<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76334</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.รับลูกตั้งกก.สอบวินัย เพิ่มพูนบกพร่องคดีบอส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจรับลูกขยายผลสอบ &amp;quot;วิชา มหาคุณ&amp;quot; สางคดีบอส &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; สั่งตั้งจเรตำรวจประธานสอบวินัย &amp;quot;เพิ่มพูน ชิดชอบ&amp;quot; พร้อมสั่งตำรวจ 21 นายมาช่วยราชการ ขณะที่การออกหมายแดง ต้องรอให้ทางอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องก่อน ด้านดีเอสไออ้าแขนรอรับข้อมูลก่อนชงเป็นคดีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) แถลงความคืบหน้าการดำเนินการในส่วนของตำรวจ หลังนายวิชา มหาคุณ สรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ามีขบวนการสมคบคิดเพื่อช่วยเหลือนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังให้พ้นผิดว่า ทางตำรวจ สน.ทองหล่อได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้องนายวรยุทธ 3 ข้อหา ขับรถประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ขับรถในทางก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล ไม่หยุดรถและให้ความช่วยเหลือตามสมควรแก่ผู้ได้รับความเสียหาย และไม่แจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงานในทันที, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยผิดกฎหมาย ให้กับพนักงานอัยการไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนการดำเนินการทางวินัยกับตำรวจ 11 นายแรก ได้ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อปี 2559 ซึ่ง ป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องกลับมาว่าเป็นวินัยไม่ร้ายแรง ให้ ตร.ลงโทษ ส่วน 10 นายหลังที่เจอ จะตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย หากพบเป็นคดีอาญา จะต้องส่งไป ป.ป.ช. ขณะที่ 11 นายแรก หากพบมีความผิดใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง ก็จะส่งให้กองวินัยพิจารณาลงทัณฑ์ และหากพบความผิดเกี่ยวกับมาตรา 157 ก็ต้องส่ง ป.ป.ช. ตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อบกพร่อง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เห็นควรให้จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานกรรมการสอบสวน เนื่องจากผู้กระทำความผิดอยู่ในหลายสังกัด&amp;nbsp; ส่วนกรณีพิจารณาความบกพร่องของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ส่งเรื่องให้กองวินัยตั้งกรรมการสอบวินัย ซึ่งไม่ได้หมายความว่า พล.ต.ท.เพิ่มพูนเกี่ยวข้องหรือมีความผิด แต่เพื่อพิจารณาในข้อเท็จจริงส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;quot; พล.ต.ท.จารุวัฒน์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ในเรื่องการมอบอำนาจ หลัง ผบ.ตร. ไปพบคณะทำงานของนายวิชา มหาคุณ ได้ออกคำสั่งจะลงมากำกับดูแลการสั่งคดีด้วยตนเอง ขณะที่เรื่องการออกหมายแดง ต้องรอให้ทางอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องก่อน จากนั้นจะส่งมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อออกหมายแดง ส่งเข้าระบบอินเตอร์โพล ประกาศหาถิ่นที่อยู่นายวรยุทธ ไปที่ประเทศสมาชิกทั้งหมด 150 ประเทศ หากมีประเทศใดแจ้งกลับมา ก็ต้องไปพิจารณาเรื่องสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของประเทศนั้นๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติยอมรับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของนายวิชา มหาคุณ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ลงมาดูแลการสั่งคดีด้วยตนเอง ส่วนเรื่องการลงโทษทางวินัยกับตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทำคดี เรามีการลงโทษมากกว่าที่คณะกรรมการฯ ชุดนายวิชา ส่วนจะมีการสั่งตำรวจที่ถูกดำเนินการทางวินัยทั้ง 21 นายให้ช่วยราชการหรือไม่ ถ้าพบว่าตำรวจนายใดหากยังปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วทำให้พยานหลักฐานและการสอบสวนเสียหาย ตนก็จะเสนอ ผบ.ตร.ให้มีคำสั่งให้ตำรวจนายดังกล่าวมาช่วยราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนเพิ่งได้รับเอกสารรายงานผลการสอบที่ออกเผยแพร่ถึงบุคคลทั่วไป ซึ่งใช้ยืนยันไม่ได้ แต่ก็พอรู้ประเด็นแล้ว ก.อ.ยังทำอะไรไม่ได้ เพราะต้องรอหนังสือรายงานการสอบข้อเท็จจริงจากนายกรัฐมนตรีก่อน หากได้เอกสารมาแล้ว ทาง ก.อ.จะนำเข้าที่ประชุม เพื่อพิจารณาดำเนินการโดยเร็ว และในส่วนของการเสนอร่างระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสอบสวนทางวินัยสำหรับรองอัยการสูงสุดที่ต้องรอประกาศราชกิจจาฯ นั้น ยังไม่ผ่านออกมาก็เร่งไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากกรณีที่นายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน แถลงผลสอบข้อเท็จจริงเปิด ปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนว่ามีบุคคลจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันจัดให้รองศาสตราจารย์ ส. ได้พบกับ พ.ต.ท. ชื่อย่อ ธ. เพื่อนำเสนอวิธีการคำนวณความเร็วใหม่ และมีการสอบปากคำ พ.ต.ท. ชื่อย่อ ธ. ภายใต้การกำกับของพนักงานอัยการไม่ทราบชื่อ เพื่อจัดทำพยานหลักฐานเท็จ โดยแก้ไขวันที่สอบปากคำให้เป็นวันที่ 26 ก.พ.2559 และวันที่ 2 มี.ค.2559 สำหรับใช้ในการร้องขอความเป็นธรรม ให้ พ.ต.ท. ธ. ให้การเปลี่ยนความเห็นในเรื่องความเร็วของรถผู้ต้องหาในขณะที่ชนผู้ตายจาก 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่ปรากฏในรายงานการพิสูจน์หลักฐานครั้งแรกเป็นความเร็วที่ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับผลการคำนวณความเร็วรถของรองศาสตราจารย์ ส. ซึ่งได้มีการตระเตรียมกันไว้ล่วงหน้า โดยการลงวันที่อันเป็นเท็จดังกล่าวน่าเชื่อว่าเป็นไปเพื่อกันบุคคลบางคนให้ออกจากเรื่องนี้ และเพื่อให้การคำนวณความเร็วรถใหม่ใช้เวลาตามควรเพื่อให้น่าเชื่อถือ นายวิชาระบุว่าการร่วมมือระหว่างทนายความ ผู้ต้องหา ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการดังกล่าว ย่อมทำให้การสอบสวนเป็นการสอบสวนที่ไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดแจ้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจสอบพบว่า พนักงานอัยการที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นผู้จัดพา พ.ต.ท. ชื่อย่อ ธ. เดินทางไปเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ ปัจจุบันเป็นอัยการอาวุโสประจำสำนักงานในกรุงเทพฯ ได้เดินทางไปพร้อมอดีตตำรวจยศ พล.ต.อ.คนหนึ่ง วันที่ 29 ก.พ.2559 โดยมีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด และเทปบันทึกการสนทนาไว้เป็นหลักฐาน สำหรับพนักงานอัยการคนดังกล่าว เคยปรากฏเป็นข่าวไปพัวพันกับคดีใหญ่คดีหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ตัวผู้ต้องหาหนีคดีออกนอกประเทศไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอยังไม่ได้รับรายงานการสอบข้อเท็จจริงคณะกรรมการฯ อย่างเป็นทางการ ไม่แน่ชัดว่าจะเป็นเรื่องคดีอาญาส่วนใด ส่วนที่เจ้าหน้าที่กระทำผิดหรือหรือไม่ หรือการเริ่มต้นทำคดี ดังนั้นคงยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะดำเนินเช่นใด ขอรอความชัดเจนอีกครั้ง ทั้งนี้เนื่องจากไม่ใช่ความผิดตามกฎหมายคดีพิเศษกำหนด หรือตามบัญชีแนบท้ายคดีพิเศษ ก็ต้องมีความจำเป็นต้องเสนอให้คณะกรรมคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้นัดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทางการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. มาเพื่อพูดคุยแจกงานเพื่อสานต่อสิ่งที่คณะกรรมการฯ ได้ทำไว้ รวมถึงการปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งยังไม่สามารถบอกอะไรได้เพราะขอไปพูดคุยกับ ป.ป.ท.ก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76334</URL_LINK>
                <HASHTAG>การออกหมายแดง, จเรตำรวจ, บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, วิชา มหาคุณ, สอบวินัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพิ่มพูน ชิดชอบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fba520093b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2020 07:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2020 07:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.ตร.สั่งสอบตำรวจกร่าง สะพายปืนเคลียร์ปัญหากลางถนน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25&amp;nbsp;เม.ย.63 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อโซเชียลเปิดเผยคลิป &amp;ldquo;หัวเกรียน สุดโหด! ขับรถมีปัญหา พกปืนเคลียร์ อ้างมียศมีตำแหน่ง&amp;rdquo; ว่า ในเรื่องนี้เท่าที่ได้รับรายงานทราบว่าบุคคลที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว เป็นตำรวจ สังกัด สภ.สารภี จว.เชียงใหม่ เหตุเกิด วันนี้(24 เม.