<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 18:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อรรถพล&#039; หวั่นคกก.อัยการหมดเขี้ยวเล็บ หลังเสียงส่วนมากไม่เห็นชอบตั้งอนุฯสอบ &#039;เนตร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร่างหนังสือของนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ที่เสนอตั้งคณะอนุกรรมการสอบดุลยพินิจนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด กรณีสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา ซึ่งในการประชุม ก.อ.ครั้งที่ 8/2563 วันนี้ มีมติเสียงส่วนมากไม่เห็นชอบให้ตั้งคณะอนุกรรมการดังกล่าวนั้น มีรายละเอียดดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรียน ก.อ. ด้วยกรณีการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา โดยนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชน และเป็นที่สนใจและวิพากษ์วิจารณ์ถึงการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ อันอาจมีผลกระทบต่อการดำรงตนและสถานะของพนักงานอัยการ ซึ่งเป็นที่น่าเชื่อถือต่อประชาชนและสังคมตลอดมาได้ จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นกรณีนี้ให้ได้ข้อยุติ เพื่อพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจหน้าที่ของ ก.อ. เกี่ยวกับกรณีนี้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 248 ที่กำหนดว่า &amp;ldquo;องค์กรอัยการมีหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดี และการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยรวดเร็ว เที่ยงธรรม และปราศจากอคติทั้งปวง และไม่ให้ถือว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่นขององค์กรอัยการให้มีความเป็นอิสระ โดยให้มีระบบเงินเดือนและค่าตอบแทนเป็นการเฉพาะตามความเหมาะสม และการบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับพนักงานอัยการต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการอัยการ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยประธานกรรมการ ซึ่งต้องไม่เป็นพนักงานอัยการ และผู้ทรงคุณวุฒิบรรดาที่ได้รับเลือกจากพนักงานอัยการ ผู้ทรงคุณวุฒิดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบุคคลซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นพนักงานอัยการมาก่อนสองคน ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กฎหมายตามวรรคสามต้องมีมาตรการป้องกันมิให้พนักงานอัยการกระทำการหรือดำรงตำแหน่งใด อันอาจมีผลให้การสั่งคดีหรือการปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามวรรคสอง หรืออาจทำให้มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวต้องกำหนดให้ชัดแจ้งและใช้เป็นการทั่วไป โดยจะมอบอำนาจให้มีการพิจารณาเป็นกรณีๆ ไปมิได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 17 ในกรณีที่พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้เป็นไปตามที่ ก.อ.กำหนด ให้ ก.อ. ทำเป็นระเบียบข้อกำหนดหรือประกาศตามที่เห็นสมควร ระเบียบ ข้อกำหนด และประกาศของ ก.อ. ตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 30 นอกจากอำนาจและหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้และกฎหมายอื่น ให้ ก.อ. มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ (8) พิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยข้าราชการฝ่ายอัยการ และการสั่งให้ข้าราชการฝ่ายอัยการออกจากราชการตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ (10) แต่งตั้งอนุกรรมการบุคคลหรือคณะบุคคลเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ ก.อ. มอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรา 82 การดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษทางวินัยสำหรับอัยการสูงสุดและรองอัยการสูงสุด ให้เป็นอำนาจและหน้าที่ของ ก.อ. ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.อ. กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ อสส. ตั้งคณะทำงานชุดท่าน สมศักดิ์ บุญทอง เป็นประธานเพื่อตรวจสอบความเห็นและคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธฯ ของ ร.อสส. (นายเนตรฯ) เป็นการตั้งตามอำนาจหน้าที่ในส่วนของ อสส. ตามพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 มาตรา 27 แม้ขณะนี้ยังไม่มีการออกและประกาศระเบียบเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษทางวินัยสำหรับอัยการสูงสุดและรองอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 248 วรรคสาม กำหนดให้การบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับพนักงานอัยการต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการอัยการ ดังนั้นการตั้งอนุกรรมการหรือคณะบุคคลเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น กรณีความเห็นและคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธฯ ของรอง อสส. (นายเนตรฯ ) แล้วรายงาน ก.