<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 14:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาติตะวันตกเตือนเลี่ยงสนามบินคาบูล หวั่นไอเอสบึ้มฆ่าตัวตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐและหลายชาติตะวันตกเตือนพลเมืองของตนเองรีบออกจากพื้นที่โดยรอบสนามบินคาบูลทันทีเมื่อวันพฤหัสบดี ระบุมีภัยคุกคามจวนตัวจากการโจมตีก่อการร้ายโดยพวกรัฐอิสลาม รัฐมนตรีออสซี่ชี้ไอเอสส่งมือระเบิดฆ่าตัวตายเตรียมก่อเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนจำนวนมากรออยู่ด้านนอกสนามบินฮามิดการ์ไซในกรุงคาบูลเมื่อวันพุธ หวังหนีออกนอกประเทศ (Photo by Haroon Sabawoon/Anadolu Agency via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำเตือนของรัฐบาลตะวันตกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 สิงหาคม เกิดในช่วงเวลาที่หลายประเทศกำลังเร่งรีบอพยพคนของตนรวมถึงชาวอัฟกันที่เป็นพันธมิตรและกลุ่มเสี่ยง ออกจากอัฟกานิสถานภายในเส้นตายวันอังคารที่ 31 สิงหาคมนี้ รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า การอพยพทางอากาศนับแต่วันที่ 14 สิงหาคม หนึ่งวันก่อนหน้ากลุ่มตอลิบันยึดกรุงคาบูลไว้อย่างเบ็ดเสร็จ มีชาวอัฟกันและชาวต่างชาติเดินทางออกจากสนามบินคาบูลแล้วเกือบ 90,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ยังมีอีกหลายพันคนที่รอคอยอยู่ด้านนอกของสนามบินแห่งนี้ บางคนมีหนังสือเดินทางของต่างชาติ, มีวีซา หรือได้รับสิทธิในการเดินทางออกนอกประเทศ แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีเอกสาร คนเหล่านี้ใกล้อับจนหนทางยิ่งขึ้นเมื่อรัฐบาลบางประเทศยุติปฏิบัติการหรือเตรียมยุติการอพยพก่อนถึงเส้นตาย ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐและตอลิบันยืนยันไม่ยืดเวลาออกไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีไบเดนและเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของเขาอ้างเหตุผลหนึ่งที่ต้องรีบอพยพคน ว่าเป็นเพราะมีภัยคุกคามจากการก่อการร้าย &amp;quot;ฉับพลัน&amp;quot; จากกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในภูมิภาคนั้น แล้วในวันพฤหัสบดี รัฐบาลสหรัฐและชาติพันธมิตรได้เพิ่มการเตือนภัยอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยเตือนพลเมืองของตนเองให้หลีกเลี่ยงสนามบินคาบูล ซึ่งเป็นสนามบินและประตูทางออกจากประเทศนี้เพียงแห่งเดียวที่ตอลิบันอนุญาตให้ชาติตะวันตกปฏิบัติการอพยพคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกที่อยู่ที่ประตูแอบบี, ประตูตะวันออก หรือประตูเหนือ ควรออกจากที่นั่นทันทีเดี๋ยวนี้&amp;quot; กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกคำเตือนโดยอ้าง &amp;quot;ภัยคุกคามด้านความปลอดภัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของออสเตรเลียกล่าวว่า มีภัยคุกคามสูงมากจากการก่อการร้ายที่ยังคงดำเนินอยู่ &amp;quot;อย่าเดินทางไปยังท่าอากาศยานระหว่างประเทศฮามิดการ์ไซในคาบูล หากคุณอยู่ในพื้นที่สนามบิน ขอให้ย้ายไปอยู่สถานที่ปลอดภัยและรอคำแนะนำเพิ่มเติม&amp;quot; คำเตือนกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษก็ออกคำเตือนคล้ายกัน และยังเสริมด้วยว่า หากสามารถออกจากอัฟกานิสถานโดยปลอดภัยด้วยช่องทางอื่นๆ ก็ควรทำทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนของประเทศเหล่านี้ไม่ได้ระบุว่าภัยคุกคามดังกล่าวคืออะไร แต่เอเอฟพีรายงานอ้างคำกล่าวของแอนดรูว์ เฮสตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลีย