<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 16:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ไม่น่าเป็นไปได้สักแล้ว ติดเชื้อเอชไอวีเสียชีวิตทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ก.ย.61-นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงการดำเนินโรคหลังการติดเชื้อเอชไอวี ว่า การติดเชื้อเอชไอวีจนนำไปสู่การป่วยด้วยโรคเอดส์เฉลี่ยใช้เวลานานถึง 10 ปี ซึ่งหลังติดเชื้ออาการระยะสั้นไม่ได้ทำให้เสียชีวิต อาจจะมีไข้ ผื่น ต่อมน้ำเหลืองโต ไม่ถึงกับเสียชีวิต อย่างไรก็ตามเคสที่เสียชีวิต พร้อมเพื่อนอีก 3 คน ที่บอกว่าเกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีหลังไปรับการสัก ก็เป็นเรื่องที่แปลก ต้องมีการสอบสวนหาสาเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า กรณีหญิงสาวเสียชีวิตที่ญาติระบุว่าเกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีหลังรับการสักนั้นตนคิดว่าไม่น่าจะเป็นได้ เพราะจากองค์ความรู้หลังรับเชื้อเอชไอวีแล้ว หากไม่ได้รับการดูแลรักษาใดๆ เลยนั้นจะใช้เวลาเฉลี่ยเป็น 10 ปี ถึงจะป่วยเอดส์ และเสียชีวิต ซึ่งการที่ภูมิร่างกายต่ำก็มักเป็นการเสียชีวิตจากโรคฉวยโอกาสอื่นๆ เช่น วัณโรค ซึ่งเป็นโรคฉวยโอกาสที่เกิดได้บ่อยในผู้ป่วยเอดส์ ส่วนโรคอื่นๆ ที่พบได้คือเชื้อราเยื่อหุ้มสมอง เป็นต้น เพราะฉะนั้นเคสที่เสียชีวิตอาจจะเกิดจากอย่างอื่น &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อมีข้อกังขาเกี่ยวกับโรคขึ้นในสังคม การช่วยให้สังคมได้รับข้อเท็จจริงเป็นหน้าที่โดยตรงของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค สำนักโรคติดต่อ สำนักโรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต้องลงไปสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง และช่วยกันสื่อสารให้ประชาชนได้เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง ลดความเข้าใจผิด เพราะถ้าบอกว่าเป้าหมายคือลดการรังเกียจ ลดการกีดกัน ลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เป็นเป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุข ต้องรีบทำเรื่องนี้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ เป็นข้อมูลที่ไม่จริงและสร้างความเข้าใจผิด การเข้าใจผิดนี้จะนำไปสู่การรังเกียจ เลือกปฏิบัติกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี กระทบกับเป้าหมายการยุติปัญหาเอดส์ของกระทรวงโดยตรง ดังนั้น ต้องรีบดำเนินการ และว่าต้องให้เขารู้ว่าเอชไอวีหากรู้เร็วรักษาได้ เพราะถ้ารู้เร็วกินยาต้านไวรัสต่อเนื่องสม่ำเสมอสามารถกดปริมาณเชื้อให้ต่ำจนเกือบจะหาไม่เจอ&amp;quot;นายนิมิตร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวต่อว่า สถานการณ์ของประเทศไทยตอนนี้ยังพบผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่อยู่เรื่อยๆ ในทุกกลุ่ม ซึ่งมีทั้งเยาวชน ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่ยังมีพฤติกรรมเสี่ยง ถ้านับตัวเลขก็ราวๆ 6,000-10,000 คนต่อปี ที่สำคัญคือทุกวันนี้เรายังเจอคนที่มารับการรักษาด้วยโรคฉวยโอกาสอีกจำนวนไม่น้อยเป็นหลักหมื่น หมายความว่าในสังคมไทยยังมีผู้ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัวอีกมาก ส่วนตัวเลขของผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เข้ารับยาต้านไวรัสในระบบหลักประกันสุขภาพอยู่ที่ประมาณปีละ 2 หมื่นราย สำหรับสถานการณ์การใช้ถุงยางอนามัยปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 90 ก็ถือว่ายังสูง ขณะที่กลุ่มวัยรุ่นแม้อัตราการใช้ถุงยางอนามัยจะเพิ่มจากร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 60 แล้ว แต่ก็ยังไม่ถือว่าอยู่ในระดับที่พอใจ เพราะต้องการให้มีอัตราการใช้ถุงยาง 100 เปอร์เซ็นต์ เพาะนอกจากเชื้อเอชไอวีแล้วเรายังพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เพิ่มขึ้นทุกจังหวัด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16715</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิมิตร์ เทียนอุดม, มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, สักกับการติดเชื้อเอชไอวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abde70a383ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