ย. 63) เวลาประมาณ 17.00 น. บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ แยกสารภี &amp;nbsp;ซึ่งในเบื้องต้นทราบว่า มูลเหตุเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนนแล้วลงมามีปากเสียงกัน &amp;nbsp;โดยขณะนี้ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ได้เรียกตัวตำรวจ พร้อมอาวุธปืนที่ปรากฏตามคลิปวิดีโอมาพบ เพื่อสอบสวนในเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ &amp;nbsp;ชัยจินดา ผบ.ตร. ยืนยัน ให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย หากพบว่าตำรวจกระทำความผิด หรือ ประพฤติปฏิบัติตนไม่สมควร กระทำอันเกินกว่าเหตุ ให้พิจารณาโทษทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64178</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ผบ.ทบ., พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.จักรทิพย์   ชัยจินดา, สอบวินัย, สีกากี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200425/image_big_5ea37d58bf108.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด้ง‘คณากร’ขึ้นเชียงใหม่ สอบวินัยร้ายแรง‘ชำนาญ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ก.ต.เด้ง &amp;quot;คณากร&amp;quot; ผู้พิพากษายิงตัวเองไปกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 5 จ.เชียงใหม่ พร้อมตั้ง กก.สอบวินัย เรียกค่าเสียหายองค์การทหารผ่านศึกเหตุ รปภ.ปล่อยให้พกอาวุธยิงกันในศาลจันทบุรี ซ้ำรอย! จับอาวุธเข้าศาลอ่างทอง-ศาลสมุย สั่งจำคุกฐานละเมิดทันทีคนละ 1 เดือน &amp;nbsp;ผบช.ภ.2 แจง &amp;quot;ร.ต.อ.ขจร&amp;quot; ส่งปืนให้เสมียนทนายมีโรคประจำตัวอาจลังเลขณะปฏิบัติหน้าที่ ระบุใส่กุญแจมือ &amp;quot;ธารินทร์&amp;quot; หลังถูกยิงทำถูกต้องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ห้องประชุมอาคารศาลยุติธรรม ชั้น 3 ศาลฎีกา วันที่ 18 พฤศจิกายน นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ &amp;nbsp;ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ซึ่งภายหลังการประชุมนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการ ก.ต.เปิดเผยว่า วันที่ &amp;nbsp;18 พ.ย.นี้ที่ประชุม ก.ต.รับทราบรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้น ในศาลจังหวัดยะลา ของคณะอนุกรรมการตุลาการวิสามัญแล้ว และมีมติตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงนายคณากร ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม &amp;nbsp;พ.ศ.2543 มาตรา 68&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เป็นกรณีที่ถูกกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย และมีมติให้นายคณากรไปช่วยทำงานชั่วคราวในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น นอกจากนี้ที่ประชุม ก.ต.ยังมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาหลักเกณฑ์ แนวทาง และวิธีการตรวจร่างคำพิพากษาของภาค รวมทั้งมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวว่า สำหรับกรณีเหตุการณ์ยิงกันในอาคารศาลจังหวัดจันทบุรีตนได้รายงานข้อเท็จจริงให้ที่ประชุม ก.ต.รับทราบว่า ในการดำเนินการทางวินัยแก่เจ้าพนักงานตำรวจประจำศาลเป็นอำนาจโดยตรงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะต้นสังกัด ส่วนพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งสังกัดองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) นั้น สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือถึง อผศ.ให้สั่งกำชับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ประจำอยู่ที่ศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเคร่งครัด และได้เรียกร้องให้ อผศ.รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ตามข้อตกลงในสัญญาระหว่างสำนักงานศาลยุติธรรมและ อผศ.แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับค่าเสียหายที่ อผศ.ต้องรับผิดชอบต่อสำนักงานศาลยุติธรรมนั้น เป็นค่าเสียหายเนื่องจากการที่มีผู้ก่อเหตุพกอาวุธปืนเข้าไปยิงภายในศาลจังหวัดจันทบุรี โดย รปภ.ของ อผศ. ไม่ทันได้ตรวจค้น ถือเป็นการปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ต้องชดใช้ค่าเสียหายในส่วนของทรัพย์สินของศาลยุติธรรมที่ชำรุดเสียหายจากเหตุการณ์ความรุนแรงในที่เกิดเหตุมูลค่าหลักหมื่นบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจากศาลจังหวัดอ่างทองว่า วันที่ 18 พ.ย.นี้ เมื่อเวลา 08.45 น. ผู้อำนวยการศาลจังหวัดอ่างทองได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ประจำศาลว่า ระหว่างปฏิบัติหน้าที่จุดประตูตรวจอาวุธ ได้ตรวจค้นตัวนายประสิทธิ์ วรรณโอสถ จำเลยในคดีดำที่ อ.1582/2562 ข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และพบอาวุธมีดพกพับได้ขนาดยาว 7.5 นิ้วพกอยู่ในกระเป๋ากางเกง จึงได้ยึดมีดพกไว้ พร้อมนำตัวจำเลยไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลควบคุมตัวไว้ โดยเจ้าหน้าที่ รปภ.