<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2020 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2020 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ว.สมชาย&#039;หนุน&#039;ลุงตู่&#039;ถ้าจะเอาอยู่สงกรานต์นี้ห้ามขายเครื่องดื่มมึนเมาทั้งประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 เม.ย.63 - นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสตฺข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ภายหลังกรุงเทพมหานคร(กทม.)ออกประะกาศห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดระหว่างวันที่10-20เม.ย.นี้ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขอบคุณผู้ว่ากทมและผู้ว่าราชการจังหวัด10จังหวัดที่ประกาศห้ามจำหน่ายสุราและเครื่องดื่มมึนเมาแล้ว
แต่ถ้าจะเอาให้อยู่สงกรานต์นี้ ต้องให้นายกลุงตู่ประกาศข้อกำหนดศบคห้ามพร้อมกันทั้งประเทศครับ
จึงจะเอาอยู่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62688</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมชาย แสวงการ, สะกัดไวรัสโควิด-19, ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190111/image_big_5c385e137260d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เอาจริง!นายกฯประเมินมาตรการทุกวันครบ1สัปดาห์หากตัวเลขผู้ป่วยยังพุ่งคอร์ฟิว24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

3 เม.ย.63-นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประกาศเคอฟิวส์ของรัฐบาล ห้ามประชาชนออกจากบ้าน ในเวลา 22.00-04.00 น. ซึ่งมีผลในเย็นวันนี้ นั้น ถือเป็นข้อกำหนดฉบับที่ 2 ในการประกาศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังมีข้อกำหนดฉบับที่ 1 ออกมา ก่อนหน้านี้แล้วให้ปิดสถานที่ต่างๆ แต่ยังพบว่าประชาชนยังทำกิจกรรมรวมตัวกัน ที่มีความเสี่ยงติดเชื้อโควิด 19 ได้ ซึ่งบางจังหวัดผู้ว่าราชการได้ใช้อำนาจออกคำสั่งห้ามประชาชนออกจากเคหะสถานไปบ้างแล้ว จึงนำมาสู่ในที่ประชุม ศบค.เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ซึ่งนายกฯ เห็นว่าควรจะประกาศสำหรับทั่วราชอาณาจักร เพื่อควบคุมโรคให้ได้ เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อยังเพิ่มขึ้นที่หลักร้อยทุกวัน ซึ่งรัฐบาลไม่อยากใช้ยาแรง แต่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องดำเนินการเช่นนี้ เพื่อลดการรวมกลุ่มของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะมีการประเมินข้อกำหนดที่ประกาศล่าสุดนี้ ทุกวัน ตลอด 1 สัปดาห์ หากมีตัวเลขผู้ป่วยยังเพิ่ม มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการพิจารณาประกาศเคอฟิวส์ ตลอด 24 ชั่วโมง แต่หากตัวเลขลดลง อาจจะคงหรือผ่อนคลายมาตรการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯไม่อยากใช้ยาแรงหากได้รับความร่วมมือกับประชาชน โดยเฉพาะ การเคลื่อนที่ให้น้อยที่สุด อย่าออกจากบ้านถ้าไม่จำเป็น โดยให้ทำงานที่บ้าน และแม้จะอยู่บ้านแล้ว ก็ต้องเว้นระยะห่าง ซึ่งเป็นเรื่องที่รณรงค์กันในขณะนี้ เพราะนายกฯห่วงใยประชาชน อย่างจริงใจ โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคม ที่ยังไม่ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่ &amp;ldquo; นางนฤมลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรี เข้าใจดีว่า ยังมีความจำเป็นสำหรับบุคคลบางกลุ่มที่ยังจะต้องออกมาทำงานในช่วงเวลาประกาศเคอร์ฟิว โดยเฉพาะผู้ปฎิบัติงานทางด้านการแพทย์ การธนาคาร ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ผลผลิตทางการเกษตร ยา เวชภัณฑ์ เครื่องมือทางการแพทย์ หนังสือพิมพ์ น้ำมันเชื้อเพลิง วัสดุภัณฑ์ หรือกลุ่มคนที่ทำงานเป็นกะ เพียงแต่ว่ากลุ่มคนเหล่านี้ต้องมีเอกสารรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ถึงความจำเป็นในการเดินทาง ส่วนคนที่เจ็บป่วยก็มีข้อยกเว้นเช่นกัน ส่วนคนที่ไม่มีเหตุจำเป็นแต่ยังออกจากเคหะสถาน ก็มีโทษตามที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61895</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล  ภิญโญสินวัฒน์, ประกาศเคอร์ฟิว, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.)., สะกัดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70c51523ba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เสียงจากคนในพื้นที่&#039;ผู้ก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย&#039;ชี้ตั้งด่านตรวจวัดไข้เปล่าประโยชน์แนะใช้อสม.ได้ผลกว่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 เม.ย.63 - นายธนชาติ ไชยทองพันธ์ ผู้ก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)&amp;nbsp; อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร กล่าวถึงการแก้สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ในขณะนี้มาตราการที่รัฐบาลใช้ในการป้องกันเฝ้าระวังโควิดดูเหมือนจะได้ผลในระดับหนึ่งแต่ในความเป็นจริงกลับสร้างภาระโดยไม่จำเป็นให้กับประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐรวมถึงงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ เช่น การตั้งด่านตรวจวัดไข้ประชาชนทั่วประเทศที่สัญจรในส่วนนี้รัฐได้เสียงบประมาณและกำลังคนไปมากเหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะการตรวจวัดไข้ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าใครติดเชื้อไวรัสโควิดแล้วหรือยัง ซึ่งความเป็นจริงแล้วมีวิธีง่ายกว่านี้อีกมาก เช่น ใช้ อสม. และหน่วยปกครองเฝ้าในเขตหมู่บ้านเมื่อมีบุคคลมาจากภายนอกก็นำตรวจไปตรวจที่รพ.สต.(โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล) เพื่อคัดกรองต่อไป วิธีนี้จะง่ายและได้ผลกว่าเพราะคนในหมู่บ้านจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนที่ออกมาตรการกว้างมาบังคับบุคคลทั่วไปจนประชาชนไม่สามารคทำมาหากินในทางปกติได้ซึ่งส่งผลเสียหายในทางเศรษฐกิจเป็นวงกว้างโดยไม่จำเป็น ในความเป็นจริงการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินควรจะบอกถึงวิธีปฎิบัติกับบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น มีบทลงโทษกับผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย และเรียกบุคคลที่เข้าไปในพื้นที่ที่มีบุคคลที่มีเชื้อโควิดมากักตัว หลังจากทราบว่าบุคคลดังกล่าวไปสถานที่ใดมาบ้าง เช่น กรณีการแพร่ระบาดสนามมวย ก็ประกาศให้คนที่เข้าไปสนามมวยในวันนั้นทั้งหมดมารายงานตัว หากไม่มาต้องมีบทลงโทษ หากนำบุคคลมาได้ทั้งหมดก็พบผู้ที่มีภาวะเสี่ยง แล้วใช่มาตรการจำกัดพื้นที่ควบคุมคนที่เกี่ยวข้อง ไม่เป็นการสร้างภาระกับคนอื่นทั้งประเทศ&amp;quot;นายธนชาติ&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนชาติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ควรจะมีบทลงโทษบุคคลที่ตรวจพบเชื้อปกปิดข้อมูล โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขมีอำนาจดำเนินการทั้งหมดในการสืบสวนและติดตามตัว ที่นำเสนอเป็นการปฎิบัติแบบง่าย และไม่จำเป็นต้องขยายวงให้สับสนวุ่นวายกับประชาชนที่ทำมาหากินในทางปกติ สิ่งทีนำเสนอมานี้ก็เพื่อช่วยและเป็นกำลังใจให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติไม่ต้องลำบากโดยไม่จำเป็น และเชื่อว่าจะสกัดการแพร่ระบาดได้โดยไม่กระทบการใช้ชีวิตประชาชนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งด่านคัดกรองโควิด-19, ธนชาติ ไชยทองพันธ์, พรรคสามัคคีไทย, สะกัดไวรัสโควิด-19, อสม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e869ae14c0c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 08:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ดร.กิตติธัช&#039;ชี้สาเหตุทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะรัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว4ทุ่มถึงตี 4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.63 - ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Kittitouch Chaiprasith&amp;nbsp; ภายหลังรัฐบาลประกาศคอร์ฟิวสะกัดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุของการประกาศเคอร์ฟิว 4 ทุ่มถึงตี 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันอยู่ในสิ่งที่ปรากฎก่อนหน้านี้แล้วครับ ว่าแม้จะมีการขอความร่วมมือให้อยู่บ้านและไม่ออกมาแพร่เชื้อ แต่ก็ยังมีคนที่ออกมาเที่ยวกลางคืนมากมาย โดยไม่สนใจสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และพวกเขาก็ไม่สนด้วยว่าผับจะปิดหรือไม่ เพราะพวกเขาสามารถมารวมตัวกันปาร์ตี้ได้ในทุกสถานที่ และไม่มีการป้องกันตัวที่ดีด้วย อันนี้แหละครับที่น่ากลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญคือ มันเกิดขึ้นทั่วประเทศครับ ไม่ว่าจะภาคกลาง เหนือ ใต้ ตะวันออก มีครบหมด และมีผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนจากกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือสาเหตุว่าทำไมทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจำนวนกว่า 7 รายซึ่งเป็นที่ปรึกษานายรัฐมนตรี ถึงแนะนำให้รัฐบาลออกมาตรการเคอร์ฟิวดังกล่าว!
&amp;nbsp;----------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 18 มีนาคม 2563 : นศ.ม.ดัง ไม่แคร์ โควิด ระบาด วิจารณ์สนั่นเรียนออนไลน์ แต่ผับแน่นเอี๊ยด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_3773423&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 22 มีนาคม 2563 : สุดอึ้ง วัยรุ่นไม่หวั่นโควิด-19 ผับ-ห้าง ถูกสั่งปิด ย้ายมานั่งชิลริมหาดวอน บางแสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.sanook.com/news/8059966/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 28 มีนาคม 2563 : หนุ่มสายปาร์ตี้ป่วยโควิด-19 เปิดไทม์ไลน์ไปเที่ยวผับ-ตลาดนัด สูบบุหรี่ร่วมกับเพื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.sanook.com/news/8065402/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- 31 มีนาคม 2563 : 25 วัยรุ่นไม่สน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-โควิด เช่าแพริมแม่น้ำเจ้าพระยาปาร์ตี้ยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.matichon.co.th/covid19/thai-covid19/news_2107228&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61887</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.  