<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 15:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตรีนุช&#039;ยืนข้างคุรุสภา อ้างเลิกสอบวิชาเอกตั๋วครู เพราะมีปัญหาปฏิบัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

12ก.ค.64-ตามที่ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) ออกมายืนยันว่า การทดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครู มีความจำเป็นที่จะต้องสอบหมวดความรู้วิชาเอก เพื่อรักษาคุณภาพของครู เนื่องจากคณะกรรมการคุรุสภา มีมติให้ตัดหมวดความรู้วิชาเอกออกไป จากการทดสอบดังกล่าว

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนเข้าใจในหลักการ ซึ่งตามหลักการแล้ว การทดสอบวิชาเอกถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ในทางปฏิบัติกลุ่มวิชาเอกมีจำนวนมาก เมื่อมาสู่ขั้นตอนการปฏิบัติแล้ว ในการทดสอบมีการนำวิชาดนตรี รวมไว้กับวิชาศิลปะให้เป็นกลุ่มเดียวกัน ส่งผลให้การทดสอบไม่สามารถสะท้อนออกมาได้ตามความเป็นจริง เช่น ครูศิลปะ มีความสามารถอย่างมาก แต่ไม่มีความรู้ด้านดนตรีเลย ทำให้ไม่สามารถทำข้อสอบวิชาเอกได้ เป็นต้น อีกทั้งการที่เราจะเป็นครู ทำหน้าที่สอนในวิชาได้นั้น จะต้องมีการประเมินความสามารถก่อนอยู่แล้ว สำหรับโรงเรียนรัฐบาล ก็จะมีการสอบภาค ค ที่ให้อัดคลิปวิดีโอการสอน หรือ โรงเรียนเอกชน ก็จะให้สาธิตการสอนก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งครู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109453</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, สอบตั๋วครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e2d9423c335.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 10:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 10:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เอกชัย&#039;ลั่นคุรุสภาใช้อะไรคิดเลิกสอบวิชาเอก&#039;ตั๋วครู&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
12ก.ค.64- &amp;quot;เอกชัย &amp;quot;ลั่น &amp;quot;ตั๋วครู&amp;quot; &amp;nbsp;ต้องสอบวิชาเอก ถามไม่ทราบว่าสำนักงานคุรุสภา ใช้หลักคิดอะไรที่น่าเชื่อถือทางวิชาชีพ ชี้สาเหตุที่ร้องเรียนข้อสอบยากคนสอบผ่านน้อย มาจากกลุ่ม ป.บัณฑิต สอบผ่านแค่ 10% &amp;nbsp; ถ้าตัดทดสอบเอกเท่ากับผิดเจตนารมณ์การได้ครูดีมีคุณภาพ และตัดโอกาส คนเรียนครูหลักสูตร 4 ปี ที่ยังไม่ได้รับการทดสอบ &amp;nbsp;และได้สิทธิสอบครั้งแรกในปี 65

ตามที่คณะกรรมการคุรุสภามีมติให้ตัดหมวดความรู้วิชาเอกออกไป จากการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ในการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ที่จะจัดขึ้นครั้งที่ 2 ในเดือนตุลาคมนั้น

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (ประธาน กมว.) กล่าวว่า กมว.ได้มีมติยืนยันว่าต้องสอบสิชาเอก และหากไม่มีวิธีการอื่นที่น่าเชื่อถือได้ เรื่อง ความรู้ความสามารถวิชาเอก ยังคงต้องทดสอบไปก่อนซึ่งเจตนารมณ์เรื่องนี้ มีมานานกว่า 10 ปี เรื่องความพยายามหาวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครูและวิชาชีพควบคุม เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ครูที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนดไว้ และได้ดำเนินการจนกระทั่งมีประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีทดสอบฯ และประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครู เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ.2563 เรื่องการจัดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพครู 5 วิชา คือ การสื่อสารภาษาไทย การสื่อสารภาษาอังกฤษ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา วิชาชีพครู และวิชาเอก ซึ่งประกาศคุรุสภาดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับผู้ที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไปทุกหลักสูตร ที่ต้องการใบประกอบวิชาชีพครู การสอบเพื่อขอใบประกอบวิชาชีพครู การทดสอบครั้งแรก คือ กลุ่มที่เรียนประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิต) ประมาณ 7,200 คน ได้เข้ารับการทดสอบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่าสอบวิชาครู จากคะแนนดิบผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 60 มีไม่ถึงร้อยละ10 จนต้องมีการปรับค่าสถิติช่วยเหลือจึงได้ผู้สอบผ่านวิชาครูขึ้นมาเป็นตัวเลขประมาณเกือบร้อยละ 40 ส่วนวิชาเอก คะแนนดิบสอบผ่านไม่ถึงร้อยละ 40 เช่นกัน จึงมีผลให้เกิดการอ้าง เรื่อง การออกข้อสอบยาก ไม่ตรงตามผังข้อสอบจนถึงขนาดขอให้ยกเลิกการสอบวิชาเอก ทั้งๆ ที่วิชาเอกเป็นสิ่งที่สำคัญและสร้างความมั่นใจกับผู้ปกครอง และสังคมให้เชื่อมั่นว่าได้ครูเก่งในเนื้อหาวิชาที่สอนจริงตามมาตรฐานวิชาชีพครู

สำหรับสาเหตุที่ผู้เรียนหลักสูตร ป.บัณฑิต สอบวิชาเอกผ่านน้อย เพราะความจริงที่ปรากฏเป็นข้อมูลก็คือผู้เรียนป.บัณฑิตมีไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 30-40 ที่สอนไม่ตรงวิชาเอกที่จบมา เช่น จบการท่องเที่ยวไปสอนภาษาจีน เป็นต้น เลยขอสอบวิชาภาษาจีนที่ตนเองสอน เพราะไม่มีวิชาการท่องเที่ยวให้ทดสอบ การสอนไม่ตรงวิชาเฉพาะ (วิชาเอก) ก็ไม่เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพครูอยู่แล้ว เพราะกำหนดให้ปฏิบัติการสอนวิชาเฉพาะ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้เรียน ป.บัณฑิตที่เข้ารับการทดสอบรุ่นแรกสอบไม่ผ่านวิชาเอกเกินครึ่งของผู้เข้ารับการทดสอบเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยที่ผู้เรียนหลักสูตรครูจริงๆ ทั้ง 4 ปี และ 5 ปีที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปี การศึกษา 2562 ยังไม่ได้รับการทดสอบเลย เพราะจะมีสิทธิสอบครั้งแรกในปี 2565 ก็มายกเลิกการสอบวิชาเอก ทั้งๆที่กลุ่มเป้าหมายนิสิต นักศึกษาครู ในสถาบันผลิตครูจริงๆ ยังไม่ได้เข้ารับการทดสอบเลย การคิดยกเลิกการสอบวิชาเอกก่อนที่กลุ่มเป้าหมายหลักจะทดสอบ ไม่ทราบว่าสำนักงานคุรุสภา ใช้หลักคิดอะไรที่น่าเชื่อถือทางวิชาชีพครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ความพยายามสร้างกระแสให้มีการยกเลิกการสอบวิชาเอก หรือให้ผู้เรียน ป.บัณฑิตทุกคน ได้ใบประกอบวิชาชีพครู ของนักการเมืองบางคนใช้หลักคิดอะไร หรือต้องการคะแนนเสียงนิยมมากกว่าคุณภาพครูที่จะมีผลต่อคุณภาพนักเรียน และผู้เรียน ป.บัณฑิต รุ่นแรกที่ผ่านการสอบมาเมื่อต้นปีบางกลุ่มที่พยายามอ้างข้อสอบยาก ข้อสอบไม่เป็นไปตามผังข้อสอบ ก็เป็นเรื่องที่รับฟังได้มีเหตุและคงต้องให้ สทศ.ในฐานะผู้รับผิดชอบการออกข้อสอบทำการทบทวน หากเป็นจริงก็ต้องปรับแก้ไข สำนักงานคุรุสภาเองก็ต้องมีหลักการที่ถูกต้องในการดำเนินการเกี่ยวกับการทดสอบเพื่อให้ได้ครูวิชาเอกที่มีคุณภาพเก่งเนื้อหาจริงๆ การยกเลิกสอบวิชาเอกด้วยเหตุผล เพราะเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีกระบวนการสอบวัดความรู้วิชาเอกอยู่แล้ว เช่น การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;และการปฏิบัติงานในสถานศึกษา โดยประเมินจากการสอบสัมภาษณ์ แฟ้มสะสมงาน และการสอบสาธิตการปฏิบัติการสอนอยู่แล้ว&amp;rdquo;ประธาน กมว.กล่าว

นายเอกชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเรื่องการทดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพตามมาตรฐานวิชาชีพ กับการปฏิบัติการสอน ในสถานศึกษา และการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นคนละวัตถุประสงค์กัน ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างที่จะไม่ทดสอบวิชาเอกไ้ด้ เพราะถ้าจะอ้างเช่นนั้นการทดสอบทุกวิชาก็ไม่จำเป็นเช่นกันไม่ว่าจะภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เทคโนโลยีฯ หรือวิชาครู เพราะการเรียนการสอนในสถาบันก็มีการสอบอยู่แล้ว และหลายวิชาการสอบแข่งขันบรรจุก็มีการทดสอบอยู่แล้วเช่นกัน ซึ่งตรรกะการคิดและผลกระทบที่ตามมาเกี่ยวกับคุณภาพของครูสำคัญ ถ้าเมื่อใดที่เล่นการเมืองในการบริหารวิชาชีพครู หรือวิชาชีพควบคุมอย่างที่เห็นและเป็นอยู่โดยไม่ห่วงคุณภาพผู้เรียนเลย ถ้าทุกคนไม่ห่วงคุณภาพครูที่จะส่งผลถึงคุณภาพเด็ก แต่ตนมีความห่วงใยอย่างมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109427</URL_LINK>
                <HASHTAG>#คุรุสภา, กมว., นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบตั๋วครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_6076917399848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88317</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 17:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 17:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครั้งแรก สมัครสอบขอรับ&quot;ตั๋วครู&quot;7.2 พันคน สอบ 21-22 ก.พ.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29ธ.ค.63-นายบูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ รองเลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ วันที่ 30 ธันวาคมนี้ ตนเตรียมที่จะเสนอข้อมูลผลการรับสมัครผู้ที่จะเข้ารับการทดสอบ โดยขณะนี้มีผู้สมัครแล้ว 7,255 คน ใน 30 วิชาเอก ซึ่งจะดำเนินการทดสอบในวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 ทั้งนี้ผู้ที่สมัครเข้ารับการทดสอบในครั้งนี้เป็นผู้ที่จบการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) และนักศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ในปีการศึกษา 2563 โดยจะต้องทดสอบใน 5 หมวดวิชา คือ 1.หมวดทักษะภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร 2.หมวดทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร 3.หมวดทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) เพื่อการศึกษา 4.หมวดความรู้ทางวิชาชีพครู และ 5.หมวดความรู้วิชาเอก ซึ่งหากคณะอนุกรรมการฯ มีมติเห็นชอบ ขั้นตอนต่อไปก็จะดำเนินการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการทดสอบและเตรียมการจัดสอบ โดยทั้ง 2 ขั้นตอนนี้ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะเป็นผู้ดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้คุรุสภามีความพร้อมในการดำเนินการ รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ก็ถือว่าเป็นไปตามแนวทางที่เราวางไว้ อีกทั้งผมมั่นใจว่า สทศ.เป็นหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญให้การจัดทำข้อสอบและการจัดการสอบ ดังนั้นการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครั้งนี้ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ในเบื้องคุรุสภาพบว่ามีนักศึกษาบางคนที่จ่ายเงินค่าสมัครไม่ทันตามระยะเวลาที่กำหนด หรือจ่ายเงินค่าสมัครผิดประเภท ซึ่งเรื่องนี้ผมจะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป&amp;rdquo;รองเลขาฯ คุรุสภา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88317</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตั๋วครู, คุรุสภา, บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์, สอบตั๋วครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5feb087e1a154.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทดสอบ&quot;ตั๋วครู&quot; ต้องผ่านภาษาอังกฤษระดับ B1 ตามเกณฑ์CEFR </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22ต.