<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีเหนือทดสอบมิสไซล์ซ้ำ ตอกสหรัฐอย่ามาสองมาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เผยเกาหลีเหนือยิงทดสอบมิสไซล์ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ ตกทะเลนอกฝั่งตะวันออกเมื่อวันอังคาร ทูตเกาหลีเหนือประจำยูเอ็นยืนกรานว่าเปียงยางมีสิทธิ์ทดสอบอาวุธและป้องกันตนเอง เตือนสหรัฐอย่าสองมาตรฐานคิดว่าเสริมขีดความสามารถได้ฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โทรทัศน์เกาหลีใต้ฉายภาพมิสไซล์ของเกาหลีเหนือจากแฟ้มภาพการทดสอบมิสไซล์เมื่อปี 2562 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 28 กันยายน อ้างคำแถลงของคณะเสนาธิการทหารร่วมของกองทัพเกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนือยิงโพรเจ็กไทล์จากจังหวัดจากังในภาคเหนือเมื่อเวลา 06.40 น.ของวันอังคาร มาตกในทะเลนอกชายฝั่งตะวันออก ขณะที่โฆษกกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นกล่าวว่า ดูเหมือนว่าอาวุธดังกล่าวจะเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ถึงชั่วโมงต่อมา คิม ซง เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำองค์การสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชายูเอ็นที่นิวยอร์กว่า เกาหลีเหนือมีสิทธิที่จะพัฒนา, ทดสอบ, ผลิต และครอบครองระบบอาวุธแบบเดียวกับของเกาหลีใต้และสหรัฐ ใครก็ไม่สามารถปฏิเสธสิทธิในการป้องกันตนเองและการทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือได้ แต่ถ้าสหรัฐยุตินโยบายที่เป็นปรปักษ์และ &amp;quot;สองมาตรฐาน&amp;quot; เกาหลีเหนือก็จะตอบสนองต่อข้อเสนอในการเจรจา &amp;quot;ด้วยความเต็มใจในทุกเวลา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐประณามการทดสอบอาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ โดยกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า เป็นภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้านของเกาหลีเหนือและประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งยังฝ่าฝืนข้อมติหลายข้อของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ที่จะพ้นตำแหน่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ย้ำกลางสมัชชายูเอ็นถึงข้อเรียกร้องตลอดมาของเขา ที่ต้องการให้เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามเกาหลีเหนือระหว่างปี 2493-2496 จบลงโดยทั้งสองฝ่ายทำสัญญาพักรบ แต่ไม่ได้ลงนามสนธิสัญญาสันติภาพ โดยหลักการสองประเทศนี้จึงยังอยู่ในภาวะสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนนี้เกาหลีเหนือยิงทดสอบมิสไซล์มาแล้วหลายครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นมิสไซล์ครูซพิสัยไกล และอีกครั้งกองทัพเกาหลีใต้กล่าวว่าเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้ก็ประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ (เอสแอลบีเอ็ม) เป็นครั้งแรกเช่นกัน ทำให้เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าดังกล่าว รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เมื่อวันอังคาร เกาหลีใต้ยิงทดสอบเอสแอลบีเอ็มจากเรือดำน้ำอีกเป็นครั้งที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุนทรพจน์ของทูตคิมเมื่อวันอังคารสอดคล้องกับการวิจารณ์ของเกาหลีเหนือในช่วงไม่นานมานี้ ที่ว่าเกาหลีใต้และสหรัฐประณามการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือ แต่สองประเทศนี้กลับยังคงเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถทางทหารของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเปียงยาง ก็วิจารณ์สหรัฐและเกาหลีใต้ &amp;quot;สองมาตรฐาน&amp;quot; ในเรื่องดังกล่าว แต่เธอไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ของการเจรจาสุดยอดระหว่างผู้นำสองเกาหลี โดยยืนกรานว่าจำเป็นต้องมีความเคารพกันและกันและ &amp;quot;เท่าเทียม&amp;quot; และขอให้เกาหลีใต้ &amp;quot;หยุดพูดจาอวดดี&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118126</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธ, ทดสอบมิสไซล์, สองมาตรฐาน, เกาหลีเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152f417263f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3นิ้วเมินปรองดองปลุกม็อบต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โรม&amp;quot; ตั้งกระทู้ซัดรัฐบาลสองมาตรฐาน ทำร้ายม็อบราษฎร แต่อำนวยความสะดวกม็อบเสื้อเหลือง &amp;ldquo;บิ๊กช้าง&amp;rdquo; แจง จนท.ปฏิบัติตามกฎหมาย เสื้อเหลืองรับเสด็จร่วมงานพระราชพิธี ไม่ใช่ม็อบ ภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันฯ นัดชุมนุมใหญ่ 9 พ.ย.ที่ลานพ่อขุนฯ ลั่นหากพวกจาบจ้วงมาตั้งเวทีจะไล่รื้อโดยสันติ &amp;quot;ไผ่&amp;quot; นำ &amp;quot;กลุ่มราษฎร&amp;quot; แถลงไม่สังฆกรรม กก.ปรองดอง ยืนยันเพดานเดิม 3 ข้อ จ่อรวบรวมผู้ต่อสู้ทุกภูมิภาคออกแบบชุมนุม จี้ให้ นายกฯ ลาออก &amp;quot;หมอทศ&amp;quot; อ้าง &amp;quot;เพนกวิน-ไมค์&amp;quot; บิดามีปัญญาจ่ายค่า รพ.