<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2021 18:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2021 18:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.เปิดไทม์ไลน์ผู้ป่วยโควิด &#039;ร้านคาเฟ่นิวแจ๊ส&#039; ติดเชื้อพุ่ง 21 รายจากนักเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;เอิร์ธ พงศกร ขวัญเมือง - Earth Pongsakorn Kwanmuang&amp;quot; โฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 63 &amp;ndash; 11 ม.ค. 64 รวม 456 ราย&amp;nbsp;จากการสอบสวนโรคผู้ติดเชื้อถึงวันที่ 10 ม.ค. 64 &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อเป็นคนต่างจังหวัดที่ Admit รพ.ในพื้นที่ กทม. 113 ราย และเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่ กทม. 306 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การติดเชื้อในประเทศ ส่วนใหญ่มาจากการมีประวัติเชื่อมโยงกับ จ.สมุทรสาคร จ.ระยอง จ.จันทบุรี &amp;nbsp;สัมผัสผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ การไปสถานบันเทิง และการตรวจเชิงรุกในตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทม์ไลน์แถลงไปแล้ว 278 ราย และวันนี้มีไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อที่อยู่ใน กทม. ซึ่งได้สอบสวนโรคเสร็จเรียบร้อยแล้วเพิ่มอีก 14 ราย&amp;nbsp;
Time line 14 ราย มีรายละเอียดตามรูปด้านล่าง&amp;nbsp;
.
สำหรับการแจ้งข้อมูลการสอบสวนโรค จะรายงานข้อมูลที่ไม่พาดพึงถึงบุคคล ก่อนที่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ทั้งนี้เป็นตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง และปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp;หากสงสัยหรือกังวลว่า ติดCOVID-19 &amp;nbsp;ประเมินความเสี่ยง ที่ http://bkkcovid19.bangkok.go.th/ หรือจะโทร.สายด่วน สำนักอนามัย 02-203-2393 และ 02-203-2396&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานที่เสี่ยงจากกลุ่มก้อนผู้ติดเชื้อโควิดจากร้าน &amp;quot;นิวแจ๊ส&amp;quot; ซึ่งเป็นสถานบันเทิงประเภทคาเฟ่ตั้งอยู่ในซอยรัชดา-ท่าพระ 9 เยื้องๆกับเดอะมอลล์ท่าพระ สถานบันเทิงแห่งนี้มีพนักงานส่วนใหญ่เป็นนักร้อง 50-60 คน ซึ่งมีจุดเริ่มต้นการแพร่ระบาดจากผู้ติดเชื้อเป็นชายอายุ 44 ปีและเสียชีวิตนับเป็นรายที่ 62 เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยเมื่อนับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เป็นพนักงานในร้านนิวแจ๊สจากการเปิดเผยไทม์ไลน์ของ กทม.พบว่า มีจำนวน 21 รายแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89478</URL_LINK>
                <HASHTAG>ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง, สอบสวนโรค, สำนักอนามัย กทม., โควิด19, โฆษกกรุงเทพมหานคร, ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210101/image_big_5feee7198b436.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมฝึกคอบร้าโกลด์ป่วน ‘ทหารเกาหลี’ติดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผวา! &amp;quot;ทหารเกาหลี&amp;quot; กลับจากฝึกร่วมคอบร้าโกลด์ที่ จ.ระยอง ถึงสนามบินอินชอนพบติดเชื้อโควิด-19 &amp;quot;กองอำนวยร่วม&amp;quot; แจ้งกองทัพไทยกักตัวทหารกลุ่มเสี่ยง &amp;quot;สธ.&amp;quot; เร่งประสานข้อมูลสอบสวนโรคติดจากในไทยหรือ ตปท. &amp;quot;ผู้ว่าฯ&amp;quot; ขอคนระยองอย่ากังวล ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อไม่ได้ออกนอกพื้นที่ฝึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยรายวันว่า พบผู้ป่วยรายใหม่ 3 ราย เป็นผู้ที่มาจากประเทศสหราชอาณาจักร 2 ราย คือ 1.หญิงสัญชาติอังกฤษ อายุ 62 ปี เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ถูกตรวจพบเชื้อที่ด่านตรวจโรคที่สนามบินสุวรรณภูมิในวันเดียวกัน 2.หญิงไทย อายุ 58 ปี เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 พ.ย. พักในสถานกักกันแบบทางเลือกที่รัฐกำหนดในกรุงเทพฯ จากการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 9 พ.ย. พบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ ส่วนรายที่ 3 มาจากประเทศตุรกี 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 40 ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 4 พ.ย. พักในสถานกักกันแบบทางเลือกที่รัฐกำหนดในกรุงเทพฯ จากการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 9 พ.ย. พบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ รักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศบค.สรุปยอดผู้ป่วยยืนยันสะสมมีจำนวน 3,847 ราย ส่วนผู้ที่รักษาหายแล้วเพิ่ม 15 ราย จึงมียอดสะสมผู้ที่ได้รับการรักษาหายแล้ว 3,685 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตยังมียอดสะสมอยู่ที่ 60 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 102 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีเอกสารราชการลงวันที่ 9 พ.ย. จากกองอำนวยการฝึกคอบร้าโกลด์ 21 (กอฝ.คอบร้าโกลด์ 21) ส่งถึงหน่วยงานภายในกองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เพื่อแจ้งกำลังพลที่เกี่ยวข้องกับการประชุมวางแผนขั้นสุดท้ายในการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ 21 เมื่อวันที่ 2-6 พ.ย. ที่โรงแรมสิรินพลา จ.ระยอง ให้ระมัดระวังและตรวจสอบอาการของตนเองในขั้นต้น เนื่องจากได้รับแจ้งจากผู้แทนจากกองทัพสาธารณรัฐเกาหลี ที่เดินทางมาร่วมประชุม ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ระหว่างการเดินทางเข้าประเทศสาธารณรัฐเกาหลีที่สนามบิน จึงได้มีการกักกันตัวตามกระบวนการควบคุมโรคแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือดังกล่าวยังได้แจ้งดำเนินการตามกระบวนการควบคุมโรค โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่สัมผัสใกล้ชิด คือกองกำลังนาวิกโยธิน (กกล.นย.), กกล.กองทัพเรือ, กกล.กองทัพบก และ กกล.กองทัพอากาศ ให้ดำเนินการตรวจพิสูจน์โรคและกักกันเป็นเวลา 14 วัน และกลุ่มที่ไม่ได้สัมผัสโดยตรง และผู้เข้าร่วมประชุมส่วนอื่นให้ดำเนินการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากกองทัพเรือระบุว่า ยังไม่แน่ชัดว่านายทหารจากสาธารณเกาหลีคนดังกล่าวติดเชื้อโควิด-19 จากที่ใด แต่ก่อนเข้าประชุมได้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรคของรัฐทุกอย่าง โดยได้เข้ากักตัวในสถานที่ควบคุมแห่งรัฐ 14 วัน และได้เข้าประชุมตามกำหนดการ ซึ่งทหารเรือไทยที่เข้าร่วมประชุม ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดได้เข้ากักตัวเรียบร้อยแล้ว ในเบื้องต้นมี 4-5 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงว่า การฝึกคอบร้าโกลด์ดังกล่าวเป็นการประชุมร่วมฝึกผสม มีผู้เข้าร่วมกว่า 202 นาย 5 กลุ่มย่อย กลุ่มละ 50 นาย มีทั้งทหารไทย 177 นาย และทหารต่างชาติ 25 ราย แบ่งเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา 12 นาย, ประเทศเกาหลีใต้ 5 นาย, ประเทศอินโดนีเซียและออสเตรเลีย ประเทศละ 2 นาย, ประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน อินเดีย ประเทศละ 1 นาย ซึ่งระหว่างอยู่ที่โรงแรมใน อ.บ้างฉาง จ.ระยอง กิจกรรมส่วนใหญ่อยู่ในห้องประชุม และมีการร่วมรับประทานอาหารร่วมกันแบบบุฟเฟต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.วลัยรัตน์กล่าวว่า ทหารเกาหลีใต้นายดังกล่าวตรวจพบเชื้อขณะเข้าประเทศเกาหลีใต้ที่สนามบินอินชอนและเข้าสู่กระบวนการกักกันโรคแล้ว โดยไทม์ไลน์ของทหารเกาหลีใต้ เดินทางเข้ามาไทย ตั้งแต่ 17 ต.ค.63 ถึงสนามบิน มีรถตู้จากโรงแรมที่พัก ASQ ย่านสุขุมวิท กทม.มารับ เพื่อเข้าพักที่โรงแรม กักตัว 17 ต.ค-1 พ.ย.63 มีการตรวจหาเชื้อ RT-PCR 2 ครั้ง คือวันที่ 22 ต.ค. และ 29 ต.ค.63 โดยไม่พบเชื้อ หลังกักตัว 14 วัน วันที่ 1 พ.ย.63 มีรถรับจ้างจากสถานทูตมารับจากโรงแรม ASQ เพื่อย้ายไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท จากนั้นมีรับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีการใส่หน้ากากอนามัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น วันรุ่งขึ้น 2 พ.ย.63 มีรถตู้จากสถานทูตรับไปที่โรงแรมที่ร่วมประชุมใน อ.บ้านฉาง (ไม่มีการออกจากโรงแรม มีการประชุมอย่างเดียว) หลังฝึกประชุมเสร็จ เดินทางกลับออกจาก จ.ระยอง วันที่ 6 พ.ย.63 ด้วยรถตู้รับจ้างสถานทูตมารับยังโรงแรมที่สุขุมวิท กทม. พัก 1 คืน (กำลังตรวจสอบว่าเป็นโรงแรมเดิมหรือไม่) และคืนวันที่ 8 พ.ย.63 เดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันขอให้ประชาชนในพื้นที่ จ.ระยองสบายใจได้ นายทหารเกาหลีใต้ที่ติดเชื้อเข้าพักกับทหารเกาหลีใต้ 1 นาย ส่วนเพื่อนที่เหลืออีกไม่พบเชื้อ ได้มีการติดตามนายทหารคนไทยที่เข้าร่วมประชุมเพื่อเข้าสู่การกักตัว ส่วนทหารต่างชาติ ได้มีการประสาน องค์การอนามัยระหว่างประเทศเพื่อแจ้งข้อมูลแล้ว&amp;quot; พญ.วลัยรัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเป็นการจะติดเชื้อในประเทศหรือไม่ ผอ.