ได้รายงานให้ผู้อำนวยการศาลกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอ่างทองได้รับทราบ พร้อมกับตั้งสำนวนคดีละเมิดอำนาจศาล ซึ่งศาลได้พิจารณาเป็นคดีละเมิดอำนาจ ลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาเป็นเวลา 2 เดือน รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และให้นับโทษต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีดำที่ อ. 1582/2562 (ศาลลงโทษจำคุก 1 ปี) ริบอาวุธมีดของกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้รับรายงานจาก น.ส.พรทิพย์ คงชู ผู้อำนวยการศาลจังหวัดเกาะสมุย ได้รับแจ้ง จากเจ้าหน้าที่ รปภ. เวลา 11.00 น. ได้ตรวจพบอาวุธปืนสั้นชนิดลูกโม่ ขนาด .357 เลขหมายประจำปืน &amp;nbsp;DKT9904 ยี่ห้อ SMITH &amp;amp; WESSON ซึ่งเป็นของนายนิติ สุบิน อาชีพทนายความ จึงได้ทำการตรวจยึดอาวุธปืนดังกล่าว พร้อมรายงานหัวหน้าศาลจังหวัดสมุยเพื่อตั้งสำนวนละเมิดอำนาจศาล โดยศาลไต่สวนแล้วพิพากษาให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด 2 เดือน โดยผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่งคงจำคุก 1 เดือน และมีการดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวว่า เรื่องการตรวจค้นจับกุมอาวุธได้เยอะในช่วงนี้ ในศาลอาญาเองก่อนเกิดเหตุก็มีการตรวจค้นจับกุมอาวุธได้มีดกับสนับมือ แต่ก็ไม่ได้มีการเสนอข่าว หรือบางทีก็มีการตรวจค้นเจอยาเสพติด ตรงนี้อยู่ที่เจ้าหน้าที่จะต้องไม่หละหลวม ทำงานเข้มแข็งตรวจจริงจังก็จะเป็นเรื่องดี อยากฝากถึงคนที่มาติดต่อราชการ ขอความร่วมมืออย่านำอาวุธของต้องห้ามมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บางคนที่เป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยพอมาศาลบ่อยๆ ก็จะคุ้นหน้ากัน ความเข้มข้นก็จะน้อยลง ผมกำชับว่าคนนอกที่เราไม่รู้จักแต่ที่คุ้นเคยเพราะมาศาลบ่อยเราก็ต้องตรวจ เพราะเขาจะพกอาวุธมาวันไหนก็ไม่รู้ เราก็ต้องตรวจเข้มงวดทุกคน ในศาลอาญาเองก็ยังมีหลายจุดที่จะต้องปรับปรุงและเพิ่มเครื่องตรวจอาวุธ ซึ่งอยู่ระหว่างประสานงานกับสำนักงานศาลยุติธรรมขอเครื่องตรวจอาวุธแบบเต็มรูปแบบมา&amp;quot; นายชูชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุม ศปก.ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 อ.เมืองชลบุรี พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เรียกรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.คมน์สรณ์ &amp;nbsp;มาบำรุง ผกก.สภ.จันทบุรี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี เข้ามาประชุมความคืบหน้าและเร่งรัดการดำเนินคดีที่ดินมรดกเลือดตระกูลใหญ่ยิงกันตาย 3 ศพในศาลจังหวัดชลบุรี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พล.ต.ท.มนตรีเปิดเผยว่า จากการสอบสวน ร.ต.อ.ขจร บรรจง ซึ่งทำงานเป็นตำรวจศาล จ.จันทบุรี ได้ความว่าเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นและได้ยินเสียงปืน ร.ต.อ.ขจรจึงคว้าปืนประจำกายหมายไประงับเหตุ แต่ด้วยความที่ ร.ต.อ.ขจรมีโรคประจำตัว คือเส้นเลือดในสมองแตกเคยรักษาพยาบาลมาก่อน จึงอาจจะเกิดความลังเลในขณะปฏิบัติหน้าที่ เพราะเป็นตำรวจที่ทำงานด้านเอกสารและอยู่ที่ศาล จ.จันทบุรีมานาน ซึ่งก็กำลังสอบสวนให้กระจ่างกว่านี้ แต่รู้ว่า ร.ต.อ.ขจรมีความตั้งใจที่จะระงับเหตุ เพราะการระงับเหตุต้องตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาที หากพบว่า ร.ต.อ.ขจรทำงานบกพร่องก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่หากไม่ผิดจะต้องสอบสวนให้ปรากฏชัดว่าไม่ผิดต่อไป จะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่เป็นมวยล้มต้มคนดูแน่นอน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนเกิดเหตุผู้ช่วยทนายความใช้อาวุธปืนยิง 6 นัดรวด จากนั้นก็ส่งปืนคืนให้ ร.ต.อ.ขจร จากนั้น ตำรวจชุดสืบสวน จ.จันทบุรีได้รับแจ้งเกิดเหตุ จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ เห็น พล.ต.ต.ธารินทร์ถูกยิงและมีอาวุธปืนอยู่ข้างตัว ประกอบกับ ร.ต.อ.ขจรบอกกับชุดสืบสวนว่า พล.ต.ต.ธารินทร์เป็นคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นล้มและบาดเจ็บสาหัสหลายคน ด้วยสัญชาตญาณของตำรวจจึงต้องควบคุมโดยล็อกกุญแจไว้ก่อน เพราะขณะนั้น พล.ต.ต.