พระรามเก้า &amp;quot;รุ้ง&amp;quot; มีประกันสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 4 พฤศจิกายน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญนัดแรก มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระกระทู้ถามสดของนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถาม พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ว่ากรณีการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพื่อสลายการชุมนุมของประชาชนในพื้นที่ กทม. หลายครั้งที่ไม่ได้ขอหมายจากศาล และการดำเนินคดีของแกนนำผู้ชุมนุมและแนวร่วมตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เพราะการชุมนุมทางการเมืองวันนี้มีหลายกลุ่ม ทั้งคนเสื้อเหลืองและกลุ่มราษฎร โดยกลุ่มคนเสื้อเหลืองพบจัดกิจกรรมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยเป็นข้าราชการและบุคลากรท้องถิ่น โดยคำชักชวนของรัฐมนตรีบางพรรคและผู้ว่าราชการจังหวัด อำนวยความสะดวกอย่างดีจากรัฐ ขณะที่กลุ่มราษฎรที่ถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐถูกทำร้ายจากคนอีกกลุ่ม แต่ไม่ได้รับความสะดวก พบการสลายการชุมนุมและนำรถผู้ต้องขังมารอรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขอตั้งคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐที่สองมาตรฐาน ฝั่งหนึ่งเสิร์ฟน้ำให้ อีกฝั่งฉีดน้ำใส่ ฝั่งหนึ่งมีรถห้องน้ำ อีกฝั่งมีรถผู้ต้องขัง และอยากทราบว่าจนถึงวันนี้มีการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อเหลืองที่ไปทำร้ายร่างกายนักศึกษาที่ ม.รามคำแหง มีการดำเนินคดีแล้วหรือยัง นี่คือม็อบมีเส้นหรือไม่&amp;rdquo; นายรังสิมันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงแทนนายกฯว่าการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่เป็นไปตามกฎหมาย และใช้หลักการสากล อาทิ การชี้แจง การเจรจา และได้เตรียมหมอ พยาบาล เครื่องมือที่ใช้ดำเนินการ รัฐบาลห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ต้องให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย รัฐบาลตระหนักถึงการใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ แต่ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ แม้รับรองสิทธิเสรีภาพ แต่มีเงื่อนไขคือต้องเป็นไปตามกฎหมาย และไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น โดยเฉพาะพฤติกรรมยั่วยุ ก้าวร้าว ก้าวล่วง เพื่อสร้างความเกลียดชังที่จะเป็นชนวนสร้างความแตกแยกในสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนกรณีของคนเสื้อเหลืองที่แสดงความจงรักภักดี เป็นความรู้สึกของประชาชนที่แสดงความเห็นปกป้องสถาบันที่คนไทยทุกคนเชิดชู กรณีที่บอกว่าเมื่อมาแล้วทำไมดูแลอำนวยความสะดวกให้เพราะวันที่ 1 พ.ย. มีพระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต ถือว่าประชาชนมาร่วมงานพระราชพิธี ไม่เข้าข่ายการชุมนุมตาม พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ทั้งนี้ มีบางกลุ่มแจ้งการชุมนุมและไม่แจ้งการชุมนุม ดังนั้นเจ้าหน้าที่ดูแลตามกรอบกฎหมาย อย่างเท่าเทียมกัน&amp;quot; พล.อ.ชัยชาญกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายรังสิมันต์กล่าวว่า ผิดหวังในคำตอบ เพราะต้องการทราบชื่อว่าใครสั่งการ ผิดหวังต่อการสลายการชุมนุม และผิดหวังต่อการไม่ดำเนินคดีคนเสื้อเหลืองที่ถูกมองว่าเป็นม็อบมีเส้น ส่วนการดูแลพื้นที่มีเจ้าหน้าที่จากต่างจังหวัดถูกเกณฑ์เข้ามาดูแลสถานการณ์ 14,000 นาย เชื่อว่าจะใช้งบประมาณต่อวันถึง 8.4&amp;nbsp; แสนบาท จึงขอทราบถึงงบประมาณที่ดำเนินการ และการร้องเรียนจากตำรวจที่ปฏิบัติงาน ที่ระบุว่าพบการหักหัวคิวเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ โดยตำรวจแต่ละนายได้รับค่าอาหารเป็นจำนวน 60 บาทต่อกล่อง แต่เมื่อเปิดดูหน้าตาอาหารต่อกล่อง มีแค่ปีกไก่ 1 ชิ้น บางกล่องมีแค่ไข่ต้มกับน้ำพริก มีการหักค่าหัวคิว ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหารจริงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ชัยชาญชี้แจงว่า การจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจจากต่างจังหวัดนั้น เพราะตำรวจควบคุมฝูงชนมีไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติตามแผนจึงต้องผลัดเปลี่ยนกำลังจากต่างจังหวัดมาช่วยปฏิบัติการ ส่วนอาหาร เป็นนโยบายสำคัญของนายกฯ? ที่ให้ดูแลสิทธิ ที่อยู่เบี้ยเลี้ยง และอาหารเต็มที่ ซึ่งหมุนเวียน 15-20 วัน ส่วนการตรวจสอบหักหัวคิวนั้น ผบ.ตร.?ตรวจสอบข้อเท็จจริง บางส่วนเบิกจ่ายงบประมาณโดยไม่ได้เบิกจ่ายตามงบประมาณ แต่เป็นการบริหารงานของหน่วยงาน ทั้งนี้ มีนโยบายให้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเต็มที่ เพื่อขวัญและกำลังใจในการทำงาน
ก้าวไกลบี้ดีอีเอสปิดกั้นสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน เเละการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นประธานการประชุมวาระพิจารณาศึกษากรณีการสั่งให้ตรวจสอบเเละให้ระงับการออกอากาศรายการเเละสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ วอยซ์ทีวี (Voice TV), ประชาไท (Prachatai), The Reporters และ THE STANDARD โดยเชิญนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส), พล.ต.ท. จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และผู้แทนสื่อมวลชนเข้าชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ต.ท.จารุวัฒน์ชี้แจงว่า ทาง ตร.