กองระบาดวิทยากล่าวว่า อยู่ระหว่างการสอบสวนโรค และขอผลจากทางเกาหลีใต้ เพื่อดูว่าเป็นเชื้อในประเทศไทยหรือจากต่างประเทศ ซึ่งมีการสันนิษฐานว่ามีหลายแนวทาง เช่น อาจจะติดมาจากเกาหลีใต้ก่อนเดินทางถึงไทย หรือการติดระหว่าง ASQ ส่วนการติดระหว่างการร่วมประชุมตอนนี้ข้อมูลยังไม่ชัดเจน เนื่องจากข้อมูลที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏการติดเชื้อหลังการกักตัว 14 วัน ยกเว้น กรณีหญิงชาวฝรั่งเศสที่ติดเชื้อจาก ASQ และไปพักที่เกาะสมุย โดยกลุ่มเสี่ยงผู้สัมผัสอื่นๆ อยู่ระหว่างการติดตามผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ระยอง นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าฯ ระยอง พร้อมด้วย นายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด และนายแพทย์วีระศักดิ์ เจียมอนุกูลกิจ รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.ระยอง แถลงข่าวหลัง สธ. เปิดเผยพบทหารเกาหลีใต้ที่เข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ 21 ที่ระยองติดเชื้อโควิด-19 แต่ยังไม่ชัดว่าติดจากไทยหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาญนะกล่าวว่า ในครั้งนี้ทหารเกาหลีใต้ไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวหรือแวะพักผ่อนในเขตเมืองระยอง จึงเชื่อว่าโอกาสในการแพร่กระจายของเชื้อคงเป็นไปได้ยากมาก นอกจากนั้นยังเฝ้าระวังบุคลากรโรงแรมใน จ.ระยอง อีก 28 คน ซึ่งถือเป็นกลุ่มความเสี่ยงต่ำโดยให้เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่ นพ.กิตติพันธุ์ ฉลอม ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีผู้สัมผัสชายชาวอินเดียที่ติดเชื้อโควิด-19 ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ว่า นอกจาก 39 รายก่อนหน้านี้ที่ผลการตรวจเป็นลบ หรือไม่พบเชื้อแล้ว ในส่วนของผู้สัมผัสบนเครื่องบนอีกจำนวน 3 ราย ที่ตรวจในวันที่ 10 พ.ย.63 ผลตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนผู้สัมผัสอีก 3 ราย แบ่งเป็นเสี่ยงสูง 1 ราย และเสี่ยงต่ำ 2ราย ซึ่งเป็นผู้สัมผัสในสถานบันเทิงที่พบจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในคืนวันที่ 30 ต.ค.63 อยู่ระหว่างรอผลช่วงค่ำวันนี้ (11 พ.ย.63) ซึ่งรวมยอดผู้สัมผัสในจังหวัดเชียงใหม่มีสะสมทั้งสิ้น 45 ราย สำหรับผลการตรวจผู้สัมผัสในจังหวัดอื่น ตลอดจนผู้สัมผัสใกล้ชิดที่เป็นเพื่อนชาวไทยที่เดินทางมาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดช่วงวันที่ 30 พ.ย.-2 ต.ค.2563 ผลตรวจทั้งหมดไม่พบเชื้อ&amp;quot; ผู้ช่วยนายแพทย์ สธ.เชียงใหม่ระบุ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83562</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กองทัพไทย, คอบร้าโกลด์, ทหารเกาหลี, ผู้ติดเชื้อโควิด-19, สอบสวนโรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fabf92990cdd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3ทีมฟุตบอลเฮ ผลตรวจ‘โควิด’ รอบ2ไร้ติดเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.แจงสอบสวนโรคกรณีนักบอลบุรีรัมย์ฯ ติดโควิด พบผู้สัมผัส 569 ราย เสี่ยงสูง 170 ราย เผยผลตรวจซ้ำเป็นลบ จ่อปิดเคสนักโทษดีเจใกล้ครบ 14 วัน ตรวจหมดไม่พบใครติดเชื้อ รัฐบาลยันเปิดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังอยู่ในขั้นศึกษาแนวทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 กันยายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ประจำวันว่า ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 7 ราย โดยทั้งหมดมาจากสถานกักตัวของรัฐ รายที่ 1 เป็นชาย อายุ 49 ปี อาชีพพนักงานขับรถเครน กลับมาจากบาห์เรน ถึงไทยวันที่ 30 ส.ค. เข้าพักสถานกักตัวของรัฐใน จ.ชลบุรี และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 11 ก.ย. ตรวจพบเชื้อ แต่ไม่มีอาการ รายที่ 2-4 เป็นชายไทย อายุ 39 ปี เข้าพักสถานกักตัวของรัฐใน จ.ชลบุรี ส่วนอีก 3 ราย เป็นหญิงสัญชาติอินเดีย อายุ 47 ปี อาชีพแม่บ้าน ชายสัญชาติอินเดีย อายุ 47 ปี และ 48 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว เข้าพักสถานกักตัวของรัฐใน กทม. เดินทางจากอินเดียมาถึงไทยวันที่ 6 ก.ย. ตรวจหาเชื้อครั้งแรกในวันที่ 11 ก.ย. ตรวจพบเชื้อ ทั้งหมดไม่มีอาการ รายที่ 6-7 เป็นนักศึกษาหญิงไทย อายุ 27 ปี และนักศึกษาชายไทย อายุ 33 ปี พักในสถานกักตัวของรัฐใน กทม. เดินทางจากออสเตรเลียถึงไทยวันที่ 31 ส.ค. และตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 วันที่ 11 ก.ย. ตรวจพบเชื้อ ทั้งหมดไม่มีอาการ โดยพบว่าผู้ป่วยทั้งสองรายมีประวัติเคยติดเชื้อมาก่อนแล้วเมื่อเดือน ก.