<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมู่บ้านในอ.สะเดาสุดเจ๋ง!ไม่สวมแมสก์ห้ามเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;ที่หมู่ 3 บ้านสำนักหว้า ตำบลเขามีเกียรติ อ.สะเดา จ.สงขลา นายสมพงค์ จันทรมณี อายุ 45 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 บ้านสำนักหว้า ต.เขามีเกียรติ อ.สะเดา พร้อมด้วย อสม.,ชรบ และคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้รวมตัวกันตั้งจุดตรวจเข้มการเข้า-ออกหมู่บ้านเพื่อป้องกันการระบาดของโรคระบาดโควิด 19 โดยมีการตั้งจุดตรวจก่อนเข้าตัวหมู่บ้าน หากผู้ที่ต้องการเข้ามาพื้นที่หมู่บ้านจะต้องสวมแมสก์ทุกคนพร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ทำการคัดกรองบุคคลด้วยเครื่องเทอร์โมสแกน ตรวจจับอุณหภูมิ หากบุคคลใดไม่สวมแมสก์ ห้ามเข้าพื้นที่หมู่บ้านเด็ดขาด และทางจุดตรวจยังมีการติดตั้งอุโมงค์พ่นยาฆ่าเชื้อ เมื่อมีรถจักรยานยนต์ หรือ รถยนต์ ขับเข้า- ออก หมู่บ้าน จะต้องผ่านอุโมงค์พ่นยาฆ่าเชื้อก่อนจะเข้าหมู่บ้านทุกๆ คัน ซึ่งอุโมงค์พ่นยาฆ่าเชื้อนี้กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ช่วยการบริจาคซื้ออุปกรณ์ในการทำอุโมงค์ฆ่าเชื้อแบบภูมิปัญหาชาวบ้าน โดยใช้ไม้ทำเป็นโครงอุโมงค์สี่เหลี่ยมแล้วเอาสแลนมาคลุมหลังคาและด้านข้างทั้ง 2 ข้าง ก่อนติดตั้งเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อทั้ง 2 ข้าง แล้วดึงปุ่มพ่นยาฆ่าเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงค์กล่าวว่า เป็นนโยบายของจังหวัดให้ผลเป็นศูนย์ คือให้ผลตรวจโรคโควิด-19 ให้เป็นลบ ซึ่งไปประชุมรับนโยบายมา เลยตั้งจุดสกัดและคัดกรองผู้ที่เข้ามาในหมู่บ้าน ถ้าบุคคลท่านใดไม่ใส่แมสก์ก็จะไม่ให้เข้าหมู่บ้าน อันนี้ต้องขอประทานอภัยด้วย เพราะต้องดูแลลูกบ้านเพื่อให้มีความปลอดภัย โรคโควิด 19 และจุดฆ่าเชื้อก็เป็นความร่วมมือของชาวบ้านในชุมชน ร่วมมือกันสร้างขึ้นมา ระดมทุนจากเงินของชาวบ้านและมีภาคอุตสาหกรรมบางส่วนที่เขาสนับสนุนมาให้ คนที่เป็นแนวคิดก็คือคุณเชาว์ รัตนพันธุ์ ได้ออกแบบขึ้นมาและก็ได้ร่วมกันกับชาวบ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนในหมู่บ้านสำนักหว้าปลอดภัยในจุดนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บุคคลที่อยู่ภายในหมู่บ้านหากขับรถผ่านจุดนี้แล้วไม่สวมแมสก์ เจ้าหน้าที่ก็จะเรียกให้หยุด แล้วก็ทำโทษโดยการให้วิดพื้นคนละ 10 ครั้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะแจกแมสก์ให้คนละ 1 ชิ้นด้วยเพื่อให้นำไปสวมใส่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62456</URL_LINK>
                <HASHTAG>สงขลา, สมพงค์ จันทรมณี, สะเดา, สำนักหว้า, เขามีเกียรติ, แมสก์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200408/image_big_5e8d1bda618c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาหารบำรุงกระดูก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนสูงวัยนอกจากการออกกำลังกายที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก ข้อต่อและกล้ามเนื้อแล้ว อาหารก็เป็นสิ่งเติมเต็มและเสริมสร้างให้แข็งแรงยิ่งขึ้น การกินอาหารที่มีแคลเซียมเป็นตัวช่วยนะคะ เช่น นมวัว โยเกิร์ตธรรมชาติ ชีส เต้าหู้ถั่วเหลืองชนิดแข็ง งาดำและผักต่างๆ เช่น ผักแพว สะเดา ใบขี้เหล็ก คะน้า เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50046</URL_LINK>
                <HASHTAG>คะน้า, ผักแพว, สะเดา, เล็กๆน้อยๆ, ใบขี้เหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สาวอัพยาแฮปปี้ไฟว์ช็อคดับคาห้องพักโรงแรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62 - เมื่อช่วงเช้า ร.ต.ท.นฤชาติ ประพัฒน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สะเดา &amp;nbsp;จ.สงขลา และหน่วยกู้ภัยสำนักขาม เข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิตในห้องพักหมายเลข 717 ของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม อ.