<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039;แจงไฟเซอร์สหรัฐบริจาคล้านโดสไม่ล่าช้า รอเอกสารจากต้นทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ กรณีสหรัฐอเมริกาจะบริจาควัคซีนไฟเซอร์ 1 ล้านโดสให้ประเทศไทย ว่า สถานทูตสหรัฐอเมริกาได้ออกแถลงการณ์ว่าอยู่ในขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสาร รวมถึงแถลงการณ์จากเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ระบุอย่างชัดเจนว่ายังไม่ได้รับบริจาค ซึ่งวัคซีนไฟเซอร์ที่รัฐบาลไทยจะได้รับจากสหรัฐอเมริกามีทั้งหมด&amp;nbsp; 2.5 ล้านโดส มาถึงแล้ว 1.5 ล้านโดส ส่วนอีก 1 ล้านโดส เป็นเจตจำนงที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะมอบให้ซึ่งยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ขอยืนยันว่าวัคซีนที่ได้รับบริจาคถือเป็นการเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า วัคซีนบริจาคเราจะได้รับเมื่อทางสหรัฐอเมริกามีความพร้อม ซึ่งเป็นสิทธิของประเทศต้นทางที่จะบริจาค ไม่สามารถไปทวงได้ ยืนยันว่าหากส่งเอกสารมาเราไม่มีทางล่าช้าแน่นอน เช่นที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นได้บริจาควัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 4 แสนกว่าโดสให้ไทย ใช้เวลาติดต่อไม่เกิน 2 สัปดาห์ วัคซีนล็อตดังกล่าวได้ถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ วัคซีนล็อตที่ได้รับการบริจาคจะต้องมีการละเว้นการเรียกร้องสิทธิ์ต่างๆ เช่น อาการไม่พึงประสงค์จากการฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นตามหลักสากล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117983</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนุทิน ชาญวีรกูล, บริจาค, วัคซีน, สธ., สหรัฐอเมริกา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110e14b86128.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115153</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 14:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกาเปิดตูดพ้นอัฟกานิสถาน ตอลิบันฉลอง&#039;เอกราชโดยสมบูรณ์&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกาปิดฉากสงครามยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศแล้ว ทหารอเมริกันคนสุดท้ายขึ้นซี-17 ออกจากสนามบินคาบูลก่อนเที่ยงคืนวันจันทร์ ทำลายอากาศยานกว่า 80 ลำและรถทหารเกือบร้อยคัน ตอลิบันเข้าควบคุมทันควัน ยิงปืนฉลอง &amp;quot;เอกราชโดยสมบูรณ์&amp;quot; สนั่นกรุง โฆษกตอลิบันชี้ชัยชนะครั้งนี้เป็นบทเรียนแก่ผู้รุกราน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักรบตอลิบันจากหน่วยรบพิเศษเคลื่อนเข้าสู่สนามบินระหว่างประเทศฮามิดการ์ไซ ด้วยเครื่องแบบ, อาวุธและอุปกรณ์ของพวกอเมริกัน หลังจากกองทัพสหรัฐถอนกำลังพ้นออกจากสนามบินแห่งนี้ เมื่อเช้ามืดวันที่ 31 สิงหาคม 2564 (MARCUS YAM / LOS ANGELES TIMES)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐอเมริกาและกองกำลังพันธมิตรส่งกำลังทหารรุกรานอัฟกานิสถานในปี 2544 เพื่อโค่นล้มระบอบอิสลามเคร่งครัดที่ให้ที่พักพิงแก่เครือข่ายอัลกออิดะห์ ผู้ก่อวินาศกรรม 11 กันยายนปีเดียวกัน สงครามที่ยืดเยื้อยาวนานที่สุดของสหรัฐยุติลงโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำความตกลงกับผู้นำตอลิบัน ยอมถอนตัวออกจากประเทศนี้ และประธานาธิบดีโจ ไบเดน สานต่อด้วยการกำหนดเส้นตายการถอนตัววันที่ 31 สิงหาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 31 สิงหาคม กล่าวว่า สหรัฐยุติปฏิบัติการอพยพและถอนทหารคนสุดท้ายออกจากสนามบินคาบูลตามเส้นตายที่ให้ไว้ในเวลาก่อนเที่ยงคืนวันจันทร์ ต่อมาตอลิบันเผยแพร่วิดีโอเป็นภาพที่พวกนักรบตอลิบันเข้าสู่สนามบินนี้อย่างฮึกเหิมในชัยชนะ ที่เป็นการปิดฉากการถอนตัวอย่างรีบร้อนและน่าอับอายของสหรัฐและนาโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีอัลจาซีราห์ทีวีรายงานคำกล่าวของการี ยูซุฟ โฆษกตอลิบัน ว่าทหารสหรัฐคนสุดท้ายออกจากสนามบินคาบูลแล้ว และประเทศของเราได้รับเอกราชโดยสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอแสดงความยินดีต่ออัฟกานิสถาน ชัยชนะครั้งนี้เป็นของพวกเราทุกคน&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของซาบิฮุลลาห์ มูจาฮิด โฆษกตอลิบัน ที่กล่าวกับนักข่าวจากรันเวย์ของสนามบินระหว่างประเทศฮามิดการ์ไซหลายชั่วโมงหลังจากนั้น พร้อมกับบอกอีกว่า ชัยชนะของตอลิบันเป็น &amp;quot;บทเรียนแก่ผู้รุกรานอื่นๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพสหรัฐก็เผยแพร่ภาพจากกล้องมองกลางคืน ที่พลตรีคริส โดนาฮิว ผู้บัญชาการกองพลส่งทางอากาศที่ 82 ของสหรัฐ เป็นอเมริกันคนสุดท้ายที่ก้าวขึ้นเครื่องบินลำเลียง ซี-17 เที่ยวบินสุดท้ายออกจากสนามบินนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามยาวนานที่สุดของสหรัฐอเมริกาคร่าชีวิตทหารอเมริกันเกือบ 2,500 นาย ฆ่าชาวอัฟกันราว 240,000 คน และผลาญเงินไปราว 2 ล้านล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รัฐบาลสหรัฐและประธานาธิบดีไบเดนจะย้ำว่า สหรัฐบรรลุวัตถุประสงค์ของการรุกรานอัฟกานิสถานด้วยการโค่นระบอบตอลิบันลงได้สำเร็จ และหยุดยั้งอัฟกานิสถานจากการเป็นฐานของอัลกออิดะห์ แต่ตอนนี้ตอลิบันกลับมาแล้ว และแข็งแกร่งกว่าเดิม โดยสามารถควบคุมดินแดนได้มากกว่าครั้งก่อนที่พวกเขาปกครองด้วยกฎหมายอิสลามเคร่งครัดระหว่างปี 2559-2544&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอพยพชาวอเมริกัน, ชาวต่างชาติ และชาวอัฟกันในกลุ่มเสี่ยงและผู้ที่เคยทำงานให้ชาติตะวันตก ออกจากคาบูลได้มากกว่า 123,000 คนนับแต่วันที่ 14 สิงหาคม หนึ่งวันก่อนที่ตอลิบันจะเข้ายึดคาบูลได้ แต่ยังมีอัฟกันอีกหลายหมื่นคนที่เคยช่วยประเทศตะวันตกระหว่างช่วงสงครามที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกแฟรงก์ แม็กเคนซี ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐ กล่าวระหว่างแถลงข่าวที่เพนตากอนว่า รอส วิลสัน เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำอัฟกานิสถาน อยู่ในเครื่องบินซี-17 เที่ยวบินสุดท้ายด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า ยังมีคนอเมริกันไม่ถึง 200 คน หรืออาจจะเกือบ 100 คน ที่ต้องการเดินทางออกจากอัฟกานิสถานแต่ไม่สามารถมากับเที่ยวบินนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกแม็กเคนซีกล่าวว่า น่าสะเทือนใจมากที่ไม่สามารถพาทุกคนออกมาได้หมด แต่เขาคิดว่า แม้จะอยู่ต่ออีก 10 วัน ก็คงไม่สามารถพาออกมาได้ทุกคนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรีคริส โดนาฮิว ผู้บัญชาการกองพลส่งทางอากาศที่ 82 ของสหรัฐ ก้าวขึ้นเครื่องบิน ซี-17 เป็นคนสุดท้าย ในเที่ยวบินกลางคืนเที่ยวบินสุดท้ายออกจากคาบูล (Photo by U.S. Central Command via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่กองทัพสหรัฐจะถอนกำลังพลที่เคยส่งมาปฏิบัติการอพยพครั้งนี้เกือบ 6,000 นาย ออกจากสนามบินคาบูลจนหมดนั้น พลเอกแม็กเคนซีกล่าวว่า อากาศยาน 73 ลำที่สนามบินแห่งนี้ถูกทหารทำลายทิ้งหรือทำให้ใช้การไม่ได้ รวมถึงยานหุ้มเกราะทางยุทธวิธีประมาณ 70 คันซึ่งมีมูลค่าคันละประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ และรถฮัมวี 27 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ทหารยังได้ทำลายระบบป้องกันมิสไซล์ ซี-แรม ที่ใช้ปกป้องสนามบินแห่งนี้จากการโจมตีด้วยจรวด, ปืนใหญ่ และปืนครก รวมถึงล่าสุดที่สามารถสกัดจรวด 5 ลูกที่กลุ่มรัฐอิสลามคอราซาน (ไอเอส-เค) ยิงโจมตีเมื่อวันจันทร์ โดยแม็กเคนซีกล่าวว่า ทหารใช้งานระบบนี้จนนาทีสุดท้ายก่อนจะทำลายระบบไม่ให้ใช้การได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ผ่านข้อมติเรียกร้องให้ตอลิบันเคารพคำมั่นสัญญาที่จะยอมให้ผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากอัฟกานิสถาน ออกมาได้อย่างเสรีหลังจากนี้ และอนุญาตให้ยูเอ็นและองค์กรบรรเทาทุกข์อื่นๆ เข้าไปได้ แต่ที่ประชุมไม่เห็นชอบกับข้อเรียกร้องให้จัดตั้ง &amp;quot;เขตปลอดภัย&amp;quot; ในกรุงคาบูล ตามที่ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง แห่งฝรั่งเศสเสนอ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115153</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอลิบัน, ถอนตัวจากอัฟกานิสถาน, ประกาศชัยชนะ, ยุติสงครามยาวนาน20ปี, สนามบินคาบูล, สหรัฐอเมริกา, อัฟกานิสถาน, เอกราชโดยสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612dddf6f1d4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 15:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮอริเคนไอดาถล่มลุยเซียนาแรงระดับ4 นิวออร์ลีนส์ไฟดับทั้งเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พายุเฮอริเคนไอดาเข้าถล่มรัฐลุยเซียนาทางใต้ของสหรัฐเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นด้วยความรุนแรงระดับ 4 มีความเร็วลมสูงสุด 240 กม./ชม. ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าล่มทำไฟดับทั้งเมืองนิวออร์ลีนส์กระทบกว่า 1 ล้านครัวเรือน เขื่อนป้องกันน้ำท่วมบางจุดน้ำเริ่มล้น มีคนสังเวยพายุแล้ว 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเสียหายของรถยนต์และอาคารที่พังถล่มลงระหว่างพายุเฮอริเคนระดับ 4 เข้าถล่มเมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2564 (Photo by Scott Olson/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เฮอริเคนลูกนี้เคลื่อนผ่านคิวบาและอ่าวเม็กซิโกเข้าถล่มรัฐลุยเซียนาเมื่อเวลาราวเที่ยงวันของวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นที่เป็นช่วงกลางดึกของไทย ก่อนหน้าพายุมาถึงทางการลุยเซียนาสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมแล้วล่วงหน้า โดยบริการสภาพอากาศแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นดับเบิลยูเอส) ออกคำเตือนคลื่นพายุซัดฝั่งและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า ไอดาขึ้นฝั่งใกล้กับเมืองพอร์ตโฟร์ชอน ลมพายุเฮอริเคนระดับ 4 กระหน่ำพื้นที่ชายฝั่งในรัศมี 80 กิโลเมตรจากตาพายุ ด้วยความเร็วลมสูงสุด 240 กม./ชม. ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) กล่าวว่า พายุลูกนี้เคลื่อนผ่านเมืองนิวออร์ลีนส์ใน 10 ชั่วโมงต่อมา โดยความเร็วลมคงที่สูงสุดลดลงเหลือประมาณ 169 กม./ชม. อ่อนกำลังเป็นพายุระดับ 1 จาก 5 ระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลมพายุส่งผลให้สายส่งไฟฟ้าทั้ง 8 เส้นของนิวออร์ลีนส์ใช้การไม่ได้ ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งเมืองนิวออร์ลีนส์เมื่อคืนวันอาทิตย์ กระทบต่อลูกค้าของบริษัทผลิตไฟฟ้า เอนเทอร์จีลุยเซียนา ที่เป็นครัวเรือนและธุรกิจมากกว่า 1 ล้านราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานเกิดสตอร์มเซิร์จสูงกว่า 1.8 เมตรซัดเข้าพื้นที่ชายฝั่งหลายแห่ง วิดีโอทางโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นคลื่นน้ำหนุนสูงซัดเข้าท่วมทางหลวงสาย 90 ระหว่างลุยเซียนาและมิสซิสซิปปิ หลายช่วงกลายเป็นแม่น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งกล่าวถึงไอดาว่าเป็นพายุที่คุกคามชีวิต ประกาศภาวะภัยพิบัติใหญ่ในรัฐลุยเซียนาแล้ว เพื่อให้ส่งความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางไปยังพื้นที่ประสบภัยในเขตปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่า 24 แห่งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานนายอำเภอเขตแอสเซนชันรายงานว่า เมื่อคืนวันอาทิตย์ มีชายวัย 60 ปีรายหนึ่งโดนต้นไม้ล้มทับเสียชีวิตใกล้กับบ้านของเขาที่เมืองบาตองรูจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุลูกนี้เข้าถล่มนิวออร์ลีนส์ในวันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 16 ปีที่เฮอริเคนแคทรีนาเข้าถล่มเมืองนี้ ทำให้เขื่อนป้องกันน้ำท่วมพังทลาย น้ำบ่าเข้าท่วมพื้นที่ต่ำของเมือง โดยเฉพาะย่านประวัติศาสตร์เขตที่อยู่ของชาวแอฟริกันอเมริกัน ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 1,800 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสหรัฐทุ่มงบ 14,500 ล้านดอลลาร์สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมยาวหลายร้อยกิโลเมตรรอบเมืองนิวออร์ลีนส์หลังภัยพิบัติใหญ่ครั้งนั้น จอห์น เบล เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา กล่าวว่า ไอดาเป็นพายุรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในยุคสมัยใหม่ที่ขึ้นฝั่งที่นี่ แต่เขามั่นใจว่าเขื่อนเหล่านี้สามารถรับมือพายุลูกนี้ได้ เพราะพวกมันถูกสร้างมาเพื่อสถานการณ์แบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เพลกไมนส์แพริช ทางใต้ของนิวออร์ลีนส์ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นเสี่ยงภัยน้ำท่วมมากที่สุด เคิร์ก เลอไพน์ ประธานเขตกล่าวว่า กำลังเตรียมพร้อมเท่าที่ทำได้ แต่ก็กังวลว่าน้ำจะล้นเขื่อน เขตออกคำเตือนประชาชนในพื้นที่ให้หนีขึ้นที่สูงแล้วหลังจากมีรายงานว่าน้ำล้นเขื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า พยากรณ์อากาศคาดว่าไอดาจะทำให้เกิดฝนตกหนัก 10-18 นิ้วในหลายพื้นที่ทางใต้ของลุยเซียนาตลอดวันจันทร์ โดยบางพื้นที่อาจวัดปริมาณน้ำฝนได้ถึง 24 นิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิวออร์ลีนส์และหลายพื้นที่ของรัฐนี้กำลังรับมือกับการระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 4 ซึ่งทำให้ระบบดูแลสุขภาพอยู่ในภาวะตึงมือ ทั่วรัฐนี้มีผู้ป่วยโควิด 2,450 คนที่รักษาตัวในโรงพยาบาล จำนวนมากอยู่ห้องไอซียู ซึ่งทำให้ไม่สามารถเคลื่อนย้ายหลบภัยพายุได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่า ไอดาซึ่งอ่อนกำลังลงเมื่อล่วงเข้าสู่เช้าวันจันทร์โดยมีความเร็วลมคงที่สูงสุด 120 กม./ชม. จะเคลื่อนขึ้นเหนือเข้าสู่ตอนกลางของสหรัฐ โดยจะอ่อนกำลังลงอีก ก่อนจะเปลี่ยนทิศสู่ตะวันออกไปยังภูมิภาคแอตแลนติกตอนกลางของสหรัฐในวันพุธ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115048</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐลุยเซียนา, สหรัฐอเมริกา, เมืองนิวออร์ลีนส์, เฮอริเคนไอดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c9886a32b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 23:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 23:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐไฟเขียวฉีดบูสเตอร์อเมริกันทุกคนหลังผ่านโดสสอง8เดือน เริ่ม20ก.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐตัดสินใจอนุมัติการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดสกระตุ้นภูมิคุ้มกัน หรือบูสเตอร์ สำหรับชาวอเมริกันทุกคนแล้ว โดยจะเริ่มในวันที่ 20 กันยายน สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสก่อนหน้านี้ได้ 8 เดือน อ้างข้อมูลบ่งชี้ว่าประสิทธิภาพของวัคซีนในการป้องกันโควิดลดลงเมื่อเวลาผ่านไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอนุมัติของกระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์สหรัฐเมื่อวันพุธที่ 18 สิงหาคม มีออกมาในช่วงเวลาที่นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพต้องดิ้นรนหาหนทางเอาชนะการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นจากสายพันธุ์เดลตา และมีการถกเถียงอย่างกว้างขวางว่าการฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ของวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทค และโมเดอร์ดา นั้นเป็นเรื่องสมควรหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงที่นครเจนีวาวันเดียวกัน ประณามบรรดาประเทศร่ำรวยที่จัดให้มีการฉีดวัคซีนบูสเตอร์แล้ว ทั้งที่ผู้คนอีกหลายล้านคนทั่วโลกยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรก ผู้เชี่ยวชาญของ WHO ยังยืนกรานว่า ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพียงพอที่สนับสนุนว่าจำเป็นต้องฉีดโดสบูสเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ร่วมที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขชั้นนำของสหรัฐ รวมถึงโรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ และวิเวก เมอร์ธี ศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐ เมื่อวันพุธ กล่าวว่า ข้อมูลที่มีขณะนี้ให้ความชัดเจนแล้วว่า การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาเริ่มลดลงตามกาลเวลา ภายหลังการฉีดวัคซีนโดสแรก และสอดคล้องกับการระบาดของเดลตาที่เป็นสายพันธุ์ที่พบส่วนใหญ่ในขณะนี้ ก็เริ่มเห็นหลักฐานมากขึ้นของการป้องกันที่ลดลงกับโรคที่มีอาการเล็กน้อยและปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เหล่านี้เตือนว่า ในขณะที่วัคซีนยังคงมีประสิทธิภาพอย่างยอดเยี่ยมในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคระดับรุนแรง, การรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตจากโควิด แต่การป้องกันอาจลดลงภายในเวลาหลาย 6 เดือน หรือนานกว่านั้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพ หากไม่มีการเสริมภูมิคุ้มกัน &amp;quot;เราจึงสรุปได้ว่า จำเป็นจะต้องฉีดเข็มกระตุ้นเพื่อเพิ่มการป้องกันจากการฉีดวัคซีนและยืดความคงทนให้นานขึ้น&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐจะเริ่มฉีดโดสบูสเตอร์ในสัปดาห์ของวันที่ 20 กันยายน โดยจะฉีดให้แก่ผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มที่สองของไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาผ่านมาแล้ว 8 เดือน ช่วงเริ่มต้นจะเน้นที่กลุ่มบุคลากรด้านสุขภาพ, ผู้ที่อยู่ในบ้านพักคนชรา และผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เหล่านี้บอกด้วยว่า พวกเขาคาดว่าจะต้องฉีดบูสเตอร์สำหรับวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันต่อไปด้วยภายในปีนี้ สหรัฐเริ่มฉีดวัคซีนชนิดโดสเดียวของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเมื่อเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 แล้วมากกว่า 620,000 คน และจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่กลับมาเพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงหลายเดือนมานี้เนื่องจากการระบาดของสายพันธุ์เดลตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้ว ทางการสหรัฐเพิ่งจะอนุมัติการฉีดโดสเสริมแก่ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113804</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนเข็มสาม, สหรัฐอเมริกา, อนุมัติฉีดวัคซีนบูสเตอร์, โควิด-19, โมเดอร์นา, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611d353a8108d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111982</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนล็อกดาวน์ระนาวสกัดเดลตา ออสซี่ดึงทหารช่วยคุมมาตรการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวจีนหลายล้านคนถูกบังคับให้ต้องอยู่บ้าน ขณะทางการพยายามควบคุมการระบาดของโควิด-19 ครั้งใหญ่สุดในรอบหลายเดือน รวมถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 คนที่อู่ฮั่น ส่วนออสเตรเลียดึงทหารหลายร้อยนายช่วยตำรวจบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ในซิดนีย์ ขณะผู้เชี่ยวชาญของสหรัฐย้ำยังไม่จำเป็นต้องล็อกดาวน์แม้เดลตาทำให้ยอดติดเชื้อพุ่งอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารออสเตรเลียจากกองทัพบก, กองทัพอากาศ และกองทัพเรือ จะทำหน้าที่สนับสนุนตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ในการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ (James D. Morgan/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม กล่าวว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดีย กำลังทำให้จีนต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ประชาชนหลายล้านคนในหลายเมือง โดยวันจันทร์ จีนมีผู้ติดเชื้อโควิดภายในประเทศรายใหม่ 55 คน