<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 00:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ‘เนตร’แจงสั่งตามสำนวน สอบวินัย14ตร.บกพร่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พอใจผลสอบ &amp;quot;บอส&amp;quot; ระดับหนึ่ง บอกจะพอใจมากหากเป็นที่ยอมรับของ ปชช. &amp;quot;เนตร&amp;quot; โผล่แจง กมธ.ปมไม่ฟ้องทายาทกระทิงแดง ยันสั่งตามสำนวนคดีพร้อมให้สอบเส้นทางการเงิน &amp;quot;สิระ&amp;quot; ขึงขังส่งหนังสือเรียก &amp;quot;วรยุทธ&amp;quot; มาชี้แจง &amp;quot;ตร.&amp;quot; สรุปผลสอบไม่เห็นแย้งอัยการพบ &amp;quot;รอง ผบช.-พงส.&amp;quot; 14 นายบกพร่อง ตั้งกก.สอบวินัย &amp;quot;พล.ต.ท.เพิ่มพูน&amp;quot; รอด อ้างทำตามขั้นตอน เล็งชงอสส.รื้อคดีใหม่ฟันข้อหา &amp;quot;ขับรถเร็ว-เสพโคเคน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 13 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการตรวจสอบกรณีอัยการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง คดีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อเสียชีวิต ว่าวันนี้มีความก้าวหน้าหลายอย่างหลายด้าน ทั้งในส่วนของอัยการ ตำรวจ และคณะกรรมการชุดของนายวิชา มหาคุณ ซึ่งมีการรายงานพูดคุยกับตนมาตลอดอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากเรื่องใดที่ผมสามารถมอบให้คณะกรรมการด้านตำรวจดูแลแก้ไข ไปชี้แจง ก็กำชับไปแล้วว่าต้องให้ความร่วมมือทุกประเด็น ถ้าถามว่าพอใจไหม ก็ต้องบอกว่าจะพอใจได้ก็ต่อเมื่อมันสิ้นสุดไปในทางที่ดี ที่ประชาชนยอมรับนั่นแหละคือพอใจ แต่ตอนนี้ก็ยังถือว่าพอใจในระดับหนึ่ง ที่มีการออกมาขับเคลื่อนในเรื่องเหล่านี้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ห้องประชุม 414 มีการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ร่วมกับ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และกองทุน ที่มีนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน ร่วมกันเป็นประธานการประชุมคดีนายวรยุทธเป็นครั้งที่ 3 หลังจาก 2 ครั้งแรกผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีนี้โดยตรงไม่ได้มาชี้แจงด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเชิญนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุด คนที่สั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธมาชี้แจงเป็นครั้งแรก รวมทั้งตำรวจที่ไม่เห็นแย้งคำสั่งอัยการ คือ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพนักงานสอบสวนในคดีนี้, นายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความของนายวรยุทธ, พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สบ 4 กลุ่มงานตรวจเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจมาชี้แจง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเนตร ซึ่งมาชี้แจงเป็นครั้งแรกยืนยันว่า การพิจารณาสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้ สั่งตามที่พนักงานสอบสวนรวบรวมมาทั้งหมด ไม่มีข้อเท็จจริงนอกสำนวน ดุลพินิจที่ไม่สั่งฟ้อง ไม่ได้สั่งนอกสำนวนอะไรเลย มีเอกสารหลักฐานระบุความเห็นในการสั่งไม่ฟ้องคดีไว้ชัดเจน เหตุผลที่สั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ เพราะได้พิจารณาทั้งสำนวนเดิมที่มีการสั่งคดีไว้อย่างไร ครั้งแรกอัยการมีการสั่งฟ้อง ตามความเห็นของ พ.