<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 20:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีหนังสือขอบใจ &#039;พระธรรมทูต&#039; วัดไทยในเมืองเลสเตอร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีหนังสือส่งถึงพระธรรมทูตวัดไทยในเมืองเลสเตอร์ที่ได้บำเพ็ญกุศลในวันวิสาขบูชา และก่อนหน้านั้นได้ทรงส่งการ์ดขอบใจที่วัดไทยได้จัดกิจกรรมถวายพระราชกุศลอาลัยแด่การสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป พระสวามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - พระครูธรรมธรเทวประภาศ มากคล้าย รองเจ้าอาวาสวัดคุ้งตะเภา ปัจจุบันปฏิบัติศาสนกิจเป็นพระธรรมทูต ดูแลวัดมงคลวราราม เมืองเลสเตอร์ สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่าหลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางวัดมงคลวราราม รวมกับชุมชนชาวไทยในเลสเตอร์ได้จัดกิจกรรมอุทิศถวายพระราชกุศลเพื่อถวายอาลัยแด่เจ้าชายฟิลิป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความทราบถึงสมเด็จพระราชินีนาถฯ จากนั้นสำนักพระราชวังบักกิงแฮมได้ส่งการ์ดพระราชทานเป็นกรณีพิเศษผ่านทางรอยัลเมล ถึง The Venerable Tevaprapas Makklay (พระครูธรรมธรเทวประภาศ มากคล้าย) ในนามผู้ดูแลวัดมงคลวราราม ความว่า &amp;ldquo;I send you my sincere thanks for your kind words of sympathy on the death of my husband&amp;rdquo; (ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบใจอย่างจริงใจต่อท่าน สำหรับการแสดงความเห็นอกเห็นใจของท่านที่มีต่อการสิ้นพระชนม์ของพระราชสวามีของข้าพเจ้า)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การ์ดพระราชทานดังกล่าวสร้างความแปลกใจและประทับใจแก่ทางวัดและชุมชนชาวไทย เพราะตั้งใจจัดกิจกรรมถวายอาลัยแด่เจ้าชายฟิลิปด้วยความเคารพรัก ไม่คาดคิดว่าจะได้รับการ์ดพระราชทาน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระราชินีนาถฯ และถือเป็นสิริมงคลแด่วัดมงคลวรารามเป็นอย่างยิ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่นานมานี้ หลังจากทางวัดมงคลวรารามและชุมชนชาวไทยได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลในเทศกาลวิสาขบูชาขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 และได้ส่งทูลเกล้าถวายหนังสือและภาพถ่ายกิจกรรมแด่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ทรงมีหนังสือตอบกลับผ่านนางสนองพระโอษฐ์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ปราสาทแบลมอรัล วันที่ 1&amp;nbsp;สิงหาคม 2564 ถึง พระคุณท่านหลวงพ่อฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ข้าพเจ้าอัญเชิญพระบรมราชกระแสทรงขอบใจ สำหรับลิขิต, ภาพถ่ายกิจกรรม ตลอดจนข้อความอันงดงาม ที่พระคุณท่านได้จัดส่งนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในนามของพระคุณท่านและพระสงฆ์ไทย ในโอกาสที่พระคุณท่านได้จัดกิจกรรมบำเพ็ญกุศลในเทศกาลวิสาขบูชา ในเดือนมิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงทราบพระหฤทัยทรงทราบซึ้งในความเข้าใจอันดีของพระคุณท่านที่มีต่อใต้ฝ่าพระบาทในครั้งนี้ และข้าพเจ้าขอขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับลิขิตที่พระคุณท่านได้ส่งเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียนมาด้วยความเคารพยิ่ง Richenda Elton&amp;nbsp;นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระราชินีนาถฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้วัดมงคลวราราม ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2562 โดยพระครูวินัยธร จิตฺตินทฺรี ไชยมิน เป็นประธานสงฆ์ พระครูธรรมธรเทวะประภาส มากคล้าย รองประธานสงฆ์ เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพร้อมศรัทธาญาติชาวไทยในเมืองเลสเตอร์ &amp;nbsp;และนอร์ทติ้งแฮม ได้รับการอนุมัติจดทะเบียนจากคณะกรรมการการกุศลประจำประเทศอังกฤษและเวลส์ &amp;nbsp;ให้จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมายสหราชอาณาจักรเมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 ปัจจุบันมีพระศุภชัย สุภาจาโร&amp;nbsp;
หรือพระอาจารย์ม่อน พระธรรมทูตรุ่น24 หนึ่งในพระสงฆ์ที่เดินรณรงค์สันติภาพโลกร่วมในคณะพระสุธรรม นทีทอง มาปฏิบัติศาสนกิจ จำพรรษา พร้อมพระสงฆ์อีก 5 รูป ตามคำสั่งมหาเถรสมาคม
