<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2021 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 17:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวเมียนมาจัดงานศพฉลองวันเกิดให้&#039;มิน อ่อง หล่าย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารเมียนมาจัดกิจกรรมงานศพหลอก เผาโลงจำลอง และรูปภาพของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดปีที่ 65 ของเขาเมื่อวันเสาร์ ขณะรัฐบาลสหรัฐแซงก์ชันเจ้าหน้าที่ระดับสูงและบริษัทเมียนมารอบใหม่อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม กล่าวว่า การจัดพิธีศพหลอกๆ เพื่อล้อเลียนวันคล้ายวันเกิดของผู้นำทหารเมียนมาเกิดขึ้นในหลายเมือง ส่วนในโซเชียลมีเดีย ผู้ต่อต้านรัฐประหารบางคนโพสต์ภาพขนมจีนโมฮิงกา ที่เป็นอาหารท้องถิ่นของเมียนมาที่เจ้าภาพมักเลี้ยงแขกในงานศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ฉันทำ (โมฮิงกา) ในวันเกิดของเขา เพราะอยากให้เขาตายเร็วๆ&amp;quot; ชาวย่างกุ้งคนหนึ่งบอก &amp;quot;คนบริสุทธิ์มากมายเสียชีวิตเพราะเขา ฉะนั้น ถ้าเขาตาย คนทั้งประเทศก็จะมีความสุข&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของเมียนมา นักเคลื่อนไหวบางคนเผารูปภาพของนายพลอาวุโสและจุดไฟเผาโลงศพจำลอง &amp;quot;เพราะคนคนนี้ ประเทศเมียนมาของเราถึงมีปัญหามากมาย&amp;quot; ชาวมัณฑะเลย์คนหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพี &amp;quot;ที่จริงเขาไม่ควรเกิดมาด้วยซ้ำ ดังนั้น เราจึงจัดงานศพให้เขาเพราะเราอยากบอกว่าเขาควรตาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ขออย่าได้ไปสู่สุคติ&amp;quot; และ &amp;quot;ขอให้วันเกิดเหมือนกับวันตายของคุณ&amp;quot; ข้อความในพวงหรีดของผู้ประท้วงในรัฐมอญทางภาคตะวันออก และมีรายงานการประท้วงแบบนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย มีอายุครบ 65 ปีในวันนี้ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2551 ของเมียนมา เป็นอายุที่ต้องเกษียณอายุราชการ แต่กฎหมายนี้ถูกยกเลิกแล้วหลังจากการรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขายึดอำนาจเพราะนายพลผู้นี้มองไม่เห็นหนทางที่จะครองอำนาจต่อไปได้ด้วยความช่วยเหลือของพรรคการเมืองที่หนุนหลังกองทัพ ซึ่งพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างราบคาบเมื่อปลายปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น กระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตร 22 บุคคลและ 4 บริษัทในเมียนมา ฐานเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารและการปราบปรามขบวนการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย โดยเป็นการคว่ำบาตรเพิ่มเติมจากการลงโทษของสหรัฐก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์, มีนาคม และพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคล 22 คนที่กระทรวงการคลังคว่ำบาตร รวมถึงรัฐมนตรี 4 คน ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศ, เพื่อการลงทุน, แรงงานและคนเข้าเมือง และสวัสดิการสังคม ที่เหลือคือสมาชิก 3 คนของสภาบริหารแห่งรัฐ ที่เป็นชื่อทางการของคณะรัฐบาลทหาร กับภรรยาและลูกวัยผู้ใหญ่ของเจ้าหน้าที่เหล่านี้อีก 15 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามมาตรการแซงก์ชัน ทรัพย์สินทั้งหมดของบุคคลเหล่านี้ในสหรัฐจะถูกอายัดไว้ และชาวอเมริกันหรือผู้ที่อยู่ในสหรัฐจะไม่สามารถทำธุรกรรมหรือติดต่อธุรกิจกับพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงพาณิชย์สหรัฐยังได้คว่ำบาตรบริษัท 4 แห่ง ได้แก่ คิงรอยัลเทคโนโลยี ที่ให้บริการดาวเทียมสื่อสารสนับสนุนกองทัพ และบริษัท วันเปาไมนิง กับบริษัทในเครืออีก 2 แห่ง ที่มีข้อตกลงแบ่งปันรายได้กับบริษัทหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนทางการเงินแก่กระทรวงกลาโหมเมียนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108502</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดงานศพ, ต้านรัฐประหาร, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, วันเกิดมิน อ่อง หล่าย, สหรัฐแซงก์ชัน, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60e03eea4b362.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐแซงก์ชันผบ.ตร.