<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่บี้สอบจริยธรรม ACTกระตุกปปช.สางปมนักการเมือง-ขรก.พันโควิดทองหล่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สสจ.บุรีรัมย์เปิดไทม์ไลน์-โชว์แผนผัง &amp;quot;ศักดิ์สยาม&amp;quot;&amp;nbsp; น่าจะรับเชื้อจากคณะทำงานเที่ยวกับเพื่อน 6 คนที่ทองหล่อ คนละกลุ่มกับทีมตำรวจติดตามและคนขับรถ รมต.ยันสอบสวนโรคตามขั้นตอนไม่มีสิทธิพิเศษ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ชี้วิกฤติจริยธรรมนักการเมือง จี้ ป.ป.ช.ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบต้นเหตุโควิดระบาด แนะเอาผิดเจ้าของผับ-ผู้บริหาร กทม. ตำรวจ และ จนท.สธ.ที่ละเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ที่ 10 เมษายน นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) บุรีรัมย์ แถลงอาการป่วยของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ว่านายศักดิ์สยามเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2564 เวลาประมาณ 16.30 น. โดยแจ้งว่าเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เมื่อถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากคณะทำงานคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยัน และเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 6 เม.ย. ซึ่งในเวลาที่ได้รับแจ้งนั้น ในทางการแพทย์ต้องจัดให้นายศักดิ์สยามเป็น &amp;ldquo;ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง&amp;rdquo; เนื่องจากผู้ป่วยยืนยันทำงานใกล้ชิดและเป็นผู้ติดตามนายศักดิ์สยามไปเกือบทุกๆ ที่ที่ไปปฏิบัติราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลการตรวจไม่พบเชื้อ แพทย์ให้คำแนะนำต้องกักตัว 14 วัน และงดภารกิจทันที ท่านจึงไม่เข้าร่วมพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รวมถึงท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข พร้อมคณะ ซึ่งเดินทางมากับท่านศักดิ์สยามงดเข้าร่วมพิธีทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงแก่ผู้ร่วมพิธี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา เวลาประมาณ 22.30 น. ของวันที่ 6 เม.ย. นายศักดิ์สยามได้เข้ามารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ด้วยอาการท้องเสียและมีไข้ 38 องศา จึงได้ตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อีกครั้ง และผลจากห้องปฏิบัติการ รายงานเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 7 เม.ย. พบว่าติดเชื้อ จึงให้การรักษา และดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข เช่นเดียวกับผู้ป่วยโควิด-19 ทุกราย คือให้รักษาตัวในห้องความดันลบ และทำการสอบสวนโรคตามระบบทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พิเชษฐกล่าวว่า การสอบสวนโรค และติดตามข้อมูลเพื่อจัดทำไทม์ไลน์ เป็นไปตามขั้นตอน นายศักดิ์สยามไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ มากกว่าผู้ป่วยอื่นๆ ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเมื่อค่ำวันที่ 9 เม.ย. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ได้จัดทำไทม์ไลน์ของนายศักดิ์สยาม ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. ถึงวันที่ 7 เม.ย. ที่นายศักดิ์สยามเป็นผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 รวมทั้งข้อมูลอื่นๆ ตามมาตรการควบคุมโรค นำส่งให้แก่กรมควบคุมโรค และแจ้งในเฟซบุ๊กของ สสจ. เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมประชุม ปฏิบัติราชการร่วมกับนายศักดิ์สยาม และผู้ที่อาจจะพบปะพูดคุยกับนายศักดิ์สยามในสถานที่ต่างๆ ที่นายศักดิ์สยามได้แจ้งไว้ ซึ่งจัดเป็นผู้มีความเสี่ยง ได้ไปตรวจในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการสอบสวนโรคและการประเมินเบื้องต้น มีความเป็นไปได้สูงมากว่านายศักดิ์สยามได้รับเชื้อจากคณะทำงานและผู้ติดตามที่ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากตรวจพบว่ามีตำรวจติดตามจำนวน 5 ท่าน และพนักงานขับรถ 1 ท่าน เป็นผู้ติดเชื้อ เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว เมื่อรวมกับคณะทำงานที่พบการติดเชื้อเป็นคนแรกแล้ว พบว่ามีผู้ติดเชื้อจำนวน 8 ท่าน และขณะนี้กำลังรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการอีกหลายท่าน&amp;rdquo; นพ.พิเชษฐกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สสจ.บุรีรมย์กล่าวว่า สำหรับอาการของนายศักดิ์สยาม ขณะนี้ ไม่มีไข้ เนื่องจากมีสุขภาพแข็งแรง เพียงแต่มีอาการปวดกระดูกสันหลังและต้นคอ ซึ่งได้ทำการรักษากับแพทย์โรงพยาบาลพระราม 9 เป็นประจำอยู่แล้ว คาดว่าจะรักษาในโรงพยาบาลบุรีรัมย์ อีกประมาณ 10 วัน ก็จะหมดเชื้อ กลับไปพักผ่อนและปฏิบัติราชการได้
ทั้งนี้ เว็บเพจเฟซบุ๊กของ สสจ.บุรีรัมย์ เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยโควิดระลอกใหม่ล่าสุด วันที่ 9 เม.ย. พบว่ามีผู้ป่วยใหม่รายวัน 10 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 15 ราย อยู่ในระหว่างการรักษาทั้ง 15 รายนอกจากนี้ ในส่วนของผังแสดงการเชื่อมโยงของการติดเชื้อ ยังพบว่ามีผู้ที่เสี่ยงได้รับการแพร่เชื้อโควิดจากนายรวิชญ์ อายุ 35 ปี ซึ่งเป็นธุรการคมนาคมที่เป็นผู้ใกล้ชิดกับนายศักดิ์สยาม และเป็นผู้ไปสัมผัสคลัสเตอร์ทองหล่อระหว่างวันที่ 30 มี.ค. ถึง 1 เม.ย. มีจำนวนถึง 7 คน รวมถึงศักดิ์สยาม นอกนั้นเป็นนายตำรวจติดตาม 5 นาย และเป็นพนักงานขับรถ 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.พิเชษฐชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรณีแผนผังการติดเชื้ออาจจะสื่อสารจนทำให้เข้าใจผิดว่านายรวิชญ์ไปสถานบริการร่วมกับตำรวจติดตามและคนขับรถที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน 6 คน ข้อเท็จจริงคือนายรวิชญ์ไปเที่ยวสถานบริการย่านทองหล่อกับเพื่อนคนอื่น 6 คนในกลุ่มนี้มี 2 คนที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อยืนยัน คือนายรวิชญ์และนายเอ้ ส่วนอีก 4 คนยังไม่พบการติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องแยกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ไปสถานบันเทิงร่วมกับนายรวิชญ์กับกลุ่มที่ติดทีหลัง โดยนายรวิชญ์ได้มาทำงานตามปกติ พบกับทีมงานอย่างใกล้ชิด ทั้งนายนิวัติตำรวจติดตามและคนขับรถ รวม 6 คน ซึ่งร่วมพบปะพูดคุยกันเหมือนปกติ รวมถึงเข้าปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิดกับ รมว.คมนาคม หยิบจับเสนอเอกสาร วัสดุ อุปกรณ์ ภาชนะต่างๆ เพราะนายรวิชญ์ไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อมาจนกระทั่งแอดมิตเข้าโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยยืนยันวันที่ 5 เม.ย.จนทำให้เกิดการติดต่อกัน&amp;rdquo; นพ.พิเชษฐกล่าว
ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง วิกฤติจริยธรรมนักการเมืองที่ผับทองหล่อ ระบุว่า ต้นเหตุการระบาดใหญ่ที่สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ประชาชนทั่วไป เคยเกิดมาแล้วจากสนามมวยของกองทัพ บ่อนการพนัน แรงงานผิดกฎหมาย และล่าสุดที่ผับย่านทองหล่อ ทุกกรณีล้วนเกี่ยวข้องกับการทำผิดกฎหมายและมีพฤติกรรมคอร์รัปชันอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น กรณีผับทองหล่อล่าสุดนี้ได้สร้างความไม่พอให้ประชาชนอย่างมาก เนื่องจากข่าวอันอื้ออึงเซ็งแซ่ว่ามีรัฐมนตรีและนักธุรกิจคณะใหญ่โคจรร่วมกันไปติดโควิดในสถานที่นั้น โดยทุกคนล้วนละเลยไม่ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐ กลายเป็นว่าการระบาดใหญ่รอบนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีนำทีมไปทำเรื่องไม่เหมาะสมเสียเอง เหตุการณ์นี้จึงสะท้อนปัญหา &amp;lsquo;จริยธรรม&amp;rsquo; ของนักการเมืองที่เรื้อรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมบอบช้ำซ้ำซาก สิ่งที่รัฐบาลควรทำโดยด่วนคือ 1.ใช้กฎหมายเอาผิดเจ้าของผับ ผู้บริหารของ กทม. ตำรวจและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขที่ละเลยในการตรวจตรา บังคับใช้กฎหมาย 2.ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเรียกสามัญสำนึกด้านจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ร่วมกันฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโรค คือ ป.ป.ช., ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ควรทำหน้าที่วินิจฉัยว่าพฤติกรรมของพวกเขาเป็นความผิดหรือไม่ 3.ออกมาตรการควบคุมที่ชัดเจนและเข้มงวดสำหรับสถานประกอบการแต่ละประเภททั่วประเทศได้ 4.รัฐบาลควรจัดให้มีช่องทางสายด่วนให้ประชาชนร้องเรียนเมื่อพบเห็นผู้ฝ่าฝืนมาตรการโควิดนี้ 5.ทุกมาตรการที่รัฐแนะให้ประชาชนปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนต้องปฏิบัติเท่าเทียมกันไม่มีข้อยกเว้น เช่น การโหลดแอปพลิเคชันหมอชนะ การเปิดเผยไทม์ไลน์ต่อเจ้าหน้าที่และสาธารณชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า อยากจะฝากไปยังพรรคการเมืองทุกพรรคว่า ไม่ควรนำปัญหาโควิด-19 มาเป็นประเด็นทางการเมือง หรือไม่ควรนำมาโจมตีรัฐบาลเพื่อหวังผลทางการเมือง ทุกฝ่ายควรร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือพี่น้องประชาชนฝ่าวิกฤติไปด้วยกัน รัฐบาลทุ่มเททุกสรรพกำลัง บุคลากรทางการแพทย์ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ไม่นิ่งนอนใจต่อสถานกาณ์การแพร่ระบาดที่มีผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ทองหล่อเพิ่มสูงขึ้น จึงได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้ภาครัฐอำนวยความสะดวกให้กับภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาและนำเข้าวัคซีนทางเลือกอีก 10 ล้านโดส เพื่อให้ครอบคลุมประชาชน 45 ล้านคน สิ่งที่น่าเป็นห่วงตอนนี้คือการกระจายของเชื้อโรคการเมือง ที่แพร่กระจายข้อมูลบิดเบือนเป็นเท็จให้สังคมบิดเบี้ยวสับสนตื่นตระหนก เป็นการไม่ช่วยประชาชนแล้ว ยังสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้น หากฝ่ายค้านหรือผู้ไม่หวังดีต่อชาติ ได้มีลักษณะดังกล่าว ก็ขอให้หยุดพฤติกรรมนั้นเสีย
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลอ้างว่าไม่ได้ปิดกั้นการขึ้นทะเบียน และการนำเข้าวัคซีนทางเลือกอื่น ในเมื่อรัฐบาลไม่มีนโยบายในการสั่งซื้อวัคซีนยี่ห้ออื่น ไม่มีนโยบายในการรับรองให้เอกชนไปจัดซื้อวัคซีนยี่ห้ออื่น แล้วผู้ผลิตวัคซีนยี่ห้ออื่นจะมีแรงจูงใจอะไรในการมาขึ้นทะเบียน อย. รัฐบาลก็ควรมีกระบวนการในการรับรองให้กับเอกชนไปดำเนินการจัดซื้อวัคซีน หรือไม่ก็ไปจัดซื้อวัคซีนยี่ห้ออื่นมาจำหน่ายต่อให้กับเอกชน ไม่ใช่ใส่เกียร์ว่าง นายกฯ ได้มอบหมายให้มีการตั้งคณะทำงานในการจัดหาวัคซีนทางเลือก 10 ล้าน ก็เท่ากับว่ารัฐบาลได้ยอมรับความบกพร่องของตนเองไปแล้วโดยปริยาย มีการกล่าวอ้างกันว่าประเทศไทยไม่ได้ร่ำรวยที่จะจองวัคซีน แล้วเราร่ำรวยพอที่จะยอมให้เกิดความเสียหายจากการฉีดวัคซีนล่าช้า ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2.5 แสนล้านบาทต่อเดือน ในการควบคุมการระบาดระลอกที่ 3 ที่เกิดขึ้นจากคลัสเตอร์ทองหล่อ 2 เดือน ก็มีมูลค่าเทียบเท่า 5 แสนล้านบาท เลิกอ้างได้แล้ว รัฐบาลควรกระจายความเสี่ยง และเร่งจัดหาวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ มาได้แล้ว
&amp;ldquo;อยากจะบอกกับทั้ง พล.อ.ประยุทธ์และคุณอนุทินก็คือ ชีวิต และปากท้องของประชาชน 67 ล้านคนนั้นสำคัญกว่าหน้าตาของพวกคุณมาก ดังนั้นอย่าห่วงหน้าตาตัวเองให้มากนักเลย เอาเวลาที่จะเถียง มารับฟัง ยอมรับในความบกพร่อง แล้วเร่งแก้ไขจะดีกว่า&amp;rdquo; นายวิโรจน์กล่าว
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง โควิดแบบนี้ ผู้นำต้องแบบไหน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,475 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5-9 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา พบว่า ผู้นำประเทศที่ประชาชนต้องการในวิกฤติโควิดแบบนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.5 ระบุแก้ปัญหาปากท้องและความยากจนได้, ร้อยละ 90.0 ระบุเสียสละ อดทน ยอมแบกภาระไว้กับตนเอง, ร้อยละ 89.9 ระบุคุมม็อบอยู่ ไม่สูญเสีย, ร้อยละ 89.8 ระบุใจซื่อ มือสะอาด ซื่อสัตย์ สุจริต,&amp;nbsp; ร้อยละ 89.5 ระบุจงรักภักดี ปกป้องสถาบัน และร้อยละ 89.2 ระบุ ฟังเสียงประชาชน ร้อยละ 89.2 เช่นกันระบุรู้จักใช้คนเก่ง, ร้อยละ 89.0 ระบุเด็ดขาด กล้าได้กล้าเสีย ในขณะที่ร้อยละ 88.5 ระบุไม่กอบโกยผลประโยชน์ให้ครอบครัว เครือญาติ และพวกพ้อง และร้อยละ 87.1 ระบุปฏิรูปการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐและราชการ รวดเร็วฉับไว ไม่เกียร์ว่าง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99093</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, นักการเมือง, สสจ.บุรีรัมย์, สอบจริยธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปิดไทม์ไลน์, โควิด 19, โควิด-19, โควิดทองหล่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_60716d8840b68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อง &#039;ชวน&#039; ฟันจริยธรรม ส.ส.ฉะเชิงเทรา ทำร้ายร่างกาย ยันไม่เคยขัดแย้งส่วนตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30&amp;nbsp;มี.ค.64 - เวลา&amp;nbsp;11.00&amp;nbsp;น. ที่รัฐสภา นายนพพร ขุนค้า อาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฎราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา ยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ผ่านทางน.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรมนายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส. ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp;(พปชร.) เนื่องจากทำร้ายร่างกายที่ร้านอาหาร&amp;nbsp;13 november&amp;nbsp;เมื่อวันที่&amp;nbsp;26&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา เพราะเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายกระทำความผิดว่าด้วยข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ.2563&amp;nbsp;หมวด&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จริยธรรมอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพพร กล่าวว่า ตนมาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม การกระทำของส.ส.ที่เห็นว่าเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ให้รู้ว่าบ้านเมืองนี้มีขื่อมีแป อยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ จึงอยากให้ทางสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเพื่อให้ความเป็นธรรมกับตนในฐานะผู้ถูกทำร้ายร่างกาย และเพื่อสร้างความกระจ่างและรักษาเกียรติภูมิของสภาผู้แทนราษฎรในสายตาของประชาชน เพราะเป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคมในวงกว้าง ทั้งนี้ ขอยืนยันว่ามีหลักฐานอย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.