<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ให้ฟังหมอ!&#039;ภูมิใจไทย&#039;ท้า&#039;ไทยสร้างไทย&#039;งัดเอกสารทางการมาโชว์ว่าสหรัฐบริจาควัคซีนให้แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

27ก.ย.64- กรณีที่นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมและข้อมูล พรรคไทยสร้างไทยตอบโต้ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กรณีปมข่าววัคซีนโควิด &amp;ndash; 19 ช่วยเหลือ จากสหรัฐฯ โดยนายเทพฤทธิ์ ยืนยันว่า ทางสหรัฐฯมีการประสานขอบริจาควัคซีนให้ไทยแล้ว แต่ไทยไม่ตอบรับ จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ของสังคม ล่าสุด นายศุภชัย ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวานนี้ตนก็เตือนด้วยความหวังดี เห็นว่าอยู่ในแวดวงทางการเมืองด้วยกัน ก็อยากให้ทำงานกันอย่างสร้างสรรค์เป็นที่พึ่งของประชาชน อุตส่าห์สร้างพรรคใหม่ขึ้นมา ก็ไม่อยากให้ถูกโจมตีว่าให้ข่าวเท็จ ให้ข่าวคลาดเคลื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เข้าใจว่า ถึงขั้นบินตรงไปสหรัฐฯ กลับมาก็ต้องมีเรื่องที่ทำให้สังคมไทยหวือหวา ยิ่งได้คะแนนทางการเมือง ก็ยิ่งดี แต่ก่อนจะให้ข่าว หรือจะโพสต์ข้อมูล ก็น่าจะรอให้ข้อมูลมันชัวร์ก่อน ไม่ใช่ว่า สื่อสารออกไปแล้ว กลับกลายเป็นโดนหมอโต้ โดนกระทรวงการต่างประเทศโต้ นี่น่าจะเป็นบทเรียนให้ทีมสื่อสารพรรคนั้นได้เรียนรู้ว่าทุกวันนี้ การตรวจสอบข้อเท็จจริง มันทำได้รวดเร็ว ถ้าข้อมูลที่ปล่อยออกมานั้นไม่จริง ไม่นานอีกฝ่ายก็ต้องปกป้องตัวเอง ด้วยการชี้แจงกลับ แล้ววานนี้ พรรคไทยสร้างไทย ก็ยังไม่จบ นายเทพฤทธิ์ไปแปลคำพูด ของ ส.ว.สหรัฐฯขึ้นมาอีกผมไม่ติดใจ และไม่ก้าวล่วงถึงนักการเมืองท่านนั้นด้วย แต่หากพรรคไทยสร้างไทยอยากให้เรื่องนี้ กระจ่างว่าสหรัฐฯ ยื่นความประสงค์มาจริง ก็ต้องเอาเอกสารที่เป็นทางการมายืนยัน อย่างที่เคยบอกไปว่า มันต้องมี diplomatic note เพราะครั้งที่แล้ว ก็มีเอกสารตัวนี้ ฝั่งไทยจึงจะดำเนินการต่อไปได้ เรื่องนี้จบง่ายมาก ขอแค่พรรคไทยสร้างไทยไปหาเอกสารที่เป็นทางการมาโชว์ ว่าสหรัฐฯ ทำเรื่องขอบริจาควัคซีนมาแล้วจริงๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายศุภชัย กล่าวว่า ประเด็นคือ พรรคไทยสร้างไทย ที่พูดอย่างมั่นใจ เอาเข้าจริง ก็ไม่มีหลักฐานที่ว่า พอฝ่ายที่เขามีหน้าที่รับผิดชอบทั้งกระทรวงสาธารณสุข ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า ยังไม่มีการประสานเข้ามา ก็ไปพูดจาแก้เก้อหาว่าไทยเป็นรัฐราชการ ปกครองด้วยระบอบอำนาจนิยม ซึ่งเป็นการตอบไม่ตรงกับที่เขาถาม ก็ในเมื่อฝ่ายข้าราชการ เขาอธิบายว่า มันไม่มีการประสานเข้ามา คุณก็งัดเอกสารขึันมาโชว์เลย ไม่ใช่ไปวิจารณ์ว่าเขาเป็นรัฐราชการ ห่วยอย่างนั้น อย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนั้น ฝ่ายพรรคไทยสร้างไทย ยังเอาข่าวตั้งแต่เดือนกรกฎาคมมาผสมโรงอีกทั้งที่นี่มันจะปลายเดือนกันยายนแล้ว เข้าใจว่า หาเอกสารการขอสนับสนุนวัคซีน ที่เป็นปัจจุบันไม่ได้ ก็เลยเอาข่าวเก่ามามั่ว ให้ประชาชนหลงเชื่อ ผมจะเรียนอธิบายกับสาธารณชนว่า ข่าวที่นายเทพฤทธิ์ยกมาอ้าง คือ เจตจำนงของสหรัฐฯ ในการบริจาควัคซีนไทยเพิ่มเติม ซึ่งตนและคนไทย ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง แต่นั่นคือ ในเชิงของการข่าว แต่ในเชิงกระบวนการนั้น ยังไม่มีการประสานเข้ามาอย่างเป็นทางการซึ่งได้รับคำยืนยันแล้วทั้งจากนายแพทย์โอภาส การกวินพงษ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค และนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ผมขออ่านคำให้สัมภาษณ์ของหมอโอภาส คุณหมอบอกว่า หลังจากสหรัฐฯบริจาคลอตแรก 1.5 ล้านโด๊สยังไม่ได้มีการแจ้งว่าจะบริจาคเพิ่มเติมในช่องทางใดๆ ให้กับประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศแม้กระทั่งกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้นกระแสข่าว ที่บอกว่าประเทศไทยปฏิเสธหรือไม่ตอบสนองต่อการบริจาควัคซีนนั้นเป็นเรื่องไม่จริง และตนจะอ่านคำให้สัมภาษณ์ของนายธานี ที่บอกว่า&amp;nbsp; สถานเอกอัครราชทูตณ กรุงวอชิงตัน ได้รายงานว่า ในขณะนี้ ฝ่ายสหรัฐ ยังอยู่ระหว่างดำเนินการภายในโดยยังไม่ได้กำหนดการส่งมอบวัคซีน และสหรัฐฯ ยังไม่ได้ประสานงานด้านเอกสารกับหน่วยราชการไทยใด ๆ ทั้งสิ้น นี่คือข้อมูลจริงๆ แต่ที่พรรคไทยสร้างไทย มาพูดช่วงหลังๆ นั้น มันออกแนวแถแก้เขิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ผมจะไม่ตอบโต้อีกต่อไป เพราะถ้ามานั่งตามข่าวกันดีๆ ฝ่ายที่มีอำนาจรับผิดชอบ และมีความน่าเชื่อถือ เป็นคนอยู่หน้างาน ได้ชี้แจงจนครบถ้วนทุกประเด็นแล้ว หมอเขาพูดชัดมาก แถมยังมีอ้างอิงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน มันเคลียร์ที่สุดแล้ว มันก็น่าจะจบ แต่ มันก็ขึ้นอยู่กับสังคมแล้วว่าจะเชื่อหมอ ที่เขาดูแลเรื่องโดยตรง จะเชื่อหน่วยงานที่เขาประสานเรื่องโดยตรง หรือคุณจะ เชื่อคนอื่น ที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117718</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธานี แสงรัตน์, นายศุภชัย ใจสมุทร, นายเทพฤทธิ์ สีน้ำเงิน, สหรัฐบริจาควัคซีนให้ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d563031dbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการชำแหละวัคซีนบริจาคของสหรัฐมาพร้อมการสั่งซื้ออาวุธ แปลกใจฝ่ายค้านไม่โจมตี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ส.ค.64- ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ วัคซีนบริจาคที่มาพร้อมการสั่งซื้ออาวุธ มีเนื้อหาดังนี้
เหมือนจะเป็นภาพที่ชินตาไปแล้วกับการบริจาควัคซีนของสหรัฐอเมริกา ที่มาพร้อมกับประเทศที่ได้รับการบริจาคจะสั่งซื้ออาวุธจากอเมริกาทันที ไม่ว่าจะเป็น ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์ หรือไทย
สหรัฐอนุมัติขายฮ.ให้อิสราเอล-จรวดต้านรถถังให้ไทย
https://www.dailynews.co.th/news/112106/
----------
ฟิลิปินส์
----------
วันที่ 8 ก.ค. ฟิลิปปินส์ได้รับอาวุธจากสหรัฐฯ
https://www.pna.gov.ph/articles/1146384&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์ต่อมา (18 ก.ค.) ได้รับบริจาควัคซีนจากสหรัฐฯ ผ่าน COVAX
https://www.unicef.org/.../philippines-receives-over-32m...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่กี่วันต่อมา (22 ก.ค.) มีข่าวฟิลิปปินส์จะได้รับบริจาควัคซีนจากสหรัฐเพิ่มอีก
https://www.pna.gov.ph/articles/1144496&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามวันถัดมา (25 ก.ค.) ฟิลิปปินส์สั่งซื้ออาวุธจากสหรัฐ เป็นเครื่องบิน F-16 และจรวจต่อต้านเรือดำน้ำ จำนวน 2,500 ล้านดอลลาร์หรือ 6 หมื่นล้านบาท
https://www.aljazeera.com/.../us-approves-possible-sale...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานซืน (30 ก.ค.) สหรัฐฯ บริจาควัคซีน Moderna ให้ฟิลิปปินส์อีก 3 ล้านโดสทันที
https://www.voanews.com/.../us-donating-moderna-covid-19...
----------
ไต้หวัน
----------