ที่บอกกับสื่อออสซี่ในเวลาต่อมาว่าเป็นระเบิดฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สถานการณ์เลวร้ายลงมาก ตอนนี้สหรัฐ, ออสเตรเลีย และประเทศอื่นๆ ต้องบอกกับประชาชนที่กำลังเดินทางมาสนามบินให้กลับไปเสีย เพราะมีความเสี่ยงสูงจากมือระเบิดฆ่าตัวตาย สถานการณ์คุกคามมากยิ่งขึ้น&amp;quot; เฮสตีกล่าวกับวิทยุ 6พีอาร์ ในออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มรัฐอิสลามประจำอัฟกานิสถาน-ปากีสถานเคยก่อเหตุโจมตีนองเลือดหลายครั้งในสองประเทศนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พวกนี้ฆ่าหมู่พลเรือนที่มัสยิด, สุเหร่า, จัตุรัสสาธารณะ หรือแม้แต่โรงพยาบาล และมักเจาะจงเป้าหมายที่เป็นชาวมุสลิมต่างนิกายที่ถูกมองว่านอกรีต รวมถึงนิกายชีอะห์ แม้ไอเอสและตอลิบันต่างเป็นพวกอิสลามิสต์นิกายสุหนี่แข็งกร้าวเหมือนกัน แต่พวกเขาเป็นคู่แข่งและเป็นอริต่อกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114625</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรัฐอิสลาม, ตอลิบัน, มือระเบิดฆ่าตัวตาย, สนามบินคาบูล, สหรัฐเตือน, อัฟกานิสถาน, ไอเอสอัฟกานิสถาน-ปากีสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_612746a6d3739.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2021 23:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2021 23:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านรัสเซียระดมม็อบช่วยชีวิตคู่ปรับปูติน สหรัฐฮึ่มตายเป็นเรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พวกพ้องของอเล็กเซย์ นาวัลนี แกนนำฝ่ายค้านคู่ปรับตัวยงของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เรียกร้องให้ชาวรัสเซียออกมาชุมนุมครั้งใหญ่วันพุธ เพื่อช่วยชีวิตนาวัลนีที่อดอาหารประท้วงอยู่ในคุก หลังจากแพทย์ระบุสุขภาพเขาทรุดลงและอาจตายได้ในไม่ช้า ขณะสหรัฐเตือนรัสเซียจะเจอผลที่ตามมาหากนาวัลนีตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&amp;nbsp;อเล็กเซย์ นาวัลนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวัลนี อายุ 44 ปี เป็นคู่ปรับที่โดดเด่นที่สุดของประธานาธิบดีปูติน เขาโดนจับกุมทันทีที่เดินทางจากเยอรมนีกลับถึงรัสเซียเมื่อเดือนมกราคม ภายหลังถูกส่งไปรักษาอาการโดนพิษที่เกือบคร่าชีวิตเขา นาวัลนีเริ่มอดอาหารประท้วงมาตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม เพื่อเรียกร้องการรักษาอาการปวดหลังและมือ-ขาชาของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ นายแพทย์ยาโรสลาฟ อาชิคมิน หทัยแพทย์ที่เป็นแพทย์ของนาวัลนี เตือนว่า สุขภาพของเขาทรุดลงอย่างรวดเร็ว &amp;quot;คนไข้ของเราสามารถตายได้ทุกนาที&amp;quot; เขากล่าวโดยชี้ว่าระดับโพแทสเซียมของนาวัลนีสูงและเขาควรถูกย้ายไปรักษาที่แผนกผู้ป่วยหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในวันอาทิตย์ เลโอนิด โวลคอฟ มือขวาของนาวัลนี โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องให้ชาวรัสเซียออกมาชุมนุมประท้วงใหญ่ทั่วประเทศ ไม่แค่เพียงเรียกร้องอิสรภาพให้นาวัลนี แต่เพื่อช่วยชีวิตเขาด้วย โดยกำหนดวันพุธนี้เป็นวันนัดชุมนุมในเวลา 19.