ผ่องศรี กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายชวนให้มาเป็นผู้รับเรื่อง โดยหนังสือฉบับนี้จะได้ลงรับและไปดำเนินการตามขั้นตอนของคณะกรรมการจริยธรรม โดยจะมีการตรวจสอบข้อมูลทั้งผู้ร้องว่ามีเอกสารตามระเบียบถูกต้องหรือไม่ นอกจากนั้นจะส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการกลั่นกรองข้อมูล และเข้าสู่การพิจารณาอนุกรรมการ ซึ่งจะมีการตรวจสอบข้อมูลโดยเชิญผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาให้ข้อมูล เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เมื่อผ่านอนุกรรมการก็จะส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบเชิงลึกอีกครั้ง หากคณะกรรมการรับเรื่องแล้วจะดำเนินการภายใน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน นับจากวันที่ทางคณะกรรมการรับเรื่อง ซึ่งทางสภาจะตรวจสอบด้วยความถูกต้องและความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายนพพร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการยื่นหนังสือว่า ยังรู้สึกเจ็บที่หน้าอกจากการถูกถีบอยู่ ขอยืนยันไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวกับนายชัยวัฒน์ ทุกคนไม่มีใครกล้าไปหาเรื่องนายชัยวัฒน์ ตนเจอก็ยกมือสวัสดีเพราะเป็นผู้ใหญ่ของจังหวัด ในวันเกิดเหตุไปเจอนายชัยวัฒน์ที่ร้านอาหาร ขณะนั้นกำลังไปห้องน้ำ เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน นายชัยวัฒน์เรียกไปถามเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)ฉะเชิงเทรา ที่ผ่านมาว่า ได้ไปช่วยหาเสียงให้ จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ที่เป็นคู่แข่งพ่อของนายชัยวัฒน์ ใช่หรือไม่ ซึ่งตนยอมรับว่าได้คิดนโยบายหาเสียงให้ แต่ไม่ได้ช่วยหาเสียงเพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไปช่วยใครหาเสียงไม่ได้ แต่การเมืองผ่านไปแล้ว ต้องยอมรับความเห็นต่าง ในวันเกิดเหตุ ตนต้องใช้สติให้เหตุการณ์ผ่านพ้นไป โดยไม่มีการตอบโต้ๆใด มีแต่พูดว่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;พี่ครับๆให้ฟังผมก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp;ถึงจะผ่านพ้นมาได้ แต่สภาพจิตใจยังเป็นกังวล เพราะตนเป็นอาจารย์ตัวเล็กๆในจังหวัด เป็นคนต่างถิ่นมาสอบบรรจุได้ที่จ.ฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ากังวลเรื่องการถูกทำร้ายซ้ำอีกหรือไม่ หลังจากออกมาให้ข่าว มีการถูกข่มขู่จากฝ่ายคู่กรณีอีกหรือไม่ นายนพพร กล่าวว่า ยังไม่มี แต่มีคนเป็นห่วง เชื่อว่าบ้านเมืองมีขื่อแปร จะทำกันแบบไม่เคารพกฎหมายคงอยู่กันไม่ได้ เชื่อว่า กฎหมายบ้านเมืองยังใช้ได้ ส่วนข้อมูลจากภาพกล้องวงจรในร้านอาหารที่เกิดเหตุนั้น ได้รับทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองฉะเชิงเทราว่า ข้อมูลไม่เหลือแล้ว เนื่องจากเซิร์ฟเวอร์ถูกถอดออกไป เหลือแต่ตัวกล้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;คงต้องใช้พยานบุคคล เหตุการณ์ขณะนั้นร้านใกล้ปิด เปิดไฟสว่างชัดเจน คนทั้งร้านมอง แต่ไม่มีใครกล้าทำอะไร เพราะนายชัยวัฒน์เป็นผู้ใหญ่ในจังหวัด ไม่มีใครกล้ามาห้ามปราม ต้องใช้พยานบุคคล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกคนที่เห็นเหตุการณ์ไปสอบแล้ว รวมถึงตนด้วย และเมื่อวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;มี.ค. ตนและนายกสมาคมทนายความไปสอบถาม ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เรื่องภาพจากกล้องวงจรปิด ทางผกก.ยืนยันว่า ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด อาจหาไม่เจอ ต้องใช้พยานบุคคลยืนยัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า มองหรือไม่ข้อมูลที่จากกล้องที่หายไป อาจไปเชื่อมโยงกับคู่กรณีหรือไม่ นายนพพร กล่าวว่า ไม่กล้าปรักปรำ แต่เป็นสิ่งที่ตั้งข้อสงสัยคือ เรื่องความปลอดภัยสาธารณะในร้านอาหาร ต้องตั้งคำถามว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ชาวฉะเชิงเทรายังมีความปลอดภัยหรือไม่&amp;rdquo;&amp;nbsp;ร้านที่เกิดเหตุมีกล้องทุกมุม ตนไปประจำ คิดว่า ถ้าบริเวณห้องน้ำมีกล้องอยู่จะได้ภาพชัดเจน เพราะเป็นจุดเกิดเหตุ ครั้งนี้ยอมรับว่ากังวลจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะนายชัยวัฒน์ เป็นส.ส.ฝ่ายรัฐบาล กลัวว่า คดีจะล่าช้า อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุนายชัยวัฒน์ยังไม่มีการติดต่อใดๆมา ตนไม่ได้อาฆาตมาดร้าย แต่ต้องทำในฐานะประชาชนคนหนึ่ง หากถูกคุกคามแล้วไม่กล้ามาร้องทุกข์ก็คิดว่า บ้านเมืองคงอยู่กันลำบาก ต้องมาร้องเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามต่อว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ระบุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งส่วนตัว&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายนพพร กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวต้องมีความขัดแย้งทะเลาะกันมาก่อน แต่เหตุการณ์นี้คนไม่รู้จักกัน นายชัยวัฒน์ก็ไม่รู้จักกับตน เคยเจอกันตามงานบุญ งานบวช&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่อยู่คนละโต๊ะ ไม่เคยต่อว่าต่อเถียงอะไรกัน แต่ยอมรับลูกศิษย์ตนอยู่ฝั่งนายชัยวัฒน์เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามด้วยว่าจะฝากอะไรถึงพล.อ.ประวิตรหรือไม่ นายนพพร ตอบว่า กราบเรียนพล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ขอความเป็นธรรมจริงๆ ตนไม่ได้ไประรานนายชัยวัฒน์จนทำให้โมโห แต่อยู่ดีๆก็เกิดเหตุไม่คาดคิด ถือว่าไม่มีความปลอดภัยในชีวิตเลย หากพล.อ.ประวิตร ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ไม่ควรแสดงความคิดเห็นดีกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามด้วยว่าหลังจากให้สัมภาษณ์เสร็จแล้ว นายนพพรได้เปิดเสื้อโชว์บาดแผลที่หน้าอก ที่ยังมีรอยแดงอยู่ให้ผู้สื่อข่าวดู โดยระบุว่ารอยที่เกิดไม่ได้เกิดจากพระที่คล้องคอ แต่โดนถีบที่หน้าห้องน้ำ ร้านอาหาร&amp;nbsp;4-5ครั้ง ขณะนี้อาการยังเจ็บอยู่ เวลาตะโกนสอนหนังสือก็ยังเจ็บอยู่ แต่ที่ชัดเจนคือ แผลบริเวณใบหน้าที่ถูกชก มีปัญหาตอนเคี้ยวอาหาร เหมือนช้ำใน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97759</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์, ส.ส.ฉะเชิงเทรา, ส.ส.พลังประชารัฐ, สอบจริยธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062c83b3558a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 00:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติวเข้มรมต.สู้ซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; อารมณ์ดีหลังปรับแสกผมออก TikTok&amp;nbsp; ยันพร้อมรับศึกอภิปรายไม่ต้องติว &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ลุ้นญัตติด่วนได้บรรจุวาระเส้นตาย 11 ก.พ.หรือไม่ &amp;ldquo;ฝ่ายค้าน&amp;rdquo; ข้องใจพฤติกรรม เล็งยื่นสอบจริยธรรม แกนนำ พปชร.