เจรจากับสหรัฐฯ ทั้ง Pfizer, Moderna ตั้งแต่ต้นปี แต่ไม่รู้ติดอะไร ดีลไม่ลงตัว วัคซีนไม่มาสักที จนจีนเสนอตัวเข้ามาช่วย แต่ไต้หวันปฏิเสธ จนประชาชนบ่น ฝ่ายค้านไล่บี้
https://www.bbc.com/news/world-asia-57246914&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนต้นเดือน มิ.ย. สหรัฐฯ ตกลงจะบริจาควัคซีนช่วยไต้หวันก่อน 750,000 โดส แต่อยู่ดีๆ สัปดาห์ต่อมาก็ได้รับเพิ่มเป็น 2.5 ล้านโดส เพิ่มขึ้นมา 3 เท่าเลย
https://www.reuters.com/.../exclusive-us-triples.../&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรับบริจาควัคซีนเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ไต้หวันเซ็นซื้อรถถังต่อต้านอากาศยาน และขีปนาวุธต่อต้านเรือดำน้ำ จากสหรัฐจำนวน 1,750 ล้านดอลลาร์ หรือ 57,575 ล้านบาท
https://taipeitimes.com/.../archives/2021/06/18/2003759389&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนสำนักข่าวต่างประเทศออกบทวิเคราะห์มาว่า การช่วยเรื่องวัคซีนของสหรัฐฯ มีเงื่อนไขคือ ไต้หวันต้องเป็นตัวไปชนกับจีนให้สหรัฐฯ
https://www.globaltimes.cn/page/202106/1226566.shtml
----------
*** และแปลกตรงที่ครั้งนี้ ไม่พบเห็นฝ่ายค้าน หรือกลุ่มการเมืองออกมาโจมตีการดีลการซื้อขายอาวุธของไทย-สหรัฐฯ เหมือนก่อนหน้านี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร. กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, วัคซีนไฟเซอร์, สหรัฐบริจาควัคซีนให้ไทย, ไทยซื้ออาวุธสหรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d867769c350.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อุปทูตสหรัฐฯยันบริจาควัคซีนให้ไทย 2.5 ล้านโดสไม่มีเงื่อนไข หวังจัดสรรอย่างเท่าเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ก.ค.64 - ที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร นายไมเคิล ฮีธ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แถลงข่าวผ่านระบบซูม ว่า ขอแจ้งข่าวดีแก่ทุกคนว่าวัคซีนของบริษัท ไฟเซอร์ จำนวน 1.5 ล้านโดส ที่สหรัฐฯบริจาคให้ ได้มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเช้าวันนี้ (30 ก.ค.) เวลา 04.00 น. ตนมีความยินดีที่จะยืนยันว่าสหรัฐฯมีเป้าหมายที่จะบริจาควัคซีนเพิ่มอีก 1 ล้านโดสให้กับประเทศไทยนอกจากวัคซีนที่มาถึงแล้วในวันนี้ รวมทั้งหมดเป็นจำนวน 2.5 ล้านโดส เนื่องจากเราได้เห็นถึงการระบาดของเชื้อไวรัสสายพันธุ์เดลตาแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในไทย รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ของไทยกำลังเผชิญความยากลำบากในขณะนี้&amp;nbsp; สำหรับวัคซีนที่เราจะให้เพิ่ม 1 ล้านโดสนั้น ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะเป็นของยี่ห้อใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า เรามีความภูมิใจที่จะบริจาควัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตามคำสัญญาของรัฐบาลของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการช่วยพันธมิตรของเราต่อสู้กับโรคโควิด-19&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐฯประกาศว่าจะแบ่งปันวัคซีน 80 ล้านโดสเพื่อช่วยหยุดโรคระบาดใหญ่ของโลกในครั้งนี้ ซึ่งรวมถึง 23 ล้านโดส ให้กับสำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชีย&amp;nbsp; สำหรับสิ่งที่สหรัฐฯมอบให้กับประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านของไทยจะช่วยให้ประเทศไทยและภูมิภาคนี้เร่งฉีดวัคซีนเพื่อให้ประชาชนของตัวเองมีความปลอดภัย และฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;การมอบวัคซีนของเราเป็นการให้เปล่า ไม่มีเงื่อนไข โดยมีวัตถุประสงค์หนึ่งเดียวเท่านั้น คือการช่วยชีวิตผู้คนและมีความตระหนักว่าไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย&amp;nbsp; เราจึงยินดีแจ้งให้ทราบว่ารัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะกระจายวัคซีนเหล่านี้อย่างเป็นธรรมให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยทุกคน รวมถึงมุ่งเน้นการจัดสรรวัคซีนให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด ขอแสดงความชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครสาธารณสุขของไทยที่ทำงาน เพื่อควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19&amp;nbsp; สหรัฐฯเป็นหุ้นส่วนทางสาธารณสุขของไทยมานานมากกว่า 60 ปี&amp;nbsp; สหรัฐฯภูมิใจที่ได้ช่วยประเทศไทยต่อสู้กับโรคระบาดความร่วมมือระหว่างเราช่วยชีวิตคนไทยได้แล้วมากมาย&amp;nbsp; เราจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับประเทศไทยและคนไทยตลอดไป&amp;nbsp; ส่วนการที่ประเทศไทยประกาศว่าได้ทำสัญญาซื้อวัคซีนของไฟเซอร์อีก 20 ล้านโดสนั้น จะเป็นประโยชน์อย่างมากกับระบบสาธารณสุขของไทย&amp;rdquo; อุปทูตสหรัฐฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าจากกรณีที่มีกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ยื่นหนังสือแสดงความกังวลเรื่องการกระจายวัคซีนดังกล่าว ทางสหรัฐฯจะมีกลไกอะไรหรือไม่ ในการทำให้มั่นใจได้ว่าวัคซีนนี้จะได้รับการกระจายอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการบริจาคของสหรัฐฯ&amp;nbsp; นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า&amp;nbsp; การกระจายและจัดสรรวัคซีนเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลไทย&amp;nbsp; ส่วนรัฐบาลสหรัฐไม่มีบทบาทหรืออำนาจใดๆในการเข้าไปร่วมจัดการตรงนี้กับรัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละประเทศ และสหรัฐฯไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆในการบริจาควัคซีนแก่ไทย&amp;nbsp; แต่เราได้มีการประสานและรับทราบจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยแล้วว่ารัฐบาลไทยมุ่งเน้นการจัดสรรวัคซีนให้กับผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงจากโรคโควิด-19 รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้า ทั้งแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข และบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆที่ต้องดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยตรง&amp;nbsp; นอกจากนี้ เรายังให้ความมุ่งเน้นแก่ผู้สูงอายุด้วย เพราะถือเป็นกลุ่มที่เปราะบางและได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา&amp;nbsp; ทั้งนี้ ประชาชนในประเทศคงต้องติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราขอสนับสนุนหลักการที่ว่าทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะมีสัญชาติใด หรือมาจากประเทศใด ควรที่จะสามารถเข้าถึงวัคซีนดังกล่าวได้&amp;nbsp; มีคำกล่าวไว้ว่าไม่มีใครปลอดภัยจนกว่าเราทุกคนจะปลอดภัย&amp;nbsp; ไม่ว่าคนไทยหรือคนชาติไหนก็สามารถแพร่กระจายเชื้อนี้ได้เช่นกัน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องมีการฉีดวัคซีนให้กับทุกคนให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยกันหยุดยั้งการแพร่ระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด&amp;nbsp; และเรายังอยากเห็นการลงทะเบียนและการจัดสรรวัคซีนให้กับประชาชนที่มีความยุติธรรม