<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุทธศาสตร์สร้างความเกลียดชังรัฐบาลจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : พรรคคอมมิวนิสต์จีนต้องอธิบายว่าทำไมจึงเป็นเช่นนี้ (โควิด-19)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;https://www.facebook.com/photo?fbid=10157221748141074&amp;amp;set=a.467491506073&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รัฐบาลทรัมป์ประสบผลไม่น้อยในการสร้างความเกลียดชังรัฐบาลจีน ความเกลียดชังนี้ขยายผลสู่ระดับประชาชน เป็นประเทศที่ใช้นโยบายเกลียดชังคนอื่นเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม หวังผลทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลสหรัฐต้องการปิดล้อมจีนเพื่อรักษาความเป็นมหาอำนาจของตนเอง การสร้างความเกลียดชังเป็นอีกวิธีที่ใช้เพื่อสร้างศัตรู ไม่ต่างจากยุคสงครามเย็นที่ตีตราความเลวร้ายของลัทธิสังคมนิยม หรืออิหร่านกับเกาหลีเหนือในปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยุทธศาสตร์สร้างความเกลียดชังรัฐบาลจีน : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลักสำคัญคือพยายามพูดแง่ลบต่อจีน ชี้ว่าเป็นความผิดของรัฐบาลจีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการแรก รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีทรัมป์และไมค์ ปอมเปโอ (Mike Pompeo) รมต.ต่างประเทศ รวมทั้ง ส.ส. ส.ว. พรรครีพับลิกัน มักเอ่ยถึงรัฐบาลจีนด้วยคำว่า &amp;ldquo;Chinese Communist Party&amp;rdquo; เพื่อตอกย้ำว่าจีนปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม ปอมเปโอ กล่าวเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่เริ่มระบอบการปกครองใหม่ จีนถูกปกครองโดย &amp;ldquo;ระบอบอำนาจนิยมที่โหดร้าย&amp;rdquo; อุดมการณ์ทางการเมืองของจีนเป็นปรปักษ์ต่อประเทศเสรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความจริงที่จีนปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ต่างจากอดีต สังคมจีนปัจจุบันเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เศรษฐกิจเปิดออกมากขึ้น เป็นสมาชิกองค์การค้าโลก คนจีนรุ่นใหม่เป็นพวกวัตถุนิยม คิดแต่จะร่ำรวย คิดถึงประโยชน์ตนเองมากกว่าส่วนรวม ไม่ต่างจากคนอเมริกันหลายคน ผิดจากอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ที่ต้องการสร้างสังคมไร้ชนชั้น สังคมแห่งความเท่าเทียม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปีการศึกษา 2018-19 นักเรียนนักศึกษาจีน 369,548 คนลงทะเบียนเรียนในสหรัฐจากจำนวนนักเรียนนักศึกษาต่างชาติทั้งหมด 1,095,299 คน (เท่ากับร้อยละ 33.7) เป็นสถิติสูงสุดต่อเนื่อง 10 ปีแล้ว ดูเหมือนว่ารัฐบาลจีนไม่หวั่นคนรุ่นใหม่จะเป็นอุปสรรคต่อการปกครองของตน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความจริงที่ว่าชนชั้นปกครองได้ประโยชน์จากระบอบ มีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย แต่หากมองภาพรวมปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลคอมมิวนิสต์ทำให้ประเทศพัฒนา ประชาชนอยู่ดีกินดีเมื่อเทียบกับก่อนเป็นคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 2 กรณีขาดดุลการค้าจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทรัมป์พูดราวกับว่าปัญหาขาดดุลการค้าของสหรัฐ คนว่างงาน อุตสาหกรรมในประเทศที่อ่อนแอ ต้นเหตุทั้งหมดมาจากจีน จึงตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนหลายรอบ โทษจีนว่าเป็นต้นเหตุคนว่างงาน ทำให้การเจรจาล้มเหลว