เมียนมาเพิ่มฐานปราบม็อบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรผู้บัญชาการตำรวจเมียนมาพร้อมกับนายทหาร 1 คน และอีก 2 กองพลทหารราบเบา ฐานมีส่วนร่วมในการใช้กำลังสลายการชุมนุม คล้อยหลังสหภาพยุโรปคว่ำบาตรพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีก 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐได้ขึ้นบัญชีดำแซงก์ชันพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา แล้วก่อนหน้านี้ พร้อมกับนายทหารระดับสูงอีกหลายนาย แต่คำแถลงที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ กระทรวงการคลังสหรัฐได้เพิ่มอีก 4 ชื่อเข้าในบัญชีคว่ำบาตรด้วย ได้แก่ ตัน หล่าย ผู้บัญชาการตำรวจ และอ่อง โซ ผู้บัญชาการทหาร กับกองพลทหารราบเบาที่ 33 และ 77 โดยระบุว่าบุคคลและกองพลเหล่านี้รับผิดชอบต่อการใช้อาวุธร้ายแรงกับผู้ชุมนุมประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงกล่าวว่า เมื่อเริ่มมีการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารใหม่ๆ กองกำลังความมั่นคงเมียนมาไม่ได้ใช้กำลังกับผู้ชุมนุม ทว่านับแต่ตัน หล่าย ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการตำรวจเมียนมาและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ตำรวจพม่าก็ใช้กำลังอย่างโหดร้ายต่อผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอ่อง โซ ผู้บัญชาการทหารรับผิดชอบต่อการส่งทหารเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้ประท้วงโดยใช้กลยุทธ์และอาวุธสงคราม แสดงให้เห็นว่าการใช้กำลังร้ายแรงกับการประท้วงต่อต้านรัฐประหารใช้การดำเนินการที่สอดประสานและมีการวางแผนไตร่ตรองล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนโธนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ทหารจากกองพลทหารราบเบาที่ 33 ยิงกระสุนจริงใส่ฝูงชนที่เมืองมัณฑะเลย์ และทั้งสองกองพลนี้เป็นส่วนหนึ่งของกองกำลังความมั่นคงที่ใช้ยุทธวิธีอย่างเป็นระบบที่ผ่านการวางแผนเพื่อเพิ่มการใช้กำลังร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น สหภาพยุโรปประกาศรายชื่อ 11 บุคคลที่โดนมาตรการอายัดทรัพย์สินและห้ามออกวีซาเข้ายุโรป ฐานเกี่ยวข้องกับการยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนเมียนมาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นำโดยพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ที่ &amp;quot;รับผิดชอบต่อการบ่อนทำลายประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในเมียนมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคลอื่นที่โดนขึ้นบัญชีดำด้วยรวมถึงเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง 9 นาย และผู้อำนวยการคณะกรรมการการเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96985</URL_LINK>
                <HASHTAG>คว่ำบาตรเมียนมา, ผู้บัญชาการตำรวจเมียนมา, รัฐประหารเมียนมา, สหรัฐแซงก์ชัน, แซงก์ชันเมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_6040c52d5d75a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 20:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐแซงก์ชันนายพลพม่าเพิ่ม จี7ประณามใช้ความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โลกตะวันตกยังกดดันผู้นำทหารเมียนมาอย่างต่อเนื่อง กลุ่มจี7ออกแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหาร คล้อยหลังอียูแซงก์ชันและสหรัฐเพิ่มชื่อ 2 นายทหารพม่าในแบล็กลิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้ประท้วงร้องไห้ขณะชูป้ายข้อความต่อต้านรัฐประหารที่ด้านนอกสำนักงานสารสนเทศขององค์การสหประชาชาติในย่างกุ้งเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานแถลงการณ์ของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ ที่ประกอบด้วย แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, อังกฤษ และสหรัฐอเมริกัน ร่วมด้วยสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อวันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ ประณามว่า &amp;quot;การใช้กระสุนจริงกับประชาชนที่ไร้อาวุธเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้&amp;quot; และว่า ใครก็ตามที่โต้ตอบการประท้วงอย่างสันติด้วยความรุนแรงจะต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนั้น คำแถลงยังเรียกร้องให้กองกำลังความมั่นคงของเมียนมาใช้ความอดกลั้นถึงที่สุด และเคารพสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้อยคำประณามของจี 7 มีออกมาภายหลังรัฐบาลสหรัฐประกาศเพิ่มรายชื่อสมาชิกในรัฐบาลทหารพม่าอีก 2 คนเข้าบัญชีดำคว่ำบาตรเมื่อคืนวันจันทร์ ได้แก่ พลอากาศเอกหม่อง หม่อง จอ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และโม มยิน ตุน สมาชิกในคณะรัฐบาลทหาร เพิ่มเติมจากรายชื่อนายพลระดับสูงของพม่าที่โดนคว่ำบาตรเมื่อต้นเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนโธนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะไม่ลังเลที่จะดำเนินการเพิ่มเติมกับพวกที่ใช้ความรุนแรงและปราบปรามเจตจำนงของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น