<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 17:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 17:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทศ. ให้บริการดูกระดาษคำตอบในการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31มี.ค.64-นางศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (ผอ.สทศ.) กล่าวว่า ตามที่ สทศ. ได้จัดการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2564 ให้กับสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ในวันที่ 20 &amp;ndash; 21 กุมภาพันธ์ 2564 และได้ประกาศผลสอบไปแล้วเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564 จากเดิมที่กำหนดวันที่ 31 มีนาคม 2564 นั้น ทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ขอให้ สทศ. ดำเนินการให้บริการดูกระดาษคำตอบการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูฯ ครั้งที่ 1/2564 ด้วย ดังนั้น สทศ. จึงเปิดให้บริการให้ดูกระดาษคำตอบดังกล่าว โดยผู้ที่ประสงค์ขอดูกระดาษคำตอบสามารถยื่นคำร้องได้ตั้งแต่วันที่ 1 &amp;ndash; 3 เมษายน 2564 เวลา 9.00 &amp;ndash; 16.00 น. ณ ที่ทำการ สทศ. (อาคารพญาไทชั้น 35) ค่าธรรมเนียมในการขอรับบริการดูกระดาษคำตอบ วิชาละ 20 บาท โดย สทศ. จะให้บริการดูกระดาษคำตอบในวันที่ 19 -20 เมษายน 2564 (ตามลำดับการยื่นคำร้อง) ในการให้บริการดูกระดาษคำตอบ ผู้เข้ารับบริการจะได้ดูกระดาษคำตอบของตนเองที่ทำการทดสอบไว้ เฉลยคำตอบ และเกณฑ์การให้คะแนนของแต่ละวิชาที่ลงทะเบียนยื่นขอรับบริการเท่านั้น หากผู้รับบริการขอดูกระดาษคำตอบ ไม่มาตาม วัน เวลา และสถานที่ที่นัดหมาย สถาบันฯ ถือว่าสละสิทธิ์ในการรับบริการขอดูกระดาษคำตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ ในการให้บริการดูกระดาษคำตอบ สทศ. ได้มีมาตรการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผู้ยื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าและปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด&amp;quot;ผอ.สทศ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97914</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางศิริดา บุรชาติ, สทศ., สอบครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201126/image_big_5fbf6eea9a60f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 10:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สพฐ. มอบ&quot;มสด.&quot;ออกข้อสอบคัดเลือกครูทั้่งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

28ก.ค.63-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีความจำเป็นหรือที่มีเหตุพิเศษ ประจำปี 2563 ไปภาพรวมการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้มีการประกาศผลสอบไปแล้ว ซึ่งไม่พบปัญหาร้องเรียน แต่ในการสอบรอบนี้ สพฐ.พบปัญหาภายในเล็กน้อย คือ กลุ่มวิชาเอกที่มีตำแหน่งว่างไม่มีผู้มาสมัครสอบและมีผู้สอบไม่ได้ จึงส่งผลให้กลุ่มวิชาเอกมีตำแหน่งครูว่างและครูไม่พอ ดังนั้น &amp;nbsp;ตนจะหารือกับคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ขอให้ตำแหน่งว่างในกลุ่มวิชาเอกสามารถใช้สิทธิ์ กลุ่มผู้สอบได้ในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีทั่วไปได้หรือไม่ หรือให้จัดสอบใหม่อีกครั้ง เนื่องจากเจตนารมย์ของ สพฐ.ต้องการบรรจุครูให้ทันในภาคเรียนต่อไป ไม่เช่นนั้นเราจะประสบปัญหาขาดครู
&amp;nbsp;
เลชา กพฐ. กล่าวอีกว่า ส่วนการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีทั่วไป ในวันที่ 29-30 สิงหาคมนั้น ซึ่งการสอบครั้งนี้ สพฐ.มอบหมายให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) เป็นผู้ออกข้อสอบ และเป็นข้อสอบชุดเดียวกันทั้งประเทศ โดยคาดว่าจะมีผู้สมัครสอบครั้งนี้ เป็นหลักแสนอย่างแน่นอน ทั้งนี้การสอบครูผู้ช่วยรอบดังกล่าวยังส่งผลให้ได้ช่วยจ้างงานในช่วงโควิด-19ได้กว่า 30,000 คน เนื่องจากจะมีบัญชีตำแหน่งว่างในปีนี้ 10,000 อัตรา และผู้เกษียณอายุราชการเดือนตุลาคม พ.ศ.2563 &amp;nbsp; อีกจำนวน 12,000 อัตรา รวมถึงเดือนตุลาคม พ.ศ.2564 อีก 10,000 อัตรา เพราะการสอบครูผู้ช่วยจะถูกขึ้นบัญชีไว้ 2 ปี
&amp;nbsp;
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลใจหรือไม่ว่าการสอบครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการสอบครั้งใหญ่และมีผู้สมัครจำนวนมาก รวมถึงจะมีข้อสอบรั่วเหมือนในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่ นายอำนาจ กล่าวว่า หลักการสอบภาพรวมตนไม่มีความกังวล แต่จะห่วงในขั้นตอนของการสอบสาธิตการสอนมากกว่า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการสาธิต 1 คนต่อ 40 นาที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นานพอสมควร และยังต้องใช้กรรมการตัดสินอีกจำนวนมากด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72694</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., มสด., มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต, สอบครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16a649b305f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65226</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สอศ.เตรียมสอบรองผอ.สถานศึกษา-พร้อมกับครูผู้ช่วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6พ.