ค.62- ที่ห้องประชุมไทยาจารย์ อาคาร 2 สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา - สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ร่วมลงนามข้อตกลงบันทึกความร่วมมือการดำเนินการจัดการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยนางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา (รองเลขาฯ สกศ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้ จะทำขึ้นเพื่อดำเนินการสร้างข้อสอบ และจัดทำคลังข้อสอบสมรรถนะวิชาชีพครู และการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยคุรุสภาจะเป็นหน่วยงานหลักที่จะกำหนดนิยามสมรรถนะที่มุ่งวัดวิเคราะห์เนื้อหา เพื่อยืนยันขอบเขตสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพครูที่ทำการทดสอบ กำหนดลักษณะเฉพาะของแบบทดสอบ และกำหนดรูปแบบของแบบทดสอบ ซึ่งคุรุสภาจะทำหน้าที่รับผิดชอบสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการสร้างข้อสอบและการจัดการทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูให้กับ สทศ. และจากนั้น สทศ. จะมีหน้าที่รับผิดชอบ ดำเนินการสร้างข้อสอบ และจัดทำคลังข้อสอบสมรรถนะทางวิชาชีพครู ดำเนินการจัดการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และนำส่งข้อมูลผลคะแนนการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตามที่กำหนด สำหรับการจัดทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นกลไกหนึ่งให้สถาบันผลิตครูปรับปรุงการคัดกรองผู้ที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู และผู้ที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงเข้าสู่วิชาชีพครู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวัฒนาพร กล่าวต่อว่า สำหรับแนวทางการดำเนินการจัดการทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจะเริ่มในเดือนพฤศจิกายน &amp;ndash; ธันวาคม พ.ศ.2562 โดยคุรุสภาจัดทำ Test Blueprint ประสานความร่วมมือกับสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย &amp;nbsp;และเดือนธันวาคม พ.ศ.2562 &amp;ndash; กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 สทศ.จะสร้างข้อสอบสมรรถนะวิชาชีพครูและคาดว่าในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2563 จะสามารถจัดการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูได้ อีกทั้งการสอบขอรับใบอนุญาตฯ ครั้งนี้จะต้องมีการทดสอบวิชาภาษาอังกฤษให้ผ่านในตามกรอบอ้างอิงร่วมสหภาพยุโรป (Common European Framework Reference on Language : CEFR) ระดับ B1 ด้วย ซึ่งหากใครไม่ผ่านจะต้องมีการทดสอบจนกว่าจะผ่านถึงจะได้ใบอนุญาตฯ เนื่องจากต่อไปคุรุสภาจะเข้มข้นเรื่องภาษาอังกฤษมากขึ้น และเมื่อมีการต่อใบอนุญาตฯ ก็จะต้องมีการประเมินความรู้ภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้ผู้เข้าสอบขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูรุ่นแรกจะเป็นนักศึกษาที่เข้ารับการศึกษาในปีการศึกษา 2562 ส่วนปีแรกที่จะมีผู้เข้าทดสอบจำนวนเท่าไหร่นั้นยังตอบไม่ได้ เพราะไม่ทราบจำนวนผู้สำเร็จการศึกษา นอกจากนี้การประเมินด้านคุณธรรมและจริยธรรมความเป็นครูนั้นจะมีการประเมินในระหว่างการฝึกสอนของนักศึกษาถึงคุณสมบัติต่างๆ เช่น ปฏิสัมพันธ์ครูและนักเรียน ครูและผู้ปกครอง และครูกับชุมชน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า ในการดำเนินการจัดการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สทศ. จะดำเนินการสร้างข้อสอบ และจัดทำคลังข้อสอบ พร้อมจัดการทดสอบโดยการดำเนินการจัดการทดสอบจะเป็นไปตามมาตรฐานการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติของ สทศ. ทั้ง 5 ด้าน คือ มาตรฐานการบริหารการทดสอบ มาตรฐานบุคลากรด้านการทดสอบ มาตรฐานการพัฒนาแบบทดสอบ มาตรฐานการพิมพ์ การรับ/ส่ง การตรวจ และการประมวลผล และมาตรฐานการรายงานผลและการนำไปไปใช้ ทั้งนี้สทศ.