<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38789</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2019 21:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2019 21:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวเว่ยกระอัก สหรัฐแบนฉุดยอดขายนอกจีนดิ่ง 40%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของหัวเว่ยเทคโนโลยีส์ ยอมรับเป็นครั้งแรกถึงผลกระทบจากคำสั่งแบนของรัฐบาลสหรัฐที่มากเกินคาด เผยยอดขายในต่างประเทศดิ่งลง 40%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและซีอีโอหัวเว่ยเทคโนโลยีส์ ปรับหูฟังขณะร่วมวงเสวนาเรื่องเทคโนโลยี, การตลาด และผู้ประกอบการ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของผู้ก่อตั้งและหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารวัย 74 ปีของหัวเว่ย เมื่อวันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน ถือเป็นการยอมรับอย่างชัดเจนครั้งแรกถึงผลกระทบจากแรงกดดันของสหรัฐ ที่ใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อจำกัดการทำธุรกิจของหัวเว่ย โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหรินกล่าวต่อวงเสวนาที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทในนครเซินเจิ้นภาคใต้ของจีนว่า เขาไม่คาดคิดว่าความมุ่งมั่นของสหรัฐที่จะ &amp;quot;บดขยี้&amp;quot; หัวเว่ยจะรุนแรงและลุกลามถึงขั้นนี้ และเมื่อถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับรายงานของสื่ออเมริกันที่อ้างแหล่งข่าวนิรนามหลายรายว่า ยอดขายสมาร์ทโฟนหัวเว่ยในต่างประเทศลดลง 40% เหรินก็ยอมรับว่า ยอดขายในตลาดนอกจีนนั้นตกลง 40% จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเรื่องนี้ แต่เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของโฆษกบริษัทที่ชี้แจงในเวลาต่อมาว่า เหรินหมายถึงยอดขายตกลง 40% จากเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ด้วยผลพวงจากการขึ้นบัญชีดำของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐขึ้นบัญชีดำหัวเว่ย ส่งผลให้บริษัทอเมริกันไม่สามารถดำเนินธุรกิจกับหัวเว่ยได้ โดยกล่าวหาว่าผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ยอาจเป็นช่องทางให้ทางการจีนสอดแนมระบบโทรคมนาคมของสหรัฐ คำสั่งห้ามนี้บีบให้หลายบริษัท ซึ่งรวมถึงกูเกิลและเออาร์เอ็ม จำกัดหรือยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับหัวเว่ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทนั้น เหรินยอมรับเช่นกันว่า เขาไม่คาดคิดว่าสหรัฐจะโจมตีหัวเว่ยหลากหลายแง่มุมถึงขั้นนี้ แต่ก็เชื่อว่าธุรกิจของบริษัทจะฟื้นได้ภายในปี 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หัวเว่ยแจ้งรายได้ของปีที่แล้วว่าอยู่ที่ 1.04 แสนล้านดอลลาร์ และเมื่อ 2 เดือนก่อน บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้ปีนี้จะเพิ่มเป็น 1.25 แสนล้านดอลลาร์ แต่เมื่อวันจันทร์ เหรินกล่าวว่า บริษัทของเขามีแผนจะลดการผลิตลง 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ในช่วงที่ต้องฝ่าฟันมรสุม 2 ปีนับจากนี้ แต่เขาไม่ได้แจกแจงว่าสายการผลิตใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38789</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดขายตก, สหรัฐแบน, หัวเว่ย, เหริน เจิ้งเฟย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190617/image_big_5d07a94320760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
