<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65775</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัสเซียติดโควิดพุ่งพรวด สหรัฐตายทะลุ8หมื่นศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อเมริกันสังเวยโควิด-19 ทะลุ 80,000 ศพ แต่ยอดดับรายวันต่ำกว่า 900 เป็นวันที่สอง &amp;nbsp;&amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; บังคับทีมงานทำเนียบขาวสวมหน้ากากอนามัยหลังคนทำงานใกล้ชิดติดไวรัส ยอดติดเชื้อของรัสเซียขึ้นอันดับ 2 ของโลก ขณะจีนสั่งตรวจเชื้อประชากรทั้งเมืองอู่ฮั่น เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโยงนักเที่ยวราตรีเกิน 100 รายแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีอ้างข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2563 ว่าสหรัฐอเมริการายงานจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วง 24 ชั่วโมงถึงเวลา 20.30 น.ของวันจันทร์ (07.30 น.วันอังคารของไทย) ว่าอยู่ที่ 830 ราย ทำให้ยอดผู้สังเวยโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาเกิน &amp;nbsp;80,000 รายแล้ว ยอดตายนี้เพิ่มจากของวันอาทิตย์ซึ่งอยู่ที่ 776 ราย ต่ำที่สุดนับแต่เดือนมีนาคม และเป็นยอดเสียชีวิตรายวันต่ำกว่า 900 ศพวันที่ 2 ติดต่อกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้เสียชีวิตในสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการล่าสุดถึงช่วงเย็นวันอังคารของไทยอยู่ที่ &amp;nbsp;80,684 ราย จากผู้ติดเชื้อสะสม 1,347,936 ราย ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่ 286,613 ราย &amp;nbsp;ติดเชื้อสะสม 4,194,326 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายมลรัฐและหลายเมืองของสหรัฐอเมริกาเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์กักกันประชาชนแล้ว แม้จะมีคำเตือนว่ายังควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ไม่ทั้งหมดก็ตาม &amp;nbsp;และมีผลการศึกษาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) เตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงในรัฐนิวยอร์กอาจมากกว่าตัวเลขทางการราว 30% หรืออาจสูงถึง 24,172 คน ระหว่างวันที่ 11 มีนาคม ถึง 2 พฤษภาคม ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในช่วงเวลานั้นซึ่งยืนยันแล้วอยู่ที่ 13,831 คน &amp;nbsp;และยอดผู้เสียชีวิตในข่ายที่เป็นไปได้อีก 5,048 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งปรารถนาจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจโดยเร็วก่อนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายน แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐอเมริกากำลังเพิ่มการทดสอบอย่างก้าวกระโดดและจำนวนผู้ติดเชื้อกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนกำลังต้องการให้เปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวังเมื่อมีเจ้าหน้าที่ 2 รายติดเชื้อไวรัส รายหนึ่งเป็นผู้ช่วยของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งทรัมป์มอบหมายให้ดูแลคณะทำงานรับมือโควิด-19 &amp;nbsp;ในการแถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาว ทรัมป์บอกว่าเขาจะจำกัดการติดต่อกับเพนซ์โดยใช้การโทรศัพท์ติดต่อแทน แต่ทรัมป์ย้ำว่าเพนซ์ไม่ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อป้องกันไว้ก่อน ทรัมป์มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในทำเนียบขาวต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือคลุมปากและจมูกเมื่ออยู่ในทำเนียบขาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; แนวโน้มอัตราการติดเชื้อที่ชะลอตัวในหลายประเทศ ทำให้องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) &amp;nbsp;ชมเชยความก้าวหน้าที่เป็นผลจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์ แต่ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินของดับเบิลยูเอชโอ เตือนว่าแม้การผ่อนคลายอย่างเป็นขั้นเป็นตอนถือเป็นสัญญาณแห่งความหวัง &amp;nbsp;แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีการระแวดระวังถึงขีดสุดถึงความเป็นไปได้ของการแพร่ระบาดระลอกสอง หากรัฐบาลต่างๆ เลือกจะผ่อนคลายมาตรการอย่างมืดบอดโดยปราศจากการเพิ่มขีดความสามารถในการทดสอบและตามรอย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเพิ่งประกาศยกเลิกมาตรการ &amp;quot;ไม่ทำงาน&amp;quot; ที่บังคับใช้มานาน 6 สัปดาห์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยจะเริ่มมีผลในวันอังคาร ยกเว้นกรุงมอสโกที่จะล็อกดาวน์ต่อไปถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม แต่ผ่อนปรนให้ลูกจ้างบริษัทในภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้างราว 5 แสนคนกลับเข้าทำงานได้ เจ้าหน้าที่ยังบังคับประชาชนสวมหน้ากากและถุงมือเมื่อใช้ระบบขนส่งสาธารณะหรือเข้าร้านค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คำกล่าวของผู้นำรัสเซียมีออกมาก่อนหน้าการเปิดเผยยอดผู้ติดเชื้อรายวันที่มากเกิน 10,000 รายติดต่อกันมานานกว่าสัปดาห์แล้ว โดยในวันอังคารรัสเซียมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 10,899 คนใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และทำให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 232,243 ราย มากเป็นอันดับที่ 2 ของโลกแทนที่สเปน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 227,436 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จีนแผ่นดินใหญ่กำลังวิตกการแพร่ระบาดระลอกสองในเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางของการแพร่เชื้อที่เพิ่งเปิดเมืองเมื่อวันที่ 8 เมษายน หลังมาตรการล็อกดาวน์นาน 76 วัน โดยพบผู้ติดเชื้อแบบกลุ่มอีกวันละ &amp;nbsp;6 คนในหมู่อาคารที่พักอาศัยของอำเภอตงซีหูเมื่อวันอาทิตย์และวันจันทร์ สื่อทางการจีนรายงานเมื่อวันอังคารว่า ทางการอู่ฮั่นมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจเชื้อประชากรทุกคนในเมืองนี้ ซึ่งมีราว 11 ล้านคนภายในเวลา 10 วัน เมืองนี้มีผู้เสียชีวิต 3,869 ราย จากผู้เสียชีวิต 4,637 รายทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่เกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่รายงานเมื่อวันอังคารว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 27 คน ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 10,936 คน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ติดเชื้อ 102 คนโยงกับการแพร่เชื้อแบบกลุ่มที่เขตอีแทวอน ย่านท่องเที่ยวของกรุงโซล โดยส่วนใหญ่เป็นชายอายุระหว่าง 20-30 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การแพร่เชื้อกลุ่มใหญ่ที่พบนี้เกี่ยวโยงกับนักเที่ยวราตรีคนหนึ่งที่ตระเวนเที่ยวบาร์และไนต์คลับหลายแห่งเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งรวมถึงบาร์เกย์ ที่ลูกค้าไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนและทำให้การตามรอยทำได้ยากขึ้น ทางการเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันอังคารว่า พวกเขากำลังใช้ข้อมูลทางโทรศัพท์เพื่อติดตามนักเที่ยวเหล่านี้ โดยได้รายชื่อมาแล้ว 10,905 คนและได้ส่งข้อความให้พวกเขาเข้ารับการตรวจเชื้อไวรัส &amp;nbsp;แต่ก็ยังมีนักเที่ยวเกือบ 2,000 คนที่ติดต่อไม่ได้ และตำรวจหลายพันนายถูกส่งออกติดตามแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65775</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนทำงานใกล้ชิดติดไวรัส, ทำเนียบขาวสวมหน้ากากอนามัย, นักเที่ยวราตรี, ยอดสังเวยโควิด-19, รัสเซีย, สหรัฐอเมริกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกาหลีใต้, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5ebaa424a5822.