ได้มีการออกคำสั่งที่ 4 เรื่องให้ตรวจสอบและระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะยุยงหรือปลุกปั่นทางการเมือง เนื่องจากมีรายงานจากหน่วยข่าวกรองรายงานว่า สื่อ 5 สำนักเสนอข่าวในแนวทางที่สร้างความแตกแยก ปั่นป่วน 4 กรณีคือ ชักจูง วุ่นวาย แตกเเยก และเป็นข่าวลวง โดย ผบ.ตร.ได้ออกคำสั่งตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล ให้กระทรวงดีอีเอสไปพิจารณาเนื้อหาว่ามีการนำเสนอในช่องและรายการใดที่เป็นการละเมิดกฎหมายหรือไม่ ขอให้ดำเนินการตามกระบวนการศาล กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการออกคำสั่งให้ตรวจสอบ แต่ไม่ใช่คำสั่งปิดสื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ดำเนินตามการกฎหมายที่เกิดขึ้นจากการประกาศใช้ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพุทธิพงษ์กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นอำนาจควบคุมดูแลการเผยแพร่ข่าวสารของสื่อมวลชนตามข้อ 4 ใน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบ ตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจได้ โดยให้ปลัดกระทรวงดีอีเอสทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ยืนยันว่าเคารพสิทธิมนุษยชน ซึ่งรัฐบาลใช้อำนาจตาม กระบวนการทางศาล ไม่ได้ใช้อำนาจของกระทรวง กรณีของวอยซ์ทีวี มีหลักฐานยืนยันว่าได้มีการกระทำความผิดที่ละเมิดต่อกฎหมายและก้าวล่วงสถาบัน ส่วนสำนักข่าวอื่นๆ ได้เตือนแล้วและมีการลบเนื้อหาในเบื้องต้นหรือหยุดเผยแพร่ แต่กรณีของ วอยซ์ทีวีไม่ได้หยุดเผยแพร่ ยังคงดำเนินการต่อ ซึ่งขัดต่อคำสั่งภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกครั้งที่ส่งเรื่องไปจะประกอบด้วยคำสั่งศาลทุกครั้ง ไม่มีการใช้อำนาจของกระทรวงในการดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ. กล่าวว่า คณะกรรมการเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นมาจะทราบได้อย่างไรว่าดำเนินการอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะสื่อเนชั่น ก็จะพบการใช้ถ้อยคำที่มีความรุนแรง ยั่วยุ ปลุกปั่น บิดเบือนต่อผู้ชุมนุม เป็นการปฏิบัติ 2 มาตรฐานอย่างชัดเจน รัฐจะใช้ข้ออ้างเพื่อมาบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อปิดหูปิดตาประชาชนด้วยการปิดสื่อ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อกรณีนี้ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า รัฐจำเป็นต้องปกป้องสถาบัน ส่วนกรณีเนชั่น ไม่ได้มีการนำเสนอพาดพิงให้เกิดความแตกแยกหรือผิดกฎหมาย กรณีวอยซ์ทีวี เมื่อศาลอุทธรณ์สั่งให้ยกคำร้อง เราก็ไม่ได้ดำเนินการต่อ เราทำตามขั้นตอนของกฎหมาย กรณีที่เกิดขึ้นดำเนินการในช่วงเฉพาะกิจภายใต้การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการชี้แจง ตัวแทนจากวอยซ์ทีวีได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อกรรมาธิการว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีลักษณะของการคุกคามสื่อ กรณีวอยซ์ทีวีเป็นการถูกถอดสัญญาณเคเบิล ซึ่งผู้ให้บริการชี้แจงกับช่องว่าได้ถูกกดดันจากผู้อำนาจโดยใช้ถ้อยคำว่า &amp;ldquo;อย่าไปคบกับโจร&amp;rdquo; จึงมองว่ากรณีแบบนี้เป็นการคุกคามสื่อ และเป็นสิ่งที่เจอมาโดยตลอด จึงควรหาแนวทางการปฏิบัติเพื่อหาทางออกร่วมกันในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงท้าย นายปดิพัทธ์สรุปว่า ในกรณีที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะในช่วงใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือช่วงเวลาปกติ ภาครัฐควรมีการหารือกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ เพื่อวางแนวทางร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดการลิดรอนสิทธิและเสรีภาพสื่อมวลชน คณะกรรมาธิการฯ จะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้เวทีนี้เกิดประโยชน์จริงอย่างเป็นรูปธรรม
รามฯนัดปกป้องสถาบัน9พย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เสื้อแดง พร้อมคณะเข้ายื่นหนังสือพร้อมคลิปภาพให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่มีการจับกุมแกนนำ และมีข่าวว่านายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ถูกทำร้ายร่างกาย จึงขอให้เชิญ ผบ.ตร.,&amp;nbsp; ผบช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมมาให้ข้อมูล และหากพบการกระทำผิดขอให้ดำเนินคดีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธีรัจชัย พันธุมาศ โฆษก กมธ.ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ได้รับทราบเรื่องนี้แล้ว กมธ.จะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปในวันที่ 12 พ.ย. ได้มีการเชิญผู้บัญชาการเรือนจำ ผบ.ตร. และ ผบช.น.มาชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ ม.รามคำแหง ภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ นำโดยนายพานสุวรรณ ณ แก้ว, นายทินกร ปลอดภัย, นายทศพล มนูญญรัตน์, นายสมเดช คงวิจิตร์ ชี้แจงเหตุการปะทะกับเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย พร้อมประกาศจุดยืนนัดชุมนุม 9 พ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายพานสุวรรณกล่าวว่า พวกเราขอโทษสังคมที่เกิดเหตุความรุนแรงขณะใส่เสื้อเหลือง ยอมรับว่าทำผิดพลาด ตกเป็นเหยื่อของความยั่วยุของอีกฝ่าย เรามีหลักฐานว่าเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นำบุคคลภายนอกเข้ามาแสดงพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบัน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เหตุการณ์วันนั้นทำเพื่อขับไล่ให้ออกมหาวิทยาลัย ไม่ได้มีเจตนาที่จะยั่วยุหรือใช้ความรุนแรงพวก เราพร้อมต่อสู้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ตามกฎหมาย จะไม่ใช้วิธีการแบบกลุ่มคณะราษฎร เอามวลชนไปปิดล้อม สน.