สหภาพยุโรปอนุมัติการคว่ำบาตรแบบเจาะจงกับบรรดานายทหารเมียนมาและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของบุคคลเหล่านี้ โดยโจเซป บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของอียู กล่าวว่า การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการปฏิรูปของรัฐบาลของถูก &amp;quot;ระงับ&amp;quot; เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในเมียนมา ประชาชนยังคงออกมาชุมนุมประท้วงในหลายเมือง ถึงแม้ว่าที่นครย่างกุ้ง จำนวนผู้ชุมนุมจะน้อยลงกว่าเมื่อวันจันทร์ ที่เมืองมิตจีนารัฐกะฉิ่นในภาคเหนือที่เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรง ผู้ประท้วงขับขี่รถจักรยานยนต์ไปทั่วเมืองพร้อมกับโบกธงชาติและชูสามนิ้ว ส่วนที่มัณฑะเลย์ที่มีผู้ประท้วงโดนยิงตาย 2 คนเมื่อวันเสาร์ ฝูงชนมาร่วมพิธีศพของชายวัย 37 ปีหนึ่งในคนที่โดนยิงตาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94023</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี7, ประณามใช้ความรุนแรง, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, สหรัฐแซงก์ชัน, อียูแซงก์ชัน, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034ff1b9a5c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2020 23:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2020 23:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐแซงก์ชัน&#039;แคร์รี หล่ำ&#039; ฐานบั่นทอนการปกครองตนเองของฮ่องกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐแซงก์ชันแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีก 10 ราย ตอบโต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีนที่บั่นทอนความเป็นอิสระของเขตกึ่งปกครองตนเองแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการลงโทษที่กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม เป็นการตอบโต้ที่มีนัยสำคัญที่สุดของสหรัฐ นับแต่จีนออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ใช้กับฮ่องกง มาตรการนี้จะปิดกั้นทรัพย์สินใดๆ ที่หล่ำและเจ้าหน้าที่เหล่านี้มีอยู่ในสหรัฐ และยังห้ามการทำธุรกรรมทางการเงินกับบุคคลเหล่านี้ในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตีเฟน มนูชิน รัฐมนตรีคลัง กล่าวในแถลงการณ์ว่า สหรัฐยืนหยัดเคียงข้างชาวฮ่องกง และจะใช้เครื่องไม้เครื่องมือและอำนาจที่มีเล็งเป้าหมายพวกที่บั่นทอนการปกครองตนเองของชาวฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวว่า สหรัฐดำเนินการเพราะรัฐบาลจีนละเมิดคำมั่นสัญญาเรื่องการปกครองตนเองที่เคยรับปากไว้กับฮ่องกงก่อนที่อังกฤษจะคืนดินแดนนี้ให้จีนเมื่อปี 2540 การดำเนินการของสหรัฐในวันนี้ส่งสารชัดเจนว่า การกระทำของทางการฮ่องกงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และขัดแย้งกับพันธสัญญาของจีนภายใต้หลักการ &amp;quot;หนึ่งประเทศ สองระบบ&amp;quot; และปฏิญญาร่วมจีนกับอังกฤษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการคลังกล่าวว่า หล่ำ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้บริหารเขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีความรับผิดชอบโดยตรงต่อการบังคับใช้นโยบายกดขี่เสรีภาพและกระบวนการประชาธิปไตยของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุคคลอื่นที่โดนแซงก์ชันพร้อมกับหล่ำยังรวมถึง คริส ถัง ผู้บัญชาการตำรวจฮ่องกง และโล่ว ฮุ่ยหนิง ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานของจีนประจำฮ่องกง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ, สหรัฐแซงก์ชัน, ฮ่องกง, แคร์รี หล่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200731/image_big_5f242f48dc134.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 22:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จวกสหรัฐปิดตายการทูต แซงก์ชัน &#039;คาเมนี&#039; ผู้นำสูงสุดอิหร่าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งคว่ำบาตร &amp;quot;อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี&amp;quot; ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและทหารระดับสูงอีกหลายนาย อิหร่านลั่นมาตรการล่าสุดของสหรัฐปิดตายประตูการทูตเพื่อหาทางออกอย่างสันติวิธีที่เหลืออยู่เพียงช่องทางเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ชูคำสั่งฝ่ายบริหารที่เขาเพิ่งลงนามที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 