ค.63 ทั้งนี้ทำให้ไทยมียอดผู้ป่วยสะสม 3,473 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดสะสมคงที่ 58 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีรายงานข่าวการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะประเทศเมียนมา จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยร่วมมือกันดำเนินมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ป้องกันแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อเป็นการป้องกันการนำเชื้อโรคโควิด-19 เข้ามาประเทศไทย ทั้งในบริเวณตะเข็บชายแดนดังกล่าว และในจังหวัดที่แรงงานต่างด้าวมักเดินทางไปทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประชากรต่างด้าว (อสต.) ร่วมตรวจสอบพื้นที่และตรวจลาดตะเวนในช่องทางธรรมชาติ รวมทั้งการค้นหาแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และจัดสถานที่กักกัน local quarantine สำหรับกักตัวด้วย หากพบความผิดปกติ หรือคนแปลกหน้าในชุมชน จะประสานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยยังกล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนโรคโควิด-19 กรณีผู้ต้องขังชาย อาชีพดีเจ ที่ตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อโควิด-19 ว่า จะมี 2 ช่วงเวลารอยต่อ คือ ช่วงที่ 1 ก่อนวันที่ 26 ส.ค. ก่อนผู้ป่วยเดินทางไปรับฟังคำตัดสินที่ศาลรัชดาฯ เป็นกลุ่มนอกเรือนจำ ซึ่งขณะนี้พ้นระยะเวลา 14 วันของการเฝ้าระวังโรคแล้ว และช่วงที่ 2 หลังวันที่ 27 ส.ค.เป็นต้นไป เป็นกลุ่มในเรือนจำ ได้ตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสเสี่ยงสูง เสี่ยงต่ำ และผู้ที่มีความกังวลครบถ้วน แต่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อ ซึ่งจะครบกำหนด 14 วันในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในประเด็นคำถามว่า ผู้ป่วยติดเชื้อมาจากที่ใด ซึ่งทุกประเทศคล้ายกันในการตรวจสอบว่าติดจากที่ไหน ติดเมื่อไร เป็นเรื่องยากในการสอบสวนโรค แต่เนื่องด้วยสายพันธุ์ของเชื้อในผู้ป่วยรายนี้เป็นสายพันธุ์ G เป็นตัวเดียวกันกับที่กำลังระบาดในทั่วโลก ซึ่งสอดคล้องกับการระบาดขณะนี้ ทั้งนี้ ความสามารถในการแพร่เชื้อในส่วนของผู้ป่วยเอง ไม่ได้มีการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น เนื่องจากตรวจหาเชื้อในผู้สัมผัสแล้ว แต่ไม่พบรายงานการติดเชื้อทุกราย ซึ่งเป็นนัยว่าประเทศไทยค่อนข้างปลอดภัย ดังนั้น กรณีของผู้ป่วยรายนี้ก็ใกล้ถึงเวลาจบเคสแล้ว เหลือเพียงรอครบกำหนดการเฝ้าระวัง 14 วันของผู้ที่อยู่ในเรือนจำเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แคมป์ที่พักนักฟุตบอล ต.เสม็ด อ.เมืองฯ จ.บุรีรัมย์ นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมนายแพทย์พิเชษฐ พืชขุนทด รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และ นพ.ภุชงค์ ไชยชิน รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ในนามคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกันแถลงความคืบหน้ากรณีนักฟุตบอลสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สัญชาติอุซเบกิสถาน อายุ 29 ปี ติดเชื้อโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระหว่างวันที่ 10-12 ก.ย. ทีมสอบสวนและควบคุมโรคจังหวัดบุรีรัมย์ ได้สอบสวนโรคและควบคุมโรค พบมีบุคคลที่มีความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อรวมทั้งสิ้น 569 ราย แบ่งเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง 170 ราย และกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ 399 ราย เนื่องจากผู้ป่วยได้เดินทางไปร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ทั้งมีการซ้อมและอุ่นเครื่องกับทีมราชบุรี มิตรผล และทีมสโมสรขอนแก่น เอฟซี โดยกลุ่มเสี่ยงสูง 170 ราย เป็นนักกีฬาทีมสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 44 ราย ทีมสโมสรราชบุรี มิตรผล 44 ราย ทีมสโมสรขอนแก่น เอฟซี 42 ราย และผู้สัมผัสในจังหวัดบุรีรัมย์อีก 40 ราย กลุ่มเสี่ยงต่ำ 399 ราย (อยู่ในจังหวัดบุรีรัมย์ 340 ราย ต่างจังหวัด 59 ราย) ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างรอผลตรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิทิตกล่าวว่า ตัวนักเตะที่เดินทางไป จ.สมุทรปราการ เพื่อเตรียมแข่งขันไทยลีก ซึ่งมีการยกเลิกไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ทางสโมสรได้จัดรถบัสปรับอากาศไปรับกลับมาที่ จ.