ธารินทร์ยังไม่เสียชีวิต จึงต้องใส่กุญแจมือไว้ก่อน เพราะหากพลาดมีโอกาสเขาอาจใช้อาวุธปืนทำร้ายผู้อื่นได้อีก ซึ่งประกอบกับกู้ภัย แพทย์ พยาบาล ตำรวจอยู่กันเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าต้องใส่กุญแจมือเพื่อป้องกันเหตุร้ายไว้ก่อนดีกว่า ซึ่งต้องควบคุมไปตาม ป.วิ.อาญา &amp;nbsp;ถือว่าทำถูกต้องแล้ว&amp;quot; พล.ต.ท.มนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุม ก.ต.วันเดียวกัน มีวาระที่น่าสนใจคือ ก.ต.มีการลงมติจากที่คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) ได้มีการลงมติเสียงข้างมาก 13-4 พร้อมทำความเห็นเสนอว่า การกระทำของนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ อดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา เกี่ยวกับคดีมรดกที่ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ถูกกล่าวหาว่ามีการแทรกแซงการพิจารณาพิพากษาคดีในศาล เห็นควรที่จะถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง โดย ก.ต.ได้พิจารณาแล้วมีมติเสียงข้างมาก 12-2 เห็นควรตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อนายชำนาญ ตามที่ อ.ก.ต.เสียงข้างมากทำความเห็นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ที่ประชุม ก.ต.ยังมีการลงมติทบทวนมติ ก.ต.ครั้งที่ 9/2562 กรณีที่ประชุม ก.ต.มีมติให้นายชำนาญไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ โดยที่ประชุมเสียงข้างมาก 12-2 &amp;nbsp;ให้ ก.ต.ทบทวนมติเรื่องที่จะให้นายชำนาญเป็นผู้พิพากษาอาวุโสฯ และเมื่อมีการทบทวนแล้ว หลังจากนั้น ก.ต.ยังได้มีการลงมติเห็นชอบหรือไม่ที่จะให้นายชำนาญเป็นผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ผลปรากฏว่าที่ประชุมมีมติเสียงข้างมาก 12-2 ไม่ผ่านให้นายชำนาญดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาอาวุโส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50589</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณากร เพียรชนะ, ผู้พิพากษายิงตัวเอง, สอบวินัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2a563f38d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2018 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2018 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง5ขรก.จัดซื้อครุภัณฑ์&#039;บิ๊กสพฐ.&#039;2รายโดนด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.61-ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรง 5ข้าราชการศธ. กรณีทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะม.ต้น &amp;nbsp;มีระดับบิ๊ก2 ราย ข้อหาปล่อยปละละเลย ระดับกลางจงใจทุจริต 2ราย และผอ.รร.อีก1ราย &amp;nbsp;&amp;ldquo;โกศล&amp;rdquo; ลั่นต้องจับให้มั่น เอาให้อยู่ บ้านเมืองมีขื่อมีแปร &amp;nbsp;ไม่อย่างนั้นมีโกงต่อไปแน่นอน ส่วนกรณีอควาเรียม &amp;quot;หมอธี&amp;quot;เสนอตั้งซี 11 เป็นประธานสอบวินัยร้ายแรง เหตุมีข้าราชการ 4กระทรวงเกี่ยวข้อง และเตรียมเสนอให้นายกฯเห็นชอบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ความคืบหน้า กรณีจัดซื้อจัดซื้อครุภัณฑ์ฝึกทักษะมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคดีสาน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 279 ล้านนั้น พล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ. )กล่าวว่าขณะนี้คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวที่มี นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการศธ. เป็นประธาน &amp;nbsp;ได้สรุปว่ามีผู้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ จำนวน 5 ราย ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูง 2 ราย ผู้บริหารระดับกลาง 2 ราย และผู้อำนวยการโรงเรียน 1 ราย โดยทั้ง 5 รายมีมูลความผิดร้ายแรง เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งทีมกฎหมายของตนได้อ่านสำนวนแล้วก็เห็นพ้องดังกล่าว ดังนั้นขั้นตอนต่อจากนี้ตนจะนำสรุปสำนวน แล้วส่งให้สำนักนิติการของสำนักปลัด ศธ. วิเคราะห์รายละเอียดมูลความอีกครั้งว่า จะต้องมีการแยกส่วนหรือสอบสวนแบบรวม และเห็นชอบตามที่คณะทำงานฯ เสนอหรือไม่ ก่อนที่จะเสนอให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป อย่างไรก็ตาม การสืบสวนข้อเท็จจริงไม่ผูกพันธ์ว่าผู้สั่งการจะต้องเห็นตาม สามารถเห็นต่างได้แต่จะต้องมีเหตุผลที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.อ.