เพื่อแซงก์ชันผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ขวามือของทรัมป์คือสตีเวน มนูชิน อีกฝั่งคือรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวว่า คำสั่งฝ่ายบริหารที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 จะปิดกั้นการเข้าถึงทรัพย์สินของอิหร่านเพิ่มอีกหลายพันล้านดอลลาร์ ทั้งของอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี และสำนักงานผู้นำสูงสุดของอิหร่าน พร้อมกับนายทหารระดับผู้บัญชาการอีก 8 คนจากกองทัพเรือ, อากาศอวกาศ และกองทัพบกของอิหร่าน นอกจากนี้สหรัฐยังเตรียมจะคว่ำบาตรโมหะหมัด จาวัด ซาริฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน เพิ่มอีกคนในสัปดาห์นี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การแซงก์ชันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการตอบโต้ที่อิหร่านยิงโดรนของสหรัฐลำหนึ่งตกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งคาเมนีคือผู้รับผิดชอบสูงสุดของ &amp;quot;การกระทำที่เป็นปรปักษ์ของอิหร่าน&amp;quot; ในภูมิภาคตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังอิหร่านยิงมิสไซล์ทำลายโดรนของสหรัฐ ทรัมป์ได้อนุมัติคำสั่งตอบโต้ทางทหาร แต่เขายกเลิกไม่กี่นาทีก่อนปฏิบัติการเมื่อเช้ามืดวันศุกร์ โดยอ้างเหตุผลว่าจะทำให้มีคนตายจำนวนมาก ซึ่งหากปฏิบัติการนั้นเกิดขึ้นจริง จะเป็นการโจมตีอิหร่านครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ส่วนการคว่ำบาตรผู้นำสูงสุดของอิหร่านก็ถือได้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านอับบาส มูซาวี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ทวีตว่า การคว่ำบาตรที่เปล่าประโยชน์ต่อผู้นำสูงสุดและรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเป็นการปิดตายวิถีทางการทูตอย่างถาวร รัฐบาลที่เข้าตาจนของทรัมป์กำลังทำลายกลไกระหว่างประเทศที่สร้างขึ้นมาเพื่อธำรงสันติภาพและความมั่นคงของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่านแถลงทางโทรทัศน์วันเดียวกันว่า การแซงก์ชันคาเมนีจะไม่มีผลในทางปฏิบัติ เพราะผู้นำทางศาสนาท่านนี้ไม่มีทรัพย์สินในต่างแดน เขายังด่าทำเนียบขาวด้วยว่าปัญญาอ่อนทางจิต การอดทนทางยุทธศาสตร์ของอิหร่านไม่ได้หมายความว่าอิหร่านกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอาร์ไอเอของรัสเซียรายงานคำกล่าวของเซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียว่า สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านกำลังพัฒนาไปสู่สภาวการณ์ที่อันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการยิงโดรนสหรัฐ ซึ่งอิหร่านระบุว่ารุกล้ำน่านฟ้าของตนในช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐและชาติพันธมิตรในภูมิภาคอ่าวกล่าวโทษอิหร่านว่าโจมตีเรือน้ำมันเมื่อเดือนที่แล้วและเดือนนี้ แต่อิหร่านยืนกรานปฏิเสธ ขณะที่ชาติพันธมิตรของสหรัฐในยุโรปกล่าวเตือนทั้งสองฝ่ายหลายครั้งถึงอันตรายที่ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจจุดชนวนสงครามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นิโคไล ปาตรูเชฟ เลขาธิการสภาความมั่นคงของรัสเซียที่อยู่ระหว่างเยือนนครเยรูซาเลมของอิสราเอล กล่าวสนับสนุนอิหร่านว่า ตอนที่โดรนสหรัฐโดนยิงตกนั้น โดรนลำนี้กำลังรุกล้ำน่านฟ้าอิหร่าน ส่วนหลักฐานที่สหรัฐอ้างว่าอิหร่านโจมตีเรือน้ำมันนั้นก็มีคุณภาพแย่และไม่เป็นมืออาชีพ จึงไม่เพียงพอที่จะสรุปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งมาเยือนอิสราเอลเช่นกัน ย้ำว่า สหรัฐพร้อมเจรจากับอิหร่านตราบใดที่อิหร่านเต็มใจปฏิบัติเพิ่มเติมจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ที่อิหร่านทำไว้กับ 6 ชาติมหาอำนาจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์นำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนี้และได้รื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านโดยฝ่ายเดียว การลงโทษอิหร่านก้าวถึงขีดสุดเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อสหรัฐห้ามทุกประเทศซื้อน้ำมันจากอิหร่าน ปิดกั้นรายได้ที่อิหร่านใช้นำเข้าอาหารเพื่อเลี้ยงประชากร 81 ล้านคน ขณะที่อิหร่านยืนกรานว่าไม่มีทางกลับไปเจรจากับสหรัฐอีก ในเมื่อสหรัฐล้มเลิกข้อตกลงที่ได้ทำความตกลงกันไว้แล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน, สหรัฐแซงก์ชัน, อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมนี, อิหร่าน, แซงก์ชันอิหร่าน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d123b740a345.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