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65056</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มะกันอาจสังเวย1แสนศพ ยังฝังใจจีนทำไวรัสระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; รับสภาพอเมริกันอาจสังเวยโควิด-19 ถึง 100,000 ศพ จากปัจจุบันดับแล้วกว่า 67,000 ราย แต่ยังขายฝันวัคซีนป้องกันอาจพัฒนาสำเร็จภายในปีนี้ เชื่อฝังใจจีนพลาดทำไวรัสโคโรนาระบาด รัฐมนตรีลิ่วล้อย้ำหลักฐานมากมายชี้ไวรัสหลุดจากห้องแล็บอู่ฮั่นแต่ยังไม่มีมาสำแดง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐร่วมรายการถาม-ตอบแสดงวิสัยทัศน์ยาวนาน 2 ชั่วโมงจากอนุสรณ์สถานลินคอล์นในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ถ่ายทอดสดทางสถานีฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปแบบรายการครั้งนี้ซึ่งพิธีกรไม่ได้ตั้งคำถามที่ยากนัก เปิดโอกาสให้ทรัมป์ได้สื่อสารถึงคนอเมริกันในช่วงยามที่ไม่สามารถเดินสายปราศรัยหาเสียงได้ และเขากำลังถูกวิจารณ์เรื่องการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ล่าช้า ที่ขณะที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อในสหรัฐแล้วมากกว่า 1,158,000 คน และเสียชีวิตแล้ว 67,686 คน ตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดนี้มากเกินกว่ายอด 60,000 ศพ ที่ทรัมป์เคยทำนายไว้ในช่วงแรก หลังจากที่เขาเคยดูเบาสถานการณ์และทำนายว่าสหรัฐอเมริกาจะไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากไวรัสโคโรนาที่เริ่มแพร่ระบาดทั่วโลกเมื่อช่วงต้นปีนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทรัมป์กล่าวในรายการว่า สหรัฐจะมีคนเสียชีวิตเพราะไวรัสนี้ตั้งแต่ 75,000 คน 80,000 คน จนถึง 100,000 คน ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัว ขณะเดียวกัน เขาย้ำว่าสหรัฐไม่สามารถปิดประเทศแบบนี้ต่อไป ไม่เช่นนั้นประเทศก็จะไม่เหลืออะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มลรัฐราวครึ่งหนึ่งของสหรัฐเริ่มเดินหน้าผ่อนคลายมาตรการชัตดาวน์ อย่างน้อยก็บางส่วนบ้างแล้ว ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิตเริ่มลดลงหรือคงที่ แม้ว่าข้อมูลของจอห์นฮอปกินส์ยังบ่งชี้ว่าสหรัฐยังมีผู้เสียชีวิตรายวันมากเกินวันละ 1,000 รายก็ตาม โดยผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกในรอบ 24 ชั่วโมงถึงช่วงค่ำวันอาทิตย์นั้นอยู่ที่ 1,450 คน ใกล้เคียงกับของวันเสาร์ และลดลงมากเมื่อเทียบกับ 2,502 ศพของวันพุธที่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้นำสหรัฐยังประเมินเองด้วยว่า จะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ภายในสิ้นปีนี้ แม้หมอหลายคนจะไม่เห็นด้วยที่เขาพูดแบบนี้ก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขหลายคน ซึ่งรวมถึง ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อชั้นนำของสหรัฐที่ทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้รัฐบาลด้านโควิด-19 กล่าวกันว่า การพัฒนาวัคซีนน่าจะต้องใช้เวลา 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง เมื่อเดือนที่แล้ว คริส วิตตี ผู้อำนวยการสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษเคยบอกว่า มีโอกาสน้อยมากที่จะมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงหรือยารักษาไวรัสโคโรนาได้ภายในปีหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อคืนวันอาทิตย์ เจนส์ สปาห์น รัฐมนตรีสาธารณสุขของเยอรมนี โต้แย้งคำทำนายของทรัมป์ว่า การพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาอาจต้องใช้เวลา &amp;quot;หลายปี&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในรายการนี้ ทรัมป์กล่าววิจารณ์จีนซ้ำอีกว่าทำผิดพลาดอย่างน่ากลัว แต่เขาไม่ได้อธิบายชัดเจนว่าคืออะไร หรือแสดงหลักฐานสนับสนุนคำกล่าวของเขา แต่ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า มีหลักฐานมากมายมหาศาลว่าไวรัสโควิด-19 หลุดออกมาจากห้องแล็บไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่นของจีน ซึ่งพบผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่เขาไม่ได้แสดงหลักฐานใดๆ สนับสนุนคำพูดนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปอมเปโอ ซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ (ซีไอเอ) กล่าวกับรายการ &amp;quot;สัปดาห์นี้&amp;quot; ของสถานีเอบีซี โดยยอมรับว่า เขาเห็นด้วยกับคำแถลงของหน่วยงานด้านข่าวกรองสหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่สนับสนุนฉันทมติทางวิทยาศาสตร์ว่าไวรัสโควิด-19 ไม่ได้เกิดจากการฝีมือมนุษย์หรือการตัดต่อทางพันธุกรรม แต่เขามีหลักฐานว่าไวรัสนี้มีต้นตอมาจากแล็บอู่ฮั่น และจีนก็มีประวัติแพร่เชื้อโรคสู่โลกและมีห้องแล็บที่ต่ำกว่ามาตรฐาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีผู้นี้เพิ่งกล่าวว่า เขายังไม่เห็นหลักฐานยืนยันชัดเจน และ &amp;quot;เราไม่รู้ว่ามันมาจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นหรือไม่&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลายประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย, อังกฤษ, เยอรมนี และฝรั่งเศส ประสานเสียงสหรัฐเรียกร้องให้จีนมีความโปร่งใสมากขึ้นเกี่ยวกับข้อมูลการแพร่ระบาดที่เริ่มต้นในจีน องค์การอนามัยโลกกล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าพวกเขาหวังว่าจีนจะเชิญเข้าร่วมสอบสวนสัตว์ที่เป็นต้นกำเนิดของแพร่ระบาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลของจอห์นฮอปกินส์ถึงวันจันทร์ ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 3,523,121 ราย สหรัฐมากที่สุดใน 10 อันดับแรก 1,158,341 ราย, สเปน 217,466 ราย, อิตาลี 210,717 ราย, สหราชอาณาจักร 187,842 ราย, ฝรั่งเศส 168,925 ราย, เยอรมนี 165,664 ราย, รัสเซีย 145,268 ราย, ตุรกี 126,045 ราย, บราซิล 101,826 ราย และอิหร่าน 98,647 ราย ส่วนจีนมีผู้ติดเชื้อสะสม 83,964 ราย เสียชีวิต 4,637 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้เสียชีวิตทั่วโลก 247,838 ราย สหรัฐมากที่สุด 67,686 ราย, อิตาลี 28,884 ราย, สหราชอาณาจักร 28,446 ราย, สเปน 25,264 ราย, ฝรั่งเศส 24,864 ราย, เบลเยียม 7,924 ราย, บราซิล 7,051 ราย, เยอรมนี 6,866 ราย, อิหร่าน 6,277 ราย และเนเธอร์แลนด์ 5,056 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในอาเซียน สิงคโปร์รายงานเมื่อวันจันทร์ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 573 ราย ยอดรวมเพิ่มเป็น 18,778 ราย เสียชีวิตเท่าเดิม 18 ราย, ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 262 ราย ยอดรวม 9,485 ราย เสียชีวิตอีก 16 ราย ยอดรวม 623 ศพแล้ว, มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 55 ราย ยอดรวมเป็น 6,353 ราย เสียชีวิตเท่าเดิม 105 ราย และอินโดนีเซีย ติดเชื้อเพิ่ม 395 ราย ยอดรวม 1,587 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 18 ราย ยอดรวมเป็น 864 ศพ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65056</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, วัคซีนป้องกัน, สหรัฐอเมริกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eb00fd9ab6bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์เตือนพลเมืองมะกัน เจอสัปดาห์โหดไวรัสมรณะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; เตือนชาวอเมริกันเตรียมรับสัปดาห์หฤโหดที่จะมีคนล้มตายอีกจำนวนมากเพราะโควิด-19 หลังยอดติดเชื้อในสหรัฐพุ่งเกิน 