โกศล กล่าวต่อว่า ในส่วนของผู้บริหารระดับสูง 2 ราย คณะทำงานฯ ได้ชี้มูลว่ามีความผิดเนื่องจากงดเว้นการกระทำ เพื่อป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้น เช่น ตนรู้ว่าไฟจะช๊อต ตนไม่สับคัทเอาท์ ปล่อยให้เกิดเพลิงไหม้ ทั้งที่ตนมีหน้าที่สับคัทเอาท์ เป็นต้น แต่คนที่มองว่าดำเนินการทุจริต จงใจ และตั้งใจจริง คือ ผู้บริหารระดับกลาง 2 ราย เพราะมีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 และยังมีการตั้งงบประมาณโครงการนี้ของปี 2562 อีกด้วย ทั้งนี้ สำหรับ ผอ.ร.ร.ที่มีมูลความผิดร้ายแรง เนื่องจากเกี่ยวโยงกับเรื่องการล็อคสเปก รู้ข้อมูลแต่ไม่มีการบอกกล่าว รวมถึงทำหน้าที่ชักนำผอ.ร.ร.ต่างๆ ที่ได้รับงบประมาณมาพูดคุยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของ 5 รายดังกล่าว ยังถือว่าไม่มีความผิดเป็นเพียงแค่การชี้มูลเท่านั้น ซึ่งทั้ง 5 ราย มีสิทธิที่จะเป็นแก้ตัวและให้รายละเอียดกับคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และหากมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว รมว.ศธ.จะพิจารณาว่าจะใช้มาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือไม่ เพราะคงต้องดูว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว และบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งที่มีผลต่อการสอบก็คงต้องมีการโยกย้าย แต่ไม่ใช่การโยกย้ายเพราะกระทำความผิด ถ้าสอบแล้วไม่มีความผิดก็สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งเดิมได้ ผมคิดว่ากรณีนี้ต้องเอาให้อยู่ เพราะบ้านเมืองมีขื่อมีแปร ถ้า ศธ. เอาคนแบบนี้ไม่อยู่ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้ว คนที่กล้ากระทำความผิดมาเป็น 10 ปี ผมว่าไม่ธรรมดา และถ้าเราไม่หยุดเขาก็คิดว่าคงมีการทำต่อไปอีกอย่างแน่นอน&amp;rdquo;ที่ปรึกษา รมว.ศธ.กล่าวและว่า สำหรับระยะเวลาในการดำเนินการนั้นคงต้องมีการหารือกันว่าจะตั้งต้นที่ 30 วัน ตามมาตรการของ คสช.และค่อยขยายระยะเวลาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้านนพ.ธีระเกียรติ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ทราบในเบื้องต้นว่าคณะทำงานที่สรุปสำนวนในเรื่องนี้ได้รายงานว่ายังเขียนสำนวนไม่รัดกุม &amp;nbsp;จึงขอกลับไปทบทวนการเขียนสำนวนให้ละเอียดอีกเล็กน้อย &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าในเร็วๆ นี้เรื่องการตรวจสอบครุภัณฑ์ สพฐ.จะดำเนินการสรุปสำนวนเสร็จสิ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีโครงการสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ อควาเรียม ทะเลสาบสงขลา วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) &amp;nbsp;รมว.ศธ.กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงนามในหนังสือเสนอรายชื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง &amp;nbsp;กรณีเพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว สำหรับรายชื่อกรรมการเป็นตัวแทนที่มาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 4-5 คน โดยในส่วนของ ศธ.จะมีข้าราชการระดับ 11 เป็นประธานและเลขานุการ &amp;nbsp;ดังนั้นเรื่องนี้ถือว่าเสร็จสิ้นเรียบร้อยและหมดหน้าที่ในส่วนของตนแล้ว หลังจากนี้คือเรื่องการเดินหน้าโครงการดังกล่าว เพื่อก่อสร้างต่อให้เสร็จ ซึ่งตนได้กำชับ นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาฯ กอศ.) ให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้แล้ว เพราะจะต้องเสนอการใช้งบประมาณที่จะสร้างต่อให้เสร็จให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา หลังจากนั้นเมื่อก่อสร้างอควาเรียมเรียมเสร็จเรียบร้อยก็จะต้องทำเรื่องยกให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องทุกจริตทุกเรื่องอย่างที่ผม บอกเสมอว่าไม่อยากจะดำเนินการอะไรที่สรุปแบบรวดเร็วเกินไป เพราะการเร่งให้สรุปเร็วๆ จะกลายเป็นช่องทางช่วยเหลือได้ ดังนั้นหากทำอะไรรัดกุมเราก็จะตอบคำถามสังคมได้อย่างสง่างามว่าเราไม่ได้กลั่นแกล้งใคร&amp;rdquo;นพ.ธีระเกียรติกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21604</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ขรก.ศึกษาธิการ, ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ, พล.อ.โกศล ประทุมชาติ, สอบวินัย, หมอธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b50626d55a53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัจฉริยะ&#039; ร้องศธ.พักงาน &#039;ครูปรีชา&#039; แบบอย่างไม่ดีแก่นักเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 พ.