<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/12/2020 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/12/2020 17:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เลิกโอเน็ต &quot;ไม่ต้องเข้าครม.พิจารณา &quot;ณัฏฐพล&quot;เผยใช้ช่องกม.ศธ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ธ.ค.-63ตามที่คณะกรรมการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ไม่ขัดข้องในการยกเลิกการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2563 ตามนโยบายของ รมว.ศธ. อันเนื่องมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 และคณะกรรมการ สทศ.มีความเห็นว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องมีการทดสอบเพื่อประเมินมาตรฐานการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของชาติ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างหลักประกันว่า ทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียมและสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามที่สภาพัฒนาศรษฐกิจฯ กำหนดไว้ และจะได้วิเคราะห์ข้อมูลผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ กรณีการทดสอบ หรือการยกเลิกการทดสอบโอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2563 ต่อ รมว.ศธ.เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่ากากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในการอนุมัติการสอบ ครม.ไม่ได้เป็นผู้อนุมัติการสอบ ดังนั้นตนคิดว่าจึงไม่มีความจำเป็นที่ ครม.จะต้องอนุมัติในการยกเลิก โดยตนจะพิจารณาในกฎหมายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เอง เพราะอะไรที่ไม่มีความจำเป็นต้องซับซ้อนและสามารถบริหารจัดการได้ภายใน ศธ. หรือภายในหน่วยงานเองเราก็จะทำเท่านั้น ไม่เช่นนั้นทุกเรื่องก็จะต้องเข้ารับการพิจารณาจาก ครม.ทั้งหมด เพียงตนมั่นใจว่าทุกหน่วยงานเข้าใจถึงความเหมาะสม และภาระต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2563 นี้ รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ โควิด-19 ที่เรายังไม่สามารถระบุได้ว่าโรงเรียนใดจะเปิดหรือปิดทำการสอน แต่อย่างไรก็ตาม ศธ.ก็ยังคงทำงานร่วมกับ สทศ.เช่นเดิม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88318</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, สทศ., สอบโอเน็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201229/image_big_5feb074429fa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุภัทร&quot;ระบุคำตอบ&quot;สอบ-ไม่สอบโอเน็ต&quot;อยู่ที่ยังจำเป็นหรือไม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23พ.ย.63-&amp;ldquo;ปลัด ศธ.&amp;rdquo; เตรียม หารือ &amp;ldquo;ผอ.สทศ.&amp;rdquo; ประเด็น เลิก-ไม่เลิก สอบโอเน็ต คำตอบสำคัญอยู่ที่ การสอบยังจำเป็นหรือไม่ &amp;nbsp;อีกทั้ง ต้องดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ชี้ทุกวันนี้การสอบโอเน็ตกลับเป็นการทดสอบเพื่อแข่งขันไม่ได้นำผลคะแนนมาพัฒนาเด็กเท่าที่ควร

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มอบหมายให้ตนไปหารือร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เรื่องการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และม.6 ว่า การทดสอบโอเน็ตนี้ จะมีการยกเลิกการสอบหรือคงให้มีการสอบต่อไป ซึ่งในเร็วๆ นี้ ตนจะหารือกับนางศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (ผอ.สทศ.) โดยเบื้องต้นเรื่องการสอบโอเน็ตมีข้อเสนอหลากหลายแนวทาง เช่น จะให้มีการสอบแบบเดิม หรือมีการเปลี่ยนการทดสอบรูปแบบใหม่ เป็นต้น ซึ่งหากไม่มีการสอบโอเน็ตแล้ว การวัดและประเมินคุณภาพมาตรฐานผู้เรียนจะใช้สิ่งใดในการประเมิน เพราะหลักการที่แท้จริงของการสอบโอเน็ต คือ การวัดพัฒนาการของผู้เรียน และอาจจำเป็นจะต้องเริ่มวัดเฉพาะเด็กชั้น ป.6 ที่จะเติบโตในอนาคต เพื่อที่จะเตรียมจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กเหล่านั้น แต่ทุกวันนี้การสอบโอเน็ตกลับเป็นการทดสอบเพื่อแข่งขันไม่ได้นำผลคะแนนมาพัฒนาเด็กเท่าที่ควร

