<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72918</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.แจงสั่งสำรองราชการ &#039;วิระชัย&#039; ด้วยเหตุปล่อยคลิปเสียงเรื่องเดียว ย้อนสื่อรู้แต่แกล้งถาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค.63 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;(ตร.) เปิดเผยถึงกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ว่า หลังจากที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งเรื่องขอตัว พล.ต.อ.วิระชัย รอง ผบ.ตร.กลับต้นสังกัดเนื่องจากกระบวนการสอบสวนข้อเท็จจริงเรียบร้อย&amp;nbsp;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ส่งเรื่องไปยังกองวินัยดำเนินการ กระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง หลังจากมีคำสั่งตั้งวินัยร้ายแรง ต่อจากนั้นกองกฎหมายและคดีได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยกฎ &amp;nbsp;ก.ตร.ว่าด้วยการสำรองราชการ พ.ศ.2548 ข้อ 3 (1) ระบุว่ากรณีข้าราชการตำรวจที่ถูกตั้งคณะกรรมการวินัยร้ายแรงต้องมีการดำเนินการเรื่องสำรองราชการ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ผบ.ตร. จึงได้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.วิระชัย สำรองราชการ การสำรองราชการเป็นกระบวนการหนึ่งเป็นไปตามที่ ก.ตร.กำหนดไว้ พล.ต.อ.วิระชัย ยังรับราชการตำรวจอยู่ แต่ตำแหน่งปัจจุบันคือสำรองราชการ รับเงินเดือนตามปกติ โดยท่านสามารถต่อสู้ทั้งทางวินัยและคดีอาญาตามปกติทุกอย่าง เพียงแต่ขณะนี้ไม่ได้ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ตร.เผยต่อว่าการที่ ผบ.ตร.มีคำสั่งสำรองราชการ พล.ต.อ.วิระชัย นั้น ได้อาศัยเนื้อหาสาระการกระทำผิดวินัยร้ายแรง ส่วนรายละเอียดการดำเนินการอยู่ที่คณะกรรมการวินัยร้ายแรงที่มี พล.ต.อ.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานสอบสวนตามกระบวนการ ซึ่งกฎได้กำหนดห้วงเวลาไว้แล้ว&amp;nbsp;ต้องรอฟังจากคณะกรรมการก่อนที่จะรีบด่วนสรุป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ตอบสื่อมวลชนในเรื่องเดียวกันว่า ตนเชื่อว่าสื่อทราบหมดแล้ว แต่แกล้งถามผมเฉยๆ ก็ต้องไปถามว่าเรื่องคลิปเสียงมาจากไหนแค่นั้นเอง ส่วนสาเหตุนั้นก็มีเหตุผลจากคลิปเสียงเรื่องเดียว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72918</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, สอบมือปล่อยคลิปเสียง, สำรองราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200730/image_big_5f226ab3ad459.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72841</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแป๊ะ&#039; สั่งสำรองราชการ &#039;วิระชัย&#039; ปมปล่อยคลิปเสียงคดียิงรถบิ๊กโจ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค.63 -&amp;nbsp;สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.มีคำสั่ง ตร.ที่ 387/2563 ลงวันที่ 29 ก.ค.63&amp;nbsp; เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจสำรองราชการ&amp;nbsp;ใจความระบุว่า ตามคำสั่ง ตร.ที่ 383/2563 ลงวันที่ 24 ก.ค.63 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร.ซึ่งถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์และการกระทำเข้าลักษณะมีเจตนาเปิดเผยความลับของทางราชการ และฝ่าฝืนระเบียบคำสั่งว่าด้วยการให้ข่าวสัมภาษณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของ ตร.