ประชาชื่น ในวันที่ 9 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันจัดชุมนุมใหญ่ที่ลานพ่อขุนรามคำแหง เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ โดยเฉพาะในรัชสมัยปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทินกรกล่าวว่า จากนี้ไปในฐานะศิษย์เก่ารามคำแหงไม่ยอมให้นักการเมืองกลุ่มการเมืองใดๆ มาหลอกใช้ นศ.รามฯ ตั้งเวทีหรือแสดงพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ ไปทำที่อื่นไม่ว่า&amp;nbsp; แต่ถ้ามาใช้ใน ม.รามฯ เราจะสู้ทุกรูปแบบ พร้อมจะเดินไล่รื้อทุกเวที ด้วยวิธีการสันติวิธี ส่วนกรณีแนวร่วมคณะราษฎรบางคนลดเงื่อนไขไม่แตะต้องสถาบัน เรื่องนี้คงเป็นปัญหาแตกแยกภายใน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายทศพลกล่าวว่า ในฐานะศิษย์เก่าอาชีวะ อยากถามกลุ่มฟันเฟืองอาชีวะที่เป็นรุ่นน้องว่า บอกว่าที่ออกมาเพื่อปกป้องประชาชน แต่เมื่อเห็นคนมีพฤติกรรมจาบจ้วงสถาบันแล้วยังยืน เฉยๆ ถามว่าเป็นการปกป้องแบบไหน ขอยืนยันว่าม็อบคณะราษฎร พรรคก้าวไกล อยู่เบื้องหลัง ขอถามนายอานนท์ นำภา แค้นอะไรกับสถาบันนักหนา จากนี้หากพบเห็นผู้ที่มีพฤติกรรมจาบจ้วงอีกจะไม่ยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.เมืองขอนแก่น นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าถูกคุกคามและข่มขู่จากผู้ไม่หวังดี โดยนายปติวัฒน์กล่าวว่า เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต หลังออกจากการถูกควบคุมตัวที่เรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพฯ ได้เพียง 2 วัน คือวันที่ 31 ต.ค. ได้มีโทรศัพท์โทร.เข้ามาที่เบอร์ส่วนตัว แต่ไม่มีเสียงพูดและไม่ได้มีการสนทนา ก่อนที่จะวางสายไป จึงตัดสินใจนำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบคณะราษฎร 63 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กระแสการต่อสู้ครั้งนี้ต้องเรียกว่า &amp;ldquo;หลักการนำมวลชน&amp;rdquo; ไม่ใช่แกนนำนำมวลชน เราตกผลึกร่วมกัน ช่วยกันกลั่นออกมาเป็นข้อเรียกร้อง และแนวทางการต่อสู้ร่วมกัน ข้อเรียกร้องนั้นมันถูกขานรับและขยายแนวร่วมอย่างกว้างขวางแบบไม่เคยมีมาก่อน เข็มนาฬิกามันไม่ได้หยุดนิ่งระหว่างที่คู่ขัดแย้งตัดสินใจหรือเจรจา แต่มันเดินไปข้างหน้าตลอดเวลา
ราษฎรไม่ร่วม กก.ปรองดอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.00 น. ที่ท้องสนามหลวง กลุ่มราษฎรจัดแถลงข่าวโดยมีบุคคลกว่า 20 รายเป็นตัวแทน อาทิ นายจตุภัทร์ บุญภัทร์รักษา หรือไผ่ ดาวดิน, นายธัชพงศ์ แกดำ หรือบอย YPD, นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท กลุ่มเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ ขอนแก่นพอกันที และ น.ส.สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือเมนู เป็นต้น โดยทั้งหมดร่วมกันอ่านแถลงการณ์จากราษฎรว่า ที่ฝ่ายรัฐบาลได้เสนอให้จัดตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ขึ้น โดยให้เหตุผลว่าเป็นไปเพื่อลดความตึงเครียดทางการเมืองในสังคมและหาทางแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาตินั้น การจัดตั้งคณะกรรมการดังกล่าวไม่อาจนำมาซึ่งหนทางแก้ปัญหาใดๆ ดังที่กล่าวอ้างได้ เพราะแท้จริงแล้วการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นอุปสรรคประการใหญ่ที่สุดที่ขัดขวางการแก้ไขปัญหาการเมือง&amp;nbsp; เศรษฐกิจ และสังคมทั้งปวงของประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังปราศจากความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ได้เข้าสู่อำนาจโดยมิชอบตั้งแต่แรก จึงนับได้ว่าคณะกรรมการดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงละครทางการเมืองของรัฐบาล เพื่อซื้อเวลาให้ พล.อ.ประยุทธ์เพียงเท่านั้น พวกเราขอประกาศจุดยืนว่า จะไม่ยอมรับ และจะไม่สังฆกรรมกับคณะกรรมการที่ฝ่ายรัฐบาลจะจัดตั้งขึ้น ยืนยันว่าปัญหาทั้งปวงของประเทศชาติจะเริ่มต้นมิได้เลยหาก พล.อ.ประยุทธ์ยังไม่ลาออกพวกเรายืนยันในข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อดังต่อไปนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2.ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 3.ต้องมีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายจตุภัทร์กล่าวว่า ถ้าจะถอยคนละก้าวต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออก โดยตอนนี้ได้รวบรวมผู้ต่อสู้ในทุกภูมิภาคเพื่อออกแบบการชุมนุมหลังข้อเรียกร้องที่เสนอไปนั้นรัฐบาลไม่ทำตาม จึงต้องออกแบบการต่อสู้กันอีกครั้ง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์อยู่นานขึ้น ก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น โดยจะมีการชุมนุมใหญ่ไปเรื่อยๆ แน่นอน โดยยืนยันแนวทางสันติและสงบ แม้ไม่รู้ว่าครั้งใดจะชนะ แต่เราจะไม่ลดความฝันและหาเพื่อนร่วมทางต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอรรถพล กล่าวถึงข้อเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันว่า พล.อ.