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือไม่กี่ชั่วโมงภายหลังประธานาธิบดีปูตินแถลงนโยบายและผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โวลคอฟกล่าวว่า การชุมนุมวันพุธอาจะเป็นการต่อสู้ขั้นเด็ดขาดกับปิศาจตัวจริง หรือไม่ก็จะเป็นการชุมนุมของฝ่ายค้านครั้งสุดท้ายในรอบหลายปีหลังจากนี้ของรัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลตะวันตกอาทิ ฝรั่งเศส, เยอรมนี และสหภาพยุโรป (อียู) ต่างแสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสวัสดิภาพของนาวัลนี รัฐมนตรีต่างประเทศของอียูจะหารือสถานการณ์กันในวันจันทร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลสหรัฐ โดยเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตือนรัสเซียว่า สหรัฐกำลังพิจารณามาตรการเฉพาะต่างๆ ที่จะใช้ ซึ่งเขาจะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะในตอนนี้ แต่รัสเซียจะเผชิญกับผลที่ตามมาแน่ หากนาวัลนีเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครมลินยังไม่มีท่าทีใดๆ แต่อันเดย์ เคลิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำอังกฤษ กล่าวกับบีบีซีเมื่อวันอาทิตย์ว่า รัสเซียจะไม่ยอมให้นาวัลนีตายในคุกอย่างแน่นอน เขายังวิจารณ์ฝ่ายค้านรายนี้ว่าทำตัวเป็นอันธพาล อ้างอาการป่วยต่างๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ &amp;quot;ถ้าเขาทำตัวปกติ เขาจะมีโอกาสได้รับอิสรภาพเร็วขึ้น&amp;quot; ทูตรัสเซียกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99893</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตายคาคุก, ฝ่ายค้านรัสเซียนัดชุมนุม, รัสเซีย, สหรัฐเตือน, อดอาหารประท้วง, อเล็กเซย์ นาวัลนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210418/image_big_607c6112b42f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หวั่นไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่แพร่ &#039;คนสู่คน&#039; สหรัฐเตือน &#039;จับตา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจีนชี้ เป็นไปได้ที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในวงศ์เดียวกับซาร์สที่พบในเมืองอู่ฮั่นของจีน อาจสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ หลังจากพบผู้ติดเชื้อที่เป็นสามีภรรยาและสมาชิกครอบครัวเดียวกัน ด้านสหรัฐออกคำเตือนฉบับใหม่ &amp;quot;จับตา&amp;quot; การระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของจีนเฝ้าด้านหน้าตลาดค้าส่งอาหารทะเลหัวหนานที่ถูกปิด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การแพร่ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ภาคกลางของจีนที่เริ่มพบผู้ติดเชื้อตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ทำให้มีคนเสียชีวิตแล้ว 1 รายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแถลงการณ์ของคณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นเมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม 2563 ระบุว่า ผู้ป่วย 41 คนที่ได้รับรายงานยืนยันนั้น พบว่า 1 คนเป็นผู้หญิงที่อาจติดเชื้อจากสามีของนาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่ทางการจีนยืนยันครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ว่ามีการระบาดของโรคไวรัสปอดอักเสบจากไวรัสไม่ระบุชนิดที่เมืองอู่ฮั่น ก็ได้ก่อความหวาดกลัวว่าโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) จะกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง ซาร์สเคยคร่าชีวิตผู้ป่วยในจีน 349 คน และในฮ่องกงอีก 299 คน ระหว่างปี 2545-2546 แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญจีนยืนยันว่าโรคนี้ไม่ใช่ซาร์ส แต่เกิดจากโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับซาร์ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมายังไม่มีรายงานยืนยันการแพร่เชื้อไวรัสจากคนสู่คน แต่คณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นก็ไม่ตัดความเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของจีนมีออกมาไล่หลังข่าวไทยพบนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนรายหนึ่งติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ และทางการอู่ฮั่นก็ยืนยันเช่นกันว่า หญิงคนนี้มาจากเมืองอู่ฮั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ชายคนที่เชื่อว่าแพร่เชื้อสู่ภรรยานั้นทำงานที่ตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนาน ในเมืองอู่ฮั่น ที่ถูกระบุว่าเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาดและถูกปิดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม แต่ภรรยาของเขาที่ล้มป่วยด้วยนั้นไม่มีประวัติเคยไปที่ตลาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงข่าวของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฮ่องกงเมื่อวันพุธ ภายหลังเดินทางไปค้นหาข้อเท็จจริงที่เมืองอู่ฮั่น ก็กล่าวเช่นกันว่า ยังไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของการแพร่เชื้อจากคนสู่คน แม้ว่าจะยังไม่พบหลักฐานที่แน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ชวง ชุกควาน จากศูนย์ป้องกันสาธารณสุขฮ่องกง กล่าวว่า ผู้ป่วยที่อู่ฮั่นมีกรณีที่เป็นครอบครัวเดียวกัน 2 เคส ได้แก่คู่สามี-ภรรยา และเคสของพ่อ ลูกชาย และหลานชาย ที่อยู่บ้านเดียวกัน แต่เคสหลังนี้แพทย์ในจีนเชื่อกันว่า ชายทั้ง 3 คนน่าจะติดเชื้อจากไวรัสชนิดเดียวกันในตลาดขายอาหารทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวเมื่อวันอังคารว่า หญิงชาวจีนที่ไทยตรวจพบว่าติดเชื้อและขณะนี้มีอาการทรงตัว ก็ไม่มีรายงานว่าเคยไปที่ตลาดแห่งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แพทย์หญิงมาเรีย ฟาน แกร์โฮฟ จากดับเบิลยูเอชโอ กล่าวไว้ว่า ไม่น่าประหลาดใจหากจะพบการแพร่เชื้อจากคนสู่คนแบบจำกัด โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่ติดต่อสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังมีรายงานพบผู้ป่วยในไทย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐ (ซีดีซี) ได้ออกคำเตือน &amp;quot;จับตา&amp;quot; ระดับ 1 สำหรับผู้ที่เดินทางไปเมืองอู่ฮั่น โดยแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังตามปกติและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์และคนป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกคำเตือนคนอเมริกันในจีนเกี่ยวกับการระบาดของโรคปอดบวมที่เมืองอู่ฮั่น โดยอ้างอิงถึงคำเตือนล่าสุดของซีดีซี แนะนำการปฏิบัติตัวของพลเมืองอเมริกันที่เดินทางไปเมืองอู่ฮั่น เช่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์, ตลาดค้าสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และขอให้ผู้ที่เคยเดินทางไปอู่ฮั่นแล้วรู้สึกไม่สบายควรรีบไปพบแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสาธารณสุขอู่ฮั่นกล่าวเมื่อวันพุธว่า ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุในช่วงวัยกลางคนหรือวัยชรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ฮ่องกง โรงพยาบาลที่นั่นยกระดับเฝ้าระวังสู่ขั้น &amp;quot;ร้ายแรง&amp;quot; และเพิ่มมาตรการเฝ้าตรวจ เช่นตั้งจุดวัดไข้นักเดินทางขาเข้า เจ้าหน้าที่เผยเมื่อวันอังคารด้วยว่า จำนวนผู้ป่วยที่เข้าโรงพยาบาลเพราะมีไข้หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจหลังเดินทางไปอู่ฮั่น เพิ่มเป็น 71 รายแล้ว โดยพบผู้ป่วยเพิ่ม 7 รายนับแต่วันศุกร์ แต่ 60 รายออกจากโรงพยาบาลแล้ว