มีประสิทธิภาพ เท่าเทียมกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ&amp;rdquo; อุปทูตสหรัฐฯ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าหลังจากการส่งวัคซีนช่วยเหลือไทยแล้ว&amp;nbsp; สหรัฐฯมีการหารือร่วมกับรัฐบาลไทยในการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 อีกหรือไม่&amp;nbsp; นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลไทยและสหรัฐฯมีการประสานความร่วมมือมาอย่างต่อเนื่อง โดยเรายังมุ่งเน้นที่จะบริจาควัคซีนให้ต่อไปด้วย&amp;nbsp; ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเราได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้วมูลค่าหลายสิบล้านเหรียญ ทั้งเครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ป้องกันตัวส่วนบุคคล (PPE)&amp;nbsp; เอกสารสำหรับการฝึกอบรมในการป้องกันตัวและหลีกเลี่ยงการติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; นอกจากนี้ เรายังได้ช่วยรัฐบาลไทยในการพัฒนาวัคซีนของตัวเอง โดยมีความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหารของสหรัฐฯ กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการพัฒนาวัคซีน mRNA ของตัวเอง&amp;nbsp; นอกจากนี้เรายังมีความร่วมมือกับไทย บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา โดยจัดการฝึกอบรมให้กับชุมชนแถบนั้นรู้จักการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว รวมถึงให้การสนับสนุนอุปกรณ์และเวชภัณฑ์ต่างๆ อาทิ หน้ากากอนามัย ชุดอุปกรณ์ช่วยเหลือป้องกันส่วนบุคคล ยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ถามอีกว่ารัฐบาลสหรัฐฯมีการรับมือกับการแสดงความคิดเห็นของประชาชนในประเทศที่พูดถึงเรื่องวัคซีนอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; นายไมเคิล ฮีธ กล่าวว่า&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐฯสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น แม้เป็นการวิพากษ์วิจารณ์หรือการติเตียน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯเผชิญการวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐฯ ยังสนับสนุนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรีภาพต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่ารัฐบาลสหรัฐฯมีมาตรการรับมือต่อการระบาดของโรคนี้อย่างไร อาทิ การล็อกดาวน์ และรัฐบาลไทยสามารถถอดบทเรียนจากสหรัฐฯได้อย่างไรบ้าง&amp;nbsp; อุปทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; เราไม่มีทางที่จะหามาตรการที่ครอบคลุมที่สุดหรือสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับสหรัฐฯ ในแต่ละรัฐมีมาตรการที่แตกต่างออกไป บางรัฐใช้การล็อกดาวน์เต็มขั้น แต่บางรัฐยังเปิด ขณะที่บางรัฐทำแบบลูกผสม&amp;nbsp; ตนจึงบอกไม่ได้ว่าควรใช้วิธีการใดที่ดีที่สุด&amp;nbsp; แต่สิ่งที่จำเป็นและต้องคำนึงถึง คือต้องมีการสื่อสารกับประชาชนให้ชัดเจนในเรื่องของความเสี่ยงต่างๆ และเรื่องข่าวลวง เฟคนิวส์&amp;nbsp; เพราะทุกวันนี้ในสหรัฐฯ ยังมีประชาชนที่เข้าใจว่าวัคซีนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังต้องให้ความชัดเจนแก่ประชาชน ให้เขารู้ว่าเรื่องนั้นเป็นข่าวเท็จ&amp;nbsp; และประชากรของสหรัฐฯยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนทั้งหมด