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113298</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนวัดมงคลวราราม, พระครูธรรมธรเทวประภาศ, สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, สหราชอาณาจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_6117beb2cc3ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ขอบคุณอังกฤษบริจาควัคซีนแอสตราฯ 4.1 แสนโดส ตอกย้ำมิตรภาพแน่นแฟ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณมิตรไมตรีที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรประกาศว่าจะส่งมอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca จำนวน 415,040 โดสให้แก่ประเทศไทยในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2564 ซึ่งจะเป็นส่วนช่วยสนับสนุนมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค โดยรัฐบาลไทยจะดำเนินการตามแผนกระจายวัคซีนเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน บรรเทาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค และนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา กล่าวว่า การมอบวัคซีนจากสหราชอาณาจักร สะท้อนถึงความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่แน่นแฟ้นระหว่างไทย-สหราชอาณาจักร ตลอดจนสะท้อนบทบาทของสหราชอาณาจักรในฐานะมิตรประเทศที่มีความร่วมมือกับไทยในหลายมิติมายาวนาน โดยเฉพาะในด้านสาธารณสุข ที่ไทยและสหราชอาณาจักรมีความร่วมมือมาอย่างใกล้ชิดและครอบคลุมหลากหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทย ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข เร่งดำเนินตามขั้นตอนต่อไป พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหราชอาณาจักร เพื่อให้การรับมอบวัคซีนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและรวดเร็วที่สุด รวมทั้งให้เตรียมแนวทางพร้อมดำเนินการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ทันทีเมื่อได้รับวัคซีน ทั้งนี้ รัฐบาลไทยขอขอบคุณความสนับสนุน และความร่วมมือจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร และสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย ที่มีให้กับประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111492</URL_LINK>
                <HASHTAG>วัคซีนแอสตราเซเนกา, สถานทูตอังกฤษ, สหราชอาณาจักร, อังกฤษ, อังกฤษบริจาควัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f8286b193b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อังกฤษ&#039; ประกาศบริจาควัคซีนแอสตราฯ 4.1 แสนโดส ส่งถึงไทยเดือนส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก UK in Thailand ของสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย โพสต์คลิปวิดีโอ &amp;quot;มาร์ค กูดดิ้ง&amp;quot; ว่าที่เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย พร้อมข้อความระบุว่า อังกฤษประกาศบริจาควัคซีนแอสตราเซเนกา 415,000 โดส แก่ประเทศไทย พร้อมนำส่งถึงไทยในเดือนหน้า⁣&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวน 9 ล้านโดสบริจาคให้ทั่วโลกเพื่อช่วยรับมือปัญหาการระบาด ในจำนวนนี้ 5 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ส่วนอีก 4 ล้านโดสแบ่งบริจาคโดยตรงให้ประเทศต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เว็บไซต์&amp;nbsp;https://www.gov.uk/government/news/uk-begins-donating-millions-of-covid-19-vaccines-overseas.th&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักรประกาศวันนี้ (28 ก.ค. 64) ว่าสัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวน 9 ล้านโดสให้ทั่วโลกเพื่อช่วยรับมือปัญหาการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจำนวนนี้ 5 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม โดย COVAX จะเร่งแจกจ่ายวัคซีนเหล่านี้ให้ประเทศรายได้ต่ำผ่านระบบการจัดสรรอย่างเป็นธรรม ซึ่งให้ความสำคัญกับการจัดหาวัคซีนแก่ผู้ที่มีความจำเป็นมากที่สุดก่อน ส่วนอีก 4 ล้านโดสจะบริจาคให้กับประเทศต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยจะได้รับบริจาคจำนวน 415,000 โดส อินโดนีเซีย 600,000 โดส จาเมกา 300,000 โดส และเคนยา 817,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่บริจาคนี้เป็นวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ผลิตโดย Oxford Biomedica และบรรจุในเมือง Wrexham ในตอนเหนือของเวลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่บริจาคนี้เป็นชุดแรกจากจำนวนทั้งสิ้น 100 ล้านโดสที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันประกาศในการประชุมสุดยอดผู้นำจี 7 เมื่อเดือนที่แล้วว่าสหราชอาณาจักรจะบริจาคให้ครบภายในปีหน้า โดยจะบริจาคให้ได้ 30 ล้านโดสภายในปีนี้ และจากในจำนวนนี้ 80 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ทั้งนี้บรรดาผู้นำจี 7 ต่างให้คำมั่นว่าจะช่วยกันให้ทั่วโลกได้ฉีดวัคซีนและหยุดยั้งการระบาดให้ได้ในปี 2022&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า สหราชอาณาจักรจะจัดส่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 9 ล้านโดส ซึ่งเป็นชุดแรกจากทั้งสิ้น 100 ล้านโดสที่เราสัญญาไว้ว่าจะบริจาค เพื่อให้ประชาชนในส่วนต่าง ๆ ของโลกที่เปราะบางที่สุดได้รับวัคซีนโดยเร่งด่วน เราบริจาควัคซีนเพื่อช่วยประชาชนกลุ่มเปราะบางที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็เพราะเราทราบดีว่าเราจะไม่มีทางปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรยืนอยู่แนวหน้าของโลกในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 รวมทั้งด้วยการทุ่มเงิน 90 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า จนถึงปัจจุบันได้มีการจัดส่งวัคซีนนี้ให้ทั่วโลกไปแล้วกว่า 500 ล้านโดสในราคาทุนโดยไม่มีผลกำไร และในจำนวนนี้ถึงสองในสามได้จัดส่งให้แก่กลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรเองเป็นผู้ริเริ่มความพยายามในการจัดตั้ง COVAX เมื่อปี 2020 โดยได้มอบเงินไปทั้งสิ้น 548 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนการจัดหาวัคซีนให้กับกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ โครงการนี้จัดส่งวัคซีนไปแล้วกว่า 152 ล้านโดสในกว่า 137 ประเทศและดินแดน รวมทั้งประเทศรายได้ปานกลาง-ต่ำ 83 ประเทศ โดยร้อยละ 65 ของวัคซีนชุดแรกที่บริจาคก็คือวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ทั้งนี้ โครงการ COVAX มีเป้าหมายจัดส่งวัคซีน 1,800 ล้านโดสให้ประเทศรายได้ต่ำทั่วโลกภายในต้นปี 2022&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111457</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาร์ค กูดดิ้ง, วัคซีนแอสตราเซเนกา, สถานทูตอังกฤษ, สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย, สหราชอาณาจักร, โครงการ COVAX, โครงการโคแวกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61016bba98401.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104516</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพเรืออังกฤษ เตรียมนำเรือรบพร้อมกำลังพลกว่า 400 นายเข้าภูเก็ตปลายเดือน ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.64 - กองทัพเรือสหราชอาณาจักร&amp;nbsp;โดยพันเอกโทนี่ สเติร์น ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย&amp;nbsp;และคณะ เยือนจังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ 26-28&amp;nbsp;พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;เพื่อพบปะหารือข้อราชการเกี่ยวกับการนำเรือรบเข้ามายังประเทศไทย โดยเข้าเยี่ยมคารวะนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พันเอกโทนี่ สเติร์น Tony Stern ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย กล่าว กล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและคณะที่ให้การต้อนรับพร้อมชื่นชมจังหวัดภูเก็ตที่มีการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะการรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเดินทางเข้าพบครั้งนี้ เนื่องจากกองทัพเรืออังกฤษกำหนดแผนการเดินทางโดยนำเรือรบและกำลังพลรวม 420 นาย&amp;nbsp;เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม 2564&amp;nbsp;ดังนั้นจึงอยากทราบแนวทางการปฏิบัติในการเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;กำลังพลที่จะเดินทางเข้ามา จะเป็นกำลังพลที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;ครบ 2 dose รวมถึงมีมาตรการการป้องกันและควบคุมโรคโดยตรวจคัดกรองโรคและตรวจสุขภาพของกำลังพลบนเรืออย่างต่อเนื่องด้วยทีมแพทย์ประจำเรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากได้รับการอนุมัติให้เข้ามาในจังหวัดภูเก็ตจะใช้เวลา ปฏิบัติภารกิจและทำกิจกรรมในพื้นที่ 3-5 วัน ประกอบด้วยกิจกรรมการเลี้ยงอาหารเที่ยงบนเรือ กิจกรรมการเลี้ยงรับรองอาหารค่ำและการจัดกิจกรรมเปิดโอกาสให้นักเรียนมีความสนใจด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางด้านเรือได้ขึ้นเรือเพื่อทัศนศึกษา รวมถึงการทำกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรืออังกฤษและกองทัพเรือของรัฐบาลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย กองทัพเรืออังกฤษมีแผนที่จะทำการประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศอังกฤษประเทศไทยและจังหวัดภูเก็ต โดยจะมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่านสื่อโซเชียลมีเดียผ่านช่องทางโทรทัศน์และสื่ออื่นๆเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจังหวัดภูเก็ตสนับสนุนการเดินทางเข้ามาในครั้งนี้&amp;nbsp;กองทัพเรืออังกฤษ พร้อมจะทำตามกฎระเบียบของประเทศไทยและจังหวัดภูเก็ต และหลังจากนี้สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษจะได้ประสานงานกับกองทัพเรือของประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;quot;พันเอกโทนี่ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้เตรียมเปิดเมืองในเดือนกรกฎาคมนี้&amp;nbsp;เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตมีการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;โดยให้ประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;วางเป้าหมายไม่น้อยกว่า 60-70 %เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่แก่ประชาชนเตรียมความพร้อมที่จะเปิดเมืองตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งชาวต่างชาติ หรือกำลังพลทหารชาวอังกฤษที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตจะต้องปฏิบัติตามมาตรการตามที่รัฐบาลกำหนดคือเป็นผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 dose&amp;quot; นายณรงค์ กล่าวและว่า สำหรับการเดินทางเข้ามาของกองทัพเรืออังกฤษเป็นนโยบายระหว่างรัฐบาลอังกฤษกับรัฐบาลไทยที่จะพิจารณา ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตเป็นหน่วยพื้นที่ที่พร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล และมีความยินดีที่จะให้การต้อนรับหากกองทัพเรืออังกฤษเดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต&amp;nbsp;ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยมีนโยบายต้อนรับชาวต่างชาติเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พลเรือโทเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศรชล.ภาค 3 พร้อมด้วยนายทหารฝ่ายอำนวยการ ได้ให้การต้อนรับ และให้การรับการเยี่ยมคารวะจาก พันเอก Tony Stern ผู้ช่วยทูตทหาร สหราชอาณาจักร/กรุงเทพ และคณะ พร้อมหารือข้อราชการ โดยได้มีการหารือเกี่ยวกับการเตรียมการสำหรับการแวะเยือนเมืองท่าประเทศไทย ของเรือรบสหราชอาณาจักร ชั้นเรือพิฆาต Type 23 และ Type 45 ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันเรือบรรทุกเครื่องบิน HMS QUEEN ELIZABETH ในโอกาสเดินทางผ่านเข้ามายังพื้นที่ฝั่งทะเลอันดามัน

โดยการเข้าเยือนเมืองท่าประเทศไทย จะสามารถกระทำได้ก็ต่อเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 COVID-19 คลี่คลายลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้หากกองทัพเรือจะพิจารณาด้านความปลอดภัยและอนุญาตให้เรือของทัพเรือสหราชอาณาจักรเข้าจอดประเทศไทยได้แล้วนั้น ทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมให้การสนับสนุนในการเข้าเยือนเมืองท่าฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือ และกองทัพเรือมิตรประเทศ อันจะก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างพื้นที่ในภายภาคหน้าต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104516</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรืออังกฤษ, จังหวัดภูเก็ต, สหราชอาณาจักร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0e6d0e0edb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2021 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอญาติแล้ว! &#039;ดารารัตน์&#039; นักร้องในตำนานมีลูกชายอยู่เมืองไทย ขอใบมรณบัตร-ให้อังกฤษจัดการศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี&amp;nbsp;ดารารัตน์ เกียรติเกิดสุข&amp;nbsp;นักร้องในตำนานเพลง จับปู&amp;nbsp;ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคไวรัสโควิด-19 ด้วยวัย 91 ปี ที่ West middlesex Hospital เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2021 เวลา 18.10 น.