อ. ทราบเพื่อพิจารณาต่อไป สามารถตีความได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารงานบุคคล ซึ่งมีทั้งการกำหนดอัตรากำลังการแต่งตั้งโยกย้ายดำเนินการทางวินัยและการสั่งลงโทษ และรวมถึงการพิจารณาและดำรงตนที่เหมาะสมทั้งทางส่วนตัวและหน้าที่การงานของพนักงานอัยการ การปฏิบัติงานที่เหมาะสมถูกต้องของพนักงานอัยการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลอีกประการหนึ่งที่เรื่องนี้ ต้องเป็นอำนาจหน้าที่ของ ก.อ. โดยตรง คือหากกรณีข้อเท็จจริงเปลี่ยนไปเป็นอัยการสูงสุดเป็นผู้ถูกกล่าวหา หากตีความว่า ก.อ. ไม่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบพิจารณาในเบื้องต้นก่อนตัดสินใจว่าควรจะดำเนินไปทางใดทางหนึ่ง ต่อไปภายในองค์กรอัยการเอง เช่น ยุติเรื่องก่อนที่จะเข้าไปสู่กระบวนการดำเนินการทางวินัย หรือมีมูลต้องดำเนินการต่อไป จะทำให้ ก.อ. ไม่มีอำนาจหน้าที่ในเบื้องต้นที่จะพิจารณาก่อนว่าควรดำเนินการทางวินัยกับอัยการสูงสุดหรือรองอัยการสูงสุดหรือไม่ จะทำให้องค์กรภายนอกเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อองค์กรอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมีการแต่งตั้งอนุกรรมการหรือคณะบุคคลดังกล่าวโดย ก.อ. แล้ว ขณะเดียวกันเร่งพิจารณาออกระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินการทางวินัยและสั่งลงโทษทางวินัยอัยการสูงสุดและรองอัยการสูงสุด แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป เพื่อพร้อมสำหรับการใช้หากมีความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้น กรณีการสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา โดยนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ก.อ. จึงมีความจำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นกรณีนี้ เพื่อให้ได้ข้อยุติแล้วรายงานผลพร้อมความเห็นของอนุกรรมการหรือคณะบุคคลต่อ ก.อ. ว่าควรจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามอำนาจหน้าที่ของ ก.อ. หรือควรยุติเรื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาก ก.อ. เห็นว่าไม่ควรตั้งอนุกรรมการหรือคณะบุคคล ต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมอธิบายต่อสาธารณชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่ออนุกรรมการที่มีการเสนอ ประกอบด้วย 1.นายสหายทรัพย์ สุนทรกุล ประธานอนุกรรมการ &amp;nbsp;2.นายถาวร พานิชพันธ์ อนุกรรมการ 3.นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล อนุกรรมการ 4.นายภราดร ศรีศุภรางค์กุล อนุกรรมการ 5.นายมนัส สุขสวัสดิ์ อนุกรรมการและเลขานุการ โดยให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจหน้าที่ 1.ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ในกรณีมีความเห็นและคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธฯ ของ รอง อสส. (นายเนตรฯ ) ให้ได้ข้อยุติเบื้องต้น ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเที่ยงธรรม ด้วยความระมัดระวังมิให้เสียหายแก่ราชการ รวมทั้งถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการแล้วหรือไม่เพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เสนอแนะแนวทางเกี่ยวกับการพัฒนาหรือปรับปรุงการบริหารงานบุคคลของพนักงานอัยการที่มีผลเกี่ยวเนื่องมาจากกรณีตามข้อ 1.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามข้อ 1 และข้อ 2 ให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจเรียกบุคลากรในสำนักงานอัยการสูงสุดมาให้ถ้อยคำและขอเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จากหน่วยงานในสำนักงานอัยการสูงสุด รวมทั้งการเชิญขอความร่วมมือหรือขอเอกสารต่างๆ จากบุคคลภายนอกหรือหน่วยงานอื่นๆ ตามที่เห็นสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เสนอรายงานผลการตรวจสอบพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะตามข้อ 1 และข้อ 2 ต่อ ก.อ. เพื่อประกอบการพิจารณาโดยเร็วต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อ ก.อ.ทั้ง 15 คน ประกอบด้วย นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานกรรมการอัยการ, นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด รองประธานกรรมการอัยการ, นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด, นายสมศักดิ์ ติยะวานิช รองอัยการสูงสุด, นายสาวิตร บุญประสิทธิ์ รองอัยการสูงสุด, นายสุริยะ แบ่งส่วน รองอัยการสูงสุด, ร้อยโท ไชยา เปรมประเสริฐ รองอัยการสูงสุด กับในส่วน ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ มีนางพิมพร โอวาสิทธิ์, นายไพรัช วรปาณิ, นายประสาน หัตถกรรม, นายกิตติ ไกรสิงห์, นายชาตรี สุวรรณิน, นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม, นายสิงห์ชัย ทนินซ้อน และนายชาติพงษ์ จีระพันธุ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการประชุม ก.