อย่างร้ายแรง ประกอบกับ กองบังคับการปราบปราม ได้รับคำร้องทุกข์ในกรณีกล่าวโทษว่า มีการกระทำอันเป็นการทำผิดต่อรัฐ มีมูลเข้าข่ายตามความผิด พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 74 และตามประกาศของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัติย์ทรงเป็นประมุขฉบับที่ 21 เรื่อง การห้ามดักฟังทางโทรศัพท์และเครื่องมือสื่อสารอื่นใดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากกรณีดังกล่าว เป็นเหตุในการสั่งสำรองราชการได้ ตามนัยข้อ 3(1)แห่งกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำ ตร.หรือส่วนราชการใด หรือสำรองราชการ ในส่วนราชการใด พ.ศ.2548 ดังนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรมในการดำเนินการทางวินัยและอาญา เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในภาพรวมของ ตร.อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 61 (2) แห่ง พรบ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 จึงให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.สำรองราชการ ตร. (อัตราเลขที่ สรส.1)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72841</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทำผิดวินัยร้ายแรง, คดียิงรถบิ๊กโจ๊ก, บิ๊กแป๊ะ, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, สอบมือปล่อยคลิปเสียง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.), สำรองราชการ, เปิดเผยความลับราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200729/image_big_5f2148d071406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หย่าศึกแป๊ะ-โจ๊ก ‘บิ๊กตู่’สั่งหยุดจ้อ หวั่น‘องค์กร’พัง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ เตือน &amp;ldquo;บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก&amp;rdquo; รักษาองค์กร อย่าพูดผ่านสื่อจนเสียหาย โยนคณะ กก.วินัยสอบมือปล่อยคลิปเสียง &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; โบ้ยไม่รู้เรื่อง เขาเป็นพี่น้องกันให้ไปคุยกันเอง ตร.แจงย้าย &amp;ldquo;พ.ต.อ.ไพรัตน์&amp;rdquo; มีเรื่องถูกร้องเรียนพฤติกรรมไม่เหมาะสมถามกลับออกมาช่วงนี้มีสัญญาณอะไร ทำไมไม่ร้องทุกข์ต่อ ก.ตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 14 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงปัญหาความขัดแย้งของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร) และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าเป็นเรื่องภายในของเขา ซึ่งตนได้ย้ำเตือนไปแล้วว่าต้องรักษาองค์กรของท่านด้วย เรื่องนี้มันอยู่ที่คนนั่นแหละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมก็ต้องฟังผู้บังคับบัญชาที่เขารับผิดชอบโดยตรงชี้แจงมา และผมก็ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ร้องเรียนมาต่างๆ เขามีคณะกรรมการวินัย คณะกรรมการกำลังพลทั้งหมด ถ้าใครไม่ได้รับความเป็นธรรมก็อุทธรณ์ได้ เขาก็มีคณะกรรมการอุทธรณ์ สามารถโอนย้ายได้หมด ผมไม่อยากให้มีการพูดผ่านสื่อ มันเสียหาย บางทีประชาชนก็เข้ามาตัดสินไปด้วยมันก็เสียทั้งหมด เพราะฉะนั้นต้องดูพฤติกรรมของแต่ละคนที่ออกมาร้องเรียนด้วยว่าเขามีพฤติกรรมอย่างไร เท่าที่ทราบก็มีปัญหาอยู่พอสมควร ดังนั้นอย่าเพิ่งไปตัดสินผิดถูกอะไรตอนนี้เลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะเคลียร์เรื่องนี้เองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมจะต้องเคลียร์อะไรเล่า ผมเป็นใคร ผมเป็นใครล่ะ ผมเป็นนายกรัฐมนตรีใช่ไหม หน้าที่ผมคือสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาไปตรวจสอบ ไปชี้แจง ไปหาข้อเท็จจริง หน้าที่ผมไม่ใช่หน้าที่ไปเคลียร์ เข้าใจไหม&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ถ้าในฐานะประธาน ก.ตร.จะต้องเข้าไปดูเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องภายใน ซึ่งเขามีคณะกรรมการ ก็ควรไปประชุมกันใน ก.