ขณะที่ผลพวงจากคลัสเตอร์พนักงานทำความสะอาด 9 คนของสนามบินนานาชาติหนานจิงที่ตรวจพบติดเชื้อเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ถึงขณะนี้ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นมากกว่า 360 คนแล้วในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากในมากกว่า 20 เมืองและไม่น้อยกว่า 12 มณฑล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 คนที่เมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นเมืองแรกที่พบคนติดไวรัสโควิด-19 เมื่อปลายปี 2562 ได้รับการยืนยันจากสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนว่า เป็นแรงงานต่างถิ่น ที่การติดตามโรคของเจ้าหน้าที่ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อท้องถิ่นตามรอยไปถึงสถานีรถไฟแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้เมืองใหญ่หลายเมือง รวมถึงกรุงปักกิ่ง ตรวจเชื้อประชาชนแล้วหลายล้านคน และมีหลายชุมชนโดนล็อกดาวน์และกักกันโรคผู้สัมผัสใกล้ชิด เช่นที่เมืองจูโจวของมณฑลหูหนาน ชาวบ้านมากกว่า 1.2 ล้านคนถูกล็อกดาวน์ในวันจันทร์จนถึงอีก 3 วันข้างหน้า ทางการเร่งตรวจเชื้อและฉีดวัคซีนประชาชนทั้งเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองจางเจียเจี้ย ที่มีอุทยานป่าไม้เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ เกิดการระบาดในกลุ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศที่มาร่วมเทศกาลละครในเมืองนี้เมื่อเดือนที่แล้ว และได้นำไวรัสกลับไปแพร่ยังท้องถิ่นของตนเอง เจ้าหน้าที่ล็อกดาวน์ชาวจางเจียเจี้ยทั้งหมด 1.5 ล้านคนตั้งแต่วันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนกำลังเร่งติดตามตัวผู้ที่เพิ่งเดินทางไปหนานจิงหรือจางเจียเจี้ยในช่วงไม่กี่วันมานี้ และขอร้องนักท่องเที่ยวงดเดินทางไปยังที่ที่พบผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงปักกิ่งไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าแล้ว ยกเว้นผู้เดินทางที่จำเป็นซึ่งมีผลตรวจไวรัสเป็นลบ และขอให้ชาวเมืองหลวงอย่าได้เดินทางออกนอกกรุง เว้นแต่จำเป็น การพบผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับจากจางเจียเจี้ยทำให้เจ้าหน้าที่ล็อกดาวน์ประชาชน 41,000 คน ในชุมชนเคหะ 9 แห่งของอำเภอฉางผิงเมื่อสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันจันทร์ จีนยังรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มเติมที่ไห่หนานและเหอหนานด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ออสเตรเลีย ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ขอกำลังทหารมาช่วยบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ในนครซิดนีย์ โดยกองทัพประกาศส่งทหารราว 300 นาย มาเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจตั้งแต่วันจันทร์ แต่เป็นการทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ในการจัดส่งอาหาร, ตรวจตราตามบ้าน และตรวจสอบว่าประชาชนปฏิบัติตามกฎแยกกักโรคหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการซิดนีย์กำลังพยายามควบคุมการระบาดของเดลตาหลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 3,600 คนนับแต่กลางเดือนมิถุนายน ประชาชนมากกว่า 5 ล้านคนของเมืองนี้และพื้นที่โดยรอบโดนล็อกดาวน์เข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 แล้วและจะยืดยาวไปถึงสิ้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองบริเบนและภูมิภาคโดยรอบ ประชาชนหลายล้านคนอยู่ภายใต้การล็อกดาวน์ถึงวันอาทิตย์นี้ หลังจากพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 29 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากออสเตรเลียเพิ่งมีประชากรฉีดวัคซีนครบโดสเพียง 15% ของประชากร 25 ล้านคน ทางการจึงยังต้องพึ่งมาตรการล็อกดาวน์เพื่อชะลอการแพร่ระบาด ต่างจากในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีประชากรอายุ 12 ปีขึ้นไปเกือบ 60% ฉีดวัคซีนครบแล้ว