ค. 61 - ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึง นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ขอให้ใช้อำนาจให้ นายปรีชา ใคร่ครวญ &amp;nbsp;ครูโรงเรียนเทพมงคลรังษี ในพื้นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กาญจนบุรี เขต 8 หยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งมี พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษา รมว.ศธ. เป็นผู้รับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ กล่าวว่า &amp;nbsp;นายปรีชา ทำตัวผิดกฎหมายด้วยการเล่นหวยใต้ดิน ซึ่งถือว่ามีพฤติกรรมร้ายแรง ไม่ปฏิบัติตนให้อยู่ในทำนองครองธรรม นอกจากนี้นายปรีชายังเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาจนศาลได้ออกหมายจับอันไม่ใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดละหุโทษ อีกทั้งคดีดังกล่าวก็เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศ สะท้อนให้เห็นเจตนาไม่สุจริต ไม่คำนึงถึงความถูกต้องในกระบวนการยุติธรรม ทั้งที่นายปรีชาอยู่ในฐานะสมควรเป็นอย่างที่ดีให้แก่นักเรียนและสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นผมจึงขอให้ รมว.ศธ. ในฐานะเป็นผู้มีอำนาจบังคับบัญชาโดยตรงบุคลากรทางการศึกษา ได้โปรดมีคำสั่งให้ดำเนินการตั้งคณะกรรมสอบสวนวินัย พร้อมกับมีคำสั่งให้พักราชการนายปรีชาด้วย หรือโยกย้ายให้ปฎิบัติหน้าที่อื่นตามความเหมาะสมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสอนนักเรียน รวมถึงให้ออกจากราชการเอาไว้ก่อน ตามาตรา 103 ประกอบมาตรา 98 วรรค 5 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 &amp;nbsp;และ ระเบียบ ก.ค.ศ.ว่าด้วยวันออกราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ...&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ด้าน พล.ท.โกศล กล่าวว่า &amp;nbsp;ขณะนี้ ศธ.ในส่วนของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ดำเนินการตั้งทีมลงพื้นที่ เพื่อสืบหาข้อเท็จจริงแล้ว ซึ่งหากคุรุสภาพบข้อมูลว่ามีความผิดจริงก็จะมีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และเมื่อโดนเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้วก็จะไม่สามารถมาทำการสอนได้อีกต่อไปไม่ว่าจะเป็นในโรงเรียนของรัฐและเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน สพม.8 ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าคณะกรรมการสืบฯชุดนี้จะสรุปผลได้ภายในสัปดาห์นี้ &amp;nbsp;รวมถึงตนจะลงพื้นที่ในวันที่ 31 พฤษภาคม เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง ทั้งนี้หากพบว่าครูปรีชามีมูลความผิดวินัยร้ายแรงจริงก็จะต้องถูกพิจารณาใช้แนวปฎิบัติของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องมาตรการป้องกันและปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบในระบบราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสิ่งที่หลายฝ่ายกังวลว่า การดำเนินการสืบสวนของเขตพื้นที่จะล่าช้านั้น ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น เพราะมีกรอบระยะเวลาในการทำงาน อีกทั้งเมื่อเรื่องนี้มาถึงมือตนจะไม่มีการช่วยเหลือกันอย่างแน่นอน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างเสร็จสิ้นการยื่นหนังสือ นายอัจฉริยะ ได้เปิดคลิปเสียงที่มีเสียงคล้ายครูปรีชาสารภาพว่ามีการเล่นหวยใต้ดิน ให้ พล.ท.โกศล ฟัง จากนั้นได้ส่งคลิปเสียงให้ พล.ท.โกศล เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9402</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรีชา ใคร่ครวญ, ลอตเตอรรี่30ล้าน, ศธ., ศึกษษธิการ, สอบวินัย, หวยบนดิน, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd53c3d70a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งสอบวินัยร้ายแรง5ขรก. เซ่นวัคซีนพิษสุนัขบ้า!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.61 - ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายกฤษฎา บุญราช &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวตอนหนึ่งในกิจกรรมพบสื่อ MEET the PRESS ถึงความคืบหน้าผลสอบสวนกรณีการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าว่า ผลการสอบข้อเท็จจริงอย่างไม่เป็นทางการ ออกเมื่อวันที่ 25 เม.ย. พบว่าการจัดซื้อวัคซีนในปี 2559 มีวัคซีน 1 ชุด ประมาณ 1 ล้านโดส ที่ไม่มีใบรับรองของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งตามข้อกำหนดเราจะตรวจรับวัคซีนได้นั้น จะต้องมี อย.รับรอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ รับรองไปโดยไม่มีหนังสือรับรองของอย. ซึ่งถือว่ามีความผิด กระทั่งวันนี้ (26 เม.