สะเดา &amp;nbsp;เมืองท่องเที่ยวชายแดนไทยมาเลเซีย พบร่างหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใครเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ &amp;nbsp;เพราะไม่พบเอกสารใดๆภายในตัว นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน ในสภาพที่ยังสวมเสื้อชุดกระโปรงยาวเรียบร้อย ที่บนเตียงนอนมีร่องรอยคล้ายกับการสำลักเปรอะเปื้อนอยู่ข้างศพ และพบยาแฮปปี้ไฟว์&amp;nbsp;หรือยาส่ายหัว ที่นิยมเสพกันในหมู่นักท่องเที่ยวกลางคืนตกอยู่1 เม็ด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบสภาพในห้องยังเรียบร้อยไม่มีร่องรอยการต่อสู้ทรัพย์สินผู้ตายทั้งนาฬิกา แหวนและเงินสด 227 บาทยังอยู่ครบ &amp;nbsp;เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการเสียชีวิตน่าจะมาจากอาการช็อคจากการเสพยาเกินขนาด เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง จากการสอบถามพยานแวดล้อมทราบว่าผู้ตายน่าจะเป็นหญิงสาวที่ทำงานสถานบริการในตอนกลางคืน โดยก่อนเกิดเหตุได้พบกับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งและน่าจะเล่นเสพยาเข้าไปเกินขนาด ก่อนที่จะกลับมานอนที่ห้องพักในช่วงตี 4 ซึ่งเป็นห้องพักที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียคนนี้เปิดไว้ กระทั่งเช้านักท่องเที่ยวเจ้าของห้องได้กลับมาและพบร่างของหญิงคนนี้นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42745</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.สงขลา., นักท่องเที่ยวมาเลเซีย, สภ.สะเดา, สะเดา, แอปปี้ไฟว์, โรงแรม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d47af8e07b46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เครื่องดื่มจากสมุนไพร” ช่วยต้านโรคคนวัยเก๋า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เครื่องดื่มจากสมุนไพร&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งวิธีต้านโรคให้กับผู้สูงวัยได้เป็นอย่างดี ที่นอกเหนือจากการปรุงสมุนไพรให้เป็นอาหารคาว-หวาน โดยเฉพาะโรคที่มักพบได้ในคนวัยหลัก 6 เนื่องจากธาตุไฟในร่างกายลดน้อยลง และจำเป็นเพิ่มธาตุดังกล่าว แต่ถ้าบริโภคสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนเกินไปก็อาจกระตุ้นให้ร่างกายเกิดภาวะแห้ง และส่งผลต่อระบบต่างๆ ทำให้เกิดภาวะท้องอืดและอาหารไม่ย่อย เป็นต้น ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร จาก รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องดื่มสมุนไพรไทยที่ช่วยต้านโรคของคนสูงอายุมาแนะนำกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหมอต้อม-ภญ.ดร.สุภาภรณ์ บอกว่า &amp;ldquo;สำหรับปัญหา &amp;ldquo;ท้องอืด&amp;rdquo; ซึ่งพบได้บ่อยในผู้สูงอายุนั้น ในทางการแพทย์แผนไทยบอกถึงสาเหตุไว้ว่า เกิดจากภาวะที่ธาตุไฟในร่างกายอ่อนแอลง แต่ถ้าหากบริโภคสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อนเพิ่มเข้าไปอีกจะกระตุ้นให้ร่างกายมีความแห้งและระคายเคือง ซึ่งนั่นจะทำให้เยื่อบุทางเดินอาหารอ่อนแอลง ส่งผลกระทบให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดี ก็จะยิ่งกระตุ้นภาวะท้องอืดมากขึ้นไปอีก ดังนั้นการเติมธาตุไฟระดับอ่อนๆ เข้าไปก็จะลดอาการท้องอืด ขณะเดียวกันก็เพิ่มประสิทธิภาพของการย่อยได้ดียิ่งขึ้น จึงขอแนะนำให้บริโภค &amp;ldquo;เครื่องดื่มจากสมุนไพรรสเปรี้ยว&amp;rdquo; อาทิ &amp;ldquo;น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง&amp;rdquo; เพราะความเปรี้ยวจากมะนาวไม่เพียงช่วยย่อย แต่ยังมีธาตุไฟอ่อนๆ ซึ่งจะไปซ่อมผนังลำไส้ให้แข็งแรงและทำงานได้ดีขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สามารถบริโภค &amp;ldquo;น้ำมะตูม&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;น้ำรากสามสิบ&amp;rdquo; ที่มีสรรพคุณเพิ่มความแข็งแรงให้ผนังลำไส้เช่นเดียวกัน ที่ลืมไม่ได้คือ &amp;ldquo;น้ำตะไคร้ใส่ใบเตย&amp;rdquo; ก็สามารถช่วยย่อยและป้องกันอาการท้องอืดได้ด้วย อีกทั้ง &amp;ldquo;น้ำกระเจี๊ยบ&amp;rdquo; ที่ไม่เพียงช่วยเติมเกลือแร่ให้กับผู้สูงวัย แต่ยังช่วยย่อยได้ดี สำหรับ &amp;ldquo;น้ำขิง&amp;rdquo; ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มสมุนไพรที่ช่วยย่อยได้ จากน้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ในขิง แต่อาจจะมีข้อควรระวังอยู่บ้าง