กิตติธัช ชัยประสิทธิ์, ทีมแพทย์มือหนึ่งของไทย, ประกาศเคอร์ฟิว, สะกัดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c58a474ee0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61886</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 07:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ทูตนริศโรจน์&#039;มีคำตอบทำไมรัฐต้องออกมาตรการจากเบาไปหาหนักสะกัดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3 เม.ย.63 - นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj&amp;nbsp; ภายหลังรัฐบาลประกาศคอร์ฟิวเพื่อสะกัดการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมรัฐต้องออกมาตรการจากเบาไปหาหนัก แบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะสังคมไทยเป็นสังคมแบบกระต่ายตื่นตูม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการที่เริ่มจากเบาไปหาหนัก จะทำให้ผู้คนค่อยๆปรับตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าประกาศแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า มันอาจสร้างความโกลาหล จนถึงขั้นจลาจลได้และมันจะยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปโดยใช่เหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆปรับตัวไป มันจะ smooth กว่า ซึ่งคิดว่าตอนนี้บ้านแต่ละหลังคาเรือนก็อยู่ในความพร้อมกันพอสมควรแล้ว มิใช่หรือ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทุกอย่างพร้อม ถ้ามีมาตรการที่หนักกว่านี้ออกมา หากสถานการณ์มันรุนแรงขึ้น อย่างน้อยคนไทยก็พอเอาตัวกันรอดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ผมสอบถามเพื่อนๆผมที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ ซึ่งขนาดประเทศพวกเขามีมาตรการที่รุนแรงห้ามคนแล้ว แต่มันก็ไม่ดีขึ้นอย่างไร ซ้ำร้ายผู้คนที่ติดในบ้านก็แทบประสาทกิน ข้าวปลาอาหารก็ฝืดเคือง เพราะเตรียมตัวไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในไทยที่เรามีมาตรการจากเบาไปหาหนัก สอดคล้องประสานกับมาตรการทางการแพทย์ตอนนี้ ถือว่าเรา &amp;ldquo;เอาอยู่&amp;rdquo; ได้ดีทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดวัดกันได้จากจำนวนสถิติของไทยเทียบกับประเทศต่างๆครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61886</URL_LINK>
                <HASHTAG>นริศโรจน์ เฟื่องระบิล, ประกาศเคอร์ฟิว, สะกัดไวรัสโควิด-19, หักด้ามพร้าด้วยเข่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca3ded6bbda7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะเอาโมเดลไหน?&#039;หมอธีระวัฒน์&#039;เปิด3มาตรการสู้ภัยไวรัสโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 63 -ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;ครึ่งประเทศ รอให้ติด เพื่อมีภูมิคุ้มกันหมู่จะเอาโมเดลไหน ?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ภาคธุรกิจขนาดใหญ่เท่าที่ทราบ พร้อมเข้าช่วยรัฐบาลในช่วงปิด 21 วัน โดยกฎอัยการศึก และคนรายได้น้อยต้องไม่ถูกกระทบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคนอย่างน้อยครึ่งประเทศติดเชื้อถ้าไม่ตายไปเสียก่อน ก็จะมีภูมิคุ้มกันและเริ่มทำให้ประเทศปลอดภัย
จำได้หรือไม่วิธีการเช่นนี้คือวิธีการเดียวกันกับที่เราต้องฉีดวัคซีนให้หมาทั่วประเทศอย่างน้อย 60% เพื่อควบคุมโรคพิษสุนัขบ้านั่นคือการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่&amp;nbsp; (herd immunity)
ใน covid 19 เมื่อติดเชื้อ คน 80% อาการน้อยหายเอง&amp;nbsp; และจะเป็นหนุ่มสาวที่ไม่มีโรคประจำตัวแต่กลายเป็นคนแพร่เชื้อที่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; (แต่เจอจังๆ ตายได้)
