<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อสป.ปลื้มคนแห่ช้อป-เที่ยวตลาดประมงอ่างศิลาคึกคัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 &amp;nbsp;มิ.ย. 64 - &amp;nbsp;นายอมรศักดิ์&amp;nbsp; พันธุรักษ์ รองผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา รักษาการแทนผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป) เปิดเผยว่า หลังเปิดให้บริการท่าเทียบเรือและตลาดประมงอ่างศิลา จ.ชลบุรี&amp;nbsp; &amp;rdquo;Fish Marketing Organization&amp;rdquo; ตลาดปลากลางทะเลแห่งแรกในประเทศไทย ไปเมื่อวันที่ 1 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา รวมระยะเวลา 2 สัปดาห์ ผลตอบรับดีเกินคาด ทั้งจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า และกลุ่มลูกค้าประชาชนทั่วไป รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยบรรยากาศความคึกคักของตลาดฯ จะมีมากในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดเสาร์ &amp;ndash; อาทิตย์ ที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าสัตว์น้ำ อาหารทะเล ทั้งสดและแปรรูปเป็นจำนวนมาก มีเงินสะพัดต่อวันมหาศาล ขณะที่ประภาคารช่วงปลายสะพานถือเป็นจุดเชคอินแห่งใหม่ของ จ.ชลบุรี ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวและถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกดิน ลงโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมากด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถือเป็นความสำเร็จเกินความคาดหมาย เพราะการปรับโฉมใหม่ ท่าเทียบเรือและตลาดประมงอ่างศิลาครั้งนี้ อสป.ต้องการพัฒนาพื้นที่ให้ดูทันสมัย และได้มาตรฐาน ทั้งความสะอาด อาหารทะเลสด ปลอดภัย ไร้สารปนเปื้อน&amp;nbsp; เพื่อช่วยให้พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงชาวประมงพื้นบ้านสามารถขายสินค้าได้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ร้านค้าเริ่มเปิดเกือบเต็มพื้นที่ และแต่ละร้านก็มีจุดขาย ที่ความสด สะอาด และราคาไม่สูง ที่ลูกค้าทุกคนสามารถจับต้องได้&amp;rdquo; นายอมรศักดิ์&amp;nbsp; กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องความปลอดภัยและความเข้มข้นของมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 นั้น ขอให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวทุกคนเชื่อมั่น และมั่นใจได้ว่า อสป.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอด ทั้งในเรื่องของการควบคุม และป้องกัน โดยมีการติดประกาศให้ทุกคนที่เข้ามาในพื้นที่ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ตั้งจุดคัดกรองก่อนเข้าตลาดฯ มีจุดเจลแอลกอฮอล์โดยรอบ มีจุดสแกนไทยชนะ และมาตรการเว้นระยะห่าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของ อสป.ทุกคนก็ตระหนักดีว่า ผู้ประกอบการ และผู้ใช้บริการทุกคน ต้องการความมั่นใจในเรื่องนี้ นอกเหนือจากความต้องการซื้อสินค้าสัตว์น้ำ และอาหารทะเลคุณภาพ ในราคาที่สมเหตุสมผล สำหรับท่าเทียบเรือและตลาดประมงอ่างศิลา เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น. -22.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106569</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, สะพานปลา, สะพานปลาอ่างศิลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9a08c41221.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลิกโฉมสะพานปลา ท่าเทียบเรือแลนมาร์คเพื่อท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตลาดสะพานปลาอ่างศิลา จะเป็นตลาดอาหารทะเลสดใหม่ ไม่แช่สาร ผู้บริโภคจะได้รสชาติดีที่สุด บนทำเลตลาดที่อยู่กลางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งมีความยาวลงไปในทะเลกว่า 300 เมตร สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการส่งเสริมฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยว เพื่อเป็นแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่สำคัญของ จ.