ต.ท.ธนสิทธิ (ยศในขณะนั้น) ที่บันทึกความเร็วไว้ที่ 177 กม./ชม. แต่เมื่อมีการสอบพยานใหม่หลังมีการร้องขอความเป็นธรรม พบว่าผู้ให้ความเห็นความเร็วรถคนเดิมคือ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ นักวิทยาศาสตร์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ มาเปลี่ยนคำให้การว่าไม่ใช่ 177 กม./ชม. เพราะวิธีคิดไม่ตรงกัน เมื่อคำนวณจากวิธีใหม่ ทำให้ความเร็วเหลือแค่ 79 กม./ชม. ถือว่าไม่เกินกฎหมายกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ประกอบกับพยานอื่นมาสนับสนุน ทั้งผู้เชี่ยวชาญ เช่น นายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ยืนยันว่าความเร็วที่คำนวณจากภาพวิดีโอ เร็วแค่เพียง 76 กม./ชม. ไม่ถึง 80 กม./ชม. รวมทั้งมีพยาน 2 ปากที่ได้จากการสอบสวน ได้แก่ พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร และนายจารุชาติ มาดทอง ให้การว่าความเร็วของนายวรยุทธ ไม่ถึง 80 กม./ชม. และพบว่าผู้ตายเปลี่ยนเลนกะทันหัน จากเลนซ้ายสุดมาขวาสุด &amp;nbsp;
&amp;#39;เนตร&amp;#39;ยันสั่งตามสำนวนคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อพยานให้การอย่างนี้ ความเร็วของรถนายวรยุทธไม่เกิน 80 กม./ชม. ถือเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะฉะนั้นถือว่าหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนไม่พอฟ้องนายวรยุทธ ในข้อหาความผิดฐานขับรถชนโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จึงสั่งไม่ฟ้อง และเสนอไปยัง ผบ.ตร. เพื่อให้ความเห็นชอบ&amp;quot; นายเนตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กมธ.ถามถึงประเด็นที่นายวรยุทธร้องขอความเป็นธรรมมาหลายครั้ง ทำให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมใหม่จนต้องสั่งไม่ฟ้อง รองอัยการสูงสุดยืนยันว่า ตามระเบียบอัยการไม่มีกำหนดว่าจะร้องได้กี่ครั้ง เพราะเป็นสิทธิของผู้ร้องทั้งฝ่ายผู้ต้องหาและผู้เสียหาย การพิจารณาให้ความเป็นธรรมนายวรยุทธนั้น ก็มีการพิจารณามาเป็นลำดับชั้น กรณีนี้ทางสำนักงานกฤษฎีกาของสำนักงานอัยการเสนอมาว่าเห็นควรพิจารณาให้ความเป็นธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กมธ.ถามถึงการยื่นลาออกจากตำแหน่งรองอัยการสูงสุด นายเนตรยอมรับยื่นลาออกจริงเมื่อวันที่ 11 ส.ค. ในฐานะเป็นคนสั่งคดีนี้ และสังคมก็กดดันสถาบันอัยการ ดังนั้นเพื่อความสบายใจของทุกคน จึงขอลาออกเพื่อรักษาภาพลักษณ์ขององค์กร ที่ทำหน้าที่รับราชการเป็นอัยการอยู่ในองค์กรนี้มาแล้ว 40 ปี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กมธ.ได้ถามอย่างมากว่าคดีนี้มีการปั้นพยานขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งนายเนตรชี้แจงว่า พยานที่ปรากฏเป็นไปตามสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนทั้งสิ้น ไม่มีส่วนอื่นเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กมธ.ยังได้ถามเหตุผลที่รายงานของ กมธ.การกฎหมายฯ สนช. เข้าไปอยู่ในสำนวนการสอบสวน นายเนตรชี้แจงว่า กระบวนการร้องขอความเป็นธรรมเป็นเหตุการณ์ที่เกิดก่อนนานแล้ว ตนมาในช่วงท้าย ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้มีการดำเนินการสอบสวนพยาน ไม่ทราบรายละเอียด ไม่สามารถไปให้ความเห็นหรือก้าวล่วงได้ ความเห็นของตน สนช.