คือต้องใส่ขิงให้น้อยลง เพราะสรรพคุณของขิงจะมีความแห้งและร้อนมากเกินไป หรือต้องคอยปรับอยู่เสมอๆ หากต้องการบริโภคเครื่องดื่มสมุนไพรดังกล่าว ที่สำคัญไม่ควรบริโภคทั้งอาหารและ &amp;ldquo;เครื่องดื่มฤทธิ์เย็น&amp;rdquo; ในช่วงเย็น เพราะจะทำให้ท้องอืดได้ง่าย อาทิ น้ำแตงกวา และน้ำฟักแฟง รวมถึงผักสด เห็ดหูหนูและเห็ดหอม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ &amp;ldquo;เครื่องดื่มช่วยเจริญอาหาร&amp;rdquo; ได้แก่ &amp;ldquo;สมุนไพรฤทธิ์ขม&amp;rdquo; &amp;ldquo;สะเดา&amp;rdquo;, &amp;ldquo;มะระขี้นก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;บอระเพ็ด&amp;rdquo; ซึ่งมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นน้ำดี และทำให้ผู้สูงวัยเจริญอาหาร ดังนั้นการนำสมุนไพรดังกล่าวมา โดยเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง มาทำเป็น &amp;ldquo;น้ำปั่นสมุนไพร&amp;rdquo; โดยสามารถใส่น้ำแข็ง จากนั้นเพิ่มรสชาติด้วยการเติมน้ำมะนาวลงไป และน้ำเชื่อมเพียงเล็กน้อย เพื่อให้มีรสชาติ ก็ดีต่อสุขภาพคนสูงอายุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเครื่องดื่มสมุนไพรที่ช่วยบรรเทา &amp;ldquo;อาการหอบหืด&amp;rdquo; ต้องเป็น &amp;ldquo;สมุนไพรฤทธิ์อุ่น&amp;rdquo; เช่น ตะไคร้, กระเทียม, หอมใหญ่ (นอกจากนี้ยังมีกะเพรา, ขิง, ขมิ้นชัน,) โดยเฉพาะกระเทียมและหอมใหญ่ที่มีสรรพคุณขับเสมหะจากหลอดลม ช่วยลดอาการหอบหืด ที่สำคัญควรจะนำมาดัดแปลงให้เป็นเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์ไม่ร้อนจนเกินไป เช่น ปรุงให้เป็น &amp;ldquo;ซุปหอมและกระเทียม&amp;rdquo; ให้ผู้สูงอายุดื่ม ก็จะทำให้อาการเจ็บป่วยดังกล่าวดีขึ้น และทำให้ร่างกายของคนหลัก 6 เกิดความชุ่มชื่นอีกด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17890</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปรุงสมุนไพรให้เป็นอาหาร, คุณภาพชีวิต, ต้านโรคให้กับผู้สูงวัย, น้ำขิง, น้ำมะตูม, น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง, น้ำรากสามสิบ, บึงบอระเพ็ด, ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร, มะระขี้นก, สมุนไพรฤทธิ์ขม, สะเดา, เครื่องดื่มจากสมุนไพร, เครื่องดื่มจากสมุนไพรรสเปรี้ยว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba10bce3dbb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2018 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2018 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มสะเดาโดดหนีไฟไหม้ห้องเครื่องรถเก๋ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.61-ร.ต.อ.เดชาวัตร มากคำ ร้อยเวร สภ.หาดใหญ่ &amp;nbsp;รับแจ้งเหตุไฟไหม้รถเก๋ง ที่ถนนนิพัทธาสงเคราะห์1ซอย 5 (ข้างโรงบาลหาดใหญ่) จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมแจ้งให้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ของเทศบาลนครหาดใหญ่และเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ &amp;nbsp;พบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีออส &amp;nbsp;สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กน 8320 สงขลา &amp;nbsp;ด้านหน้าเสียหายโดยเฉพาะในห้องเครื่องไฟได้ลุกไหม้ทั้งหมด ทราบชื่อคนขับ คือนาย สงกรานต์ หมะโอะ อายุ 24 ปี เป็นคนขับ ชาว อ.สะเดา จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงช่วยกันดับไฟได้ทันก่อนที่จะลุกลามไปยังรถที่จอดบริเวณนั่น
&amp;nbsp;
สอบถามนาย สงกรานต์ เล่าว่า ขับรถมาจาก อ.สะเดา เพื่อมาหาหมอที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ และได้จอดรถบริเวณด้านข้างโรงพยาบาลเพื่อจะไปหาหมอ พอดับเครื่องยนต์เสร็จก็สังเกตุเห็นไฟลุกที่ด้านหารถ จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยดับไฟที่กำลังลุกไหม้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3900</URL_LINK>
                <HASHTAG>สะเดา, หาดใหญ่, ไฟไหม้รถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180226/image_big_5a9389a7bddfa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