ชลบุรี สนับสนุนเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ฟื้นฟูเศรษฐกิจของภาคตะวันออกด้วย หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายจังหวัดในภาคตะวันออกยังคงมีนักลงทุนและผู้ประกอบการให้ความสนใจที่จะเข้าไปอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 จะทำให้หลายภาคอุตสาหกรรมหยุดชะงัก ไม่สามารถเดินได้อย่างเต็มที่เหมือนในอดีต แต่ก็มีผู้ประกอบการหลายรายมองว่าเป็นจังหวะของการกลับมาดูธุรกิจในเชิงลึกได้มากขึ้น รวมถึงยังเป็นเวลาของการรีโนเวตเมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวหรือผู้เข้าใช้บริการมากนัก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อมาดูกันที่จังหวัดชลบุรี ก็ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ที่เนื้อหอมมากจริงๆ เพราะนอกจากจะมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรม การขนส่ง การค้าการลงทุนแล้ว การท่องเที่ยวถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ครอบคลุมถึงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; องค์การสะพานปลามีวิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่การเป็นผู้นำในการบริหารจัดการแหล่งขนถ่ายและซื้อขายสัตว์น้ำที่ถูกสุขอนามัย ทันสมัยและได้มาตรฐานสากล ภายใต้พันธกิจที่ต้องการพัฒนาและบริหารจัดการสะพานปลาท่าเทียบเรืออย่างมีมาตรฐานสุขอนามัยและเป็นธรรม ขณะเดียวกันยังจัดเก็บค่าใช้บริการสะพานปลาท่าเทียบเรือและการใช้ทรัพย์สินสะพานปลาท่าเทียบเรือเช่นกัน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนส่งเสริมให้ความรู้เทคโนโลยี และอาชีพให้แก่ชาวประมง พัฒนาระบบการบริหารองค์กร และฐานะการเงินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลให้ประสิทธิภาพ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการปรับปรุงท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา จึงเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี เนื่องจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติลดลงอย่างมาก แน่นอนว่าในช่วงที่ผ่านมาได้มีการดำเนินงานเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้น ซึ่งโครงการพัฒนาและปรับปรุงสุขอนามัยสะพานปลาและท่าเทียบเรืออ่างศิลา จึงจะดำเนินงานเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พัฒนาอ่างศิลารับอีอีซี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(มณเฑียร อินทร์น้อย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายมณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือและตลาดประมงอ่างศิลา เทียบเรือประมงอ่างศิลา ตั้งอยู่ริมทะเล หมู่ที่ 4 ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โครงการพัฒนาให้เป็นตลาดสินค้าสัตว์น้ำที่มีมาตรฐานถูกสุขอนามัย เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรและสินค้าประมง ยกระดับรายได้อาชีพชาวประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์และผู้ค้าสัตว์น้ำในชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีและภาคตะวันออก มีพื้นที่ 12,700 ตร.ม. จำนวน 328 ร้านค้า มีความคืบหน้าเกือบ 100% แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จ พร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ในเร็วๆ นี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายมณเฑียร กล่าวว่า การปัดฝุ่นและปรับโฉมใหม่ครั้งนี้ นอกจากพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นแหล่งรวมสินค้าสัตว์น้ำขนาดใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ &amp;rdquo;แกะกุ้ง กินปู ดูปลา อ่างศิลา ชลบุรี&amp;rdquo; ที่แบ่งโซนการขายออกเป็นหลากหลายโซน ทั้งโซนแห้งและโซนเปียก รวมร้านค้ากว่า 316 แผงแล้ว ยังจะเปิดพื้นที่ให้ชาวประมงพื้นบ้านนำเรือมาจอดเทียบท่าขายอาหารทะเลและสินค้าสัตว์น้ำนานาชนิดด้วย เพื่อตอกย้ำความเป็น Fish Marketing Organization ตลาดปลากลางทะเลแห่งแรกในประเทศไทย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ทั้งกลุ่มคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน จ.ชลบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตลาดสะพานปลาอ่างศิลา จะเป็นตลาดอาหารทะเลสดใหม่ ไม่แช่สาร ผู้บริโภคจะได้รสชาติดีที่สุด บนทำเลตลาดที่อยู่กลางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งมีความยาวลงไปในทะเลกว่า 300 เมตร สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ในการส่งเสริมฟื้นฟูเศรษฐกิจท่องเที่ยว เพื่อเป็นแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่สำคัญของ จ.