&amp;nbsp;ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Amthaipaper (หนังสือพิมพ์ไทยในอังกฤษ) แจ้งว่าตามหาญาติที่เมืองไทย คุณดารารัตน์ เกียรติเกิดสุข พำนักอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์คนไทยในสหราชอาณาจักร กำลังตามหาญาติคุณดารารัตน์ที่เมืองไทย สามารถติดต่อมาทางเพจได้ โดยจะมีการสวดอภิธรรมวันเสาร์ที่ 06/02/2021 เวลา 14.00 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;ก่อนหน้า ดารารัตน์ เกียรติเกิดสุข ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษกับสามีเพียงสองคน ก่อนที่จะได้รับเชื้อโควิด และต้องเข้าสู่ระบบคัดแยก กระทั่งเธอได้เสียชีวิต ขณะที่สามีอายุ&amp;nbsp;70 ปี ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ จึงมอบศพให้ทางการอังกฤษจัดการ&amp;nbsp;กระทั่งญาติของ นฤพนธ์ ดุริยพันธ์ ที่พำนักอยู่ในอังกฤษทราบข่าวจากเพจคนไทยในอังกฤษ จึงแจ้งกลับมายัง ป้าแดง นันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ ที่เมืองไทย กลุ่มศิลปินนักร้องจึงได้ช่วยกันติดตามญาติเพื่อแจ้งข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด บุตรชายคนเดียวของ ดารารัตน์ เกียรติเกิดสุข ได้รับทราบพร้อมกับแจ้งกลับไปยังสถานทูตไทยในประเทศอังกฤษ เพื่อขอใบมรณะบัตร เนื่องจากศพผู้ป่วยโรคโควิด 19 ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ โดยหลังจากนี้ทางครอบครัวก็จะประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจากไปของนักร้องดังในอดีต &amp;quot;ดารารัตน์ เกียรติเกิดสุข&amp;quot; เจ้าของเสียงเพลง &amp;quot;จับปู&amp;quot; &amp;quot;มีคู่เสียเถิดคุณขา&amp;quot; และอีกหลายเพลง เธอได้เสียชีวิตด้วยการติดเชื้อโควิด 19 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 (เวลาที่ส่งมาไม่ชัดเจนว่า 18.10 น. หรือ 06.10 น.)ที่ประเทศอังกฤษ สิริอายุได้ 91 ปี นับเป็นบุคคลคนแรกในวงการบันเทิงไทย ที่ชีวิตถูกสังเวยด้วยมหันตภัยร้าย โควิด 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดารารัตน์ เกียรติเกิดสุข เข้าสู่วงการด้วยการเข้ามาอยู่วงสตริงแบนด์ ของครูไสล ไกรเลิศ เมื่อปี พ.ศ.2495 มีโอกาสได้บันทึกเสียงเพลงยุครำวงคู่กับสุเทพ วงศ์กำแหง อยู่หลายเพลง ซึ่ง ครูไสล ไกรเลิศ และ ครู ส. เกษศิริ เป็นผู้แต่งให้ เช่น ทิงโจ๊ะติดทิง, ก่อง กิ๊ง ก่อง, ล่มปากอ่าว, มาลีมาลัย, วันกองก้า ร้องคู่กับ โกมินทร์ นิลวงศ์ แต่งโดย ส. เกษศิริ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาไปร่วมงานกับวงดุริยะโยธินของกองทัพบก ได้บันทึกเสียงไว้เหมือนกัน เช่น &amp;quot;ดวงใจแม่&amp;quot; เคยร้องกับครูเพลงท่านอื่นก็มีอยู่หลายเพลง เช่น
-ผู้ชายรักไม่จริง ครู ป. ชื่นประโยชน์
-อย่ามองแต่ตา ครูสุรพล โทณวนิก
-คุณตาทีเด็ด ร้องคู่ครูเกษม ชื่นประดิษฐ์
-หญิงสามผัว ร้องคู่ครูเบญจมินทร์
-มีคู่เสียเถิดคุณขา เพลงครูมงคล อมาตยกุล
-ร่มกาสาวพัสตร์ เพลงครูสัมพันธ์ อุมากูร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็ไปร่วมงานกับวง &amp;quot;คีตะเสวี&amp;quot; และวง &amp;quot;คีตะวัฒน์&amp;quot; ของ ครูแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ และ ครูไพบูลย์ ลีสุวัฒน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ ที่นี้เอง ดารารัตน์ เกียรติเกิดสุข มีชื่อเสียงโด่งดังก้องฟ้ากับเพลง &amp;quot;จับปู&amp;quot; ซึ่งแต่งคำร้องโดย ครูไพบูล ลีสุวัฒน์ แต่งทำนองโดย ครูแมนรัตน์ ศรีกรานนท์ เพลงนี้ได้แพร่หลายเข้าสู่ไนท์คลับ จนเป็นที่นิยมของนักร้องนักฟังเพลงตามไนท์คลับผับบาร์ในยุคนั้นเป็นอย่างมาก จนครูไพบูลย์และครูแมนรัตน์ต้องบันทึกเสียงเพิ่มอีก 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนต่อมา คุณดารารัตน์ เกียรติเกิดสุข ได้ผันตัวเองเข้าบริหารไนท์คลับ &amp;quot;มูแรงรูจ&amp;quot; เสียเอง และยังจัดรายการทีวีด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเลิกบริหารไนท์คลับและเลิกจัดรายการทีวี เธอก็เดินทางไปแสวงโชคที่ประเทศอังกฤษ และเธอก็ประสบความสำเร็จ จึงตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต #จับปู&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดารารัตน์ เกียรติเกิดสุข, นักร้องในตำนาน, สหราชอาณาจักร, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d0f2627b69.