อ.วันนี้ ผู้ที่มีความเห็นให้ตั้งอนุกรรมการตรวจสอบมี 5 คน ประกอบด้วย นายอรรถพล ประธาน, นายชาติพงษ์ จีระพันธุ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจฯ, นายไพรัช วรปาณิ, นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี, นายชาตรี สุวรรณิน ในส่วนอีก 10 คนที่เหลือจะเป็นผู้ที่ไม่ออกเสียงและไม่เห็นชอบในการตั้งคณะอนุกรรมการดังกล่าว ซึ่งขณะพิจารณาประเด็นนี้นายเนตรต้องออกจากห้องประชุม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74828</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการอัยการ, สอบดุลพินิจ, อรรถพล ใหญ่สว่าง, เนตร นาคสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190214/image_big_5c658559ca8ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เนตร’ชิงไขก๊อก โถสปิริตคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;เนตร นาคสุข&amp;quot; คนสั่งคดีไม่ฟ้อง &amp;quot;บอส&amp;quot; ยื่นหนังสือลาออก อ้างแสดงสปิริตเพื่อองค์กร ยังยันใช้ดุลพินิจถูกต้อง &amp;quot;อรรถพล&amp;rdquo; ชี้ &amp;quot;รอง อสส.&amp;quot; ไขก๊อกไม่กระทบสอบดุลพินิจ โบ้ยสอบวินัยต้องดู กม.อีกครั้ง &amp;quot;วิชา&amp;quot; เผยสรุปรายงานคดีชุดแรก 2 แผ่นส่ง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; แล้ว แย้ม &amp;quot;ผบ.ตร. &amp;quot;รับผิดพลาดสั่งงานไม่ตามดู ลุ้นรื้อสั่งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ส.ค. สำนักงานอัยการสูงสุดเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ เรื่องสำนักงานอัยการสูงสุดแต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา และตั้งคณะทำงานตรวจสอบการสั่งคดีของนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื้อหาเอกสารข่าวดังกล่าวช่วงแรกระบุถึงการแต่งตั้งพนักงานอัยการเป็นคณะทำงานพิจารณาสั่งคดีอาญาสำนวน ส.1 เลขรับที่ 107/2556 ของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ประกอบด้วย ?1.นายอิทธิพร แก้วทิพย์?? ??หัวหน้าคณะทำงาน ?2.นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์?? ?รองหัวหน้าคณะทำงาน ?3.นายอุทัย สังขจร???? คณะทำงาน ?4.นายประยุทธ เพชรคุณ? ??คณะทำงานและเลขานุการ ?5.นายนรา เขมอุดลวิทย์ ????คณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีนายสมใจ โตศุกลวรรณ์ เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นสำนักงานอัยการสูงสุดเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญ และจะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน จึงแต่งตั้งบุคคลดังต่อไปนี้เป็นคณะทำงานตรวจสอบความเห็นและคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ โดยคณะทำงานประกอบด้วย 1.นายสมศักดิ์ บุญทอง???? หัวหน้าคณะทำงาน อดีตรองอัยการสูงสุด 2.พล.อ.ประชาพัฒน์&amp;nbsp; วัจนะรัตน์ ??คณะทำงาน?? เจ้ากรมพระธรรมนูญ 3.พล.ท.กิตติยุทธ กิตติยุทธโยธิน ???คณะทำงาน หัวหน้าสำนักงานตุลาการศาลทหาร? และตุลาการพระธรรมนูญหัวหน้าศาลทหารสูงสุด 4.นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล ???คณะทำงาน อดีตรองอัยการสูงสุด 5.นายถาวร พานิชพันธ์ ????คณะทำงาน? อดีตรองอัยการสูงสุด 6.ม.ล.ศุภกิตต์ จรูญโรจน์??? เลขานุการ 7.ร.ต.อ.สกลกริช ฤทธิ์เดช ??ผู้ช่วยเลขานุการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ (11 ส.ค.2563) นายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการต่ออัยการสูงสุด เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจในการสั่งสำนวนคดีนี้ และเป็นการแสดงสปิริต (spirit) แก่องค์กรอัยการ และต้องการให้ทุกคนในสังคมเกิดความสบายใจ โดยยืนยันว่าการสั่งคดีนี้ได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนและตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย&amp;quot; ท้ายเอกสารข่าวดังกล่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายเนตร จะครบกำหนดวาระการบริหารเนื่องจากอายุครบ 65 ปี ในวันที่ 30 ก.