ก็เป็นผู้แทนประชาชนชน เมื่อผู้แทนประชาชนส่งเรื่องมา ก็ต้องมีการพิจารณาและมีการสอบสวน ไม่ใช่เอาข้อมูลจาก สนช.ยุคนั้นมาพิจารณาได้เลย กรณีนี้ก็มีการสอบสวนโดยพนักงานสอบสวนตามปกติ และตามกระบวนการสามารถร้องใหม่ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระซักว่า คดีนี้ประชาชนเกิดความสงสัยว่าพยานใหม่เป็นพยานที่ช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือไม่ รวมทั้งคดีนี้มีการวิ่งเต้นหรือมีผลประโยชน์อยู่ที่ใครหรือไม่ นายเนตรชี้แจงว่า นายจารุชาติเป็นพยานตั้งแต่ต้น พล.อ.ท.จักรกฤชมาช่วงกลาง ซึ่งเป็นพยานที่เกิดจากการสอบสวนโดยชอบ ส่วนการพิจารณายืนยันว่าพิจารณาตามกระบวนการ พิจารณาจากการสอบสวนทั้งสิ้น ไม่มีส่วนอื่นเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กมธ.ได้ซักถามว่า นายเนตรยินดีให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือไม่ ซึ่งนายเนตรยืนยันว่า ยินดีให้ตรวจสอบ เนื่องจากการพิจารณาคดี เป็นการสั่งคดีตามสำนวน ไม่มีเรื่องอื่นทั้งสิ้นเป็นคดีที่มาตามระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายเนตรชี้แจงเสร็จสิ้นทาง กมธ.ได้มีมติทำหนังสือเชิญนายธานี อ่อนละเอียด ส.ว. ประธาน กมธ.กฎหมาย สนช. และนายวรยุทธ โดยเฉพาะนายวรยุทธส่งเป็นหนังสือลงทะเบียน หากไม่มาชี้แจงอีกก็จะใช้ พ.ร.บ.คำสั่งเรียก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ นักวิทยาศาสตร์ สบ&amp;nbsp; 4 กลุ่มงานตรวจเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เข้าชี้แจงพร้อมยืนยันไม่เคยได้รับคำสั่งจากใครให้วิ่งเต้นคดีนี้ ยินดีพร้อมให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน การทำคดีให้ประชาชนทำด้วยความยุติธรรมด้วยความทุ่มเทตลอดมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.ท.เพิ่มพูนเข้าชี้แจงยืนยันเหตุที่ไม่เห็นแย้งต่ออัยการ เพราะได้ดูตามสำนวนตามลำดับชั้นที่ส่งขึ้นมา และมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ไม่เห็นแย้งกับอัยการ เป็นการใช้ดุลพินิจโดยสุจริต เที่ยงธรรม ไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่มีใครมาสั่ง คนที่สั่งได้มีคนเดียวคือนายชัย ชิดชอบ บิดา ซึ่งวันนี้ไม่อยู่แล้ว เมื่อมีความเห็นแล้วจึงได้ส่งสำนวนคืนเจ้าหน้าที่ และส่งไปยังอัยการต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อได้ฟังตำรวจชี้แจงผมก็ตกใจเหมือนกัน ทำไมกลับคำง่าย ทั้งที่ควรยืน ยึดมั่นตามหลัก ก็ขอตำหนิผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย ทั้งนี้จะปรับปรุงการทำงานของเรา&amp;quot; พล.ต.ท.เพิ่มพูนกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ชี้แจงแล้วเสร็จ ได้ถูกผู้สื่อข่าวรุมซักถามต่อในปมประเด็นความสงสัยเรื่องการให้การเรื่องความเร็วที่กลับไปมา แต่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์เลี่ยงที่จะให้ในรายละเอียดเพิ่มเติม &amp;nbsp;