ย.) ปลัดกระทรวงเกษตรฯเข้ามารายงานผลการตรวจสอบกับผมอย่างเป็นทางการ ผมจึงสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับข้าราชการกลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นผู้ตรวจรับวัคซีน ซึ่งมีหลักฐานที่มัดแน่นที่สุด โดยหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนของการสอบสวนตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนด ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครถูกก็ว่าไปตามถูก ยืนยันจะไม่มีการหมกเม็ดหรือช่วยเหลือกัน&amp;quot;นายกฤษฎา ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องในความผิดครั้งนี้กี่คน นายกฤษฎา กล่าวว่า มีจำนวน 3-5 คน ซึ่งเป็นข้าราชการอำนวยการระดับต้น จึงเป็นอำนาจการสอบสวนของอธิบดีและปลัดกระทรวง ส่วนที่ระบุว่ามีรองอธิบดี ที่มีครอบครัวมาเกี่ยวข้องในเรื่องการซื้อขายวัคซีนนั้น เรื่องดังกล่าวมีการสอบสวนไปแล้วตั้งแต่ก่อนตนเข้ามารับตำแหน่ง และก็ยังไม่พบเงื่อนไขในการกระทำผิดกฎหมาย ตนยังทำอะไรไม่ได้ แต่หากใครมีหลักฐาน ตนยินดีรับฟังเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการดำเนินการ แต่ในตอนนี้ตนจะเน้นดูประเด็นที่เห็นอยู่ชัดเจน มีหลักฐานในการกระทำความผิด ตนจะทำตรงนี้ก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษฎา กล่าวด้วยว่า ถึงแม้เราจะเกิดปัญหานี้ แต่ประชาชนไม่ต้องตกใจ จะไม่กระทบต่อการฉีดวัคซีนในสัตว์อย่างแน่นอน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆ และกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันสถิติการเจ็บป่วยจากโรคพิษสุนัขบ้าสามารถควบคุมได้ และยังไม่พบจำนวนที่เพิ่มขึ้น. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7953</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฤษฎา บุญราช, วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า, สอบวินัย, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, อย.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1de5eb90f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2018 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;พบโกงเงินทอนวัดแล้วกว่า300กรณี ลั่น!ฟันเรียบตั้งแต่ผอ.พศ.ยันซี6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;13 เม.ย.61- &amp;nbsp; นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินอุดหนุนวัด ว่า &amp;nbsp;สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ดำเนินการหลายอย่างในเรื่องนี้ ทั้งการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย และการไล่ออกแล้ว ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบ นอกจากนี้ยังมีส่วนที่พศ.กำลังดำเนินการเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พศ. ทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (ปปป.) ในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอยู่ตลอด ถ้ากรณีใดที่ถูกตรวจสอบแล้วพบว่ามีมูล ก็จะดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทันที อาทิ การตรวจสอบข้อเท็จจริง 7 วัน การสอบสวนวินัยร้ายแรง ถ้าลงโทษได้ ก็ทำเลย โดยมีการประชุมเพื่อพิจารณาลงโทษทางวินัยแล้วเมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการตรวจพบการทุจริตดังกล่าวเพิ่มจากกรณีที่ได้ปรากฏเป็นข่าวก่อนหน้านี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์ ตอบว่าตั้งแต่ตนไปดำรงตำแหน่งรมว.ยุติธรรม พบว่ามีจำนวนกรณีที่ตรวจพบการทุจริตประมาณ 300 กว่ากรณี ซึ่งมีทั้งเรื่องร้องเรียนและข้อสงสัย ซึ่งมีหลายร้อยกรณีที่ถูกตรวจพบว่ามีมูล โดยในตอนนี้ตนคิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดการไปแล้วเกินครึ่งของจำนวนกรณีทั้งหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตที่เป็นระดับผู้บริหารนั้น มีทั้งอดีตผู้อำนวยการและรองผอ.พศ. ข้าราชการพศ.ในตำแหน่งบริหารระดับ 8 รวมถึงข้าราชการฯระดับ 6 และ 7 ทั้งนี้ขอให้สื่อมวลชนไปสอบถามรายละเอียดส่วนนี้ได้ที่พ.ต.อ.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7043</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พบแล้ว300 กรณี, พศ., สอบวินัย, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, เงินทอนวัด, ไล่ออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180217/image_big_5a87dc4c504fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