ประยุทธ์ห้อยโหนสถาบันมาเป็นเกราะกำบังตัวเอง ทำให้สถาบันห่างจากประชาชน เฉกเช่นเดียวกัน ถ้า 3 อำนาจอธิปไตยขัดต่อความเป็นประชาธิปไตย พระมหากษัตริย์ทรงยับยั้งได้ ยืนยันว่าข้อเสนอนั้นไม่ได้เป็นการล้มสถาบัน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชินวัตรกล่าวว่า จะมีหมัดน็อกหมัดเด็ดอย่างไรที่จะเอาพล.อ.ประยุทธ์ออกไป เรามีแน่นอน เร็วๆ นี้ขอให้ทุกท่านติดตาม เพราะทุกกลุ่ม ทุกแนวร่วม ตอนนี้มารวมเป็น &amp;ldquo;ราษฎร&amp;rdquo; ณ ที่แห่งนี้แล้ว และพร้อมที่จะทำให้ประยุทธ์ลาออกอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก, รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล และ เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ ที่เลือกเข้ารักษาตัวที่ รพ.พระรามเก้า เนื่องจากวันที่ไมค์อาการหนักหมดสติไป ร่างกายขาดน้ำ อาจจะมีปัญหาเรื่องไต อาจไตวายได้ ซึ่งตนมีความคุ้นเคยและสนิทกับผู้ก่อตั้ง จึงเลือกไป รพ.พระรามเก้า ยืนยันว่าทั้ง 3 คนมีสิทธิ์ในการเลือก รพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่กล่าวอ้างว่ามีผู้ใหญ่ทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องช่วยเหลือและถือหุ้นนั้น นพ.ทศพร กล่าวว่า รพ.พระรามเก้าได้นำเข้าตลาดหลักทรัพย์ ราคาหุ้นออกไปก็มีคนมีชื่อเสียงเข้ามาซื้อหุ้นเหมือน รพ.ทั่วไป ส่วนคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ไม่ได้เจอกันมา 20 ปีแล้ว เคยคุยกับท่านเพียงครั้งเดียวสมัยพรรคไทยรักไทยยังไม่ถูกยุบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่เลือก รพ.พระรามเก้า เพราะเป็น รพ.ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งและราคายุติธรรม บริการดีเยี่ยม แต่ราคาเข้าถึง เป็นเหตุผลสำคัญที่พาเขาไปที่ รพ.นี้ ผู้ต้องหาสามารถเลือกใช้ รพ.ได้เพราะยังไม่ได้เป็นนักโทษไม่จำเป็นต้องไป รพ.ของเรือนจำ โดยรุ้งปนัสยามีประกันสุขภาพ ส่วนเพนกวิน ไมค์ บิดาและมารดามีปัญญาจ่ายได้ ไม่ได้เอาเงินของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.พลังประชารัฐ หรือ ส.ส.คนไหนมาจ่าย&amp;quot; นพ.ทศพรกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82833</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับเสด็จร่วมงานพระราชพิธี, สองมาตรฐาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อำนวยความสะดวกม็อบเสื้อเหลือง, ไม่ใช่ม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201104/image_big_5fa2ba76a9203.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2020 07:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2020 07:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สองมาตรฐาน &#039;ชัชชาติ&#039; ชี้สังคมไทยน่าจะดีขึ้นกว่านี้เยอะ ถ้าตร.เอาจริงคดีบ่อน เหมือนจับผู้เห็นต่างทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 63 - นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม พรรคเพื่อไทย ซึ่งประกาศตัวจะลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากทม. โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ถ้ารัฐเอาจริงเอาจังกับคนที่ขับรถชนตำรวจตาย หรือบ่อนการพนันที่ยิงกันตายไป 4 ศพ ได้สักเสี้ยวหนึ่งของการไล่จับ ดำเนินคดี ผู้มีความเห็นต่างทางการเมือง สังคมไทยน่าจะดีขึ้นกว่านี้เยอะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73776</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, สองมาตรฐาน, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2b3fdd7102b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อวตาร&#039;เป็นเหตุ นิวซีแลนด์แก้กฎปิดพรมแดนสกัดไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลนิวซีแลนด์ยอมผ่อนคลายการควบคุมพรมแดนป้องกันไวรัสโคโรนา หลังจากโดนวิจารณ์ว่าสองมาตรฐาน ที่อนุญาตให้กองถ่าย &amp;quot;อวตาร&amp;quot; ของผู้กำกับเจมส์ แคเมอรอน เข้ามาถ่ายทำภาคต่อของหนังฮิตเรื่องนี้ได้เป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจมส์ แคเมอรอน ผู้กำกับภาพยนตร์อวตาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2563 กล่าวว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์โดนวิจารณ์ว่าไม่มีความคงเส้นคงวาในการบังคับใช้กฎข้อบังคับในการควบคุมชายแดนที่เริ่มใช้มาตั้งแต่เดือนมีนาคม เมื่ออนุญาตให้ผู้กำกับคนดังจากฮอลลีวูดพร้อมกองถ่าย 55 ชีวิต เดินทางจากลอสแองเจลีสเข้ามายังกรุงเวลลิงตันได้เป็นกรณีพิเศษเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อถ่ายทำภาคต่อของภาพยนตร์ปี 2552 ที่ฮิตถล่มทลายเรื่องนี้ แต่กลับห้ามบุคคลในแวดวงอื่น รวมถึงสมาชิกในทีมแข่งขันเรือใบอเมริกาคัพเดินทางเข้าประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่กองถ่ายอวตารได้รับการยกเว้นทำให้รัฐบาลโดนร้องเรียนและวิจารณ์ จูน แรนสัน ประธานสมาคมคนเข้าเมืองและการลงทุนแห่งนิวซีแลนด์ เคยตำหนิว่าเป็นการกระทำสองมาตรฐาน ที่ไม่ยุติธรรมและทำลายชื่อเสียงของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามมาตรการชัตดาวน์ป้องกันไวรัสโคโรนาของนิวซีแลนด์ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาตินิวซีแลนด์หรือเป็นผู้ที่มีถิ่นพำนักเดินทางเข้าประเทศ แต่ขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 ของนิวซีแลนด์ดีขึ้นแล้ว