ตร. เขามีคณะกรรมการตรวจสอบวินัย เขาก็จะชี้แจงเองว่าคนนี้เป็นอย่างไร พฤติกรรมที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีความผิดอะไรอยู่บ้างหรือไม่ และการออกมาร้องเรียนผิดวินัยหรือเปล่า แม้แต่การเอาเทปมาออกมันผิดหรือเปล่า มันบันทึกเสียงกันได้ไหม ใครเป็นคนเอาไปออก เขาสอบหมดนั่นแหละ เขากำลังตั้งคณะกรรมการสอบอยู่ ไม่เช่นนั้นก็วุ่นไปหมดทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์กับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ว่าไม่รู้เรื่องเลย และยังไม่ได้เจอกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องเรียกทั้งสองคนมาพูดคุยกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เขาเป็นพี่น้องกันคุยกันเองได้ เราไม่ต้องไปยุ่งกับเขาหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าดูบรรยากาศกรุ่นๆ จะต้องไปเป็นกาวใจให้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นเรื่องของพี่น้องกัน เขาคุยกันเอง คิดว่าไม่มีอะไร คงไม่ต้องถึงมือตน ให้เขาสองคนไปว่ากันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผู้บังคับการกองทะเบียนพล (ผบก.ทพ.) พร้อมด้วย พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันแถลงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ หลัง พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รอง ผบก.อก.บช.ภ.9 ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤตมิชอบกลาง เซ็นคำสั่งแต่งตั้งจากรอง ผบก.จว.เพชรบุรี ไปดำรงตำแหน่งรอง ผบก.อก.บช.ภ.9
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.ต.ต.เดชากล่าวว่า หลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจมีกฎหมายและระเบียบหลักเกณฑ์ &amp;nbsp;กฎ ก.ตร.การแต่งตั้งปี 2561 สาระสำคัญวางหลักการแต่งตั้ง การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดให้นึกถึงหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลทุกข์สุขราษฎรเป็นสำคัญ ยึดหลักทุกพื้นที่ต้องมีข้าราชการตำรวจไปปฏิบัติหน้าที่ ผู้มีอำนาจหน้าที่สามารถแต่งตั้งข้าราชการตำรวจไปดำรงตำแหน่งในลักษณะงานหรือพื้นที่ที่แตกต่างไปจากเดิมได้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการทำงานที่รอบด้าน กรณีของ พ.ต.อ.ไพรัตน์ เดิมที่ดำรงตำแหน่งรอง ผบก.จว.เพชรบุรี ในการแต่งตั้งวาระ 60 ส่วนวาระ 62 มีการแต่งตั้งเป็นรอง ผบก.อก.บช.ภ.9 เป็นการแต่งตั้งโดยการพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้บังคับบัญชา จากการตรวจสอบเบื้องต้น พ.ต.อ.ไพรัตน์มีเรื่องร้องเรียนในเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ การแต่งตั้งจึงเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่กล่าวมาข้างต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.เดชากล่าวต่อว่า การแต่งตั้งดำรงตำแหน่งครั้งสุดท้ายที่ไม่ครบ 2 &amp;nbsp;ปี ตามกฎ ก.ตร.ไม่ได้กำหนดไว้แล้ว เป็นแนวทางที่ ผบ.ตร.วางหลักไว้ว่าการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ หากดำรงตำแหน่งไม่ครบ 2 &amp;nbsp;ปี ให้มีเหตุผลความจำเป็นในการแต่งตั้งทุกราย การแต่งตั้งวาระต่างๆ ที่ผ่านมา มีการแต่งตั้งไม่ครบ 2 ปี ตามเหตุผลความจำเป็นต่างที่หน่วยเสนอมา และเมื่อการแต่งตั้งเสร็จสิ้นลง ตำรวจรายใดที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมให้ใช้สิทธิ์ในการร้องทุกข์ต่อ ก.ตร. ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 106