มีความพร้อมทั้งการสร้างข้อสอบ และการบริหารจัดการทดสอบ เพื่อให้การดำเนินงานครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48604</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทดสอบภาษาอังกฤษตั๋วครู, วัฒนาพร ระงับทุกข์, สอบตั๋วครู, เกณฑ์CEFR</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190424/image_big_5cc01fe051612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 15:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 15:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เอกชัย&quot;สรุปสอบ&quot;ตั๋วครู&quot;วิชาเอกต้องมีเกรดเฉลี่ย2.5</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

3มิ.ย.62-นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้เปิดรับความคิดเห็นแนวทางการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีครูไปเรียบร้อยแล้วนั้น เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาแนวทางการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ได้นำความคิดเห็นต่างๆ มาพิจารณา ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่มีความเป็นห่วงและขอให้ทบทวนเรื่องการกำหนดคุณสมบัติของของผู้ที่จะสามารถทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ที่จะต้องมีคะแนนเฉลี่ยในกลุ่มรายวิชาเอกไม่น้อยกว่า 2.50 โดยที่ประชุมได้นำความเห็นทั้งหมดหารือและมีข้อสรุป ว่า ผู้ที่จะเข้ารับการทดสอบ เพื่อขอรับใบอนุญาตฯ จะต้องมีคะแนนเฉลี่ยในกลุ่มรายวิชาเอกไม่น้อยกว่า 2.50 เพื่อที่จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้รับครู ว่า ครูที่มีใบอนุญาตฯ มีความเข้มข้นสอนในรายวิชาเอกนั้นๆ และที่ประชุมเห็นว่าควรที่จะให้ความสำคัญกับกลุ่มครูทั้งหมด และการปฏิบัติการสอน สำหรับแนวทางการทดสอบจะดำเนินการทดสอบ มี 2 ด้านหลัก คือ ด้านประสบการณ์ทางวิชาชีพครู และด้านการปฏิบัติงานทั้งการสอนและการปฏิบัติงานในหน้าที่ครู โดยจะเสนอเข้าที่ประชุม กมว.พิจารณาในวันที่ 7 มิถุนายน

&amp;ldquo;ทั้งนี้หาก กมว.พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบ ก็จะสามารถออกประกาศคุรุสภาทันที ดังนั้นเด็กที่จะเข้าศึกษาชั้นปีที่ 1 ในส่วนสาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ปีการศึกษา 2562 จะต้องเตรียมความพร้อม เพราะผู้ที่เข้าเรียนในปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไปจะต้องสอบทุกคน ซึ่งเรื่องนี้จะไม่ใช้กับนิสิต นักศึกษาสาขาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ปีก่อนหน้า ไม่ใช้ย้อนหลังกับคนที่อยู่ในระบบอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม หากเด็กที่ต้องทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ ทราบว่าคะแนนเฉลี่ยกลุ่มวิชาเอก ไม่ถึงตามที่กำหนดก็จะต้องลงทะเบียนเรียนใหม่ เพื่อรีเกรดให้ได้ตามที่กำหนด หรือไม่ก็ไปประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตฯ เช่น ครูสอนพิเศษ เป็นต้น ซึ่งคล้ายกับกลุ่มแพทย์ที่แพทย์บางคนไม่สามารถสอบใบอนุญาตฯ ได้ และเรียนจบ แพทย์กลุ่มนี้ก็จะไปประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น ขายอุปกรณ์ทางการแพทย์&amp;rdquo;ประธาน กมว.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37531</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะอนุกรรมการพัฒนาแนวทางการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู, นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์, สอบตั๋วครู, สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา, เกรดเฉลี่ยวิชาเอกสอบตั๋วครู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5baa0c52cbfd4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
