<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97059</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ไฟเขียวเสนอ ต้มยำกุ้งมรดกโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.ไฟเขียวเสนอ &amp;quot;ต้มยำกุ้ง&amp;quot; ขึ้นมรดกวัฒนธรรมมนุษยชาติของยูเนสโก ชูเป็นเมนูทรงคุณค่า แต่สะท้อนวิถีเรียบง่ายของไทย แถมมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ระบุภูมิปัญญาสืบทอดยาวนาน แพร่กระจายทั่วภูมิภาคจนเกิดสูตรใหม่ๆ ย้ำถ้าได้ขึ้นทะเบียนส่งผลดีตลาดอาหารไทยระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 23 มี.ค. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ &amp;ldquo;ต้มยำกุ้ง&amp;rdquo; (Tomyum Kung) เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโก ที่ผ่านมาประเทศไทยมีมรดกภูมิปัญญาฯ ได้รับการขึ้นทะเบียนของยูเนสโกแล้ว 2 รายการ คือ โขนและนวดไทย เมื่อปี 2561 และปี 2562 นอกจากนี้มีรายการ &amp;ldquo;โนรา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สงกรานต์ในประเทศไทย&amp;rdquo; ที่เสนอไปแล้วและอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของยูเนสโก โดยในปี 2564 ประเทศไทยจะได้เสนอรายการ ต้มยำกุ้ง เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกเป็นลำดับต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพลกล่าวว่า วธ. โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เห็นความสำคัญของต้มยำกุ้ง อาหารประจำชาติที่ขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก เป็นอาหารที่มีคุณค่า สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชุมชนเกษตรกรรมริมแม่น้ำลำคลองในภาคกลางของไทย ที่มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหารพึ่งพิงธรรมชาติและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีการสืบทอดการทำต้มยำกุ้งในครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง มีผู้ประกอบวิชาชีพด้านอาหารทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ บุคคล หน่วยงานต่างๆ ที่เป็นเจ้าขององค์ความรู้ ซึ่งภูมิปัญญาการทำต้มยำกุ้งนอกจากจะมีการสืบทอดอย่างต่อเนื่อง ยังแพร่กระจายไปยังภูมิภาคอื่นๆ เกิดการสร้างสรรค์สูตรต้มยำกุ้งที่แปลกใหม่มากมายที่ตอบสนองต่อสภาพทางภูมิศาสตร์ วิถีชีวิตและรสนิยมทางอาหารที่แตกต่างกันของคนกลุ่มต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเสนอต้มยำกุ้งเพื่อขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรมฯ ของมนุษยชาติกับยูเนสโก นอกจากจะสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยแล้ว ยังกระตุ้นให้ตระหนักถึงความสำคัญและเห็นคุณค่าในมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของตน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ความหลากหลายของอาหารไทย สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่ออาหารของไทยในระดับนานาชาติ ทั้งยังสร้างโอกาสทางการตลาดให้ธุรกิจอาหารไทย เกิดการสร้างงานและรายได้ให้แก่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการร้านอาหารไทย ทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย&amp;quot; นายอิทธิพลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วธ.กล่าวต่อว่า สิ่งที่ไทยต้องทำหากต้มยำกุ้งได้รับการขึ้นทะเบียนคือ การจัดทำรายงานสถานะปัจจุบันของมรดกวัฒนธรรมฯ ที่แสดงถึงผลสำเร็จ ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการสงวน รักษา และดำเนินการตามมาตรการการสงวน รักษาต้มยำกุ้งอย่างเคร่งครัด เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนและความมั่นคงด้านอาหาร และส่งเสริมการศึกษาวิจัยการพัฒนานวัตกรรมอันเกี่ยวกับภูมิปัญญาด้านอาหาร ทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ เช่น เทคโนโลยีและนวัตกรรมเกี่ยวกับการถนอมอาหาร คุณภาพของวัตถุดิบ และการรักษาความสดใหม่และคุณค่าทางโภชนาการ รวมถึงการส่งเสริมการตลาดเพื่อเพิ่มความต้องการการบริโภคอาหารไทยให้ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง จะส่งผลดีอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจประเทศ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97059</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มยำกุ้ง, ภูมิปัญญาสืบทอดยาวนาน, มรดกวัฒนธรรมมนุษยชาติของยูเนสโก, สะท้อนวิถีเรียบง่ายของไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059f70f8a2fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