&amp;#39;เพิ่มพูน&amp;#39;รอดฟันวินัย14ตร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการใช้ดุลพินิจตำรวจกรณีไม่เห็นแย้งอัยการคดีนายวรยุทธ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการตรวจสอบใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง โดย พล.ต.ท.จารุวัฒน์รับหน้าที่แถลงชี้แจง โดยไล่ไทม์ไลน์เหตุการณ์ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงการสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวว่า สำหรับผลการตรวจสอบความบกพร่องของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ไม่พบความบกพร่อง เนื่องจากการพิจารณาคำแย้งคำสั่งพนักงานอัยการ แย้งได้เฉพาะประเด็นข้อกฎหมาย กฎระเบียบ ว่าตามที่พนักงานอัยการกล่าวอ้างมาถูกต้องหรือไม่ โดยจะนำความในคำพิพากษาศาลฎีกา หรือความเห็นทางกฎหมายจากผู้เชี่ยวชาญประกอบเหตุผลการพิจารณา และพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนที่อัยการส่งมาเท่านั้น และแย้งได้เฉพาะประเด็นที่สามารถกลับความเห็นของพนักงานอัยการได้ ไม่มีอำนาจทำการสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ตรวจสำนวนพิจารณาในกองคดีอาญาทุกระดับ มีผู้พิจารณาก่อนเสนอ พล.ต.ท.เพิ่มพูน มี 4 ราย ซึ่งทุกคนมีอิสระในการเห็นแย้งหรือไม่แย้งคำสั่งของอัยการ โดยผู้ตรวจสำนวนทุกคนมีความเห็นไม่แย้งตรงกัน ส่วน พล.ต.ท.เพิ่มพูน ผู้มีอำนาจในการพิจารณาทำความเห็นไปตาม ป.วิอาญามาตรา 145/1 ไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ&amp;quot; พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบข้อบกพร่องหลายแห่ง จึงจะประมวลเรื่องเสนอ ผบ.ตร.พิจารณาดำเนินการ โดยทาง ผบ.ตร.จะส่งพยานหลักฐานให้อัยการไปดำเนินคดีใหม่ตาม ป.วิอาญา มาตรา 147 ทำให้มีการรื้อคดีนี้ขึ้นมาทำใหม่ 2 ข้อกล่าวหาในส่วนของคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง และข้อหาเสพยาเสพติดประเภท 2 (โคเคน)&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.จารุวัฒน์กล่าวว่า ในส่วนการกระทำความผิดของตำรวจ หากพบจะมีการลงทันฑ์อย่างเด็ดขาด โดยขณะนี้จากการตรวจสอบพบตำรวจที่มีส่วนกับการกระทำความผิดตำแหน่งสูงสุดในขณะนั้นคือระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นใคร เพราะตนเองไม่ใช่คณะกรรมการทางด้านวินัย แต่หนึ่งในนั้นมีชื่อของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ที่จะต้องถูกสอบวินัย และดำเนินคดีตามประมาลกฎหมายอาญามาตรา 157 กับตำรวจทั้ง 14 นาย เป็นพนักงานสอบสวนชุดเก่า 11 นาย และชุดใหม่ 3 นายที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้มีคำสั่ง ตร. ให้ ผบ.ตร.เป็นผู้กำกับดูแลการบริหารราชการในงานกฎหมายและคดีด้วยตนเอง โดยมีผู้ช่วย ผบ.ตร. 5 ราย ช่วยกำกับดูแลในการสั่งคดี สำหรับงานที่มีความสำคัญหรือประชาชนและสังคมให้ความสนใจ ให้ผู้ช่วย ผบ.ตร.เสนอให้ ผบ.ตร.เป็นผู้พิจารณาสั่งการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) กล่าวว่า ได้รับหนังสือเชิญชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ความเห็นต่อที่ประชุมครั้งแรกจากนายวิชา มหาคุณ ประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญากรณีนายวรยุทธ วันที่ 14 ส.ค.นี้ เวลา 14.00 น. โดยตนพร้อมจะเดินทางไปชี้แจงให้ความเห็นถึงประเด็นดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74368</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอส เรดบลู, บอสกระทิงแดง, ผลสอบไม่เห็นแย้งอัยการ, สอบเส้นทางการเงิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัยการสั่งไม่ฟ้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200813/image_big_5f354e6869de1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