20% ที่เหลือมักจะเป็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนสูงอายุ 65 ปีขึ้นไปมีโรคประจำตัว&amp;nbsp; ถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาล อัตราตายอาจสูงถึง 20-50% ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โมเดล
1- ถ้าปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติตามยถากรรมไม่มีการควบคุม และแน่นอนไม่มีทรัพยากรในการรักษาได้ทั่วถึง จะสงบได้โดยเร็วแต่เสียชีวิตมหาศาล ระบบสาธารณสุขย่อยยับ เจ้าหน้าที่เสียหายมหาศาล
2- ควบคุมเท่าที่จะทำได้ตามระดับ โดยหวังให้ประชาชนมีวินัย งดการชุมนุม&amp;nbsp; รวมกลุ่ม สถานบริการสถานบันเทิงรวมทั้งควบคุมโรงงานมีการทำงานแออัด งดเทศกาลทุกชนิด&amp;nbsp; ป้องกัน จำกัดการแพร่ในที่สาธารณะ
2.1 ควบคุมอย่างเข้มงวดโรคจะไหลไปเอื่อยๆ จนประมาณเจ็ดถึงเก้าปีหรือเมื่อมีวัคซีน&amp;nbsp; แต่หมายความว่าทุกคนจะต้องถือสันโดษ ตลอด
2.2 ควบคุมได้ระดับหนึ่งไม่เท่ากับ 2.1 โรคจะปะทุขึ้นอย่างรุนแรงภายในสองปี&amp;nbsp; และสงบเพราะในแต่ละเดือนจะต้องยอมให้เกิดคนติดเชื้อ&amp;nbsp; 30 ล้าน คน หารด้วย 24เดือน แต่ละเดือนจะมีคนติดเชื้อ&amp;nbsp; เป็นแสน และความเสียหายจะเห็นได้แบบเดียวกับข้อหนึ่ง&amp;nbsp; แม้จะน้อยกว่าบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3- มาตรการเข้มปิดบ้าน ปิดประเทศ&amp;nbsp; shelter in place 21 วัน
พันระยะฟักตัว&amp;nbsp; และระยะแพร่เชื้อ
สำหรับคนที่มีอาการน้อยซึ่งจะหายเองทั้งหมดโดยไม่ต้องมีการรักษาใดๆ แต่ถ้าอาการมากก็รีบรับตัวเค้าไปรักษาที่โรงพยาบาล
มาตรการนี้ทำสำเร็จในประเทศจีนแม้ว่าจะทำหลังจากที่มีการระบาดมหาศาลในประเทศแล้วก็ตาม
มาตรการนี้จะทำให้ประเทศสะอาดและกลับมาดำเนินชีวิตมีเทศกาลได้ &amp;ldquo;ใกล้เคียงแต่ไม่ถึงกับปกติ&amp;rdquo; ภายในเวลาอันรวดเร็ว&amp;nbsp; โดยยังต้องมีระยะห่าง 2 เมตรทั้งการทำงานในสถานที่ทำงาน ในโรงงาน&amp;nbsp; ในรถโดยสารสาธารณะ&amp;nbsp; แต่ทำให้มีความเชื่อมั่นจากทั้งในและนานาประเทศและสามารถที่จะเลือกนักท่องเที่ยวจากพื้นที่ใดก็ได้
มาตรการนี้ไม่ใช่มาตรการที่ทำไม่ได้ทางเพราะภาคธุรกิจเอกชนพร้อมที่จะให้คำแนะนำและช่วยรัฐบาลอย่างเต็มที่ในขณะที่ดำเนินการอยู่ และต้องคำนึงถึงคนที่หาเช้ากินค่ำเป็นอันดับแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสำคัญก็คือ มาตรการนี้หลังจาก 21 วัน&amp;nbsp; จะมีกระบวนการตรวจคนที่ติดเชื้อไปแล้ว หรือคนที่ติดเชื้อใหม่ได้อย่างรวดเร็วและราคาถูกกว่าที่ปฏิบัติกันอยู่ ณ ขณะนี้&amp;nbsp; และก้น ไม่ให้มีระลอกที่สองที่สามเกิดขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สู้ร่วมกัน ไม่งมงาย ศึกษาข้อมูล
รักทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60373</URL_LINK>
                <HASHTAG>3โมเดลสู้ไวรัสโควิด, นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา, ปิดประเทศ21วัน, สะกัดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190116/image_big_5c3e9bbd237d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 11:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> มท.1สั่งปิดสถานบริการผับ-บาร์ทั่วประเทศ14วันวอนปชช.อยากชนะโควิด-19ต้องร่วมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20มี.