และไม่พบว่ารายใดติดเชื้อไวรัสโคโรนาพันธุ์ใหม่นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54643</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนสู่คน, จีน, สหรัฐเตือน, อู่ฮั่น, แพร่เชื้อ, โรคปอดอักเสบ, ไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1f052a5bb66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25255</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐแนะพลเมืองไปสนามบินมะนิลาระวังตัว ชี้ระบบความปลอดภัยต่ำมาตรฐานสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐออกคำแนะนำพลเมืองอเมริกันให้ใช้ความระแวดระวังมากขึ้นหากต้องเดินทางมายังสนามบินนินอยอากีโนในกรุงมะนิลา ซึ่งเป็นท่าอากาศยานระหว่างประเทศหลักของฟิลิปปินส์ ซึ่งการรักษาความปลอดภัยไม่ได้มาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อาคารผู้โดยสาร 1 ของท่าอากาศยานระหว่างประเทศนินอยอากีโน เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2555 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำฟิลิปปินส์เผยในเว็บไซต์ของสถานทูตเมื่อวันพฤหัสบดีว่า คำเตือนที่ออกโดยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ เมื่อวันพุธที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา กล่าวว่า ท่าอากาศยานระหว่างประเทศนินอยอากีโนของกรุงมะนิลานั้น ไม่ &amp;quot;เป็นไปตาม&amp;quot; มาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) และขอให้พลเมืองอเมริกันที่เดินทางไปยังสนามบินนี้หรือออกจากสนามบินนี้ ใช้ความระแวดระวังมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกล่าวว่า คำแนะนำนี้อ้างอิงจากผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงจากสำนักงานความปลอดภัยด้านการคมนาคม (ทีเอสเอ) ของสหรัฐ แต่คำแถลงไม่ได้ระบุผลการประเมินอย่างจำเพาะเจาะจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์เกี่ยวกับการเดินทาง &amp;quot;คู่มือการนอนค้างในสนามบิน&amp;quot; เคยจัดอันดับสนามบินแห่งนี้ว่าเป็นสนามบินที่แย่ที่สุดในโลก ระหว่างปี 2554-2556 เพราะความสกปรกของห้องสุขาและสภาพอาคารทรุดโทรม และทำให้รัฐบาลต้องบูรณปฏิสังขรณ์ขนานใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ในเว็บไซต์กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กล่าวว่า ทีเอสเอสั่งการให้สายการบินที่ออกตั๋วเดินทางฟิลิปปินส์ต้องแจ้งให้ผู้โดยสารทราบถึงผลการประเมินนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็ด มอนเรียล ผู้จัดการใหญ่ของสนามบินมะนิลา กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ฟิลิปปินส์จะปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยด้านการบินระหว่างประเทศ ทุกประเทศที่ผู้ประเมินของทีเอสเอแจ้งไว้ต่างได้รับการแก้ไขหรืออยู่ในช่วงที่กำลังดำเนินการอยู่ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยว่า ทีเอสเอมาประเมินเมื่อเดือนกันยายน และสังเกตพบว่าล็อกของประตูสนามบินบางจุดชำรุด และด่านตรวจค้นด้านความปลอดภัยก็ไม่สม่ำเสมอ แต่ฟิลิปปินส์ได้ว่าจ้างการ์ดมาเพิ่มแล้ว และจะติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ตามคำแนะนำของทีเอสเอ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 18 ตุลาคม 2556 ผู้โดยสารเดินทางมาถึงท่าอากาศยานระหว่างประเทศนินอยอากีโน / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25255</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีเอสเอ, ท่าอากาศยานระหว่างประเทศนินอยอากีโน, ฟิลิปปินส์, สนามบินมะนิลา, สหรัฐเตือน, องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ, ไม่ได้มาตรฐานสากล, ไอซีเอโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c24c8ae28287.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