คำถามคือทำไมบริษัทอเมริกันมากมายจึงย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไปสู่ประเทศอื่นๆ จีนเป็นเพียงหนึ่งในเป้าหมายเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านรัฐบาลจีนรายงานในรอบ 11 เดือนแรกของปี 2019 การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เพิ่มจากเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 15.5 เปอร์เซ็นต์ มีกิจการต่างชาติเปิดใหม่ 36,747 ราย จีนยังเป็นแหล่งลงทุนเนื้อหอมของนานาชาติ นักลงทุนคิดต่างจากรัฐบาลสหรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 3 กรณี BRI&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานวิจัยจากสหรัฐหลายชิ้นพูดแง่ลบต่อข้อริเริ่ม &amp;quot;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&amp;quot; หรือ Belt and Road Initiative (BRI) อย่างต่อเนื่อง รายงานเหล่านี้มุ่งเอ่ยถึงคือข้อเสียโครงการ ต้องยอมรับว่า BRI มีทั้งข้อดีข้อเสีย มีโครงการที่ล้มเหลว แต่ที่ไม่อาจปฏิเสธคือยอดการค้าการลงทุนระหว่างประเทศคู่ค้าภายใต้ BRI เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐกับนานาชาติคิดไม่ตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประการที่ 4 กรณีฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ทั้งๆ ที่ฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน เป็นเขตอธิปไตยของจีนโดยแท้ ภายใต้การปกครองแบบ &amp;ldquo;1 ประเทศ 2 ระบบ&amp;rdquo; แต่รัฐบาลทรัมป์เห็นว่าเป็นความชอบธรรมที่จะสนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่เรียกร้องปกครองตนเอง สนับสนุนฝ่ายต่อต้านให้เกลียดชังรัฐบาลจีน เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอย่างเปิดเผย ในขณะที่กล่าวประณามอย่างรุนแรงกล่าวหารัฐบาลต่างชาติแทรกแซงกิจการภายในของตน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การสร้างความแตกแยก ความเกลียดชังภายในประเทศ เป็นอีกพฤติกรรมของรัฐบาลสหรัฐที่มีมาเนิ่นนาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ประการที่ 5 กรณีโรคระบาดโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ปลายเดือนมีนาคมเมื่อโควิด-19 ระบาดหนักในสหรัฐ รัฐบาลทรัมป์แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า จีนต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย และคนอเมริกันที่เสียชีวิต ไมค์ ปอมเปโอ รมต.สหรัฐชี้ว่า เหตุที่แพร่ระบาดหนักเพราะรัฐบาลจีนไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐต้านการแพร่ระบาดแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รัฐบาลทรัมป์พยายามพูดเป็นนัยว่าเป็นไวรัสของจีน สวนทางกับข้อสรุปขององค์การอนามัยโลก วงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐให้ความสำคัญต่อการป้องกันภายในประเทศ ไม่แสดงภาวะผู้นำโลก ไม่ร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกเท่าที่ควร กลายเป็นการเปิด &amp;ldquo;ช่องว่าง&amp;rdquo; ให้จีนแสดงบทบาทช่วยเหลือนานาชาติอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเรื่ององค์ความรู้ บุคลากร อุปกรณ์เครื่องมือ แม้กระทั่งหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลทรัมป์กับชาติตะวันบางประเทศชี้ว่าจีนไม่ได้ช่วยอย่างจริงใจ มีผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งน่าจะจริง (อย่างน้อยบางกรณี) แต่ต้องถามกลับว่าปกติการช่วยเหลือระหว่างประเทศ เป็นเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศใช่หรือไม่ มักมีผลประโยชน์แอบแฝงใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะมีผลประโยชน์แอบแฝงหรือไม่ หลายประเทศร้องขอความช่วยเหลือจากจีน แม้กระทั่งประเทศที่เป็นพันธมิตร เป็นมิตรประเทศของสหรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประการที่ 6 กรณีหยวนดิจิทัล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐโจมตีกล่าวหาจีนหวังใช้หยวนดิจิทัลครอบงำเศรษฐกิจโลก ส่งเสริมคอมมิวนิสต์ เรื่องนี้มีส่วนจริง แต่ในอีกมุมหนึ่งต้องมองว่าระบบโลกปัจจุบันเป็นระบบแข่งขัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แท้จริงแล้วทุกประเทศสามารถสร้างสกุลดิจิทัลของรัฐขึ้นมา หลายประเทศกำลังพัฒนา เช่น สวีเดน แคนาดา เกาหลีใต้ ไทย เป็นทิศทางโลกที่จะมีเงินดิจิทัลใช้หลายสกุล ไม่มีใครห้ามรัฐบาลสหรัฐ หากจะสร้าง &amp;ldquo;ดอลลาร์ดิจิทัล&amp;rdquo; (บางคนเรียกว่า Fed Coin) ของตัวเอง ทำไมไม่คิดว่าดอลลาร์ดิจิทัลจะช่วยส่งเสริมผลประโยชน์ให้สหรัฐสามารถครอบงำระบบการเงินโลกได้ดีกว่าเดิม ไม่ช้าก็เร็วรัฐบาลสหรัฐจะออกสกุลเงินดิจิทัลของตนเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การโจมตีรัฐบาลจีนเรื่องหยวนดิจิทัลและประเด็นอื่นๆ&amp;nbsp; ข้างต้น เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างกระแสเกลียดชังรัฐบาลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รัฐบาลทรัมป์ผู้สร้างสังคมแห่งความเกลียดชัง : &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเรื่องใด รัฐบาลทรัมป์มักจะชี้นิ้วไปที่จีน โทษจีน เหตุที่รัฐบาลสหรัฐโจมตีเล่นงานจีนมาจากหลายเหตุผล ทั้งการเมืองภายในประเทศกับการเมืองระหว่างประเทศ เช่น เป็นกลยุทธ์ทางการเมือง บิดเบือนกลบเกลื่อนความผิดพลาดจากการบริหาร ความอ่อนแอภายในของประเทศ และอีกเหตุผลคือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์พูดจริงบ้าง เท็จบ้าง มักใช้ hate speech หว่านความเกลียดชังไปเรื่อย และคนอเมริกันจำนวนไม่น้อยเห็นคล้อยตาม โดยเฉพาะพวกที่สนับสนุนพรรครีพับลิกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุครัฐบาลทรัมป์มีข้อสรุปว่าทัศนคติคนอเมริกันมองจีนในแง่ลบมากขึ้น ยกตัวอย่างข้อมูลจาก Deutsche Bank เมื่อกลางพฤษภาคม เผยว่าคนอเมริกันร้อยละ 41 จะไม่ซื้อสินค้า &amp;ldquo;Made in China&amp;rdquo; ด้วยเหตุผลเกี่ยวข้องกับโควิด-19 เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมทั้งจากถ้อยคำของประธานาธิบดีทรัมป์ งานวิจัยอีกชิ้นจาก FTI Consulting ของสหรัฐเผยว่า คนอเมริกันร้อยละ 78 ยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อสินค้าที่ไม่ได้ผลิตในจีน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทวิเคราะห์นี้สรุปว่ารัฐบาลทรัมป์ประสบผลไม่น้อยในการสร้างความเกลียดชังรัฐบาลจีน ความเกลียดชังนี้ขยายผลสู่ระดับประชาชน เป็นประเทศที่ใช้นโยบายเกลียดชังคนอื่นเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม แน่นอนว่ารัฐบาลจีนกระทำโดยคิดวางแผนอย่างดีเพื่อขยายผลประโยชน์ของตน การขัดผลประโยชน์เป็นที่มาของความขัดแย้ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เป็นนโยบายที่ดีแล้วหรือที่สร้างความเกลียดชังในสังคมตัวเอง เป็นสังคมแห่งความจงเกลียดจงชัง คิดหรือไม่ว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรต่อสังคมตัวเอง หรือหวังแค่ได้ชัยชนะในสนามเลือกตั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัมป์, สถานการณ์โลก, สังคมจีน, ไมค์ ปอมเปโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