บุรีรัมย์โดยไม่ได้แวะที่ไหน และระหว่างเดินทางได้ให้นักเตะทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเอง ซึ่งนักเตะทั้ง 42 คนถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จะถูกกักตัวไว้ที่ State Quarantine ของจังหวัดบุรีรัมย์ หรือบรีทบล็อก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น แถลงความคืบหน้าภายหลังได้เก็บตัวอย่างนักฟุตบอลและเจ้าหน้าที่รวม 51 รายไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ว่า ผลการตรวจซ้ำครั้งที่ 2 ไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่ต้องกักตัวกลุ่มเสี่ยง 14 วัน จนถึงวันที่ 19 ก.ย. และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ก่อนวันที่ 19 ก.ย. จะตรวจโควิด-19 ซ้ำอีกครั้ง ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ให้กับกลุ่มนักกีฬาที่มีความเสี่ยงสูง ที่ขณะนี้ทั้งหมดได้ถูกกักตัวในพื้นที่ที่ปลอดภัยตามมาตรฐานของทางสาธารณสุขแล้ว รวมทั้งขอให้ประชาชนที่คิดว่าตัวเองมีความเสี่ยงสัมผัสกับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของสโมสร สามารถมาแจ้งที่ รพ.ขอนแก่นพร้อมเข้ารับการตรวจโควิด-19 ได้ โดยจะรู้ผลการตรวจได้สามารถภายใน 4 ชั่วโมง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระเดช ซาตา ผู้จัดการสโมสรฟุตบอลขอนแก่น ยูไนเต็ด กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นเข้าตรวจคัดกรองซ้ำครั้งที่ 2 นักเตะของทีมได้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง 15 ราย ซึ่งเป็นนักเตะที่ลงสนามแข่งขันกับนักเตะของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ ทั้งหมดได้ให้กักอยู่ในสถานที่จำกัด โดยงดการฝึกซ้อมทั้งหมด สำหรับการแข่งขันครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16 ก.ย. จะต้องเลื่อนออกไปก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน สสจ.ราชบุรี สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 5, รพ.ราชบุรี และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 5 สมุทรสงคราม ได้เก็บตัวอย่างในผู้สัมผัสของทีมราชบุรี มิตรผล จำนวน 43 ราย ในจำนวนนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 11 ราย และสัมผัสเสี่ยงต่ำ 32 รายโดยอยู่ระหว่างรอผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค เปิดเผยกับสำนักข่าว TNN เปิดเผยว่า เพื่อนนักฟุตบอลสโมสรบุรีรัมย์และเจ้าหน้าที่สตาฟฟ์ของทีมบุรีรัมย์ฯ 43 ราย ผลตรวจเชื้อซ้ำไม่พบเชื้อ แต่ยังคงต้องกักตัวจนครบ 14 วัน โดยจะเก็บตัวอย่างเชื้อตรวจซ้ำอีกครั้งก่อนถึงวันที่ 14 ส่วนทีมขอนแก่น และทีมราชบุรี มิตรผล ผลตรวจเชื้อซ้ำเป็นลบเช่นเดียวกัน คือไม่พบเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้น ยังอยู่ในขั้นของการศึกษาพิจารณาถึงแนวทาง โดยต้องมีการหารือกับหลายภาคส่วนเพื่อเห็นชอบร่วมกัน ที่สำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่าเมื่อเปิดรับชาวต่างชาติแล้วจะไม่ก่อให้เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77338</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, นักฟุตบอลบุรีรัมย์, ศบค., สอบสวนโรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200913/image_big_5f5e2ea30c1fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่วยใหม่ไทยลดต่อเนื่อง ศบค.ตั้งเป้าตํ่าสิบ14วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุบสถิติติดเชื้อรายใหม่ต่ำสุด 19 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 ศบค.ชี้เบาใจได้แต่อย่าวางใจ วอนอยู่บ้านทำยอดต่ำสิบให้ได้อย่างน้อย 14 วัน สธ.เร่งสอบสวนโรคเหตุเชียงรายป่วยโควิดซ้ำ เตือนประชาชนระวังหน้าฝนห้ามการ์ดตก สปสช.ออก 7 มาตรการเชิงรุกดูแลคนไข้บัตรทอง ภูเก็ตกลับมาติดเชื้อเพิ่ม 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 21 เมษายน เวลา 11.30 น. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า สถานการณ์ในประเทศไทยมีผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 2,811 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 109 &amp;nbsp;ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 655 ราย และเสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เสียชีวิตสะสม 48 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้เสียชีวิตรายที่ 48 เป็นชายไทยอายุ 50 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ มีโรคประจำตัวเบาหวาน สูบบุหรี่ มีประวัติขับรถไปส่งผู้โดยสารที่สนามมวยลุมพินี เริ่มหายใจลำบาก มีไข้ต่ำ ไอในวันที่ 18 มี.ค. &amp;nbsp;และเข้ารับการตรวจเบื้องต้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน กทม. โดยรับยากลับไปทานที่บ้าน แต่อาการไม่ดีขึ้น วันที่ 23 มี.