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหตุผลโลกเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์มากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ภาพ : ขีปนาวุธข้ามทวีป Dongfeng-41ของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ที่มา : http://eng.chinamil.com.cn/view/2019-10/01/content_9641753.htm&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สงครามใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ภายใต้หลักคิดของรัฐบาลสหรัฐมองว่ากำลังถูกคุกคาม ประเทศตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงจำแก้ไข เกิดความขัดแย้งระหว่างชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สงครามใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เพราะส่งผลกระทบทั่วโลก ยิ่งเป็นสงครามนิวเคลียร์เต็มรูปแบบยิ่งมีโอกาสน้อยมากเพราะทำลายล้างโลก อารยธรรมโลกถูกทำลายถอยหลังหลายสิบหลายร้อยปี แต่นักวิชาการส่วนหนึ่งเห็นว่าโลกเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์มากขึ้น ทำไมจึงคิดเช่นนั้น บทความนี้นำเสนอเหตุผล 6 ประการล่าสุดตามบริบทขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก สนธิสัญญานิวเคลียร์หลายฉบับถูกฉีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) สนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง (Intermediate Nuclear Forces treaty) Open Skies Treaty (ยอมให้เครื่องบินลาดตระเวนของอีกประเทศบินเหนือน่านฟ้า ไม่มีพื้นที่ยกเว้น เพื่อลาดตระเวนถ่ายรูป การจัดวาง การเคลื่อนย้ายกำลังพลอีกฝ่าย รวมทั้งที่ตั้งนิวเคลียร์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นหลักฐานว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคมหาอำนาจนิวเคลียร์ต่างคนต่างคิด ต่างสะสมอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 การปิดล้อมจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยุทธศาสตร์ในสมัยทรัมป์ประกาศชัดว่าจีนคือรัฐปรปักษ์ ความบาดหมางลงลึกไปถึงระดับประชาชน คนอเมริกันจำนวนไม่น้อยเกลียดชังคนจีนด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าเป็นคนจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์ฉีกทิ้งสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลางเพียงฝ่ายเดียว อ้างว่ารัสเซียละเมิดสนธิสัญญามานานแล้ว (สนธิสัญญานี้เกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้าด้วยอาวุธนิวเคลียร์ในยุโรป) ไม่ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เรื่องนี้เกี่ยวโยงกับจีนโดยตรง มีข่าวหลายชิ้นบอกว่ารัฐบาลทรัมป์หวังติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางในแถบเอเชียแปซิฟิกด้วย (ไม่ใช่แค่ยุโรปอีกแล้ว)&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐอยากติดตั้งในออสเตรเลีย สมาชิกอาเซียน แม้รัฐบาลออสเตรเลียกับฟิลิปปินส์ปฏิเสธไปแล้ว แต่รัฐบาลสหรัฐไม่ลดละความพยายาม ยังเสาะหาประเทศในเอเชียที่ยอมให้ติดตั้งนิวเคลียร์ของตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด รายงานกระทรวงกลาโหมสหรัฐที่นำเสนอเมื่อต้นเดือนกันยายน เผยจีนมีแผนเพิ่มจำนวนหัวรบนิวเคลียร์เท่าตัว มีขีปนาวุธข้ามทวีปที่ยิงใส่อเมริกาได้ทุกจุด และใกล้จะสามารถยิงอาวุธนิวเคลียร์จากภาคพื้นดิน อากาศและทะเล ครบ 3 วิธี แต่จีนปฏิเสธแผนเพิ่มหับรบนิวเคลียร์เท่าตัว ไม่ว่าเหตุผลข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เห็นชัดว่ารัฐบาลสหรัฐมุ่งที่จีนเป็นภัยคุกคามมากขึ้น ซึ่งเป็นจริงอยู่ไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; John Mearsheimer จาก University of Chicago ชี้ว่านโยบายบรรทัดสุดท้ายของสหรัฐคือจะไม่ปล่อยให้จีนเป็นมหาอำนาจเทียบเคียงตน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายในแนวคิดนี้จีนกำลังก้าวขึ้นมาสุ่มเสี่ยงเกิดสงครามนิวเคลียร์มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 การฟื้นฟูกองกำลังนิวเคลียร์รัสเซีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อสหภาพโซเวียตแตกและเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยขณะนั้นอ่อนแอมาก อาวุธจำนวนมากถูกทิ้งร้าง มีคำถามว่าอาวุธนิวเคลียร์ยังเก็บมิดชิดปลอดภัยหรือไม่ การก้าวขึ้นมาของประธานาธิบดีปูติน นำประเทศค่อยๆ ฟื้นตัว ไม่กี่ปีหลังนี้พัฒนาอาวุธใหม่ๆ เช่น ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกอแวนการ์ด (Avangard) ที่บอกว่าสามารถหลบรอดระบบป้องกันขีปนาวุธสหรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในมุมมองของสหรัฐ การฟื้นตัวของรัสเซีย ความร่วมมือทางทหารระหว่างจีนกับรัสเซียเพิ่มความกังวลเป็น 2 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 4 สหรัฐปรับยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ครั้งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลจีน รัสเซีย การคงความเป็นเจ้าของสหรัฐ เหล่านี้เป็นเหตุผลมากพอที่รัฐบาลประกาศพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์รุ่นใหม่ ยุทธศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ (Nuclear Posture Review: NPR) ฉบับล่าสุดปี 2018 ประกาศชัดว่า รัฐบาลมีหน้าที่คงกำลังอาวุธนิวเคลียร์ให้เหนือทุกประเทศใดโลก ด้วยความเชื่อว่านอกจากปลอดภัยแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเจรจา เรื่องนี้สัมพันธ์กับเศรษฐกิจประเทศโดยตรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริบทโลกในขณะนี้และอนาคตอันใกล้ล้วนชี้ว่าชาติมหาอำนาจทั้ง 3 เผชิญหน้าทางทหารมากขึ้น แน่นอนว่าหมายถึงอาวุธนิวเคลียร์ด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 5 สหรัฐมีนโยบายยิงก่อนถ้าจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐรวมทั้งนักวิชาการหลายคนพยายามพูดว่าสหรัฐจะไม่เป็นฝ่ายยิงก่อน โอกาสที่จะใช้นิวเคลียร์มีน้อยมากและปกติไม่คิดจะใช้เลย คำอธิบายทำนองนี้ชี้ว่าโอกาสใช้น้อยมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ใช้เลย รวมถึงเป็นฝ่ายใช้ก่อนด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่านับจากโลกมีอาวุธนิวเคลียร์ถูกใช้ไปแล้ว 2 ลูก สหรัฐใช้ระเบิดนิวเคลียร์ 2 ลูกเพื่อหยุดญี่ปุ่น คนอเมริกันสมัยนั้นส่วนใหญ่เห็นด้วย สงครามเกาหลี (1950-53) เป็นอีกครั้งที่สหรัฐคิดใช้ระเบิดนิวเคลียร์ นายพลดักลาส แมกอาร์เธอร์ (Douglas MacArthur) เสนอให้โจมตีจีนด้วยอาวุธนิวเคลียร์ แต่ประธานาธิบดีทรูแมนไม่เห็นชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โอกาสที่จะใช้จึงมีและเคยทำมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 6 กระแสสงครามล้างโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีกลุ่มคนที่คิดถึงเรื่องสงครามล้างโลกอยู่เสมอ เมื่อมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์ คนเหล่านี้มักจะพูดในทำนองว่า จะเกิดสงครามนิวเคลียร์แล้ว เช่น กรณีอิรักในสมัยซัดดัม ฮุสเซน ความขัดแย้งระหว่างอินเดียกับปากีสถาน การทดลองนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ปฏิบัติการของกลุ่มก่อการร้าย รวมทั้งการเผชิญหน้าระหว่างชาติมหาอำนาจในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าติดตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆ ย้อนหลัง 10 ปี, 20 ปี, 30 ปี หรือไกลกว่านั้น (ยุคสงครามเย็น) แทบทุกปีจะมีคนพูดว่า จะเกิดสงครามล้างโลกแล้ว การเอ่ยถึงสงครามล้างโลกบ่อยๆ ทำให้เกิดกระแสคิดว่าสงครามนิวเคลียร์ใกล้แล้ว หลายคนพลอยคิดว่าจะเป็นเช่นนั้น แม้ไม่อยากให้เกิดแต่ยอมรับว่าวันหนึ่งเป็นเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรวมแล้ว ชาติมหาอำนาจขัดแย้งกันมากขึ้น เผชิญหน้ากันมากขึ้น หลายคนชี้ว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคสงครามเย็นใหม่อีกครั้ง จึงไม่แปลกถ้าจะพูดว่าโลกเสี่ยงเกิดสงครามนิวเคลียร์ เหมือนยุคสงครามเย็นที่ต่างฝ่ายต่างสะสมนิวเคลียร์จำนวนมาก แสดงท่าทีพร้อมใช้ถ้าจำเป็น เกิดวิกฤติใกล้นิวเคลียร์เป็นระยะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องจับตาท่าทีรัฐบาลสหรัฐเพราะมีแนวโน้มว่าสหรัฐจะเป็นฝ่ายข่มขู่ยั่วยุก่อน รัฐบาลสหรัฐจะแสดงท่าทีชัดเจนมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;จับตาการเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ปี 2021 : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; New Strategic Arms Reduction Treaty (New START) เป็นสนธิสัญญาระหว่างสหรัฐกับรัสเซียฉบับเกิดเมื่อปี 2010 จำกัดการเก็บสะสมนิวเคลียร์ สนธิสัญญานี้จะหมดอายุในกุมภาพันธ์ 2021 รัฐบาลทรัมป์แสดงท่าทีชัดเจนว่าการเจรจารอบใหม่จะต้องมีจีนร่วมโต๊ะเจรจา เป็นไปได้ว่าสหรัฐต้องการปรับเงื่อนไขนิวเคลียร์ใหม่หมด (เป็นที่มาของการฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์พิสัยกลางกับ Open Skies Treaty ก่อนหน้านี้) ซึ่งจีนแสดงท่าทีเรื่อยมาว่าไม่เห็นด้วย ตั้งเงื่อนไขว่าจะเข้าร่วมเจรจาหากจีนเพิ่มหัวรบนิวเคลียร์เท่ากับสหรัฐ หรือสหรัฐจะปรับลดจำนวนหัวรบให้เท่ากับจีน (ปัจจุบันสหรัฐกับรัสเซียมีประเทศละ 6 พันหัวรบ ส่วนจีนมี 300 หัวรบ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกแนวทางคือจีนพร้อมเจรจานิวเคลียร์ในหมู่ 5 สมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ (สหรัฐ รัสเซีย จีน สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส) ไม่ใช่แค่ 3 ประเทศตามที่เสนอมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นอยู่ที่จีนต้องการเป็นชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่ยืนได้ด้วยขาตัวเอง ไม่พึ่งความมั่นคงจากรัสเซีย เป็นไปได้ว่าจีนจะค่อยๆ เพิ่มกำลังรบนิวเคลียร์ตามหลักคิดประเทศที่ก้าวขึ้นมา ต้องก้าวขึ้นมาทุกด้าน ไม่เฉพาะเศรษฐกิจเท่านั้น เป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่าจีนพัฒนาและขยายแสนยานุภาพทางทหาร รัฐบาลจีนไม่ยอมให้ก้มหัวให้ใคร จีนมีศักยภาพที่สร้างอาวุธนิวเคลียร์ให้มากเท่าสหรัฐ อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นไปได้ว่ารัฐบาลสหรัฐอาจใช้เรื่องนี้ยกเลิกสนธิสัญญาดังกล่าว เปิดทางสร้างสะสมอาวุธนิวเคลียร์ตามใจชอบ ปี 2021 จะเป็นปีแห่งความวิตกกังวลเมื่อชาติมหาอำนาจขัดแย้งเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ เป็นส่วนหนึ่งของการเผชิญหน้าการบั่นทอนบ่อนทำลายอีกฝ่าย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76591</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ฝรั่งเศส, รัสเซีย, สถานการณ์โลก, สหรัฐ, สหราชอาณาจักร, อาวุธนิวเคลียร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2020 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2020 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษสังเวยโควิด-19 เกิน 32,000 ศพ มากอันดับ 2 ของโลกแทนที่อิตาลี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรแซงหน้าอิตาลี เป็นประเทศที่มีผู้สังเวยโควิด-19 มากที่สุดในยุโรปแล้ว และมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ หลังจากตัวเลขล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติเมื่อวันอังคารระบุยอดเสียชีวิตมากเกิน 32,000 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ของสำนักงานบริการสุขภาพแห่งชาติของอังกฤษ (เอ็นเอชเอส) เดินเข้าโรงพยาบาลเอ็นเอชเอส ไนติงเกล ที่ดัดแปลงจากศูนย์แสดงนิทรรศการเอกเซลในกรุงลอนดอนเพื่อใช้รองรับผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2563 ระบุว่า ข้อมูลประจำสัปดาห์จากสำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษ (โอเอ็นเอส) ล่าสุดได้เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโรคโควิด-19 ในอังกฤษและเวลส์อีกมากกว่า 7,000 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในสหราชอาณาจักรเพิ่มเป็น 32,313 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนล่าสุดนี้ทำให้สหราชอาณาจักรมีผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากที่สุดในยุโรป และเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา โดยข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐเมื่อค่ำวันอังคาร ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 252,000 ราย จากผู้ติดเชื้อ 3.6 ล้านราย&amp;nbsp; เฉพาะสหรัฐมีผู้เสียชีวิตเกือบ 69,000 รายแล้ว ส่วนอิตาลีมีผู้เสียชีวิต 29,079 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า ตัวเลขล่าสุดของสหราชอาณาจักรอ้างอิงจากใบมรณบัตรที่ระบุสาเหตุจากโรคโควิด-19 และรวมถึงกรณีต้องสงสัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักการเมืองฝ่ายค้านกล่าวกันว่า ตัวเลขล่าสุดนี้พิสูจน์ว่ารัฐบาลของนายกฯ บอริส จอห์นสัน ดำเนินการเชื่องช้าในการจัดอุปกรณ์ป้องกันอย่างเพียงพอให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ และการตรวจเชื้อประชาชนจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65168</URL_LINK>
                <HASHTAG>มากสุดในยุโรป, ยอดสังเวยโควิด-19, สหราชอาณาจักร, อังกฤษ, อิตาลี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb17823cc3f4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