เร่งเคลียร์ใจ ผงะ! เปลี่ยนเป้าระเบิดเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่อย่าง &amp;ldquo;สุชาติ ชมกลิ่น&amp;rdquo; นายกฯ ยันไม่มีอำนาจสั่งให้ยื้อรัฐธรรมนูญ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ชี้กำหนดการวาระ 2 ยังคงเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพุธ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์อย่างอารมณ์ดีภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ครั้งที่ 1/2564 โดยกล่าวถึงการสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน TikTok ว่าอยากสื่อสารเข้าถึงทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกระดับ เพราะวันนี้โลกเปลี่ยนแปลง แต่ได้บอกกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ไปแล้วด้วยว่าจะไม่ทำหน้าด๊อกแด๊กๆ ตามวัยรุ่น แต่อาจมีแอคชั่นประกอบบ้าง เพราะนายกฯ ต้องระมัดระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นัดรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายมาติวว่า คงไม่ต้องไป พูดของตนเองอยู่แล้ว และได้เตรียมข้อมูลไว้เยอะพอสมควร แต่หลายอย่างไม่ควรลงรายละเอียดลึกมาก เป็นเรื่องของหลักการ นโยบาย เป็นเรื่องการทำงานตามกรอบของนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ยังหันมากระเซ้าผู้สื่อข่าวถึงเรื่องการเปลี่ยนการแสกผมตัวเองอย่างอารมณ์ดี ก่อนถามว่าเปลี่ยนแสกแล้วหล่อไหมล่ะ ผู้สื่อข่าวตอบว่าโอเค พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวว่า &amp;ldquo;เรื่องการแสกผมทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับกองหนุน เมื่อแสกซ้ายบ่อยๆ แล้วผมน้อยก็ต้องหันมาแสกข้างขวา&amp;rdquo; ก่อนจะยกนิ้วโป้งเป็นสัญลักษณ์เยี่ยม พร้อมกล่าวว่า &amp;quot;Thank you&amp;quot; และเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่าในการจัดติวรัฐมนตรีที่จะจัดขึ้น 13-14 ก.พ.นั้น จะจัดขึ้นที่โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค สุขุมวิท 22 กทม. แบ่งเป็นวันที่ 13 ก.พ. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ส่วนวันที่ 14 ก.พ. เป็นคิวนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย, นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เบื้องต้นมีผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 100 คน โดยพรรค พปชร. 50-60 คน พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์ พรรคละ 15 คน รวมถึงพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคเล็กเข้าร่วมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอญัตติด่วนให้สภามีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากมีถ้อยคำพาดพิงสถาบันว่า ยังไม่มีการบรรจุวาระ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ โดยกำหนดการอภิปรายสัปดาห์หน้ายังไม่เปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศุภชัยกล่าวว่า ฝ่ายกฎหมายของสภาได้พิจารณาเนื้อหาของญัตติดังกล่าวแล้วพบว่าครบองค์ประกอบตามข้อบังคับการประชุม ข้อที่ 48 จึงจะบรรจุเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมต่อไป ซึ่งจะทันประชุมในสัปดาห์นี้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับวิปฯ และที่ประชุมสภาจะพิจารณา หากเห็นว่าเป็นเรื่องด่วนก็หยิบยกขึ้นมาก่อนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายไพบูลย์กล่าวว่า หากการบรรจุวาระตามที่ร้องขอคือ วันที่ 11 ก.พ.ไม่ทันก็ไม่ติดใจ เพราะถือว่าได้ยื่นและแสดงเนื้อหาให้ปรากฏแล้ว ส่วนจะถึงขั้นฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในทำนองเดียวกันกับกรณีของพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ ต้องรอฟังการอภิปรายอีกครั้ง ซึ่งหากเนื้อหาการอภิปรายเป็นการกระทำที่ชัดเจนว่าจงใจนำสถาบันเบื้องสูงยุ่งเกี่ยวกับการเมือง อาจเข้าองค์ประกอบ และอาจมีผู้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากญัตติดังกล่าวไม่ได้รับการบรรจุในสภาสัปดาห์นี้ได้ สัปดาห์ถัดไปไม่สามารถบรรจุได้ เพราะตามระเบียบวาระเป็นเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอ ไม่สามารถแทรกเรื่องอื่นเข้าสู่การพิจารณาได้&amp;rdquo; นายไพบูลย์กล่าว
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวในเรื่องนี้ว่า วิปรัฐบาลต้องหารืออีกครั้งว่าจะพิจารณาในการประชุมสภาวันที่ 11 ก.พ.นี้หรือไม่ เพราะการรับบรรจุญัตติดังกล่าวแล้ว ต้องนำไปเรียงลำดับญัตติที่ถูกเสนอไว้ก่อนหน้านี้ โดยคาดว่าช่วงบ่ายวันที่ 11 ก.พ.น่าจะทราบผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคฝ่ายค้าน โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้มีการประชุมแกนนำฝ่ายค้าน ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เข้าใจว่านายไพบูลย์คิดอะไร หรือเป็นการสมคบคิดกันเพื่อทำลายระบอบประชาธิปไตย การอภิปรายของฝ่ายค้านถือเป็นการตรวจสอบตามกลไกของสภา เห็นชัดว่ากำลังเกิดการแตกแยกในพรรคร่วมรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า ส.ส.หลายคนไม่สบายใจกับญัตติของนายไพบูลย์ และตั้งคำถามว่าการกระทำของนายไพบูลย์ผิดจริยธรรมร้ายแรง เป็นปรปักษ์ต่อระบบรัฐสภาหรือไม่ เพราะการเสนอญัตติเป็นอำนาจของสภา หากทำแบบนี้หลักการถ่วงดุลอำนาจ 3 ฝ่ายจะบังคับใช้ไม่ได้เลย ดังนั้นจะมีการยื่นตรวจสอบจริยธรรมของนายไพบูลย์ให้ทันภายในสมัยประชุมนี้
มีรายงานข่าวจากสภาแจ้งว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ก.พ. ที่อาคารรัฐสภา ในระหว่างประชุมร่วมรัฐสภา แกนนำและรัฐมนตรีของพรรค พปชร. โดยได้ปิดห้องพูดคุยเคลียร์ใจเกี่ยวกับกระแสข่าวที่มีบางกลุ่มในพรรคจะโหวตไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคบางราย โดยต่างยืนยันว่าจะร่วมทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้เป็นเอกภาพตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคประกาศไว้ จะไม่มีการแทงข้างหลังกันเอง ทั้งนี้ ก่อนการหารือ ร.อ.ธรรมนัสได้ทักทายและจับไม้จับมือนายณัฏฐพล พร้อมปฏิเสธถึงกระแสข่าวที่ ส.ส.ในกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสจะโหวตไม่ไว้วางใจนายณัฏฐพลก่อนออกจากห้องประชุมไปปฏิบัติภารกิจภายนอก
เปลี่ยนเป้าระเบิดไป&amp;#39;สุชาติ&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานอีกว่า ภายหลังจากเกิดกรณีนายณัฏฐพลที่เป็นเป้าโจมตีของรัฐมนตรีร่วมพรรค ได้สร้างความไม่พอใจให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลเป็นอย่างมาก กำชับว่าโหวตต้องไม่มีการแตกแถวหรือเกิดคลื่นใต้น้ำอย่างเด็ดขาด ในขณะเดียวกันรัฐมนตรีของพรรคเองก็พยายามล็อบบี้คะแนนไม่ให้ตกเป็นรัฐมนตรีที่มีคะแนนน้อยที่สุด เพราะอาจส่งผลต่อการปรับคณะรัฐมนตรี จึงพบความเคลื่อนไหวในทางลับ ทั้งการส่งข้อมูลให้ฝ่ายค้าน การล็อบบี้เสียง ส.ส.ไว้จำนวนหนึ่ง โดยไม่ถึงขั้นลงมติไม่ไว้วางใจสวนมติพรรค แต่อาจนัดแนะให้ ส.ส.บางส่วนออกนอกห้องประชุม หรือกดลงมติไม่ทัน เพื่อให้คะแนนออกมาน้อยกว่ารัฐมนตรีรายอื่น โดยเป้าหมายที่ถูกจับตาเปลี่ยนไปเป็นนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่ถือเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ อยู่ในตำแหน่งไม่นาน และไม่ใช่นักพูด รวมทั้งยังมีประเด็นถูกวิพากษ์วิจารณ์หลายเรื่องตั้งแต่ดำรงตำแหน่งใหม่ๆ อาทิ การลงทุนของกองทุนประกันสังคม, มาตรการเยียวยาผู้ประกันตน และแรงงานเถื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีรัฐบาลพยายามยื้อแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 หลัง ส.ส.และ ส.ว.มีมติเห็นชอบยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจในการสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ว่าถ้าย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่ารัฐบาลสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว เป็นนโยบายอยู่แล้ว หน้าที่ของรัฐบาลคือการเสนอเข้าไปที่สภา จากนั้นเป็นขั้นตอนของรัฐสภาที่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นจะมาบอกว่ารัฐบาลไปเกี่ยวข้องตรงนี้ ไม่จริงใจอะไรนั้นไม่ใช่ อย่าเอาไปพันกันแบบนี้ รัฐบาลจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่จะแก้อย่างไรก็ไปว่ากันมา ในส่วนของรัฐสภา จุดยืนของรัฐบาลให้แก้ไขอยู่แล้ว แต่จะแก้อย่างไรไปว่ามา จะถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง แก้ได้-แก้ไม่ได้