ปลัดศธ. กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่แสดงความคิดเห็นเรื่องปรับการสอบโอเน็ตให้มีการสุ่มสอบในลักษณะเดียวกันกับโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ พิซา ด้วย รวมถึงหากไม่มีการสอบโอเน็ตแล้ว &amp;nbsp;ก็อาจให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นหน่วยทดสอบคุณภาพผู้เรียนเองได้หรือไม่ โดยส่วนตัว มองว่าการวัดคุณภาพหรือความสามารถของผู้เรียนเราวัดจากเนื้อหาการเรียนด้านวิชาการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; อย่างไรก็ตาม การสอบหรือไม่สอบโอเน็ตจะต้องดูภาพรวมทั้งหมดว่าจริงๆ แล้วโอเน็ตยังมีความจำเป็นหรือไม่ &amp;nbsp; เพราะทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่า มีเด็กบางส่วนไม่ได้เข้าสอบโอเน็ต อีกทั้ง การสอบโอเน็ตยังเป็นข้อกำหนดของ สทศ.อยู่ ซึ่งจะต้องดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย และหากไม่มีโอเน็ต จะมีการสอบที่เป็นมาตรฐานกลางสำหรับการวัดคุณภาพผู้เรียนด้วยรูปแบบใดบ้าง &amp;quot; นายสุภัทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84737</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, สทศ., สอบโอเน็ต, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75a9243b161.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สุภัทร&quot;ระบุคำตอบ&quot;สอบ-ไม่สอบโอเน็ต&quot;อยู่ที่ยังจำเป็นหรือไม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23พ.ย.63-&amp;ldquo;ปลัด ศธ.&amp;rdquo; เตรียม หารือ &amp;ldquo;ผอ.สทศ.&amp;rdquo; ประเด็น เลิก-ไม่เลิก สอบโอเน็ต คำตอบสำคัญอยู่ที่ การสอบยังจำเป็นหรือไม่ &amp;nbsp;อีกทั้ง ต้องดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย ชี้ทุกวันนี้การสอบโอเน็ตกลับเป็นการทดสอบเพื่อแข่งขันไม่ได้นำผลคะแนนมาพัฒนาเด็กเท่าที่ควร

นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวว่า ตามที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) มอบหมายให้ตนไปหารือร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เรื่องการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และม.6 ว่า การทดสอบโอเน็ตนี้ จะมีการยกเลิกการสอบหรือคงให้มีการสอบต่อไป ซึ่งในเร็วๆ นี้ ตนจะหารือกับนางศิริดา บุรชาติ ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (ผอ.สทศ.) โดยเบื้องต้นเรื่องการสอบโอเน็ตมีข้อเสนอหลากหลายแนวทาง เช่น จะให้มีการสอบแบบเดิม หรือมีการเปลี่ยนการทดสอบรูปแบบใหม่ เป็นต้น ซึ่งหากไม่มีการสอบโอเน็ตแล้ว การวัดและประเมินคุณภาพมาตรฐานผู้เรียนจะใช้สิ่งใดในการประเมิน เพราะหลักการที่แท้จริงของการสอบโอเน็ต คือ การวัดพัฒนาการของผู้เรียน และอาจจำเป็นจะต้องเริ่มวัดเฉพาะเด็กชั้น ป.6 ที่จะเติบโตในอนาคต เพื่อที่จะเตรียมจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับเด็กเหล่านั้น แต่ทุกวันนี้การสอบโอเน็ตกลับเป็นการทดสอบเพื่อแข่งขันไม่ได้นำผลคะแนนมาพัฒนาเด็กเท่าที่ควร

ปลัดศธ. กล่าวอีกว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่แสดงความคิดเห็นเรื่องปรับการสอบโอเน็ตให้มีการสุ่มสอบในลักษณะเดียวกันกับโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ พิซา ด้วย รวมถึงหากไม่มีการสอบโอเน็ตแล้ว &amp;nbsp;ก็อาจให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นหน่วยทดสอบคุณภาพผู้เรียนเองได้หรือไม่ โดยส่วนตัว มองว่าการวัดคุณภาพหรือความสามารถของผู้เรียนเราวัดจากเนื้อหาการเรียนด้านวิชาการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; อย่างไรก็ตาม การสอบหรือไม่สอบโอเน็ตจะต้องดูภาพรวมทั้งหมดว่าจริงๆ แล้วโอเน็ตยังมีความจำเป็นหรือไม่ &amp;nbsp; เพราะทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่า มีเด็กบางส่วนไม่ได้เข้าสอบโอเน็ต อีกทั้ง การสอบโอเน็ตยังเป็นข้อกำหนดของ สทศ.