ค.จึงกลับมารักษาตัวอีกครั้ง มีไข้สูง 39.5 ปวดกล้ามเนื้อ มีเสมหะเพิ่มขึ้น ผลตรวจยืนยันเป็นโควิด-19 อาการแย่ลงเรื่อยๆ และเสียชีวิตในวันที่ 20 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ 19 ราย เป็นผลต่อเนื่องมาจากการปฏิบัติตัวของคนไทยเมื่อ 14 วันที่แล้ว ที่เราร่วมมือกันหยุดเชื้อเพื่อชาติในช่วงวันที่ 7-8 เม.ย. ขณะเดียวกันความร่วมมือที่ผ่านมายังทำให้โรงพยาบาลต่างๆ มีเตียงว่างมากขึ้น เพียงพอต่อการรับผู้ป่วย ดังนั้นจึงขอให้ร่วมมือกันต่อไป&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยใน จ.สตูล 19 ราย เป็นบุคคลที่อยู่ในสถานที่กักตัวของรัฐทั้งหมด ไม่มีผู้ป่วยในพื้นที่จังหวัด จึงต้องขอบคุณ จ.สตูลที่รับผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศเข้าไปดูแลในพื้นที่ และขอปรับ จ.สตูลไปอยู่ในจังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ป่วย รวมกับ 9 จังหวัดก่อนหน้านี้ รวมเป็น 10 จังหวัด นอกจากนี้ มีจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นในช่วง 14 วัน อีก 1 จังหวัดคือ สุพรรณบุรี รวมจังหวัดที่ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ในรอบ 14 วัน 36 จังหวัด และในรอบ 7 วันที่ผ่านมามีรายงานผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มเข้ามาเพียง &amp;nbsp;11 จังหวัดเท่านั้น ได้แก่ กทม. นนทบุรี ภูเก็ต ชลบุรี ยะลา ปัตตานี สงขลา กระบี่ นราธิวาส ขอนแก่น &amp;nbsp;ชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่กักตัวของรัฐ 71 ราย ส่วนอาชีพที่ติดเชื้อมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รับจ้างทั่วไป ฟรีแลนซ์ 395 ราย ค้าขาย ธุรกิจส่วนตัว 308 ราย พนักงานบริษัท โรงงาน &amp;nbsp;235 ราย พนักงานในสถานบันเทิง 176 ราย นักเรียน นักศึกษา 164 ราย ช่วงอายุระหว่าง 20-39 ปี ดังนั้นต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้เพราะเป็นช่วงอายุที่เป็นพาหะนำเชื้อโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยในทวีปเอเชียนั้น ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สิงคโปร์มีผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุด 1,426 ราย&amp;nbsp;โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีอยู่ในประเทศกว่า 3 แสนคน อาศัยอยู่ในหอพักขนาดใหญ่ 43 แห่ง แต่ละห้องอยู่กันแบบแออัด 12-20 คน และพบว่าผู้ป่วยกลุ่มแรกในสิงคโปร์เริ่มจาก 4 คน จากนั้นขยายเป็นพันคนในเวลารวดเร็ว น่ากังวลใจมาก ทางสิงคโปร์จึงล็อกดาวน์หอพักทุกแห่ง มีคลินิกสถานพยาบาลเข้าไปดูแล นำแรงงานที่มีผลเป็นลบไปอยู่ในเรือ มีการตั้งศูนย์ขึ้นมาดูแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ และทุกคนจะได้รับค่าจ้างระหว่างกักตัว ซึ่งเป็นการควบคุมการระบาด เราจึงต้องเรียนรู้จากเขาในการดูแลแรงงานต่างด้าวในประเทศ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้สแกนดูพื้นที่ที่แรงงานต่างด้าวพักอาศัยว่าเป็นอยู่อย่างไร จัดให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคมและความสะอาด รวมถึงตั้งพนักงานสาธารณสุขต่างด้าวและอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว
เบาใจแต่วางใจไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วงเคอร์ฟิวคืนวันที่ 20 เม.ย.ต่อเนื่องเช้าวันที่ 21 เม.ย. &amp;nbsp;มีผู้ฝ่าฝืนออกนอกเคหสถาน 963 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อน 33 ราย ชุมนุมมั่วสุม 65 ราย ลดลงจากคืนก่อน 21 ราย จึงขอความร่วมมืออย่าออกจากบ้านถ้าไม่มีความจำเป็น ขอให้ครอบครัวตักเตือน สำหรับจังหวัดที่มีการฝ่าฝืนมากที่สุด ได้แก่ กทม. ปทุมธานี สมุทรปราการ ภูเก็ต พระนครศรีอยุธยา ระยอง &amp;nbsp;นครราชสีมา ราชบุรี นนทบุรี บุรีรัมย์ ส่วนจังหวัดที่ไม่มีการกระทำผิด ได้แก่ สิงห์บุรี ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ นครพนม ขณะที่คนไทยที่จะเดินทางกลับจากต่างประเทศวันนี้ จะมีคนไทยจากไต้หวัน 120 &amp;nbsp;คน และจากญี่ปุ่น 100 คน ซึ่งจะไปอยู่ในสถานกักตัวของรัฐทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังอยู่ในการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังรณรงค์ให้ลดการเดินทาง วันนี้เรามีตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ต่ำกว่า 20 ราย เพราะคนไทยร่วมมือกัน หลายคนเบาใจได้ แต่วางใจยังไม่ได้แน่นอน เนื่องจากมีตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ให้เห็น เพียง 4 คนยังทำให้ขึ้นมาเป็นพันได้ ถ้าเราคุมได้ไม่ดีตัวเลขจะยกกำลังขึ้นมา