&amp;quot;ทุกคนมีสติปัญญา และทุกคนก็มีความคิดเห็นส่วนตัวเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือ ส.ว.ก็ตาม ต้องหาข้อยุติกันให้ได้ ถ้าไม่ได้ก็ต้องผ่านกระบวนการศาล ว่ากันไป ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะไปสั่งการอะไรตรงนี้ ผมนำเสนอเข้าไปแล้ว&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
นายชวนกล่าวถึงการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญว่า ต้องเป็นไปตามมติ แต่กำลังตรวจสอบ ซึ่งญัตติยังไม่มา แต่ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อการพิจารณาลงมติการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 ยังคงเป็นไปตามปกติคือวันที่ 24-25 ก.พ.นี้ เพราะไม่ทราบว่าศาลจะพิจารณาเมื่อไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส.กทม.เขต 2 ในฐานะโฆษก พปชร. ยืนยันว่า มติรัฐสภาเสียงข้างมากให้ส่งคำร้องถึงศาลไม่ได้เป็นการประวิงเวลาตามที่หลายฝ่ายกำลังวิพากษ์วิจารณ์ แต่ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อน โดยขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า หากประชาชนเห็นว่ากระบวนการรัฐสภาไม่สามารถเป็นเครื่องมือแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ อาจมีการแสวงหาแนวทางอื่นในการนำพาประเทศออกจากปัญหาวิกฤติรัฐธรรมนูญ จะมีม็อบบิ๊กเบิ้ม และสารพัดม็อบมาเยือนมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทิชชู่ไม่ควรถูกเปรียบเปรยเฉพาะการซื้ออาวุธ ประเทศนี้ฉีกรัฐธรรมนูญง่ายพอๆ กับฉีกทิชชู่ และยังหาทางปิดตายการแก้ไขให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เฟซบุ๊กไลฟ์ในช่วงค่ำวันที่ 9 ก.พ.ในเรื่องนี้ โดยได้ยกข้อกฎหมาย ก่อนตำหนิ 366 เสียงที่โหวตเรื่องดังกล่าวว่าเป็นการสร้างมติอัปยศ เป็นการยื่นอำนาจชี้เป็นชี้ตายในเรื่องรัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญไปหมดเลย นี่คือการยื่นดาบให้กับศาลรัฐธรรมนูญ สยบยอมให้กับศาลแล้วจะทำให้ศาลกลายเป็นซูเปอร์รัฐธรรมนูญ ชี้เป็นชี้ตายชะตากรรมของรัฐธรรมนูญไทยไปตลอดกาล.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92677</URL_LINK>
                <HASHTAG>TikTok, ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ฝ่ายค้าน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศึกอภิปราย, สอบจริยธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิปรายไม่ไว้วางใจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023f12df3859.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สมชาย&#039; จี้สอบจริยธรรม &#039;ส.ส.อนาคตใหม่&#039; กำกับบทแลกลิ้นกลางสภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.62 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เรื่องนี้สภาต้องสอบจริยธรรมมากกว่ามาแถลงอ่านระเบียบ ว่าควรแถลงข่าวหรือมีข้อห้ามอย่างไร ส.ส.ควรต้องลาออกรับผิดชอบ เกินกว่าแค่ขอโทษแล้วจบกันครับ เพราะนายคนที่มาจูบกันต่อหน้าสื่อแสดงออกอย่างอัปยศในสัปปายะสภาสถาน กลับแถลงอย่างทรนงว่า เขาทำถูกต้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น คนที่ต้องรับผิดชอบคือ ส.ส. และกรรมาธิการที่ขาดความรับผิดชอบต่อภาพที่ถ่ายทอดสด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52805</URL_LINK>
                <HASHTAG>จูบในสภา, ชายรักชาย, นายสมชาย แสวงการ, สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.), สอบจริยธรรม, สัปปายะสภาสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181114/image_big_5bebb6d03a80e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039; จี้สอบจริยธรรมเสรีพิศุทธ์ &#039;ชวน&#039; ตัดบทเป็นเรื่องภายใน กมธ.ให้จัดการกันเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.62 - ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานในที่ประชุม ช่วงหารือ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ หารือกับที่ประชุมโดยเรียกร้องให้ นายชวน สอบจริยธรรม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมอภิปรายว่าตนเป็นผู้หญิงที่ทำงานในสภาฯ​มานาน ส่วนพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทำงานที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มานาน ซึ่ง 2 องค์กรแตกต่างกัน ที่ผ่านมาตนทนกับพฤติกรรมของประธานกมธ.​ชุดดังกล่าวมาระยะหนึ่ง ไม่คุ้นเคย และไม่ชอบ รวมถึงรู้สึกว่า ประธานกมธ.ฯ ดูถูก ดูหมิ่น ด้วยคำพูด รวมถึงโดนชี้หน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่&amp;nbsp;น.ส.ปารีณา&amp;nbsp;จะอภิปรายจบ นายชวน กล่าวตัดบทขึ้นว่า ไม่นำเรื่องภายในกมธ.​มาหารือ และตนไม่ประสงค์ให้นำเรื่องนี้มาพูด ทำให้น.ส.ปารีณา กล่าวโต้แย้งว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ และอยากให้นายชวนสอบจริยธรรมพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์&amp;nbsp;อีกทั้งขอให้ช่วยเหลือ เพราะการทำงานต้องทำด้วยกิริยาไม่ดูถูกหรือดูหมิ่นใคร ดังนั้นต้องสอบ ทำให้นายชวน กล่าวตัดบทอีกครั้งว่า ขอให้ส่งเรื่องดังกล่าวมาและตักเตือนด้วยว่าการหารือในที่ประชุมสภาฯ ต้องไม่พูดเพื่อกระทบกับผู้อื่น ปัญหาภายในของกมธ. ต้องจัดการกันเอง ทั้งนี้ ตนต้องการให้ทุกคนทำงานเพื่อประชาชนร่วมกัน ไม่ขัดแย้งในเรื่องที่ไม่ควรขัดแย้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50799</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปารีณา ไกรคุปต์, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส, ส.ส.ราชบุรี, สอบจริยธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd619930ef75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2019 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแดง&#039;งานเข้า!&#039;พี่ศรี&#039;ไม่พลาดร้อง&#039;ปปช.&#039;สอบจริยธรรมผบ.ทบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค&amp;nbsp;62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่ากรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก จัดบรรยายพิเศษ ในหัวข้อเรื่อง &amp;ldquo;แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมาที่หอประชุมกิตติขจร กองบัญชาการกองทัพบกนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งแต่ละถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมานั้น ชี้ให้เห็นถึงลักษณะความไม่เป็นกลางทางการเมือง สะท้อนให้เห็นว่ามีทัศนคติทางการเมืองแบบเลือกข้าง ซึ่งขัดต่อธรรมเนียมปฏิบัติและมารยาททางการเมือง ที่ผู้นำเหล่าทัพที่ไหนๆในโลกเขาไม่นิยมทำกัน โดยที่ผู้นำเหล่าทัพไม่ควรเลือกข้างทางการเมือง หรือแสดงความเห็นในลักษณะประกาศจุดยืน จนอาจเป็นการแทรกแซงกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย จนทำให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในประเทศเสียเอง ทั้งๆที่พล.อ.อภิรัชต์ เคยเป็นถึงอดีตเลขาธิการ คสช. ซึ่งพยายามสร้างความปรองดอง-สร้างการสมานฉันท์ขึ้นภายในประเทศ และเป็นถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพบก กระทรวงกลาโหม และเป็นถึงสมาชิกวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งด้วย ซึ่งหากมีข้อขัดข้องใด ๆ ควรนำประเด็นดังกล่าวไปหารือในกรรมาธิการหรือที่ประชุมของวุฒิสภา หรือรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ไม่ใช่มาแสดงวาทกรรมอวดเก่งขายความฉลาดแบบฟอร์เรสท์ กัมพ์ในที่สาธารณะเยี่ยงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงโวหารต่อสาธารณะของพล.