ชลบุรี สนับสนุนเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ฟื้นฟูเศรษฐกิจของภาคตะวันออกด้วย หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย&amp;quot; นายมณเฑียรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ยังมีโครงการพัฒนาพื้นที่สะพานปลาอีกหลายแห่งที่อยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนาศักยภาพให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาที่ดินในพื้นที่สะพานปลาสมุทรปราการ โดยจัดหาเอกชนเป็นผู้ลงทุน ให้เกิดการบริหารจัดการทรัพย์สิน ในการหารายได้จากทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ในการบริหารแผนลงทุนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ และยุทธศาสตร์จังหวัด ให้เป็นศูนย์ส่งเสริมการผลิตสัตว์น้ำทะเลพื้นบ้าน และขนส่งทางน้ำจังหวัดสมุทรปราการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปั้นสมุทรสาครฮับออฟซีฟู้ด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับโครงการพัฒนาสะพานปลาสมุทรสาครนั้น องค์การสะพานปลาดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงสะพานปลาสมุทรสาครตามแผนงานที่วางไว้ และตามนโยบายของ นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่อยากให้ อสป.พัฒนาสะพานปลาและท่าเทียบเรือทั้งหมดให้ทันสมัย สะอาด ถูกสุขอนามัย และเป็นจุดเช็กอินแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในแต่ละพื้นที่นั้น เพราะที่สะพานปลาสมุทรสาคร มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ ต.มหาชัย บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ 3 งาน 96.1 ตรารางวา มีความพร้อมมากในการพัฒนาให้เป็น &amp;rdquo;Hub of Seafood&amp;rdquo; เป็นแลนมาร์คแห่งใหม่ในการรับประทานอาหารทะเลสด ปลอดภัย ปราศจากสารปนเปื้อน และถูกสุขอนามัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;วันนี้ อสป.ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ให้มีความทันสมัย ก่อสร้างตลาดสัตว์น้ำครบวงจร ศูนย์อาหารทะเล และซูเปอร์มาร์เก็ตซีฟู้ด เพื่อรองรับผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว พร้อมทำห้องประชุมขนาด 150 คน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว กลุ่มที่มาศึกษาดูงาน และกลุ่มประชุมสัมมนา&amp;quot; นายมณเฑียรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สร้างแหล่งท่องเที่ยวเมืองหัวหิน  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีนโยบายในการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงหัวหินให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน แก้ปัญหาปากท้องแก่ชาวบ้าน โดยจะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาให้เป็นตลาดประมงพื้นบ้านสำหรับนักท่องเที่ยว มีการจำหน่ายสินค้าสัตว์น้ำสด สะอาดและผลิตภัณฑ์ประมงแปรรูป โดยกลุ่มเกษตรกรทำประมงและชุมชนชาวประมงในอำเภอหัวหิน และพื้นที่ใกล้เคียง สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยดำเนินการปรับปรุงขยายท่าเทียบเรือด้านข้าง 2 ฝั่ง ก่อสร้างโรงคลุมคัดเลือกสัตว์น้ำ ก่อสร้างสำนักงาน ห้องน้ำ สุขาสาธารณะ และปรับปรุงท่าเทียบเรือเดิมก่อสร้างขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในอำเภอหัวหิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขยายสู่นอนฟิชเป็นจุดเช็กอินใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายมณเฑียรกล่าวว่า ในปี 2564 องค์การสะพานปลามีแผนดำเนินการพัฒนาท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ตามนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ขับเคลื่อนมาอย่างต่อเนื่อง คือ อาหารปลอดภัยและส่งเสริมการส่งออก ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาคุณภาพสัตว์น้ำให้ได้มาตรฐาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น เพิ่มการจ้างงาน และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มสินค้าสัตว์น้ำ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการส่งออกสัตว์น้ำ รวมทั้งผลักดันให้ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตเป็น &amp;rdquo;Phuket Sire Fishery Town หรือเมืองประมงภูเก็ต (สิเหร่)&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ยังต้องการผลักดันให้จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านการประมงในภูมิภาค และปรับปรุงสภาพแวดล้อมโดยรอบพื้นที่โครงการให้มีมาตรฐานเหมาะสมกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเป็นเมืองท่องเที่ยวนานาชาติของประเทศ ประกอบไปด้วย ท่าเทียบเรือประมงถูกสุขอนามัย ตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ทั้งส่งและปลีกพร้อมทาน ตลาดผลไม้และผักสด อตก. สาขาภูเก็ต ทั้งส่งและปลีก ตลาดอาหารจากผลิตภัณฑ์ของกรมปศุสัตว์ ทั้งส่งและปลีกพร้อมทาน ตลาดขายของฝาก สินค้าโอท็อปที่ใหญ่ที่สุด ทั้งส่งและปลีก หมู่บ้านประมงจำลอง พร้อมเรือพาชมลำคลอง เลียบป่าโกงกาง และท่าเรือท่องเที่ยว ชมรอบเกาะภูเก็ต อยู่ในระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนท่าเทียบเรือประมงปัตตานีจะเป็นตลาดขายสัตว์น้ำขนาดใหญ่กลางเมือง ที่ไม่ได้เป็นแค่ตลาดปลา แต่เป็นตลาดหรือแหล่งรวมสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหารทะเล และอาหารทั่วไป (Non Fish) ของคนปัตตานี และในอำเภอใกล้เคียง อาทิ ยะหา ยะหริ่ง บันนังสตา รวมถึง จ.ยะลา จ.นราธิวาสด้วย ซึ่งสามารถต่อยอดทำอื่นๆ รวมถึงเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยว มาช็อปปิ้ง มากินอาหารทะเล เพื่อเป็นแลนด์มาร์คใหม่ เป็นจุดเช็กอินแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายมณเฑียร ย้ำว่า องค์การสะพานปลายังคำถึงถึงสิ่งสำคัญหลายๆ ด้าน และได้ดำเนินโครงการตรวจสอบฟอร์มาลินในสัตว์น้ำของสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมง โดยใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีการขนถ่ายสัตว์น้ำในระบบตรวจสอบย้อนกลับและมาตรฐานสุขอนามัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค สินค้าที่สะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงขององค์การสะพานปลา มีมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ดี สินค้าสัตว์น้ำสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างเป็นระบบและปลอดภัยจากสารฟอร์มาลิน โดยทำการสุ่มตรวจสารฟอร์มาลีนในตัวอย่างสินค้าสัตว์น้ำ เป็นการเฝ้าระวังสารดังกล่าวที่จะมีการผสมหรือปนเปื้อนในสินค้าสัตว์น้ำที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้การทำประมงอย่างถูกกฎหมาย พัฒนาและยกระดับสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงให้มีมาตรฐานสุขอนามัย เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานของ EU และตามประกาศของกรมประมง รวมถึงการป้องกันสินค้าประมงให้ปลอดภัยจากสารพิษและสิ่งเจือปนที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค และการให้สินเชื่อเป็นกิจกรรมช่วยเหลือชาวประมงและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการประมงเพื่อเป็นการช่วยบรรเทาทุกข์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ เป็นการเปิดโอกาสให้ชาวประมงที่ขาดแคลนเงินทุนสามารถจัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำการประมงที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นทางหนึ่งด้วย. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91573</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณเฑียร อินทร์น้อย, สะพานปลา, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_6016ae5c593df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2020 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2020 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมเข้ม &#039;สะพานปลากรุงเทพ&#039; สกัดโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ธ.ค. 2563 นายอมรศักดิ์ พันธุรักษ์ รองผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา ด้านสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมง เปิดเผยว่า จากกรณีการระบาดของโรคโควิด 19 &amp;nbsp;ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และพบผู้ป่วยโควิด19 เชื่อมโยงตลาดกุ้ง จ.