อยู่ ซึ่งจะต้องดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย และหากไม่มีโอเน็ต จะมีการสอบที่เป็นมาตรฐานกลางสำหรับการวัดคุณภาพผู้เรียนด้วยรูปแบบใดบ้าง &amp;quot; นายสุภัทรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84736</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, สทศ., สอบโอเน็ต, สุภัทร จำปาทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75a9243b161.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83988</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2020 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2020 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;สพฐ.&quot;ชงข้อมูล&quot;เลิกสอบโอเน็ต &quot;16พ.ย. เริ่มปีการศึกษานี้ทันหรือไม่  ถามมหา&#039;ลัยแล้วไม่ขัดข้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

16 พ.ย.63- สพฐ. เตรียมชงข้อมูล ผลการศึกษา &amp;quot;ถ้าเลิกสอบโอเน็ต&amp;quot; มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน กระทบอะไรบ้าง และยกเลิกภายในปีการศึกษานี้ทันหรือไม่ ในวันที่ 16 พ.ย.นี้ &amp;nbsp;ด้าน&amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot;เผยมหาวิทยาลัย ไม่ขัดข้องถ้ายกเลิกนำคะแนนโอเน็ตไปใช้การคัดเลือกศึกษาต่อ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการพิจารณาการจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ปีการศึกษา 2563 ว่า ขณะนี้ทางสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ส่งหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการจัดสอบโอเน็ตมาให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาแล้ว โดยตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการศึกษาในรายละเอียดถึงกระทบทั้งภายนอกและภายใน ว่าจะมีในประเด็นใดบ้าง หากไม่มีการจัดสอบโอเน็ต ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งคาดว่า สพฐ.จะรายงานผลได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้สำหรับการสอบโอเน็ต ระดับชั้น ม.6 ในปีการศึกษานี้ยังคงต้องมีการจัดสอบ เนื่องจากผลคะแนนโอเน็ตยังเป็นสัดส่วนหนึ่งของการประมวลผล เพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม ตนได้รับรายงานจากนายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) ว่า ได้มีการหารือร่วมกับกลุ่มมหาวิทยาลัย พบว่า หาก ศธ.มีนโยบายชัดเจน ว่า การยกเลิกการสอบโอเน็ต ระดับ ม.6 มหาวิทยาลัยมีพร้อมที่จะเปลี่ยนไม่นำคะแนนโอเน็ตมาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา เพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย

ด้านนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ตนจะเสนอผลสรุปในประเด็นที่ สทศ.มีข้อห่วงใยต่อการจัดหรือไม่จัดสอบโอเน็ต ว่า สพฐ.จะดำเนินการอย่างไร และถ้าต้องมีการยกเลิกการจัดสอบโอเน็ต ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะมีอะไรบ้างในระยะเร่งด่วน เช่น การดำเนินการในบางเรื่อง มีกฎหมายกำหนดว่าต้องมีการประกาศล่วงหน้า เป็นระยะเวลาเท่าไร เป็นต้น อีกทั้งหากมีการยกเลิกภายในปีการศึกษานี้ จะทำได้หรือไม่ อย่างไร และจะมีการสอบ หรือ วิธีการใดที่จะสามารถนำมาใช้ทดแทนโอเน็ตได้บ้าง โดย สพฐ.จะเสนอข้อสรุปทั้งหมดให้ รมว.ศธ.เป็นผู้พิจารณาตัดสินใจ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83988</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, สอบโอเน็ต, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f758359aed8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่อปรับรูปแบบสอบโอเน็ต &quot;อัมพร&quot;แย้ม อาจใช้วิธีสุ่มสอบ แค่เด็กบางชั้นเรียน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12พ.ย.63-นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ทั้งนี้ในส่วนของการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาได้มีการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงการวางแนวทางปรับการทดสอบแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ที่ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการว่าจะมีปรับให้มีการสอบเฉพาะเด็กบางชั้นเรียนหรือสุ่มสอบ หรือจะสร้างการทดสอบที่เป็นมาตรฐานกลางมาวัดคุณภาพผู้เรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนั้น &amp;nbsp;ยังมอบนโยบาย การสร้างโอกาสทางการศึกษาของเด็กทุกระดับอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็กด้อยโอกาส กลุ่มเด็กพิการให้แก่ผู้บริหาร สพฐ.ทุกคนและกำชับผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศ ว่าหน้าที่หลักของ สพฐ.จะต้องดูแลเด็กทุกกลุ่มเหล่านี้ได้รับโอกาสอย่างทั่วถึง พร้อมกับสำรวจว่าที่ผ่านมาเราดูแลเด็กกลุ่มด้อยโอกาสได้ดีพอหรือยัง ขณะที่กลุ่มเด็กอัจฉริยะจะต้องมีการสนับสนุนและสร้างโอกาสให้เด็กเหล่านี้ได้รับการเติมเต็มศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยให้เด็กได้มีทางเลือกเรียนตามความถนัดของตัวเอง เช่น โรงเรียนทางเลือก โรงเรียนเฉพาะทางที่มีความโดดเด่นด้านกีฬา ดนตรี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้ง กำชับความปลอดภัยในสถานศึกษา ไม่ใช่แค่ปัญหาการบูลี่ ครูรคุกคามทางเพศเท่านั้น แต่รวมไปถึงความปลอดภัยด้านการป้องกันภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ไฟป่า และระบบไฟฟ้าภายในโรงเรียน ขณะเดียวกันได้วางมาตรการเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 หากกลับมาระบาดอีกรอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83640</URL_LINK>
                <HASHTAG>สอบโอเน็ต, อัมพร พินะสา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201022/image_big_5f9145abe9ce9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมดยุคจริงๆ !ผอ.รร.ประสานเสียงควรยกเลิก&quot;สอบโอเน็ต&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.63-จากกรณีที่กลุ่มนักเรียนเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยกเลิกการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ส่งผลให้การเรียนการสอนในโรงเรียนทำได้ไม่เต็มที่จนไม่สามารถที่จะให้มีการทดสอบโอเน็ตได้นั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภูมิสิษฐ์ สุคนธวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนโพธิสารพิทยากร กล่าวว่า ส่วนตัวตนยินดีให้มีการยกเลิกการสอบโอเน็ต เพราะการสอบโอเน็ตเหมือนเป็นการตัดเสื้อโหลให้เด็กทั้งประเทศใส่ &amp;nbsp;ซึ่งจะนำคะแนนโอเน็ตมาวัดกับเด็กทุกคนทั่วประเทศไม่ได้ เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีทักษะที่แตกต่างกัน เช่น จะนำคะแนนโอเน็ตของเด็กเตรียมอุดมศึกษาไปเทียบกับเด็กโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เป็นต้น ทั้งนี้ตนมองว่าหากจะมีการวัดมาตรฐานการศึกษาของแต่ละโรงเรียนควรจะปรับวัดตามบริบทของโรงเรียนหรือตามสมรรถนะของผู้เรียน เพราะขณะนี้หลักสูตรการเรียนการสอนได้ปรับเปลี่ยนไปหมดแล้ว ดังนั้นมหาวิทยาลัยก็ควรปรับการรับเด็กเรียนต่อสถาบันอุดมศึกษาด้วย ซึ่งมหาวิทยาลัยอยากได้เด็กแบบไหนก็กำหนดมาตรฐานมาเองได้ ซึ่งจะทำให้เด็กไม่ต้องเกิดการแข่งขันเข้าเรียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้าน นายเขษมชาติ อารีมิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบวรนิเวศ กล่าวว่า โรงเรียนเห็นด้วยที่อยากจะให้ยกเลิกการสอบโอเน็ตทุกช่วงชั้น เพราะการสอบโอเน็ตส่งผลให้นักเรียนเกิดการแข่งขันผู้เรียนไม่ได้ประโยชน์เด็กมีความเครียดและกดดันจนทำให้ต้องไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม รวมถึงมีภาระค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กม.6 สารพัดการสอบทั้งโอเน็ต การสอบGAT/PAT และการสอบสามัญ 9 วิชา &amp;nbsp;อีกทั้งการสอบโอเน็ตเป็นเพียงการโอ้อวดให้โรงเรียนนั้นๆมีชื่อเสียงมีป้ายติดหน้าโรงเรียนว่าเด็กได้คะแนนสอบสูง ส่วนการคัดเลือกบุคคลเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่จำเป็นต้องใช้คะแนนโอเน็ต โดยมหาวิทยาลัยอยากได้เด็กประเภทไหนก็สามารถออกแบบการคัดเลือกได้เอง ดังนั้นจึงไม่ควรใช้มาตรฐานเดียวกันมาวัดคุณภาพเด็ก แต่ควรให้โรงเรียนคิดมาตรฐานการวัดขึ้นมาเอง เพราะโรงเรียนแต่ละแห่งมีความโดดเด่นแตกต่างกันไม่สามารถเปรียบเทียบกับโรงเรียนในเมืองได้ ซึ่งการสอบโอเน็ตคือการสร้างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุพจน์ หล้าธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ กล่าวว่า หากมีนโยบายยกเลิกการสอบโอเน็ตควรประกาศล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้เด็กและครูได้มีการเตรียมตัวและเตรียมการสอนอย่างเต็มที่ โดยส่วนตัวมองว่าหากยกเลิกการสอบโอเน็ตก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ควรมีข้อสอบที่เป็นมาตรฐานกลางระดับชาติ เพื่อใช้วัดมาตรฐานคุณภาพโรงเรียนของเด็กแต่ละช่วงชั้นในการแข่งขันกับนานาประเทศ เพราะแต่ละโรงเรียนมีบริทที่แตกต่างกัน ซึ่งการวัดมาตรฐานจะต้องไม่สร้างความเหลื่อมล้ำด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79878</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกเลิกสอบโอเน็ต, สอบโอเน็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ef524e8723.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;เผยผลโหวตสอบโอเน็ต 80%  ให้ยกเลิก  ยันฟังความเห็นเด็กและเห็นด้วย  ว่าต้องรื้อระบบการศึกษาแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
18ก.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ในช่วง 2&amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังจากได้เปิดช่องทางรับข้อเรียกร้อง ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของนักเรียน ผ่านเว็บไซต์ www.nataphol.com และช่องทางอื่นๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ ทุกประเด็นทางกระทรวงศึกษาธิการถือเป็นเรื่องต้องรับมาพิจารณาและดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;ทุกเรื่องที่น้องๆ เสนอเข้ามาในทุกช่องทางที่ผมเปิดไว้ ผมได้รับรู้และรับทราบทุกข้อ และในหลายๆ เรื่อง ผมได้เรียกให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับทราบข้อมูลและให้ดำเนินการแก้ไขเป็นการเร่งด่วน ซึ่งบางเรื่องได้ดำเนินการไปแล้ว และบางเรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการ ผมมีความชัดเจนที่ต้องการรื้อระบบการศึกษา ซึ่งหลายเรื่องกว่าจะมีผลสำเร็จต้องใช้ระยะเวลา แต่ขอให้น้องๆ มั่นใจว่า ผมเห็นด้วยกับทุกๆ ฝ่าย ที่ต้องมีการรื้อระบบการศึกษาไทย ให้สอดคล้องกับทศวรรษที่ 21&amp;rdquo; นายณัฏฐพลกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รมว.ศธ.ยังกล่าวถึง การยกเลิกการสอบ O-NET ในช่วงแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีนี้ ตนได้เรียกสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มาพูดคุย และให้ร่วมหารือกับคณะกรรมการ สทศ. เพื่อสรุปแนวทางปฏิบัติ รวมถึงแก้ไขข้อติดขัดต่างๆ หากมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการสอบ แต่ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์การวัดผลอื่นๆ มาทดแทนด้วย ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการยกเลิกการสอบในบางระดับชั้นหรือทุกชั้นหรือเลือกที่จะสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพลกล่าวว่า สำหรับช่องทางการสำรวจ ซึ่งเปิดให้มีการโหวตผ่าน&amp;nbsp;www.nataphol.com&amp;nbsp;ปรากฏว่า ในเบื้องต้นมีผู้เข้ามาร่วมโหวตมากกว่า 20,000&amp;nbsp;โหวต ซึ่งเสียงโหวตส่วนใหญ่กว่า 80% แสดงความคิดเห็นต้องการให้ยกเลิก O-NET&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัญหาการคุกคาม รวมถึงการถูกครูล่วงละเมิดทางเพศ ที่มีการเรียกร้องนั้น รมว.ศธ. ย้ำว่า ตนเองให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เป็นอย่างมาก ซึ่งนับตั้งแต่การเปิดศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนและนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) สายด่วน 1579&amp;nbsp;เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และ เว็บไซต์&amp;nbsp;www.nataphol.com&amp;nbsp;มีประโยชน์ต่อผู้ถูกกระทำ เพราะมีการร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก และการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ ศธ. ได้ดำเนินการเอาผิดผู้กระทำความผิดได้ทันท่วงที และไล่ออกไว้ก่อน พร้อมยกเลิกใบประกอบวิชาชีพครู รวมแล้วกว่า 16&amp;nbsp;กรณี จากอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการแต่อย่างใด รวมถึงการคุกคามด้านอื่นๆ ในโรงเรียนก็ต้องให้มีความเข้มข้น &amp;ldquo;โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยจากการคุกคาม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล ย้ำอีกว่า การแก้ไขปัญหาในทุกๆ เรื่องนั้น สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกับน้องๆ นักเรียนและอีกหลายภาคส่วน และตนเชื่อมั่นว่า น้องๆ นักเรียนจะเป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนร่วมด้านปฏิรูปด้านการศึกษาไทยจนเกิดผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกการร้องเรียน ผมจะเก็บเป็นความลับ ขอให้ทุกคนมั่นใจ ผมเชื่อว่าข้อเรียกร้องของน้องๆ ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทยในวันนี้ น้องๆ ยังคงสามารถใช้ช่องทาง&amp;nbsp;nataphol.com&amp;nbsp;และช่องทางของ ศธ. ได้ โดยส่วนตัวเชื่อว่า น้องๆ อาจไม่ได้คิดที่อยากจะออกไปชุมนุมด้วย เพราะข้อเรียกร้องที่มานั้นได้รับการแก้ไขแล้ว และบางเรื่องก็อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ&amp;rdquo;นายณัฏฐพลกล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำไปยังผู้อำนวยการสถานศึกษาทั่วประเทศ ให้เปิดรับฟังข้อร้องเรียน พร้อมทำความเข้าใจกับน้องๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมว่า ประเด็นปัญหาสำคัญของประเทศในขณะนี้ คือเรื่องปากท้องของประชาชน และปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถือเป็นลำดับต้นๆ ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ และร่วมมือกันแก้ไขอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดังนั้น ในช่วงนี้ เราควรสร้างโอกาสและข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ในสถานการณ์ที่ไทยอยู่ในจุดที่ได้เปรียบกรณีการรับมือจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;เพราะไทยเป็นประเทศที่อยู่ในลำดับต้นๆ ในการรับมือได้ดีที่สุด ซึ่งนี่คือจุดแข็งของไทย ที่นานาประเทศให้ความชื่นชม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังจากนายณัฏฐพลได้มอบนโยบายให้ สพฐ. สั่งการให้โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ เปิดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน มีโรงเรียนทั้งสิ้น 1,015&amp;nbsp;โรงเรียน ใน ๔๗ เขตพื้นที่การศึกษา มีนักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็นรวม 29,584&amp;nbsp;คน โดยแบ่งเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นระดับชั้นประถมศึกษาใน ๑๘ เขตการศึกษา 176&amp;nbsp;โรงเรียน มีนักเรียนร่วมแสดงความเห็น2,218 คน เป็นเวทีแสดงความคิดเห็นระดับชั้นมัธยมศึกษาใน 29&amp;nbsp;เขตการศึกษา จำนวน 839 &amp;nbsp;โรงเรียน นักเรียนแสดงความเห็น 27,344&amp;nbsp;คน รวมถึงโรงเรียนเฉพาะทาง 48 &amp;nbsp;แห่ง ศูนย์การศึกษาพิเศษ 77&amp;nbsp;ศูนย์ และโรงเรียนสงเคราะห์อีก 52&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยประเด็นที่มีการแสดงความเห็นเป็นหัวข้อเดียวกันกับการชุมนุมของเด็กนักเรียนที่ผ่านมา ได้แก่ ปัญหาด้านการเรียนการสอน ที่ยังมีความเหลื่อมล้ำในระบบ การแข่งขันของคุณครูที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอน ไม่เห็นด้วยกับการสอบ O-NET เนื่องจากบริบททางการศึกษาของแต่ละโรงเรียนและแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน ปัญหาด้านเครื่องแบบนักเรียน และทรงผม ปัญหาการใช้พฤติกรรมรุนแรง กลั่นแกล้ง รังแกผู้อื่นทั้งทางวาจาและร่างกาย รวมถึงการปรับปรุงสภาพโรงเรียนให้มีความเหมาะสมมากขึ้น ส่วนการแสดงออกทางความคิดเห็น ต้องการให้ผู้ใหญ่เปิดใจรับฟังความคิดเห็นในมุมที่แตกต่าง เนื่องจากความแตกต่างระหว่างวัย ประสบการณ์ และทัศนคติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77865</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ระบบการศึกษา, สอบโอเน็ต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64a90c72b84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