ดังนั้นต้องขอความร่วมมือเอกชน ถ้าสามารถสั่งทำงานที่บ้านได้ก็ให้ทำ รัฐยังยืนยันมาตรการนี้อยู่&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีผู้ป่วยรายใหม่สูงขึ้นระลอกใหม่ เราจะป้องกันการระบาดระลอกใหม่อย่างไร นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า การจะผ่อนปรนหรือยกเลิกต้องเรียนรู้จากประเทศต่างๆ ประชาชนจังหวัดไหนต้องการอิสรเสรีขึ้นอยู่กับความร่วมมือของท่าน ใครทำกรรมดีไว้ก็ส่งผลดีให้ได้ ถ้าร่วมมือดีก็จะทำให้มีพื้นที่ในการที่จะทำอะไรต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งสุขภาพก็สำคัญ ปากท้องก็สำคัญ เราจะไล่ลำดับขึ้นมา ชีวิตต้องอยู่ได้ก่อน จากนั้นเศรษฐกิจและสังคมจะได้ตามมา ยึดหลักการแบบนี้เราถึงมีวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอประชาชนว่าเราอยู่ในตัวเลขสองหลัก เราต้องช่วยกันต่ำสิบให้ได้ อย่างน้อย 14 วัน เราจะได้เห็นหน้าเห็นหลังสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไร เราอาจเป็นประเทศแรกของโลกที่ซีลประเทศได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;ถ้าตัวเลขต่ำสิบเราก็ต้องมีพฤติกรรมแบบใหม่ที่เป็นปกติ คือสวมหน้ากากอนามัยร้อยเปอร์เซ็นต์&amp;quot; โฆษก ศบค.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีข่าวการพบผู้ป่วยติดเชื้อซ้ำที่ จ.เชียงรายและชัยภูมิว่า ในกรณีที่เป็นผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง แพทย์จะให้รักษาตัวที่โรงพยาบาล 2 สัปดาห์ จึงจะให้กลับบ้านไปดูแลตัวเองต่ออีก 14 วัน จนครบ 30 วัน นับจากวันที่มีอาการ สำหรับเคสที่ชัยภูมิถือว่าเป็นเคสที่พบในช่วงเวลา 1 เดือน จึงถือว่าเป็นระยะเดียวกัน &amp;nbsp;การที่ป่วยในครั้งหนึ่งแล้วไม่มีไข้ แต่เมื่อตรวจแล้วยังเจอเชื้อโควิด-19 ซ้ำอีกครั้ง ถือว่าเป็นซากเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เชียงรายต่างจากรายแรกที่กลับมามีอาการอีกครั้ง พบว่ามีไข้สูงร่วมกับปอดอักเสบ ซึ่งขณะนี้แพทย์กำลังอยู่ระหว่างวินิจฉัยว่าการป่วยครั้งนี้มีผลมาจากเชื้อโควิด-19 หรือเป็นการติดเชื้อซ้ำเติมจากแบคทีเรียอื่น เนื่องจากระหว่างพักฟื้นในช่วงระยะเวลา 30 วัน ร่างกายของแต่ละคนจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันที่แตกต่างกัน บางคนเร็วบางคนช้า ซึ่งโรคนี้เป็นโรคใหม่ โดยเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างเก็บข้อมูล เรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ร่างกายจึงจะมีระดับภูมิคุ้มกันที่สามารถป้องกันไม่ให้ติดเชื้อซ้ำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.อนุพงศ์กล่าวว่า ปัจจุบันกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูฝนซึ่งไข้เลือดออกจะแพร่ระบาดมาก โดยเฉพาะเดือน พ.ค. ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญในการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ที่จะทำให้สามารถตัดวงจรการแพร่เชื้อได้ โดยบุคลากรทางการแพทย์จะต้องพิเคราะห์โรคให้ได้ว่าคนไข้ที่ขอรับการรักษาเป็นไข้เลือดออกหรือติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งประชาชนทุกคนต้องให้ความร่วมมือ อย่าลืมว่าหน้าฝนกำลังมา เราจะการ์ดตกไม่ได้
7 มาตรการดูแลบัตรทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ที่ประชุมบอร์ด สปสช.ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน &amp;nbsp;ได้เห็นชอบ 7 มาตรการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้ 1.ส่งยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยรายเก่าทางไปรษณีย์ มีหน่วยบริการเข้าร่วมโครงการแล้ว 349 แห่ง 2.ลดความแออัดในโรงพยาบาล โดยขยายร้านยา &amp;quot;โครงการรับยาใกล้บ้าน&amp;quot; 3. ผู้ป่วยโรคเรื้อรังรับยาหรือบริการทางการแพทย์ตามความจำเป็นนอกหน่วยบริการประจำได้ 4.จ่ายชดเชยค่าบริการกรณีโรคโควิด-19 ให้หน่วยบริการนอกระบบบัตรทอง ซึ่งส่วนใหญ่เป็น รพ.เอกชน โดยใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายฯ 5.จ่ายชดเชยค่าบริการโรคโควิด- 19 ให้โรงพยาบาลสนามที่ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการที่รับส่งต่อเฉพาะด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.เสนอแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยให้รายการค่าใช้จ่ายอื่นเพื่อชดเชยค่าเสื่อมของสิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ ปีงบประมาณ 2563 ใช้ซื้อครุภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ได้ และเพิ่มอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือกรณีโควิด-19 เป็น 2 เท่าจากเดิม และ 7.