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ผบ.ตร.เป็นบุคคลสาธารณะดำรงตำแหน่งปีที่ 5 แล้ว พร้อมรับการตรวจสอบ การฟ้องร้องเป็นเรื่องธรรมดา พล.ต.อ.จักรทิพย์เป็นผู้นำองค์กร แต่อยากจะฝากสิ่งที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ไปสัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในเรื่องการแต่งตั้งว่าตัวเองถูกกลั่นแกล้ง สื่อบางฉบับนำไปขยายความต่อ ย้อนถามกลับไปว่าความประพฤติของตัวเองที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2544 ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งสารวัตร (สว.) มีเรื่องการร้องเรียนหลายเรื่อง ปี 60 ถูกร้องเรียนเรื่องการเรี่ยไร ขายบัตรกิจกรรมดนตรีอ้างนำรายได้มาใช้งานของ ตร. ทำไมไม่พูดบ้าง เอาข้อเท็จจริงมาสู้กันดีกว่า การแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-ผกก. มีตัวเลขทั้งการแต่งตั้งที่สูงขึ้น และโยกย้ายในระนาบเดียวกันประมาณ 2,500 ตำแหน่ง หลังจากคำสั่งมีผลวันที่ 13 ธ.ค. และให้ไปรายงานตัววันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา เวลาล่วงเลยมาแล้วกว่า 1 เดือน ทำไมเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันมีอะไร มีการรอรับฟังสัญญาณอะไรหรือเปล่าถึงได้ออกมาช่วงนี้ ตั้งข้อสังเกตได้เลย ทำไมไม่พูดในสิ่งที่ตัวเองกระทำในครั้งเก่าๆ ผบก.ทพ.ได้พูดไว้แล้วว่าผู้มีอำนาจจะไม่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ใช้อำนาจที่กฎหมายให้อำนาจไว้ ผบ.ตร.ไม่ได้รู้จัก พ.ต.อ.ไพรัตน์เป็นการส่วนตัว การแต่งตั้งผู้ที่แต่งตั้งก็จะนำข้อมูลมาประกอบพิจารณาไปตามเนื้อผ้า บางคนที่ทำผิดกฎหมายอาญาก็จะมีการแต่งตั้งไม่ให้ไปสัมผัสกับประชาชน คือถ้าให้ทำงานแล้วใช้อำนาจหน้าที่ในความไม่ชอบต้องมีการลงโทษทางการปกครองไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับประชาชนเป็นเรื่องปกติ การแต่งตั้งมีเหตุมีผล ถ้าไม่พอใจยังมีช่องทางการร้องทุกข์กับ ก.ตร.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ตร.กล่าวอีกว่า นับตั้งแต่มีคำสั่งแต่งตั้งระดับรอง ผบก.-ผกก. 2,500 ตำแหน่ง มีผู้ที่มาพบ ผบ.ตร.เพื่อทราบว่าทำไมถูกย้ายไม่ถึง 10 คน ผบ.ตร.ก็ได้เยียวยาให้ไปช่วยราชการหรืออะไรก็แล้วแต่ท่านก็ทำให้ ทำไม พ.ต.อ.ไพรัตน์ไม่ใช้ช่องทางเหล่านี้ มีวินัยหรือเปล่า แต่กลับไปเดินเปิดเผย แต่ก็เปิดไม่หมด ถามกลับว่าถ้า พ.ต.อ.ไพรัตน์มีผู้ใต้บังคับบัญชาแล้วปกครองไม่ได้ ไม่มีวินัย จะเดินหน้าอย่างไร ที่ผ่านมา ผบ.ตร.ก็เคยถูกย้ายก็ไม่ได้มีการร้องเรียนอธิบดีแต่อย่างใด เป็นพระก็ต้องสวด เป็นตำรวจก็ต้องย้าย เป็นเรื่องปกติ เชื่อว่าทุกคนรับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า การร้องเรียนครั้งนี้มีการโยงกับเหตุการณ์ลอบยิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เพื่อเล่นงาน พล.ต.อ.จักรทิพย์หรือไม่ พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ พ.ต.อ.ไพรัตน์ไปร้องต่อศาลถึงการปฏิบัติหน้าที่มิชอบของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เมื่อเป็นประเด็นของ 2 บุคคล แล้วไปเอา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์มาเกี่ยวข้องทำไม จะเกิดความสับสน คนละเรื่องกัน ขณะนี้ ผบ.ตร.เหลือเวลาอีก 8 เดือน ต้องเร่งสางคดี ทำงาน ตนได้รับมอบหมายขานรับขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลดูและชีวิตประชาชน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54579</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์, พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พูดผ่านสื่อ, พูดผ่านสื่อจนเสียหาย, สอบมือปล่อยคลิปเสียง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เป็นพี่น้องกันให้ไปคุยกันเอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1dcbb867e60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