อ.อภิรัชต์ คงอาจลืมไปว่าการกระทำดังกล่าวอาจเป็นการฝ่าฝืน &amp;ldquo;ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรม 2551&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;พรบ.ว่าด้วยวินัยทหาร 2476&amp;rdquo; หรืออาจจะรู้แต่ประสงค์ที่จะท้าทายกฎระเบียบดังกล่าว ซึ่งอาจจะมีไว้บังคับใช้แต่ทหารชั้นผู้น้อยที่ไม่มีสถานะที่ใหญ่โตเท่าตนได้ นอกจากนั้นในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ยังอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าวสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน ว่าคำพูดและการกระทำดังกล่าวของพล.อ.อภิรัชต์ ว่าจงใจที่จะฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯและกฎหมายหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อนายทหารอื่นๆที่ยังเคารพในเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ของการเป็นทหารอาชีพ ไม่ฝักใฝ่ทางการเมือง และมีความเป็นกลางต่อไป โดยสมาคมฯจะเดินทางไปยื่นคำร้องในวันอังคารที่ 15 ต.ค.62 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47879</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแดง, ปชป., ผบ.ทบ., ศรีสุวรรณ จรรยา, สอบจริยธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da156ec3236c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 22:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมินสอบจริยธรรม! บิ๊กตู่โวรู้ฝ่ายค้านหวังโยงพท.ระสํ่าคุ้ยส.ส.หม่ำข้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ไม่อยู่เมืองไทย 8 วัน บินไปสหรัฐร่วมประชุมยูเอ็น แจงเหตุไม่ตอบสภาปมถวายสัตย์ฯ เพราะฝ่ายค้านต้องการให้พูดอะไรสักอย่างจึงต้องระมัดระวังมากที่สุดในการที่จะถูกลากไปเชื่อมโยงอะไร เมินยื่นสอบจริยธรรม ลั่นไม่หนีพร้อมสู้ตามกระบวนการ เฉลยโครงข่ายทำลายประเทศไม่ใช่แค่นักการเมือง มีเรื่องไฟใต้ด้วย &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ย้ำรัฐบาลทำหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ไม่สนฝ่ายค้านยื่นประธานสภาฯ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ไม่รับลูก ชี้ต้องพิจารณาเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายใด &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ระส่ำ! จ่อสอบ ส.ส.ดอดกินข้าวกับ พปชร.ก่อนศึกซักฟอก &amp;quot;ช่อ-เฮงซวย&amp;quot; ซวยแน่ &amp;quot;พี่ศรี&amp;quot; ยื่น ป.ป.ช.ฟันผิดจริยธรรมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการเผยแพร่กำหนดการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในวันที่ 21-27 ก.ย.2562 นี้ นายกฯ พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ, นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ (United Nations General Assembly - UNGA) ครั้งที่ 74 และเข้าร่วมการประชุมสำคัญที่เกี่ยวเนื่อง ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมที่สอดคล้องกับวาระการเป็นประธานอาเซียน เพื่อแสดงบทบาทในวาระระดับโลกที่สำคัญสอดคล้องกับ 3 เสาหลักสหประชาชาติและผลประโยชน์ของไทย &amp;nbsp; และพบกับภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.Asia Society 2. สภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน (US-ASEAN Business Council: USABC) พบปะหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ ได้แก่ นายสกอตต์ มอริสัน นายกฯ ออสเตรเลีย รวมทั้งหารือกับนายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ และนาย Tijjane Muhammad Bande ประธานสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 74 ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 22 ก.ย. เวลา 15.30 น. นายกฯ จะพบปะกับชุมชนไทยในสหรัฐอเมริกา วันที่ 24 ก.ย. ช่วงเช้า เลขาธิการสหประชาชาติเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรอง จากนั้นเวลา 09.00 น. จะเข้าร่วมการเปิดอภิปรายทั่วไปการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ โดยในช่วงบ่ายจะเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และในช่วงค่ำ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐและภริยาเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงรับรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในวันพุธที่ 25 ก.ย. ช่วงเที่ยง นายกฯ มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ ณ องค์กร Asia Society และในช่วงค่ำจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำและพบปะกับคณะผู้บริหารของ USABC ก่อนจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันศุกร์ที่ 27 ก.ย. เวลา 21.55 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม เดินทางมาเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม พร้อมด้วยปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ขาดเพียง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่เดินทางไปราชการต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีนายกฯ ได้ฝากให้เหล่าทัพดูแลเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ในช่วงเดินทางไปต่างประเทศ ว่า ไม่ได้ย้ำอะไรเป็นพิเศษ เพราะถือว่าเป็นการทำงานตามภาวะปกติ ไม่ได้มีอะไรที่เกี่ยวกับความมั่นคง
รู้ฝ่ายค้านต้องการอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 7 พรรคฝ่ายค้านจึงเตรียมพิจารณายื่นเรื่องต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานทางจริยธรรมของนายกรัฐมนตรี ว่าเรื่องของฝ่ายค้านก็ขอให้ดำเนินการสอบไป ซึ่งต้องไปดูทางฝ่ายกฎหมายว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะตนเคารพกระบวนการทางกฎหมายทุกประการ ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองตนก็รับหมด และส่งคนไปดำเนินการทางคดีความ โดยชี้แจงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ ป.ป.ช. ซึ่งก็ทำมาตลอด เพราะมีการฟ้องร้องหลายอย่าง เมื่อไปชี้แจงทุกอย่างก็จบ และยืนยันว่าตนไม่หนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ ชี้แจงยังไม่เคลียร์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถือเป็นมุมมองของเขา ส่วนของตนบอกว่าชี้แจงเท่าที่ทำได้ ในขณะเดียวกันนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้ชี้แจงไปแล้ว เมื่อถามว่าถ้านายกฯ ชี้แจงเองจะชัดเจนกว่าหรือไม่ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คุณก็รู้ว่าเขาต้องการอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เขาต้องการให้ผมพูดอะไรสักอย่าง ก็ต้องระมัดระวังมากที่สุดในการที่จะถูกลากไปเชื่อมโยงอะไรก็แล้วแต่ต้องระมัดระวัง เพราะคนทำต้องรับผิดชอบในการที่จะต้องไปเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับอะไรก็แล้วแต่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเรื่องนี้ควรจบได้แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ ก็แล้วแต่ท่าน ส่วนที่ฝ่ายค้านจะนำประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณตนไปอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ทำไป จะลากไปทำที่ไหนก็ไป ตนก็อธิบายได้ ซึ่งก็อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าประเทศชาติกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่ และอย่าลืมอดีตที่ผ่านมาพฤติกรรมของหลายคน อยากให้เรียนรู้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงเป็นกลุ่มโครงข่ายทำลายประเทศชาติตามเอกสารหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในเอกสารดังกล่าวไม่ใช่จะต้องหมายถึงเพียงแค่นักการเมือง เพราะมีเรื่องการแก้ไขปัญหาภาคใต้และเรื่องการวางระเบิดรวมอยู่ด้วย อีกทั้งผลการสอบสวนต่างๆที่รายงานตนมา แต่บังเอิญว่าในวันนั้นเอกสารติดกระเป๋าไปก็เลยหยิบมาดู ไม่ได้มีเจตนาเอามาขู่ใคร แต่เป็นเพราะสื่อไปถ่ายภาพออกมา ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ควร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทุกวันนี้ผมก็ยิ้มสู้อยู่แล้ว และสู้ในสิ่งที่ควรสู้ แต่ถามว่าจะสู้กับคนในชาติไปทำไม ผมสู้กับเศรษฐกิจและความยากจน ยืนยันว่าไม่ได้อยากสู้กับใคร อยากให้ทุกคนช่วยกันไตร่ตรองใคร่ครวญให้ดีในการจะทำอะไรก็ตาม รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งผ่านประชามติมามากมาย หากจะแก้ไขหรือทำอะไรก็ควรอยู่ในกระบวนการ จะแก้ไขมาตราอะไรก็ค่อยๆ ทำไป ผมไม่ได้ไปขัดขวาง แต่อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้หลายคนได้เข้ามาอยู่ในสภา เพราะฉะนั้นอย่าเลือกรัฐธรรมนูญเฉพาะบางมาตราเท่านั้น อยากให้ไปดูกฎหมายลูกด้วย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายชุมนุม การปลุกคนมารวมตัวกันที่ถนนควรเลิกได้แล้ว และวันหน้าก็อย่ามาตี พ.ร.บ.การชุมนุมอีก เพราะอยากให้เคารพกฎหมาย บ้านเมืองจะได้สงบ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมเข้าชื่อประธานสภาฯ เพื่อยื่น ป.ป.ช.ให้ศาลฎีกาไต่สวนนายกฯ ว่าไม่เป็นไร หากเขาคิดว่าเป็นช่องทางที่คิดว่าทำได้ก็ทำไป ใครอ่านรัฐธรรมนูญก็รู้อยู่ว่ามันมีช่องทางเช่นนั้น แต่สุดท้ายก็อยู่ที่ ป.ป.ช. และศาลฎีกาจะว่าอย่างไร ส่วนจะเข้าเงื่อนไขตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าเรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจไต่สวนขององค์กรใดภายใต้รัฐธรรมนูญตนไม่ขอตอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ตามช่องทางกฎหมาย สามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ตอบ เมื่อฝ่ายค้านจะเป็นฝ่ายยื่น ก็ต้องพิจารณาเองว่าทำได้หรือไม่
ทำหน้าที่เรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายทั่วไป ตามมาตรา 152 จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 151 ได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คงยังไม่มีใครประเมินเรื่องนี้ในเวลานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลมีหน้าที่อย่างไรก็ได้ทำหน้าที่ในส่วนของรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว หากใครคิดว่ายังไม่ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ จะเดินหน้าต่อก็เป็นเรื่องของท่าน&amp;quot; นายวิษณุกล่าวถึงประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปราย ทั้งเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน และการแถลงนโยบายโดยไม่บอกที่มาของวงเงินดำเนินการควรจบแล้วหรือยัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การยื่นเรื่องดังกล่าวสามารถกระทำเมื่อใดก็ได้ แม้จะเป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภา แต่สิ่งสำคัญคือ การยื่นตรวจสอบจะต้องเข้าองค์ประกอบตามข้อกฎหมาย ส่วนสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ส่งต่อคำร้อง จะต้องพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายใด ซึ่งเรื่องนี้จะตอบได้ก็ต่อเมื่อฝ่ายค้านยื่นเรื่องมายังสภาผู้แทนราษฎร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวนกล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าคำวินิจฉัยของศาลมีผลผูกพันทุกองค์กรว่า ตามมาตรา 211 ของรัฐธรรมนูญ ให้คำวินิจฉัยมีผลผูกพันกับทุกองค์กร แต่กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับเรื่องของผู้ตรวจการแผ่นดินที่ส่งเรื่องให้วินิจฉัยปมถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย แต่เป็นคำสั่ง ส่วนที่คำสั่งดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญมีคำพ่วงท้ายเอาไว้ก็เป็นเรื่องที่ต้องรับฟัง แต่ทั้งนี้ต้องรอคำร้องของฝ่ายค้านยื่นมายังสภาผู้แทนราษฎรก่อนถึงจะพิจารณาได้ จะพูดแทนไม่ได้ว่าสิ่งใดเข้าหลักเกณฑ์ แต่ผู้ที่จะยื่นเรื่องต้องเป็นฝ่ายศึกษาเอง ว่าจะเข้าไปเป็นตามช่องทางใด แต่สิ่งสำคัญคืออยากให้กระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้าไปตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า หากส่งมาต้องรับเรื่องไว้ และให้สำนักที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายก่อนนำเสนอที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่เพื่อพิจารณา ขณะนี้รอให้ยื่นเรื่องมาก่อน แล้วถึงจะพูดในรายละเอียดได้ ตามขั้นตอนเมื่อยื่นมาแล้วทาง ป.ป.ช.ก็ต้องดำเนินการตรวจรับคำกล่าวหาแล้วตรวจดูว่าเป็นคำกล่าวหาที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ หากเห็นว่าเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจ ก็ดำเนินการตามกระบวนการไต่สวนไป ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ต้องมีมติไม่รับพิจารณา ทั้งนี้เรื่องความผิดจริยธรรมเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. แต่ต้องดูข้อเท็จจริงในคำกล่าวหาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง &amp;quot;ประชาชนคิดอย่างไร? กับการอภิปราย รัฐบาลประยุทธ์?&amp;quot; โดยสำรวจความคิดเห็นประชาชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 207 คน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้รับชมการถ่ายทอดสดที่นั่งอยู่ในห้อง 25 คน และการลงพื้นที่ภาคสนาม 182 คน ตั้งแต่หลังจากที่การอภิปรายเสร็จสิ้นถึงวันที่ 20 ก.ย. สรุปผลได้ว่าถ้าคะแนนเต็ม 10 ประชาชนให้ฝ่ายรัฐบาล 4.98 คะแนน ให้ฝ่ายค้าน 7.05 คะแนน
นายกฯ คะแนนต่ำสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ประชาชนให้คะแนนผู้อภิปราย ดังนี้ 1.นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 8.26 คะแนน 2.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.มหาสารคาม เพื่อไทย 8.04 คะแนน 3.นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ &amp;nbsp;ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน 7.75 คะแนน 4.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน เพื่อไทย 7.64 คะแนน 5.นายจิรายุ ห่วงทรัพย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.กทม. เพื่อไทย 7.60 คะแนน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.นางสาวสิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนาคตใหม่ 7.53 คะแนน 7.นายเรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเสรีรวมไทย 7.42 คะแนน 8.นางสาวจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด เพื่อไทย 7.31 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9.พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 7.29 คะแนน 10.นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม เพื่อไทย 7.14 คะแนน 10.น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย 7.14 คะแนน 12.นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย 7.00 คะแนน 13.นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ 6.81 คะแนน 14.นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ 6.67 คะแนน 15.นายณัฐชา บุญไชนอินสวัสดิ์ ส.ส.อนาคตใหม่ 6.46 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;16.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ 6.44 คะแนน 17.นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนาคตใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.23 คะแนน 18.นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ 6.14 คะแนน 19.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม 6.00 คะแนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มีรายงานว่า จากกรณีกระแสข่าว ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปรับประทานอาหารร่วมกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐก่อนการประชุมสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 วันที่ 18 ก.ย. ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องคือ ส.ส.ที่ปรากฏชื่อในข่าวมาสอบถามข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ ประธานภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยจะเปิดเผยหลักฐานสิ่งจูงใจเพื่อดู ส.ส.พรรคเพื่อไทยของแกนนำพรรคพลังประชารัฐหากไม่หยุดพฤติกรรมว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พบกับ ส.ส.ที่มีชื่อในข่าว ยังไม่ได้สอบถามข้อเท็จจริง ส่วนตัวมองว่าการที่ส.ส.จะไปทานข้าวกับใครถือเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล หากมีความสนิทสนมกัน สามารถไปทานข้าวร่วมกันได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก ถือเป็นการเอื้ออาทรต่อกันด้วยซ้ำไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ไม่ถึงขั้นจะเป็นจะตาย หากกรรมการบริหารพรรคติดใจในเรื่องนี้ สามารถตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่ามีการมอบสิ่งจูงใจเหมือนที่เป็นข่าวหรือไม่ หากผลออกมาเป็นทางลบค่อยตั้งกรรมการสอบวินัยต่อไป แต่ถ้าไม่มีอะไรก็ควรปล่อยเรื่องนี้ไป ส่วนตัวมองว่าแค่เขาไปกินข้าวกันแล้วต้องมาระแวง เช่นนี้ไม่ถูกต้องนัก ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ส.ส.แต่ละคนมีวุฒิภาวะ รู้ผิดชอบชั่วดี หากทานข้าวกันแล้วไม่มีการก้าวล่วงงานของกันและกันก็ไม่มีอะไรเสียหาย&amp;quot; นายประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดา คงเพชร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวที่มีชื่อปรากฏไปร่วมรับประทานอาหารกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตร พรรคพลังประชารัฐ ว่าตนไม่ได้ไปวันเปิดอภิปรายฯ นายกฯ เรื่องถวายสัตย์ฯ มาเซ็นชื่อแต่เช้า อยู่ในสภาตลอด พูดคุยกับ ส.ส.เพื่อไทยหลายคน ถามเพื่อน ส.ส.ดูได้ ยังแปลกใจ ทำไมถึงมีชื่อปรากฏกับเขาด้วย ส่วนคนอื่นใครไปบ้างนั้น ไม่ทราบ ไม่ขอออกความเห็น เพราะพูดไปในสิ่งที่ไม่รู้ ไม่ดี ส่วนเรื่องเก้าอี้ประธานกรรมาธิการ จบไปแล้ว ทางพรรคมีข้อตกลงกัน เปิดโอกาสให้คนที่ไม่เคยได้ ให้ไปนั่งทำหน้าที่บ้าง เช่นตนเคยเป็นประธาน กมธ.มาแล้ว รอบนี้ก็ไม่ได้เป็นเปิดโอกาสให้คนอื่นเป็น ส่วนคนอื่นจะติดใจอะไรหรือไม่นั้น ไม่รู้จิตใจคนบางทีก็ยากหยั่งถึง
ชง ปปช.สอบ&amp;quot;ช่อ-เฮงซวย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าขณะนี้ยังมีความพยายามดูดหรือทาบทาม ส.ส.เพื่อไทยไปอีกหรือไม่ นายศักดาตอบว่า คงไม่มีแล้ว ถ้าจะไปกันคงไปกันตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว วันนี้ไม่มีแล้ว คนที่จะมาดูดก็คงรู้ คงไม่มีใครไปหรอก สัก 100 คนถ้าจะไปคงมีเพียงครึ่งคนเท่านั้น ส่วนบางกรณียังมี ส.ส.เพื่อไทยโหวตสวนออกไปบ้างนั้น ถ้าเป็นเรื่องนโยบาย เขาก็อาจจะโหวตในทิศทางสิ่งที่เขาเชื่อก็ได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่เป็นเรื่องระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน อย่างเช่นเรื่องโหวตนายกฯ ที่ต้องแบ่งกันชัดเจน คงไม่มีใครกล้าโหวตสวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. กรณี น.ส.พรรณิการ์ วานิช หรือช่อโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ปราศรัยต่อหน้าสาธารณชนด้วยถ้อยคำว่า &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญเฮงซวย&amp;rdquo; บนเวที &amp;quot;รัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร? รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อคนไทยทุกคน&amp;quot; เมื่อ 15 ก.ย.62 ที่ จ.มหาสารคาม เป็นพฤติการณ์ที่ตรงกันข้ามกับถ้อยคำที่เคยปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ส.ส. ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 115 ได้บัญญัติไว้ว่า ก่อนเข้ารับหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกด้วยถ้อยคำที่ว่า &amp;ldquo;ข้าพเจ้า (ชื่อผู้ปฏิญาณ) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ&amp;rdquo; และในรัฐธรรมนูญ 2560 ก็บัญญัติบริบทที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ที่คนไทยเทิดทูนไว้หลายมาตรา อาทิ ม.2, 6, 7, 8, 9, 10, 13, 122, 161, 175, 176, 177, 179, 180, 190 และ ม.191 จึงอาจจะกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยที่เทิดทูนพระมหากษัตริย์ที่บัญญัติไว้ในมาตราต่างๆข้างต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ที่กำหนดข้อห้ามไว้ตามมาตรฐานทางจริยธรรม 2561 ข้อ 5 และข้อ 6 ที่ระบุไว้ว่า ส.ส.ต้องยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ฯ จึงจำต้องนำความมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการไต่สวนและตรวจสอบการกระทำดังกล่าวว่า หาก ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าเข้าข่ายก็จะต้องส่งคำร้องไปยังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาไต่สวนและวินิจฉัยและหรือลงโทษตามกฎหมายสูงสุดต่อไป&amp;quot; นายศรีสุวรรณระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มต่างๆ ว่า เป็นเรื่องดีที่พี่น้องประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมือง ไม่อยากให้ความสนใจเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเพียงของกลุ่มคนบางกลุ่ม โดยคนส่วนใหญ่ของประเทศไม่ได้ให้ความสนใจเหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา อยากจะให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นของคนไทยทุกคน และทุกคนมีส่วนร่วมในการศึกษาปัญหา หาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญกันอย่างกว้างขวาง สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เกิดความตื่นตัวกันมากขึ้น แต่ขอให้การเคลื่อนไหวใดๆ อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ไม่สร้างความแยกแตก หรือยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งกัน หลีกเลี่ยงการใช้วาทกรรมหรือคำพูดใดๆ ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน มั่นใจว่า &amp;nbsp;เมื่อเปิดประชุมสภาสมัยสามัญครั้งที่ 2 ในเดือน พ.ย.นี้ ก็จะได้มีข้อมูลนำมาใช้อภิปรายในที่ประชุมสภา เพื่อการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา และแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ให้เป็นผลสำเร็จให้จงได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปมถวายสัตย์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ร่วมประชุมยูเอ็น, สอบจริยธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d84d47c1e11e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