ย.2563 เมื่อครบวาระตำแหน่งบริหารแล้วยังสามารถขอต่อเป็นอัยการอาวุโสได้จนครบอายุ 70 ปี ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ซึ่งตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ มาตรา 58 บัญญัติว่า &amp;quot;ข้าราชการอัยการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการ ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปชั้นหนึ่ง เพื่อให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณา เมื่ออัยการสูงสุดสั่งอนุญาตแล้วให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง ในกรณีที่ข้าราชการอัยการขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้ง หรือรับการเสนอชื่อเพื่อสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเพื่อไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก นอกจากกรณีตามวรรคสอง ถ้าอัยการสูงสุดเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินสามเดือนนับแต่วันขอลาออกก็ได้ ในกรณีที่อัยการสูงสุดประสงค์จะลาออกจากราชการ ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อ ก.อ. เพื่อให้ ก.อ.เป็นผู้พิจารณา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวว่า ยังไม่เห็นหนังสือการขอลาออกของนายเนตรอย่างเป็นทางการ ซึ่งหากเป็นจริงวันที่ 18 ส.ค.นี้ ก็ต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ส่วนตัวไม่คิดว่าการลาออกของนายเนตรจะกระทบกับการเสนอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบดุลยพินิจที่เจ้าตัวสั่งไม่ฟ้องคดีนายบอส เนื่องจากขณะที่มีคำสั่งยังอยู่ในช่วงดำรงตำแหน่งข้าราชการอัยการ จึงน่าจะตรวจสอบและมีผลย้อนหลังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันการตรวจสอบดุลพินิจไม่เกี่ยวกับการตรวจสอบทางวินัย เพราะหากเป็นอย่างหลัง จะต้องไปพิจารณาตัวบทกฎหมายอีกครั้ง&amp;quot; ประธาน ก.อ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อประธานและคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เพื่อขอให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ 2553 ม.30 (8) เพื่อดําเนินการเอาผิดทางวินัยและจริยธรรมต่อนายเนตร ที่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายวรยุทธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายวิชาให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมว่า ในระบบของทางตำรวจ เมื่อสั่งการหรือมอบอำนาจไปแล้วก็ถือเป็นการมอบสิทธิ์ขาดให้ โดยไม่ได้ติดตามดูกรณีของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่มีพล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้สั่งคดี ที่สั่งคดีในรายละเอียดอย่างไร ผบ.ตร.ไม่ได้รับรู้ ทางคณะกรรมการฯ จึงให้ข้อสังเกตไปว่าตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและ พ.ร.บ.ตำรวจ มีข้อกำหนดเรื่องการมอบอำนาจอยู่ โดยผู้บังคับบัญชาสามารถติดตามดูในรายละเอียดได้ว่าจะต้องแก้ไขหรือไม่ รวมไปถึงการถอนอำนาจ แต่ปรากฏว่า ผบ.ตร.ยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาดที่จะต้องไปแก้ไขโดยด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชากล่าวว่า ผบ.ตร.ได้รับปากอยู่ 2 เรื่องคือ 1.จะไปแก้ไขระบบการมอบอำนาจไม่ให้มีช่องโหว่ที่จะให้เกิดกรณีอย่างเช่นคดีนายวรยุทธอีก 2.จะไปดูคดีนายวรยุทธ หลังจากที่ไม่ได้ดูมาเลย โดยจะไปเรียกสำนวนและหารือร่วมกับสำนักกฎหมายและคดีตำรวจ ซึ่งถ้าสามารถทำให้คดีนั้นไม่ยุติได้ ผบ.ตร.ก็จะทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายเนตรได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง จะมีผลกระทบต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือไม่ นายวิชากล่าวว่า นายเนตรลาออกยังไม่มีผลทันที ตนเข้าใจว่าอย่างนั้น และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่ว่าสถานะของนายเนตรเป็นอย่างไร ซึ่งนายเนตรยังอยู่บัญชีรายชื่อที่จะต้องเชิญมาชี้แจง ส่วนจะลาออกไปแล้ว เราก็มีอำนาจในการเรียกมาชี้แจงอยู่ เพราะมีอำนาจตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้เราได้ข้อมูลอย่างดีที่จะสามารถทำให้เป็นผลได้ ซึ่ง ผบ.ตร.มาแบบชนิดที่เรียกว่าจะให้แก้อะไรก็ทำทั้งนั้น&amp;rdquo; นายวิชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามย้ำว่า กรณีที่ ผบ.ตร.เห็นอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถเปลี่ยนแปลงความเห็นไม่แย้งต่อคำสั่งอัยการได้ใช่หรือไม่ นายวิชากล่าวว่า ถ้าเผื่อเป็นการสั่งที่ผิดพลาด และไม่มีอำนาจ ก็สามารถที่จะปรับปรุงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลังจากนี้จะสรุปผลการทำงานตลอด 10 วันที่ผ่านมา เพื่อนำเรียนนายกรัฐมนตรีภายในช่วงค่ำวันนี้ โดยคาดว่าจะสรุปให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาประมาณ 2 หน้ากระดาษ&amp;quot; นายวิชากล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74150</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, สอบดุลพินิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัยการสั่งคดีไม่ฟ้อง, เนตร นาคสุข, ใช้ดุลพินิจถูกต้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f32a6573acca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