ค.63-นายณรงค์ แผ้วผลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้นตามลำดับ ประกอบกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เห็นชอบให้เปิดภาคเรียนภาคเรียนที่ 1 วันที่ 1 กรกฎาคมนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ดำเนินการสอบคัดเลือกรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ที่รับสมัครไว้แล้วโดยมีกำหนดให้ประเมิน ภาค ก สมรรถนะในการบริหารงานในหน้าที่ ในช่วงปลายเดือน พฤษภาคมนี้ ประเมิน ภาค ข ความเหมาะสมในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ช่วงต้นเดือน มิถุนายน และจะประเมินภาค ค สอบสัมภาษณ์ในช่วงกลางเดือน มิถุนายน โดยคาดว่าในช่วงเวลาดังกล่าวสถานการณ์ต่างๆ น่าจะคลี่คลายหมดแล้ว และน่าจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นรอง ผอ.สถานศึกษาในสังกัด สอศ.ได้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ในเดือน กรกฎาคมนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณรงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับการจัดสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ ซึ่งเป็นการสอบภายในของ สอศ. นั้น ที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.สอศ.เห็นว่า จะต้องมีการดำเนินการควบคู่กันไปกับการคัดเลือก รอง ผอ.สถานศึกษา เพื่อให้ได้ครูผู้ช่วยมาบรรจุแต่งตั้งทันช่วงเปิดภาคเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เช่นกัน ซึ่งการรับสมัครสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยกรณีพิเศษนี้จะเปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ ทั้งนี้จะไม่กระทบต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ยังมีการประกาศใช้อยู่ในปัจจุบัน และเมื่อได้จำนวนผู้สมัครสอบคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยวางแผนการสอบว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ต่อไป อย่างไรก็ตาม สอศ. คาดว่า จะสามารถออกประกาศรับสมัครได้ในเร็ว ๆ นี้ ส่วนการจัดสอบแข่งขันครูผู้ช่วยกลุ่มทั่วไป สอศ.ต้องรอหลักเกณฑ์กลางที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) จะเป็นผู้กำหนดออกมาก่อน จากนั้น สอศ.จึงจะกำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะและประกาศปฏิทินรับสมัครต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับครูผู้ช่วยที่ สอศ.จะเปิดรับในปีการศึกษา 2563 นี้มีจำนวนทั้งสิ้น 2,431 อัตรา แบ่งเป็นกลุ่มทั่วไปรับสมัครเพื่อสอบแข่งขันร้อยละ 20 หรือ 483 อัตรา ขณะที่กลุ่มกรณีพิเศษที่เปิดให้เจ้าหน้าที่ และพนักงานของ สอศ. สอบคัดเลือกจะรับสมัครร้อยละ 80 จำนวน 1,948 อัตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65226</URL_LINK>
                <HASHTAG>สอบครู, สอบรองผอ.สถานศึกษา, สอศ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3e0e31c498.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8685</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขยายอัตราบรรจุครูกทม.เป็น 1,000 ตำแหน่ง หวังลดปัญหาสมองไหลไปต่างจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 61 - ที่โรงแรมเอเชีย เขตราชเทวี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมขับเคลื่อนนโยบายและการบูรณาการด้านการศึกษาของกทม. &amp;nbsp;ว่า ตามการประกาศวาระการพัฒนากทม.ของผู้ว่าฯกทม.เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้กำหนดนโยบายศึกษาให้เป็นวาระสำคัญในการพัฒนา โดยจะยกระดับมาตรการการศึกษาของโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 437 โรงเรียน อาทิ การเพิ่มทักษะภาษาเพื่อการสื่อสารและเพิ่มโรงเรียนสองภาษา ได้แก่ ไทย-จีน และไทย-อังกฤษ จัดโครงการค่ายภาษาอังกฤษเพื่อสร้างโอกาสและแรงบันดาลใจให้นักเรียนสังกัดกทม.ได้เรียนรู้ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษร่วมกับเจ้าของภาษา ได้แก่ สิงคโปร์และออสเตรเลีย ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ โครงการเปิดโควต้าและมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์และพยาบาลของมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช (นมร.) รวมถึงโครงการทุนเอราวัณเพื่อแก้ไขการขาดแคลนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของกทม. เป็นทุนการศึกษาหลักสูตรปริญญาตรีทางการศึกษา 5 ปีในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา 7 แห่งที่เข้าร่วมโครงการ โดยรุ่นแรกจะเริ่มสอนเมื่อเปิดภาคการศึกษานี้ และดำเนินโครงการทุนเอราวัณต่อเนื่องเป็นระยะ 5 ปี ทั้งหมดจะช่วยยกระดับการศึกษาของไทยให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนสังกัดกทม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การแก้ไขปัญหาขาดแคลนข้าราชครูและบุคคลากรทางการศึกษาของกทม.เนื่องจากขอย้ายไปยังพื้นที่ต่างจังหวัด ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบแข่งขันครูผู้ช่วย ซึ่งกทม.เปิดรับสมัครรวม 229 อัตรา โดยมีผู้มาสมัครถึง 25,000 คน จึงได้หารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในการพิจารณาขยายอัตราเพิ่มเติมเป็น 1,000 อัตรา เพื่อทดแทนปัญหาขาดแคลนครูและตำแหน่งของข้าราชการครูที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคม อย่างไรก็ตาม หลังประกาศผลสอบเพื่อบรรจุเข้ารับราชการจนครบ 229 อัตราแล้ว ลำดับต่อมาจนถึงลำดับที่ 1,000 กทม.จะนำรายชื่อทั้งหมดขึ้นบัญชีไว้ เพื่อทยอยบรรจุแทนอัตราที่ว่างอยู่จนครบ คาดปลายปี 2561 จะสามารถบรรจุครบอัตราตามกำหนดค่อไป&amp;rdquo; พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8685</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., ครู, ผู้ว่ากทม., พล.ต.อ.อัศวิน, สอบครู, สอบครูผู้ช่วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af01c51e2a43.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