สมุทรสาคร หลายจังหวัด ในฐานะที่องค์การสะพานปลา(อสป.) เป็นผู้กำกับดูแลสะพานปลาและท่าเทียบเรือประมงทั้ง 18 แห่งทั่วประเทศ และทุกพื้นที่มีจำนวนชาวต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมาก ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะถือเป็นนโยบายหลัก อสป. และดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา ก็ได้สั่งการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเข้มงวด ป้องกัน และป้องปราม พร้อมให้รายงานผลการปฎิบัติงานให้ทราบเป็นระยะๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ล่าสุดวันนี้ (23 ธ.ค.63) เวลา 06.00 น. สะพานปลากรุงเทพ ที่ตั้งอยู่ในซอยเจริญกรุง 58 ได้มีการตรวจเข้ม โดยร่วมมือกับศูนย์บริการสาธารณสุข 14 แก้วสีบุญเรือง ,เขตสาทร ,เทศกิจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานียานนาวา ตั้งจุดตรวจคัดกรอง เพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่า(โควิด 19) กับผู้ที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด 19 และผู้ที่เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร ในพื้นที่สะพานปลากรุงเทพ บริเวณลานจอดรถ โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่อาศัยและทำงานอยู่ในสะพานปลากรุงเทพและบริเวณใกล้เคียงพร้อมตรวจเข้มกับเจ้าหน้าที่สะพานปลากรุงเทพ ที่มีความเสี่ยงสูงจากการออกไปปฏิบัติงาน เพื่อเป็นการดูแล และรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งในเบื้องต้นยังไม่พบผู้มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด 19 แต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอผลตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตรวจหาเชื้อผู้ที่มีความเสี่ยง จากการสัมผัสผู้ติดเชื้อโควิด 19 ผู้ที่เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ และแรงงานต่างด้าวในวันนี้ มีคนให้ความร่วมมือเป็นจำนวนมาก ทั้งแผงค้า และลูกจ้างทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าว รวมกว่า 30 ราย แต่ในเบื้องต้น ยังไม่พบผู้มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด 19 แต่อสป.ก็ยังไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังมีการตั้งจุดตรวจคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิ ให้ทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา ควบคุมการเข้า-ออก พร้อมจัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือทุกจุด และทำความสะอาดสถานที่ ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้ออยู่ตลอดเวลา เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ รวมถึงพนักงานทุกคน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87809</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สมุทรสาคร, ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.), สะพานปลา, อมรศักดิ์ พันธุรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201223/image_big_5fe307d5da8ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 14:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ผอ. อสป.”เปิดความโปร่งใสองค์การสะพานปลา ร้านค้าทุกแผงมีสิทธิ์ขายถ้าจ่ายรักษาสิทธิ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การสะพานปลา แจงชัด! ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ตลาดประมงอ่างศิลา &amp;ldquo;Fish Marketing Organization&amp;rdquo; ขนาดใหญ่กลางทะเลแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมเปิดกระหึ่มต้นเดือนธ.ค.63 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดประมงอ่างศิลา &amp;ldquo;Fish Marketing Organization&amp;rdquo; ตลาดปลากลางทะเลแห่งแรกในประเทศไทย ที่จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในต้นเดือนธ.