310,000 รายแล้ว ตายกว่า 8,500 ราย อังกฤษยังคุมไม่อยู่ รัฐบาลเตรียมใช้มาตรการใหม่ห้ามประชาชนออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สะสมมากที่สุดในโลกและยังคงมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลแบบเรียลไทม์จากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน 2563 ระบุว่า สหรัฐมีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว &amp;nbsp;312,245 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 8,503 ราย มากเป็นอันดับ 3 ของโลก และหายจากโรคแล้ว 15,021 ราย นครนิวยอร์กซิตีมีคนเสียชีวิตมากที่สุดถึง 2,624 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จำนวนผู้ติดไวรัสสะสมทั่วโลกในมากกว่า 200 ประเทศ/ดินแดน/ภูมิภาค อยู่ที่ 1,213,927 ราย เสียชีวิต 65,652 ราย หายแล้ว 252,391 ราย อิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 15,362 ราย ตามด้วยสเปน 12,418 ราย ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 4 ของโลกที่ 7,560 ราย ตามด้วยสหราชอาณาจักร 4,313 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงสรุปสถานการณ์เมื่อวันเสาร์ เตือนชาวอเมริกันให้เตรียมพร้อมรับช่วงเวลาที่จะน่ากลัวมากๆ โดยจะมีคนเสียชีวิตอีกจำนวนมากในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า &amp;quot;นี่อาจจะเป็นสัปดาห์หฤโหดที่สุด&amp;quot; ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาว &amp;quot;เราอาจจะไม่เคยพบเห็นคนตายจำนวนมากมายแบบนี้มาก่อน อาจเป็นในช่วงระหว่างสงคราม ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือครั้งที่ 2 หรืออะไรแบบนี้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่ว่ารัฐบาลของเขาไม่ได้จัดสรรเครื่องช่วยหายใจให้แก่มลรัฐต่างๆ มากเพียงพอต่อการรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ขั้นวิกฤติ โดยเขาอ้างว่า ผู้ว่าการรัฐบางรัฐก็ขออุปกรณ์นี้มามากเกินความจำเป็น เพียงเพราะกลัวว่าจะขาดแคลน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ยุโรป ซึ่งมียอดสังเวยชีวิตรวมทุกประเทศมากกว่า 45,000 คนแล้ว สถานการณ์ในอิตาลีและสเปนเริ่มส่งสัญญาณของการชะลอตัวลง แต่ในสหราชอาณาจักร รัฐบาลอังกฤษแถลงเมื่อวันเสาร์ว่า มีคนเสียชีวิตรายวันเพิ่มมากที่สุดถึง 708 คน หลังจากตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มในระดับ 500 กว่ารายตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตรายใหม่เมื่อวันเสาร์รวมถึงเด็กอายุ 5 ขวบ ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 42,480 ราย ทางการอังกฤษคาดว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศจะถึงจุดสูงสุดภายในสัปดาห์นี้หรือภายใน 10 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีสาธารณสุข ซึ่งติดเชื้อไวรัสโคโรนาแล้วด้วย กล่าวเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลอาจออกมาตรการใหม่ห้ามประชาชนออกมาทำกิจกรรมหรือออกกำลังนอกบ้าน หากประชาชนยังคงละเลยต่อแนวทางควบคุมการแพร่ระบาดของรัฐบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาปรากฏภาพที่ผู้คนจำนวนมากออกมานอนอาบแดดในสวนสาธารณะของกรุงลอนดอน เนื่องจากสภาพอากาศอบอุ่นเป็นใจ และทำให้สวนสาธารณะขนาดใหญ่ทางใต้ของกรุงลอนดอนปิดบริการในวันอาทิตย์ ป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย แฮนค็อกกล่าวกับสกายนิวส์ว่า การออกมาอาบแดดเป็นการกระทำที่ผิดกฎ และผู้ที่ทำเช่นนี้กำลังทำให้หลายชีวิตเสี่ยงอันตราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62222</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ติดเชื้อโควิด-19, สหรัฐอเมริกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e89e501920e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