เราฉีดไปได้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp; เราจึงต้องฉีดวัคซีนเพิ่มต่อไป&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามต้องให้รัฐบาลของแต่ละประเทศเป็นผู้ดูแลตรงนี้ โดยเรายังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างรอบคอบ ตอนนี้เรื่องของโรคระบาดคาดเดาได้ยาก จึงไม่มีประเทศใดในโลกที่สามารถดูแลควบคุมเรื่องการระบาดได้อย่างดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111638</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนไฟเซอร์, สหรัฐบริจาควัคซีนให้ไทย, สายพันธุ์เดลตา, ไมเคิล ฮีธ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103abec51e6f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯขอบคุณมิตรไมตรีที่สหรัฐฯมอบไฟเซอร์ 1.54 ล้านโดสให้ไทย ยันจัดสรรตามแผน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นผู้แทนรัฐบาลไทยในการรับมอบวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 1.54 ล้านโดส&amp;nbsp; ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามอบให้แก่ประเทศไทย ทั้งนี้ การขนส่งวัคซีนไฟเซอร์ได้มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 04.30 น. ด้วยสายการบิน AeroLogic เที่ยวบิน 3S530 ซึ่งหลังจากนี้จะต้องเก็บภายใต้อุณหภูมิ -70 ถึง -90 องศาเซลเซียส เพื่อคงประสิทธิภาพของวัคซีน และดำเนินการตามขั้นตอนก่อนกระจายไปตามแผนที่วางไว้ต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับรายงานการมาถึงของวัคซีนไฟเซอร์แล้ว โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณในไมตรีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีต่อประเทศไทยเสมอมา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสถานการณ์โรคระบาดนี้&amp;nbsp; และนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าการกระจายวัคซีนจะต้องเป็นไปตามแผนที่กำหนด เน้นการฉีดแก่บุคลากรการแพทย์ด่านหน้าและกลุ่มเป้าหมายเท่านั้น จะต้องไม่มีกรณีจัดสรรไปยังบุคคลสำคัญ หรือนอกกลุ่มที่กำหนดไว้เป็นอันขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่คณะทำงานด้านบริหารจัดการการให้บริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 กำหนดว่าจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรก 1.54 ล้านโดส ประกอบด้วย 1.บุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติภารกิจดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วประเทศ (เข็ม 3 กระตุ้นภูมิคุ้มกัน)&amp;nbsp; 700,000 โดส 2.ผู้มีภาวะเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่มีสัญชาติไทย&amp;nbsp; 645,000 โดส 3.ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย เน้นผู้สูงอายุ และโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และผู้เดินทางไปต่างประเทศ ที่จำเป็นต้องรับวัคซีนไฟเซอร์ เช่น นักการทูต นักศึกษา 150,000 โดส 4.ทำการศึกษาวิจัย (ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการวิจัยจริยธรรม) จำนวน 5,000 โดส และ 5.สำรองส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ จำนวน 40,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111601</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา, วัคซีนไฟเซอร์, สหรัฐบริจาควัคซีนให้ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_6103634787f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