ค.63-ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการบัญชาการสถานการณ์เกี่ยวกับการป้องกันถ้าระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้สั่งการไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมใกล้ชิด รวมถึงสั่งการให้สถานบันเทิง สถานบริการ สนามมวย ใน กทม.ปิดเวลา 14 วัน สำหรับต่างจังหวัดให้คณะกรรมการจังหวัดที่มี ผวจ.เป็นประธาน เป็นผู้พิจารณาปิดหรือไม่ปิดสถานที่ยกตัวอย่าง จ.พิษณุโลก คณะกรรมการแจ้งว่ายังไม่พบการแพร่ระบาด ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปถึงทุกจังหวัดตามข้อพิจารณาเรื่องการปิดผับและสถานบันเทิงไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนและคาดว่านับตั้งแต่วันนี้ทุกจังหวัดจะปิดสถานบริการผับบาร์ทั้งหมดทั่วประเทศ14วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศไปแล้ว มี 68 ด่านชายแดน ท่าเรือ ท่าอากาศยาน ขาดเพียงด่านชายแดนถาวร 5 แห่ง ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะไปพิจารณาประกาศปิดเพิ่ม รวมทั้งหมดเป็น 73 แห่ง นอกจากนั้นได้ปิดจุดผ่อนปรน 51 แห่ง สำหรับจุดผ่านแดนถาวรจะพิจารณาเท่าที่จำเป็นต่อการสัญจรระหว่างแดนเหลือจังหวัดละหนึ่งแห่ง หรือถ้ามีความจำเป็นผู้ว่าราชการสามารถสั่งปิดได้ทั้งหมด ส่วนจังหวัดเชียงรายที่มีพรมแดนติดกับ 3 ประเทศ จะยกให้เป็นกรณีพิเศษ สำหรับมาตรการที่จะดำเนินการกับผู้ผ่านเข้าออกต้องพิจารณาอย่างรัดกุมทั้งกับคนไทยและชาวต่างชาติ ที่มาจาก 4 ประเทศกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งบุคคลมาจากประเทศที่มีการระบาดต่อเนื่องจำนวน 11 ประเทศ ต้องกักตัว14 วัน ซึ่งกำชับให้ทุกจังหวัดดำเนินการอย่างรัดกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะขอร่วมมือประชาชนในการปฏิบัติตามมาตรการ โดยเฉพาะในจุดที่มีการตั้งศูนย์ระดับอำเภอ อย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ส่วนนี้คงหมายรวมถึงทั้งประเทศ จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ทำตามมาตรที่เจ้าหน้าที่กำหนด เช่น หากใครไปในพื้นที่เสี่ยง มาต้องกักตัวเองในที่พัก หากทุกคนช่วยกันจะลดการระบาดของโรคได้ เราเน้นย้ำทุกพื้นที่ทั่วประเทศติดตามผู้ที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ถ้ากำหนดพื้นที่ได้จะดูแลในพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ได้ หากพบการแพร่ระบาดมากอาจจะมีมาตรการพิเศษในพื้นที่นั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รัฐบาลจะให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนอย่างไรในการรับมือสถานการณ์ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า หากประชาชนทำตามที่กระทรวงสาธารณสุขแจ้งไว้ และร่วมมือช่วยกัน เช่น คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อยู่ใน กทม.และปริมณฑล ก็ไม่ควรเดินทางไปต่างจังหวัด ถ้าช่วยกันมั่นใจว่าจะควบคุมได้ และคนในต่างจังหวัดต้องป้องกันอย่างรัดกุม ไม่มีที่ไหนทำสำเร็จถ้าประชาชนไม่ร่วมกัน หากจะรอแต่รัฐมาตรวจแล้วจับไปรักษาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะคนที่จะพาเชื้อโรคไปได้คือประชาชน ถ้าลดโอกาสนำพาเชื้อ แพทย์จะดูแลคนเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ไม่ใช่แค่ถามว่ารัฐพร้อมแค่ไหน อยากให้เหตุการณ์สงบต้องร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60340</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดสถานบริการ14วัน, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สะกัดไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e744664229bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