ค.63 นี้ มีผู้ค้าที่สนใจเข้ามาเปิดแผงขายสินค้าอาหารทะเลเพิ่มขึ้น 84 ราย จากเดิมที่มีการยืนยันสิทธิ์ไว้แล้ว 283 ราย และผู้ที่มีรายชื่อตกหล่น ซึ่งเป็นกลุ่มประมงอ่างศิลาเดิมอีก 16 ราย ซึ่งกลุ่มใหม่ 84 ราย มีความต้องการที่จะได้พื้นที่ร้านค้า เพื่อใช้ประกอบอาชีพ จึงขอวางหลักประกันไว้ก่อน &amp;nbsp;หากมีผู้สละสิทธิ จะขอโอกาสเข้ามาเปิดแผงขายในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอยืนยันว่า ที่ผ่านมาองค์การสะพานปลา ในฐานะหน่วยงานเล็กๆ ที่กำกับดูแลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ช่วยเหลือผู้ค้า และชาวประมงพื้นบ้านมาโดยตลอด เป็นองค์กรที่ไม่เคยหวังผลค้ากำไรแต่อย่างใด ทั้งนี้ ท่าเทียบเรืออ่างศิลา จากผู้ค้า 173 ราย เพิ่มเป็น 283 ราย และเพิ่มอีก 16 ราย ขณะที่พื้นที่มีจำกัด ในฐานะผู้กำกับดูแลจึงจำเป็นต้องจัดการให้ได้ เพื่อพี่น้องประชาชน จึงเป็นที่มาของการขอกู้เงินจำนวน &amp;nbsp;45 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยร้อยละ 5 ต่อปี เพื่อดำเนินการต่อให้แล้วเสร็จ และเงินที่ได้จากผู้ค้าที่วางสิทธิ์ 120,000 บาทต่อแผง และค่าเช่ารายเดือนๆละ 3,000 บาท เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น &amp;nbsp;ส่วนที่เหลือเป็นภาระขององค์การสะพานปลาเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเรื่องแผงค้า ที่มีกลุ่มผู้มีผลประโยชน์ &amp;nbsp;เข้ามาจะเอาแผงค้าไปปล่อยต่อหรือเช่าช่วง โดยปั่นราคาสูง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ราคา 400,000-700,000 บาท จาก 120,000 บาท การจัดการพื้นที่ตลาดขององค์การสะพานปลา ในฐานะเป็นหน่วยงานรัฐ การทำงาน ต้องทำให้มีความปลอดภัย ถูกสุขอนามัย ไม่มีสารปนเปื้อน เพื่อให้เป็นตลาดชั้นเลิศ และในฐานะเป็นผู้บริหารพื้นที่ จึงจำเป็นต้องสร้างกฎกติกา การอยู่ร่วมกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับกลุ่มใหม่ทั้ง 84 ราย ที่ขอวางหลักประกันไว้ก่อนแล้ว หากมีผู้สละสิทธิ คนกลุ่มนี้ก็ควรได้รับสิทธิด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาก็เป็นคนอ่างศิลา เป็นคน จ.ชลบุรี และองค์การสะพานปลา ก็เป็นหน่วยงานของรัฐ &amp;nbsp;สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;เป็นของคนไทยทุกคนด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp;
ดร.มณเฑียร กล่าวว่า ท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา ก่อสร้างมาตั้งแต่ ปี &amp;nbsp;2501 &amp;nbsp;จนเมื่อ ปี 2559 ได้ตรวจสอบพบว่า ท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลาชำรุดทรุดโทรมมาก เกรงว่าจะอาจเกิดอันตรายกับผู้ค้า นักท่องเที่ยว และประชาชนที่มาใช้บริการได้ องค์การสะพานปลา จึงมีแผนดำเนินการก่อสร้างใหม่ โดยขออนุมัติงบประมาณแผ่นดิน จำนวน 186 &amp;nbsp;ล้านบาท เพื่อมาปรับปรุงท่าเทียบเรืออ่างศิลาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ซึ่งการก่อสร้างกว่า 2 ปีที่ผ่านมา มีปัญหาติดขัดหลายอย่าง ไม่สามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ จนวันที่ 18 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ผมได้เข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการองค์การสะพานปลาคนใหม่ จึงทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และพยายามแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ซึ่งองค์การสะพานปลา ในฐานะหน่วยงานของรัฐ ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐมนตรีที่กำกับดูแล นายประภัตร โพธสุธน ซึ่งท่านได้ให้ความสำคัญ และได้ลงพื้นที่กำกับและติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และได้ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน &amp;nbsp;กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานราชการต่างๆ ในจังหวัดชลบุรีเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ &amp;nbsp;ที่เกิดขึ้น จนปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมากแล้วกว่า 90% แล้ว และพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในต้นเดือนธันวาคม 2563 ที่จะถึงนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.มณเฑียร อินทร์น้อย, สะพานปลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1fd8fa020b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
