<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2019 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทพไทจี้สอบบุคลากรสภา ปล่อย‘ไวพจน์’โผล่ประชุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;เทพไท&amp;quot; บี้สอบบุคลากรของรัฐสภา รวมถึง &amp;quot;ชวน หลีกภัย &amp;quot; โทษฐานปล่อย &amp;quot;ไวพจน์&amp;quot; ไปปรากฏตัวในอาคารรัฐสภา กางกฎหมายฟันธงใครเป็นคนช่วยให้ที่พักพิง หรือเห็นแล้วไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งถูกออกหมายจับของศาลจังหวัดพัทยา เพื่อนำตัวไปฟังคำพิพากษาในวันที่ 15 ม.ค.2563 &amp;nbsp;และได้มาปรากฏตัวในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 4 ธ.ค.ว่า ถือได้ว่าเป็นผู้ต้องหาที่กระทำความผิดโดยมีหมายจับอย่างชัดเจน เมื่อมีการปรากฏตัวเกิดขึ้นเช่นนี้ ผู้มีหน้าที่ในการจับกุมก็ต้องเร่งจับกุมตัวผู้กระทำผิดส่งศาลจังหวัดพัทยาให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อ พ.ต.ท.ไวพจน์มาปรากฏตัวที่อาคารรัฐสภา จะต้องพิจารณาในข้อกฎหมายว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 189 หรือไม่ ซึ่งมาตรา 189 ได้มีบทบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม &amp;nbsp;ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวว่า ถ้าการปรากฏตัวของ พ.ต.ท.ไวพจน์ที่อาคารรัฐสภา หากเป็นความผิดตามมาตรา 189 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จะต้องตั้งคำถามว่า ใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบความผิดตามมาตรานี้ เพราะถือว่าเป็นการให้ที่พักพิง หรือพบตัวผู้กระทำผิดแล้วไม่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย จะมีความผิดหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จะต้องสอบข้อเท็จจริงกับบุคลากรของรัฐสภาที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ รปภ. หรือตำรวจสภา จนถึงประธานวุฒิสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยหรือไม่&amp;rdquo; นายเทพไทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;ให้ความเห็นสั้นๆ ว่า คนหนึ่งหนีหมายจับของศาลไปต่างประเทศ อีกคนหนึ่งหนีหมายจับของศาลเข้ามาลงมติในสภาผู้แทนราษฎร&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพศาล พืชมงคล อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ระะบุว่า หมายจับคือคำสั่งของศาลให้เจ้าพนักงานของรัฐจับกุมบุคคลตามหมายจับนั้น การให้ที่หลบซ่อนก็ดี การช่วยเหลือไม่ให้ถูกจับก็ดี การไม่จับก็ดี เป็นความผิดทางกฎหมายร้ายแรง และมีโทษทางอาญาสถานหนัก การปล่อยให้ผู้ถูกหมายจับของศาลฎีกาเข้าร่วมประชุมสภาและลงคะแนนเสียง เป็นการกระทำความผิดกฎหมายอย่างเย้ยฟ้าท้าดินที่สุด เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย เป็นการท้าทายอำนาจตุลาการอย่างโจ่งแจ้งที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นเรื่องที่น่าสลดใจที่สุดของประเทศที่พูดว่าปกครองด้วยกฎหมาย แล้วเราจะบอกคนทั้งหลายว่าให้เคารพกฎหมาย ให้ปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบแน่นอน&amp;quot; นายไพศาลระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวในศาลยุติธรรมให้สัมภาษณ์ถึงคำถามว่า ตำรวจศาล (คอร์ตมาร์แชล) สามารถจับกุม พ.ต.ท.ไวพจน์ได้หรือไม่ ว่า ตำรวจศาลมีอำนาจในการประสานงานไปที่ตำรวจในท้องที่ โดยใช้กำลังตำรวจท้องที่เป็นหลัก ไม่ได้ไปตัดอำนาจของตำรวจท้องที่ ทางศาลก็ส่งหมายจับให้ตำรวจภูธรของจังหวัดไปว่ากันก่อน ตำรวจศาลไม่ได้หักงานตำรวจ เป็นตัวกลางประสานงานเพื่อให้หมายจับนำไปสู่การปฏิบัติ โดยโมเดลของตำรวจศาลเป็นการประสานงานก่อน หากมีเหตุจำเป็นที่ตำรวจท้องที่ไม่ทำค่อยว่ากัน ซึ่งขณะนี้ตำรวจศาลยังมีกำลังไม่พอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กฎหมายเกี่ยวกับการจับตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยของตำรวจศาล อยู่ใน พ.ร.บ.เจ้าพนักงานตำรวจศาล พ.ศ.2562 มาตรา 5 เจ้าพนักงานตำรวจศาลมีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้ (4) ปฏิบัติตามคำสั่งศาลในการแจ้งให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลแล้วหนี หรือจะหลบหนี หรือถ้ามีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจได้ทันท่วงที ก็ให้มีอำนาจจับผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นได้ และเมื่อจับได้แล้ว ให้นำผู้ถูกจับไปยังศาลโดยเร็ว (5) เมื่อศาลได้ออกหมายจับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งศาล ให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานตำรวจศาลเป็นผู้จัดการตามหมายจับ และหากศาลเห็นสมควร ศาลอาจให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจเป็นผู้จัดการตามหมายจับด้วยโดยมีเจ้าพนักงานตำรวจศาลเป็นผู้สนับสนุนก็ได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51891</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนช่วยให้ที่พักพิง, พรรคประชาธิปัตย์, สอบบุคลากรของรัฐสภา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทพไท เสนพงศ์, ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่, ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de91a6c90ad4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