ตามข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวกับรายการของเอบีซีเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐคงไม่กลับไปใช้มาตรการล็อกดาวน์อีก แม้จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเพราะการระบาดของเดลตา เนื่องจากสหรัฐมีผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วจำนวนมากพอที่จะป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดรุนแรงเหมือนเมื่อฤดูหนาวที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111982</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์หนานจิง, จางเจียเจี้ย, จีน, ซิดนีย์ล็อกดาวน์, ล็อกดาวน์, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, เดลตา, แอนโธนี เฟาซี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_6107e37a197e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2021 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2021 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;แนะท้องถิ่นแจกเงินจูงใจฉีดวัคซีนคนละ100ดอลลาร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วัคซีนมีเยอะแต่ไม่มีคนมาฉีด ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แนะรัฐบาลท้องถิ่นใช้เงินล่อใจผู้ที่ปฏิเสธวัคซีนโควิด-19 ให้ยอมฉีดวัคซีนแลกกับขวัญถุงคนละ 100 ดอลลาร์ หรือราว 3,280 บาท พร้อมออกกฎใหม่บังคับเจ้าหน้าที่และลูกจ้างรัฐบาลกลางแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน มิเช่นนั้นจะต้องโดนตรวจเชื้อเป็นประจำและจำกัดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โจ ไบเดน รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่รัฐเดลาแวร์ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ภายหลังชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ (Photo by Joshua Roberts/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตัดสินใจล่าสุดของประธานาธิบดีไบเดนมีออกมาในช่วงเวลาที่สหรัฐกำลังต้องรับมือกับการจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกในหมู่ผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน จากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา ซึ่งกำลังสร้างความปั่นป่วนแก่หลายประเทศทั่วโลก และผู้นำสหรัฐกำลังพยายามกระตุ้นให้ชาวอเมริกันที่ไม่เต็มใจ เปลี่ยนใจยินยอมฉีดวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์อ้างข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) ของสหรัฐว่า ถึงขณะนี้มีชาวอเมริกันที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วแค่ประมาณ 163.8 ล้านคน จากประชากรราว 330 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่ต่ำกว่าประเทศพัฒนาแล้วด้วยกันอีกหลายประเทศ ทั้งที่สหรัฐมีวัคซีนฟรีตุนไว้มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ขณะนี้ผู้คนจำนวนมากกำลังจะตายหรือกำลังเฝ้าดูบุคคลที่รักกำลังจะตาย เสรีภาพต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ ฉะนั้น โปรดจงตัดสินใจอย่างรับผิดชอบ มาฉีดวัคซีนเพื่อตัวคุณเอง, คนที่คุณรัก และเพื่อประเทศของคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการคลังกล่าวว่า รัฐบาลมลรัฐต่างๆ รัฐบาลท้องถิ่น หรือดินแดนของสหรัฐ สามารถใช้เงินจากงบช่วยเหลือโควิด-19 ของรัฐบาลสหรัฐ 350,000 ล้านดอลลาร์ ในการจ่ายเงินให้แก่ชาวอเมริกันทุกคนที่มาฉีดวัคซีนเป็นครั้งแรก คนละ 100 ดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นอัตราการฉีดวัคซีนของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนบอกว่า เขารู้ว่าการจ่ายเงินเพื่อให้คนมาฉีดวัคซีนนั้นฟังดูไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ได้ฉีดไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ถ้าการจูงใจนี้ช่วยให้สหรัฐเอาชนะไวรัสได้ เขาเชื่อว่าก็ควรต้องใช้วิธีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน รัฐบาลของเขายังต้องการให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางและพนักงานราชการที่มีอยู่มากกว่า 2 ล้านคนในสหรัฐ เป็นตัวอย่างสำหรับบริษัทเอกชนและสถาบันต่างๆ ในการทำให้การปฏิบัติงานในสถานที่ทำงานกลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว ด้วยการบังคับให้เจ้าหน้าที่และลูกจ้างเหล่านี้แสดงหลักฐานว่าได้ฉีดวัคซีนแล้ว ไม่เช่นนั้นก็ต้องโดนตรวจเชื้อไวรัสเป็นประจำสัปดาห์ละครั้งหรือสัปดาห์ละ 2 ครั้ง, ถูกบังคับให้สวมหน้ากากอนามัย และถูกจำกัดการเดินทางในงานราชการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน สหรัฐมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยืนยันสะสมมากกว่า 35.58 ล้านคน เสียชีวิตแล้วมากกว่า 628,000 คน เป็นจำนวนการติดเชื้อและเสียชีวิตมากกว่าชาติใดในโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111696</URL_LINK>
                <HASHTAG>จูงใจฉีดวัคซีน, สหรัฐอเมริกา, แจกเงิน100ดอลลาร์, โควิด-19, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210730/image_big_610416f14dead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 11:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 11:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชวน’แนะ‘ดอน’เร่งถกมะกันขอวัคซีนที่เหลือ50ล้านโดสมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2564 - &amp;nbsp;นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้โทรศัพท์หานายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่ามีเพื่อนที่อยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งข้อมูลมาบอกว่า ทำไมไม่ประสานติดต่อขอวัคซีนจากสหรัฐเนื่องจากเขามีวัคซีนเหลืออยู่ 50 ล้านโดส &amp;nbsp;ซึ่งนายดอน ระบุว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการอยู่ &amp;nbsp;แต่ว่ายังไม่เกิดผลจริงจัง ดังนั้นจึงได้บอกไปว่า มันมีช่องทางไหนที่สามารถช่วยกัน เพื่อให้สถานการณ์และความปลอดภัยของประชาชนดีขึ้น ความเป็นความตายของชาวบ้าน หนึ่งชีวิตมีความหมาย จะมีทางไหนที่เราป้องกันเขาได้ ก็ต้องพยายามทำ เช่นเดียวกับ ส.ส.ทุกจังหวัดที่กำลังช่วยกันเต็มที่ เพื่อลดภาระแพทย์ พยาบาล ทั้งนี้ ยังยืนยันว่าเราต้องรณรงค์ เคี่ยวเข็ญ ขอความร่วมมือในการสวมหน้ากากอนามัย &amp;nbsp;เพราะตรงนี้ราคาถูกที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชวน กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;เท่าที่ติดตามดูในต่างจังหวัดยังพบว่ามีการแอบเล่นการพนัน &amp;nbsp;มีบ่อนการพนัน &amp;nbsp;ดังนั้น ต้องพึ่งท้องถิ่น ทั้งนายก อบจ. &amp;nbsp;นายกเทศมนตรี &amp;nbsp;กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งต่างคนต่างรู้ปัญหาในพื้นที่ของตัวเองดีว่ามีอะไร &amp;nbsp;ซึ่งท่านเหล่านี้เคยร่วมมือกันตอนเกิดโควิด-19 ใหม่ จนทำให้เกิดความสำเร็จ ดังนั้นต้องพึ่งพาอาศัยท้องถิ่นกันมากๆ &amp;nbsp;อย่างน้อยแม้ไม่สามารถขจัดได้ แต่ก็จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีใครอยากติดเชื้อ แต่การมองข้ามความระมัดระวัง ทำให้มีปัญหาตามมา ดังนั้นผมจึงขอถือโอกาสนี้ขอประชาชน ผู้นำท้องถิ่น &amp;nbsp;และสื่อมวลชน ช่วยกันเป็นหู เป็นตา เพราะขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อใน กทม.น้อยกว่าต่างจังหวัดแล้ว ซึ่งอยากให้ต่างจังหวัดพยายามคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นตัวเลขที่ต่างจังหวัดจะกลายเป็นตัวเลขที่เป็นปัญหากับบ้านเมือง&amp;rdquo;ประธานสภากล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111381</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายชวน หลีกภัย, นายดอน ปรมัตถ์วินัย, ประธานสภาผู้แทนราษฎร, รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, วัคซีน, สหรัฐอเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100d76882299.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