โดยไม่มีผู้ติดเชื้อหลงเหลืออยู่และไม่มีการแพร่เชื้ออีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอียน ลีส์-กัลโลเวย์ รัฐมนตรีคนเข้าเมือง กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า รัฐบาลจะผ่อนคลายข้อกำหนดการเดินทางเข้าประเทศพร้อมผู้อุปการะที่เป็นชาวนิวซีแลนด์หรือผู้มีถิ่นพำนัก ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป และจะอนุญาตให้แรงงานที่มีทักษะหรือเทคนิคพิเศษ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่มีความสำคัญระดับชาติหรือภูมิภาค เข้าประเทศได้ แต่ยังต้องกักกันโรคนาน 14 วันเช่นเดิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68537</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัตดาวน์, นิวซีแลนด์, ปิดพรมแดน, สองมาตรฐาน, อวตาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200612/image_big_5ee39a91003b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57678</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 09:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 09:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอติม&#039; ชี้ยุบพรรคไม่ช่วยแก้ปัญหาการเมือง แต่จะทำให้กลับสู่วังวนขัดแย้งหนักกว่าเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม &amp;nbsp;อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;สองมาตรฐานคือไร้มาตรฐาน&amp;quot; โดยมีเนื้อหาดังนี้ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของ &amp;ldquo;อนาคตใหม่&amp;rdquo; แต่เป็นเรื่องของ &amp;ldquo;อนาคตประเทศไทย&amp;rdquo; กฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพ ต่อเมื่อประชาชนทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายที่บังคับใช้อย่างเท่าเทียมกัน บ้านเมืองเราได้ไถลลงมาสู่สภาวะที่สังคมถูกปกครองด้วยระบอบสองมาตรฐาน ในระดับที่รุนแรงเกินกว่าที่เราจะนิ่งเฉยต่อสถานการณ์บ้านเมืองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงอยู่ว่า เหตุการณ์สองมาตรฐานนั้นมีให้เห็นในทุกยุคทุกสมัยของประวัติศาสตร์การเมืองไทย เรามักเห็นผู้มีอำนาจทำหลายอย่างเพื่อประโยชน์ของตนเองในนามของ &amp;ldquo;ความยุติธรรม&amp;quot; และ &amp;ldquo;ความรักชาติ&amp;rdquo; เพื่อตีตราคนที่เห็นต่างว่าเป็นกลุ่มที่มุ่งร้ายต่อประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในระยะ 6 ปีที่ผ่านมาหลังเหตุการณ์รัฐประหาร ความไม่เป็นธรรมเหล่านี้ได้ทวีคูณมากขึ้น ซึ่งสวนทางกับพลังและแรงกล้าของคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ที่ต้องการเห็นบ้านเมืองพวกเขาก้าวหน้าไปสู่ประเทศที่เป็นธรรมและรุ่งโรจน์ และหลุดออกจากระบอบสองมาตรฐานที่นับวันยิ่งเผยตัวออกมาอย่างชัดเจนขึ้นในทุกมิติของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบที่บอกเราว่าอะไรผิดถูก อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการกระทำ แต่ขึ้นอยู่กับใครเป็นคนกระทำ ตัวอย่างเช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ในขณะที่กฎหมายถูกมาใช้เพื่อปกป้องและให้คุณต่อคนกลุ่มหนึ่งเพียงเพราะเขาพร้อมรับใช้ผู้มีอำนาจ...กฎหมายเดียวกันถูกมาใช้เพื่อปกครองและให้โทษคนอีกกลุ่มหนึ่งเพียงเพราะเขาเห็นต่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) ในขณะที่บางคนกล้าสารภาพอย่างภาคภูมิว่าเขียนกติกาประเทศขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์พวกพ้องตัวเอง...คนอื่นกลับถูกจับกุมเพียงเพราะไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกเสนอในประชามติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3) ในขณะที่พรรคหนึ่งขายโต๊ะจีนระดมทุนจากธุรกิจขนาดใหญ่ได้...อีกพรรคหนึ่งกลับถูกห้ามแม้กระทั่งขายสินค้าออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4) ในขณะที่กลุ่มหนึ่งมีแต้มต่อตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง จากอำนาจแต่งตั้งพวกพ้องเป็น ส.ว 250 คน..อีกกลุ่มหนึ่งกลับโดนตัดคะแนนหลังเลือกตั้ง จากการบิดการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อให้เข้าทางอีกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5) ในขณะที่บางกลุ่มมักป่าวประกาศถึงความสำคัญของการเป็น &amp;ldquo;คนดี&amp;rdquo; ของสังคม...แต่คนกลุ่มนั้นกลับเป็นมิตรกับคนที่ตัวเองเคยตีตราว่าเป็น &amp;ldquo;คนโกง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(6) ในขณะที่การถือหุ้นสื่อของผู้แทนบางคน ทำให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่และถูกปลดออกจากตำแหน่ง...แต่ผู้แทนจากอีกซีกการเมืองที่ถืออิทธิพลเหนือสื่อ กลับเดินเข้าสภาอย่างง่ายดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(7) ในขณะที่งานวิ่งแห่งหนึ่ง ถูกปฏิเสธการขอใช้สถานที่ก่อนงาน พร้อมมีเจ้าหน้าที่มาควบคุมสถานการณ์...งานเดินอีกแห่งหนึ่งกลับสามารถจัดได้อย่างราบรื่น เสมือนงานหนึ่งของภาครัฐ โดยมีเจ้าหน้าที่มาให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(8) ในขณะที่กรณีเสียบบัตรแทนกันในสมัยก่อน ทำให้กฎหมายเป็นโมฆะ...แต่กรณีเสียบบัตรแทนกันในต้นปีนี้ กลับถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(9) ในขณะที่ผู้คนที่อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกตีตราว่า &amp;ldquo;ชังชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;แต่คนที่ฉีกรัฐธรรมนูญกลับถูกมองว่าเสียสละเพื่อแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่สำคัญว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาคุณจะกากบาทให้ใคร ไม่สำคัญด้วยซ้ำว่าคุณเห็นด้วยกับแนวทางอนาคตใหม่หรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการออกมายืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ร่วมปฏิเสธการเมืองสองมาตรฐานและความยุติธรรมเอียงข้างที่ครอบงำประเทศนี้มานานเกินไป และฉายภาพให้เห็นว่าการยุบพรรคอนาคตใหม่ อาจเป็นตะปูอีกดอกที่ตอกย้ำความเป็นสองมาตรฐานของบ้านเมืองเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพยายามยุบพรรคใดพรรคหนึ่ง จึงไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาของสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน แต่ยิ่งไปกว่านั้นจะทำให้สถานการณ์การเมืองกลับไปสู่วังวนความขัดแย้งที่หนักไปกว่าเดิม อันเป็นที่ประจักษ์ในระยะกว่า 15 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าวิบากกรรมเฉพาะหน้าของชาวอนาคตใหม่จะเป็นเช่นไร และไม่ว่าอนาคตข้างหน้าของพวกเราจะลงเอยเช่นไร แต่ที่แน่นอนคือพวกเราจะเป็นแนวร่วมในวิถีและอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทุกผู้ ทุกนาม ทุกชั้นชน ทุกความเชื่อ ควรมีส่วนร่วมในการออกแบบบ้านนี้เมืองนี้ ด้วยวิถีทางแห่งสันติในระบบการเมืองที่เปิดกว้าง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาร่วมคิด ร่วมฝัน เพื่อสังคมไทยของพวกเราทุกคน หากทว่าการเมืองสองมาตรฐาน แลเห็นจะเป็นปัญหาใหญ่เกินที่จะมีกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่งจะทัดทาน และไม่ได้เป็นภารกิจของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันคือภารกิจของคนในสังคมทุกคน ที่จะต้องยืนหยัดร่วมปฏิเสธระบอบสองมาตรฐาน ที่ฉุดรั้งความก้าวหน้าของเศรษฐกิจและสังคมเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบสองมาตรฐานคือสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่ถาวร ถูกประดิษฐ์มาจากกลุ่มคนส่วนน้อยนิด หากความจริงอันถาวรก็คือความใฝ่ฝันที่จะเห็นสังคมเท่าเทียม มีสิทธิ มีเสรีภาพ เสมอหน้ากัน เพื่อจะให้ประเทศนี้มีศักดิ์ศรี เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองไทยต้องการ &amp;quot;สถาบันการเมือง&amp;quot; ที่หลากหลาย เพื่อเป็นตัวแทนชุดความคิดที่แตกต่างกันออกไปของคนในแต่ละกลุ่ม เพื่อตรวจสอบซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ และเพื่อแข่งกันพัฒนาตัวเองให้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกสิ่งที่พวกเรากล่าวมาไม่ใช่เพื่อบอกว่าเราเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับอนาคตใหม่ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของ &amp;ldquo;อนาคตใหม่&amp;rdquo; แต่เป็นเรื่องของ &amp;ldquo;อนาคตประเทศไทย&amp;rdquo; อนาคตประเทศจะต้องเลิกตอกย้ำความเป็นสองมาตรฐาน เพราะตราบใดที่บ้านเมืองเรายังถูกบริหารด้วยสองมาตรฐาน บ้านเมืองเราก็จะยังคงอยู่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ประชาชนในประเทศเราสมควรได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#สองมาตรฐานคือไร้มาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
ธิษะณา ชุณหะวัณ
พชรพร​ พนมวันฯ
พรพรหม วิกิตเศรษฐ์
พริษฐ์ วัชรสินธุ
พิษณุพงษ์ ถิรโชติภูวนันท์
ฟูอาดี้ พิศสุวรรณ
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์
อนรรฆ โกษะโยธิน
อุกฤษ อุณหเลขกะ
เอกรินทร์ ต่วนศิริ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57678</URL_LINK>
                <HASHTAG>พริษฐ์ วัชรสินธุ, ยุบพรรคอนาคตใหม่, สองมาตรฐาน, หลานอภิสิทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4dec19e50bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฐากูร บุนปาน&#039;ชี้เมื่อโกรธสหรัฐทักท้วงไทยเรื่องสารพิษต้องโกรธจีนที่ตำหนิ&#039;ทอน&#039;ถ่ายรูปกับ&#039;โจชัวหว่อง&#039;ด้วยเพราะคือเรื่องเดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.62- ฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการบริษัทมติชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thakoon Boonparn ระบุว่า ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกันเมื่อโกรธเกรี้ยวกับเรื่องที่สถานทูตสหรัฐ ส่งหนังสือทักท้วงรัฐบาลไทย เรื่องการสั่งห้ามใช้สารไกลโฟเซตก็ต้องโกรธเกรี้ยวสถานทูตจีนที่ออกแถลงการณ์ตำหนิธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ไปถ่ายรูปกับโจชัว หว่องเพราะทั้งสองเรื่องคือเรื่องเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการปกป้องผลประโยชน์ของชาติตัวเอง จะเลือกว่าเห็นด้วยกันกรณีหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับอีกกรณี อย่างนี้จะเป็นสองมาตรฐาน หรือเผลอๆคือไม่มีมาตรฐานอะไรเลย นอกจากความพอใจของอาตมาเอง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเอามากสำหรับคนกลุ่มหนึ่ง ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพียงแต่ว่าคนกลุ่มนี้-คนชั่นกลาง ชั่นกลางค่อนข้างสูง-เสียงดัง และมีน้ำหนักในพื้นที่สื่อทัศนะวิปริตผิดตรรกะอย่างนี้ถึงแพร่ระบาดได้ง่าย
...