มอบเลขาธิการ สปสช. และประธานบอร์ด สปสช.พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข อัตราค่าใช้จ่าย และการจ่ายค่าใช้จ่ายให้แก่หน่วยบริการ เพื่อทันต่อสถานการณ์การระบาด ทั้งนี้สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 นั้น พบว่าประมาณ 80% เป็นผู้ป่วยบัตรทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า มีผู้ติดเชื้อยืนยันโรคโควิด-19 แล้วจำนวน 193 ราย&amp;nbsp;&amp;nbsp;(พบรายใหม่ 1 ราย) ให้กลับบ้าน 133 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรายที่ 193 เป็นชายชาวอิตาลี อายุ 83 ปี อาศัยในเขตป่าตอง อ.กะทู้ พบมีการเดินทางไปสถานที่เสี่ยง เช่น ซอยบางลา ร้านอาหารอิตาเลียน ซอยนาใน ต.ป่าตองหลายครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนไทย-มาเลเซีย อ.เบตง จ.ยะลา มียอดแจ้งการเดินทางเข้ามาในวันนี้จำนวน 50 คน ทั้งนี้ นางเจ๊ะมะ เวชวิชัย เดินทางมาจากรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย บอกว่าเดินทางกลับมาพร้อมเพื่อนจำนวน 20 คน ตนอยู่ที่ไหนก็ไม่สบายใจเท่าแผ่นดินไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี&amp;nbsp;พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 1 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมรวม 91 คน โดยรายที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;91 อาศัยในพื้นที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;ม.6 ต.พิเทน อ.ทุ่งยางแดง มีประวัติเป็นผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่เดินทางกลับจากมัรกัสยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ จ.นราธิวาส พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และคณะ ได้เดินทางไปดูสภาพช่องทางข้ามธรรมชาติหลังชุมชนตันหยงมะลิ เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก โดยมี พล.ท.พรศักดิ์ พูนสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4, พล.ต.สมดุลย์ เอี่ยมเอก ผบ.ฉก.นราธิวาส, พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค ผบ.พล.ร.5 ให้การต้อนรับ หลัง พล.อ.อภิรัชต์รับฟังการบรรยายสรุปแล้วเสร็จ ได้ย้ำให้เพิ่มมาตรการสกัดกั้นกลุ่มบุคคลที่แอบลักลอบเข้าเมือง เพราะอาจเป็นบุคคลที่นำเชื้อมาแพร่ระบาดในประเทศไทย พร้อมสั่งการหาอุปกรณ์ส่องสว่างติดตั้งตามจุดต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ชุมพร นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชุมพร กล่าวว่า ผู้ป่วยหญิงรายที่ 13 และ 14 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจากทัณฑสถานแห่งหนึ่งนั้น ได้ตรวจหาเชื้อจากผู้ร่วมงานทั้งหมดแล้ว ผลคือไม่มีใครติดเชื้อ สำหรับผู้ป่วยรายที่ 12 เพศหญิงอายุ 24 ปี กับลูกสาวซึ่งเป็นผู้ป่วยรายที่ 16 เป็นเด็กหญิงอายุ 2 ขวบ 8 เดือน รักษาตัวอยู่ห้องเดียวกันใน รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ผู้ป่วยที่เป็นแม่อาการเป็นปกติ แต่ลูกสาวมีอาการทางปอดเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่าดีขึ้นมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บ้านของ น.ส เอ และ น.ส บี (นามสมมุติ) อายุ 24 และ 25 ปี ชาวตำบลบ้านโพธิ์ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายแรกของจังหวัด และรักษาหายออกจาก รพ.วันที่ 5 เม.ย. และกักตัวต่อที่บ้านครบ 14 เปิดเผยว่า พร้อมจะไปบริจาคพลาสมาให้โรงพยาบาลเพื่อนำไปทำวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ รพ.ขอนแก่น นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า ผู้ป่วยติดเชื้อยังอยู่ที่ 6 ราย &amp;nbsp;ซึ่งรักษาหายอย่างเด็ดขาดแล้ว 4 ราย คงเหลือผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่ รพ.เพียง 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน โดยภรรยาอายุ 63 ปีนั้นอาการดีขึ้นมาก มีสติรับรู้แต่ยังพูดไม่ได้ จะพิจารณาถอดเครื่องช่วยหายใจเร็วๆ นี้ สำหรับเคสที่ 6 ที่เป็นสามีไม่มีอาการอะไร หากหายแล้วก็จะส่งตัวกลับบ้าน สำหรับลูกไม่มีเชื้อแล้ว พบว่ามีภูมิต้านทานชัดเจน สภากาชาดไทยขอตรวจละเอียดอีกรอบ ซึ่งจะรู้ผลภายใน 1-2 &amp;nbsp;วันนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63872</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตํ่าสิบ14วัน, ป่วยโควิดซ้ำ, ศบค., สถิติติดเชื้อ, สอบสวนโรค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9ef02467d90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
