ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คุยโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า เมื่อสหรัฐถอนกำลังแล้ว ตุรกีจะเดินหน้าปฏิบัติการที่วางแผนมายาวนานภายในภาคเหนือของซีเรียในไม่ช้า กองทัพสหรัฐจะไม่สนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของซีเรีย และกำลังพลของสหรัฐซึ่งได้โค่นดินแดนคอลิฟะห์ของไอเอสได้แล้ว จะไม่อยู่ในพื้นที่นั้นอีกต่อไป นอกจากนี้ ตุรกีจะรับผิดชอบเกี่ยวกับนักรบไอเอสทั้งหมดที่กองกำลังชาวเคิร์ดจับตัวไว้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองกำลังติดอาวุธชาวเคิร์ด ซึ่งมีชื่อเรียกว่ากองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (เอสดีเอฟ) กล่าวโจมตีสหรัฐว่า ทรยศพันธมิตร และเตือนว่าจะส่งผลกระทบแง่ลบต่อสงครามต่อต้านพวกนักรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านองค์การสหประชาชาติแสดงความวิตกว่าปฏิบัติการของกองทัพตุรกีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียจะก่อวิกฤติด้านมนุษยธรรม พวกเขากำลังเตรียมตัวรับมือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ขณะที่สหภาพยุโรปเตือนว่าพลเรือนจะต้องรับผลกระทบของการโจมตีทางทหารอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่า ทหารอเมริกันได้เริ่มถอนกำลังออกจากที่มั่นตรวจการณ์ 2 จุดบริเวณชายแดนซีเรีย-ตุรกี ในเมืองเทลอับยัดและรัสอัลเอน และได้แจ้งต่อผู้บัญชาการของเอสดีเอฟว่าสหรัฐจะไม่ปกป้องเอสดีเอฟจากการรุกโจมตีของตุรกีอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีแอร์โดอันกล่าวว่า เขามีแผนไปพบกับทรัมป์ที่กรุงวอชิงตันในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือนพฤศจิกายน เพื่อหารือแผนเรื่อง &amp;quot;เขตปลอดภัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมาตุรกีพยายามผลักดันการจัดตั้ง &amp;quot;เขตปลอดภัย&amp;quot; ระยะ 32 กิโลเมตรตลอดชายแดนซีเรียโดยตุรกีเป็นผู้ควบคุม เพื่อขับไล่นักรบเคิร์ดซีเรียกลุ่มวายพีจี ซึ่งเป็นกองกำลังหลักในกลุ่มพันธมิตรเอสดีเอฟ แต่ตุรกีถือว่าเป็นองค์กรก่อการร้ายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอสดีเอฟออกแถลงการณ์ประณามสหรัฐว่า ไม่ทำตามคำมั่นสัญญาและได้ถอนกำลังจากชายแดนติดกับตุรกี ตอนนี้ตุรกีกำลังเตรียมปฏิบัติการรุกทางเหนือและตะวันออกของซีเรีย ซึ่งจะทำให้พื้นที่นั้นกลายเป็นแดนสงคราม &amp;quot;คำแถลงของสหรัฐวันนี้น่าประหลาดใจ พูดได้ว่าเป็นการแทงข้างหลังเอสดีเอฟ&amp;quot; คิโน กาเบรียล โฆษกเอสดีเอฟกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47540</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองกำลังชาวเคิร์ด, กองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย, ซีเรีย, ตุรกี, สหรัฐถอนทหาร, เปิดปฏิบัติการกวาดล้าง, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, เอสดีเอฟ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