เช่นเดียวกัน ถ้าใช้มาตรฐานว่าธนาธรถือหุ้นสื่อ(ที่ไม่ใช่ทั้งการเมืองและปิดกิจการไปแล้ว)ผิด สส.อีกกว่า 30 คนที่เข้าข่ายเดียวกันก็ต้องผิดด้วย หรือนักการเมือง-ผู้มีตำแหน่งทางการเมืองคนไหนก็ตาม ก็ผิดด้วยอีกเหมือนกัน จะเอาผิดเรื่องนี้ถึงขั้นตัดสิทธิ์-ยุบพรรค ก็ไม่เป็นไร ขอให้ใช้มาตรฐานเดียวกันนี้ในการพิจารณาคดีคนอื่นๆด้วย ถ้าสองมาตรฐานอีก เดี๋ยวยุ่งตายห่ะ
...
ก็ที่ไอ้ยุ่งๆอยู่ในเมืองไทยกว่าสิบปีนี้ ต้นตอใหญ่อย่างหนึ่งก็คือสองมาตรฐานนึ่แหละ ถ้าความยุติธรรมไม่มีจะหวังให้เกิดอะไรดีๆอย่างอื่นตามมาจะเป็นได้หรือ ผ่านความเลวร้าย ความทุกข์ยาก ความแตกแยกกันมาเป็นสิบปีไม่คิดจะเรียนรู้-ปรับตัวบ้างเลยหรือ จะส่งเสริมให้สองมาตรฐานแหกถ่างสังคมนี้ให้แตกกว้างไปอีกแค่ไหน จะเอาสะใจแล้วพังพาบกันไปทั้งหมด อย่างนั้นจริงหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49005</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ฐากูร บุนปาน, ธนาธร, มติชน, สหรัฐตัดจีเอสจี, สองมาตรฐาน, เรื่องเดียวกัน, โจชัว หว่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db66e08479dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้สองมาตรฐาน ห้ามนำอาหารเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นักศึกษากฎหมายชาวจีนยื่นฟ้อง &amp;quot;ดิสนีย์&amp;quot; ต่อศาลนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวหาบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านความบันเทิงของสหรัฐว่า &amp;quot;สองมาตรฐาน&amp;quot; เหตุจากสวนสนุกดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ไม่อนุญาตให้ลูกค้านำอาหารเข้าไป แต่บังคับให้ซื้ออาหารข้างในที่มีราคาแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปราสาทเจ้าหญิงภายในดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ / Disney&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คดีฟ้องร้องของนักศึกษากฎหมายชาวจีนรายนี้เกิดขึ้นในช่วงยามที่สหรัฐกับจีนมีความบาดหมางกันหลายด้าน และสังคมออนไลน์ของจีนแสดงความสนับสนุนนักศึกษาหญิงรายนี้อย่างกว้างขวาง คำฟ้องของโจทก์ที่กล้าท้าทายบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐกล่าวโทษสวนสนุกดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้ว่าใช้วิธีปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน เพราะข้อห้ามดังกล่าวนี้ไม่ได้ใช้กับสวนสนุกของดิสนีย์ในสหรัฐหรือในยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักศึกษาสาวแซ่หวัง ผู้เป็นโจทก์ กล่าวว่า เธอโดนละเมิดสิทธิ หลังจากถูกห้ามนำอาหารที่เธอเตรียมมาเอง เข้าไปภายใน ทำให้เธอต้องซื้ออาหารในสวนสนุกที่มีราคาแพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฮชแท็กภาษาจีนในเว็บไซต์ เว่ยป๋อ ที่เป็นเหมือนทวิตเตอร์ในแบบฉบับของจีน ที่ว่า &amp;quot;ดิสนีย์โดนฟ้องฐานห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้า&amp;quot; มีผู้เข้าชมมากกว่า 600 ล้านครั้งและมีผู้ให้ทัศนะหลายแสนทัศนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังกล่าวกับสื่อออนไลน์ เดอะเปเปอร์ ว่ามีหลายคนที่รู้สึกแบบเดียวกันว่าสิทธิของพวกเขาถูกละเมิด แต่พวกเขาไม่ยอมฟ้องร้องเพราะต้องใช้เวลา ในฐานะที่เธอเป็นนักศึกษากฎหมาย จึงถือว่าเป็นหน้าที่ของเธอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัท ดิสนีย์ กล่าวกับสถานีซีซีทีวีว่า กฎนี้สอดคล้องกับสวนสนุกส่วนใหญ่ในจีนและสวนสนุกของดิสนีย์แห่งอื่นๆ ในเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ดิสนีย์แลนด์ในโตเกียว, ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ ต่างไม่อนุญาตให้ลูกค้านำอาหารเข้าไปเอง แต่ดิสนีย์แลนด์ในสหรัฐและปารีสอนุญาตให้ลูกค้านำอาหารจากภายนอกเข้าไปได้ ผู้ใช้เว่ยป๋อรายหนึ่งกล่าวว่า กฎของดิสนีย์เป็นตัวอย่างของความสองมาตรฐานและการเลือกปฏิบัติต่อเอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพีเพิลส์เดลี กระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์ กล่าวว่า จำเป็นต้องปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของผู้บริโภค พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมต้องสองมาตรฐานระหว่างเอเชียกับยุโรป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43460</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิสนีย์แลนด์, ฟ้องดิสนีย์, สองมาตรฐาน, ห้ามนำอาหารเข้า, เซี่ยงไฮ้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d540a34f28e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
