<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน‘แชร์-ส่งต่อ’คลิปผิดกฎหมายรับโทษ2ใน3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.2564 - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีการโพสต์ การแชร์ ภาพหรือคลิปวิดีโอที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมาย ว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์เกิดขึ้น เช่น กรณีเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.64 ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เด็กหญิงผู้เสียหายได้ถูกกลุ่มรุ่นพี่รุมทำร้ายร่างกายและถ่ายคลิปวิดีโอไว้ ก่อนนำไปเผยแพร่ลงบนสื่อสังคมออนไลน์จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงถึงการกระทำดังกล่าว และกรณีเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.64 ที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ชายวัย 32 ปี ได้ทะเลาะกับภรรยาและเกิดความน้อยใจ ก่อนจะฆ่าตัวตายโดยได้ถ่ายทอดสดการฆ่าตัวตายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียนถึงประเด็นของการนำคลิปหรือภาพถ่าย ที่เป็นลักษณะการทำเรื่องที่ไม่ดี ไม่เหมาะสม กลั่นแกล้ง ส่งต่อข้อความแสดงการเกลียดชัง &amp;nbsp;คุกคามทางเพศ ล้วนมีผลกระทบต่อสภาพร่างกายหรือจิตใจของผู้ถูกกระทำและผู้ที่พบเห็น ซึ่งขณะนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้เล็งเห็นความสำคัญและรณรงค์เรื่องนี้มาโดยตลอด อย่างเช่นโครงการล่าสุดที่ทาง สสส. ได้จัดแคมเปญ #UnknownTogether ที่มุ่งเป้าหมายไปที่การลดการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ ทำให้ผู้ใช้สื่อเกิดความเท่าทัน มีสติ ไม่กลั่นแกล้งผู้อื่น พร้อมฟื้นฟูจิตใจผู้ที่ตกเป็นเหยื่อให้รู้จักคุณค่าของตัวเอง ในทางกฎหมายหากคลิปวิดีโอหรือภาพที่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้ที่แชร์หรือส่งต่อก็อาจจะมีความผิดในลักษณะของการเป็นผู้สนับสนุนซึ่งมีโทษ 2 ใน 3 ส่วนจากโทษของการกระทำความผิดนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ &amp;nbsp;แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญและกำชับทุกหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีการกระทำความผิดในลักษณะไม่เหมาะสมหรือกระทำผิดกฎหมายบนโลกออนไลน์ ให้ทำการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีไปตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมสร้างการรับรู้ ให้ประชาชนทุกภาคส่วนหยุดการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร.ขอฝากเตือนในเรื่องการกระทำที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ การโพสต์ แชร์ หรือการแสดงความคิดเห็น ควรทำในทางที่สร้างสรรค์ ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือไปกระทบผู้อื่นและสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นความผิดตามกฎหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับเด็กซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิเด็กและเยาวชนขององค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp;และขอฝากเตือนเพิ่มเติมถึงทุกผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เมื่อพบเห็นการกระทำในลักษณะดังกล่าว อย่าเข้าไปดู แสดงความคิดเห็น หรือส่งต่อ เพราะยิ่งมีส่งต่อเรื่องราวดังกล่าวก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำผู้เสียหายและส่งเสริมการกระทำที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากทุกคนล้วนเป็นส่วนสำคัญในการช่วยกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวและทำให้สังคมออนไลน์เป็นสังคมที่น่าอยู่ต่อไป และหากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107369</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลิป, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, ภาพ, รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สังคมออนไลน์, แชร์, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2da6d998cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 12:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่อง “Clubhouse” แพลตฟอร์มใหม่แชร์ความคิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บนโลกโซเชียลมีแอปพลิเคชันใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่แอปพลิเคชันที่อยู่ในกระแสนิยมขณะนี้คงหนีไม่พ้น Clubhouse (คลับเฮาส์) ทั้งนักธุรกิจ นักคิดทางสังคม อินฟลูเอนเซอร์ นักการเมือง ศิลปินดารา จนกระทั่งคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเข้ามาร่วมในแอปนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Clubhouse เกิดขึ้นจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์บริษัท แอลฟา เอ็กซ์โพลเรชัน (Alpha Exploration Co.) เปิดตัวตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2563 ถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่วนในไทยบูมมากตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีคนโหลดแอปนี้มากกว่าล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดเด่นของ Clubhouse เป็นแอปที่สื่อสารด้วยเสียงแบบเรียลไทม์ ผู้พูดสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ฟังในห้องสนทนาได้ เปรียบเสมือนกับวงเสวนาขนาดใหญ่และเล็ก เพราะห้องของ Clubhouse สามารถรองรับสมาชิกได้ถึง 8,000 คนต่อห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากสมัครเป็นสมาชิกคลับเฮาส์แล้วสามารถสร้างห้องเพื่อดึงดูดคนสนใจในเรื่องเดียวกัน เข้ามาร่วมพูดคุยบอกเล่าถึงแนวคิดประสบการณ์ที่มี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การเมือง ความรัก ข่าวสารธุรกิจ การดำรงชีวิต หรือแม้แต่การเปิดห้องเพื่อให้สมาชิกที่เข้าร่วมได้ทำความรู้จักกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คนที่จะเล่นคลับเฮาส์ได้นั้น ขณะนี้ Clubhouse เปิดให้ดาวน์โหลดใน App Store ยังคงรองรับเพียงระบบ iOS และต้องเป็น iOS 13 หรือใหม่กว่าเท่านั้น ใครที่ใช้มือถือระบบ Android รออีกนิด เพราะกำลังพัฒนาแอปพลิเคชันให้รองรับได้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมาแล้วมีขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อสมัครบัญชี ซึ่งข้อมูลที่ผู้สมัครจะต้องกรอกคือ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อ-นามสกุล และ Usename ที่จะต้องไม่ซ้ำกับสมาชิกคนอื่น กรอกข้อมูลครบถ้วนแล้วหากเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ในการสมัครได้รับคำเชิญจากเพื่อนที่เป็นสมาชิก Clubhouse อยู่ก่อนแล้วจะสามารถใช้งานได้ทันที โดยสมาชิกแต่ละคนจะมีโควตาเชิญเพื่อนเข้าร่วมเป็นสมาชิกคลับเฮาส์ได้เพียง 2 รายชื่อเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใครที่สมัครแล้วแต่ไม่ได้รับการเชิญจากเพื่อนที่เป็นสมาชิกอยู่ก่อน แอปจะแจ้งให้ทราบว่า สมัครเสร็จ แต่ยังไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิกได้ทันที เพราะต้องรอให้เพื่อนที่อยู่ก่อนแล้วกด Let them in! ให้สมาชิกใหม่ ถึงจะเข้าแอปพลิเคชันได้ บอกได้เลย จะเป็นสมาชิกใน Clubhouse จะต้องมีเพื่อนเป็นสมาชิกก่อนจึงท่องโลกคลับเฮาส์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองไปที่แอปยอดฮิต ทุกคนสามารถใส่ภาพตัวเองเพื่อระบุตัวตนได้ในโปรไฟล์ ระบุ Bio เพื่ออธิบายความเป็นตัวตน สิ่งที่เราสนใจให้คนอื่นๆ สามารถเข้าถึงและติดต่อกันได้ นอกจากนี้ยังมีช่องทางเชื่อมต่อร่วมกับทวิตเตอร์และอินสตาแกรมได้ถ้าผู้เล่น Clubhouse มีบัญชีของทั้ง 2 แอปพลิเคชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเข้าไปในห้องคลับเฮาส์ จะแบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 3 ส่วน คือ 1.Moderator/Speaker สำหรับ Moderator คือ ผู้ที่สร้างห้องสนทนา จะมีสัญลักษณ์ดอกจันสีเขียวอยู่ที่หน้าชื่อ ถือเป็นผู้ควบคุมห้อง จะเชิญใครเข้าร่วมภายในห้องให้ขึ้นมาร่วมพูดหรือปิดไมค์สมาชิกในห้องสนทนา แล้วยังมีกลุ่มผู้ฟังทั่วไปที่เข้ามา ถ้าต้องการจะร่วมสนทนาสามารถกดไอคอนรูปมือด้านล่างขวาเพื่อที่จะแสดงให้เจ้าของห้องเห็นและดึงขึ้นไปอยู่ในส่วนผู้พูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนไอคอนรูปเครื่องหมายบวกที่เห็นคือ Ping someone into the room ใช้ชวนเพื่อนให้เข้ามาร่วมฟังในห้องที่เรากำลังฟังอยู่ หากฟังแล้วไม่สนใจเรื่องราวในห้องที่เข้าไป ก็สามารถออกจากห้องโดยกดไอคอนรูปมือชูสองนิ้ว หรือ Leave quietly ก็ออกจากห้องนั้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รูปแบบของ Clubhouse เป็นการเปิดห้องเพื่อพูดคุย โดยไม่มีการบันทึก ไม่มีการฟังซ้ำได้เมื่อรายการจบ ห้องของ Clubhouse จะมีทั้งกลุ่มที่เปิดห้องคุยเรื่องเดิมเวลาเดิมเป็นประจำ หรือบางห้องสร้างตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีห้องที่เกิดจากความพึงพอใจของผู้สร้างห้องเอง ซึ่งความนิยมจะขึ้นอยู่กับชื่อห้อง เรื่องที่สนทนากัน และผู้ที่เข้าร่วมสนทนา เนื่องจาก Clubhouse มีระบบให้สมาชิกสามารถติดตามบุคคลที่สมาชิกสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเซเลบ ดารา นักการเมือง นักวิชาการ แพทย์ ถ้าบุคคลนั้นเข้าร่วมพูดคุยห้องไหนจะแจ้งเตือน ทำให้สมาชิกไม่พลาดเข้าไปร่วมฟัง ได้เปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนความเห็น แม้อยู่คนละที่กัน เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าเป็นคนที่มีผู้ติดตามจำนวนมากและเป็นที่สนใจของคนในสังคม เหล่าสมาชิก Clubhouse จะต้องอาศัยความไวช่วงชิงจับจองที่ในการรับฟังห้องนั้น ถ้าห้องเต็มจะไม่สามารถเข้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พูดถึงการสร้างห้อง ต้องยอมรับว่าแอปพลิเคชัน Clubhouse มีความหลากหลายเป็นอย่างมาก จะใช้คำว่า ห้องสนทนาทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะมีการสร้างห้องที่ไม่มีการพูดคุย เช่น ชื่อห้อง &amp;ldquo;นั่งทำงานกันเงียบๆ หรือจะไม่เงียบก็ได้&amp;rdquo; หรือห้อง &amp;ldquo;เข้ามานอนเงียบๆ&amp;rdquo; เป็นต้น คนเข้าร่วมเป็นหลักร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนห้องที่เป็นการสนทนามีทั้งแนววิชาการ การเมือง สุขภาพ การฝึกทักษะภาษาอังกฤษ การดำรงชีวิต ดูดวง หาคู่รัก หรือแม้แต่เรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น ชื่อห้อง &amp;ldquo;กินอะไรดีตอนเที่ยง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;แนะนำอาหารเด็ดเย็นนี้&amp;rdquo; เป็นต้น คนเล่นสามารถเลือกสรรเข้าร่วมห้องตามความสนใจของตัวเองได้เลยทั้งหมด ทำให้คลับเฮาส์บูมมากในโลกโซเชียล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นักการเมืองที่สร้างห้องในคลับเฮาส์และเข้าไปพูดคุยตามห้องต่างๆ ได้ให้มุมมองว่า คลับเฮาส์ตอบสนองการใช้ชีวิต เพราะช่วงโควิดต้องงดเดินทาง การจัดงาน การสัมมนามีข้อจำกัด ซึ่งคลับเฮาส์เปิดห้องมากมาย มีหัวข้อสัมมนาดีๆ ที่เราอยากฟังคนมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญเข้ามาพูดในห้อง แรกๆ ตนเข้าร่วมฟังและพูดคุยเรื่องเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง หลังๆ เข้าห้องที่มีหัวข้อหลากหลายมากขึ้น ทั้งห้องแม่ลูก ห้องศาสตร์สมาธิ ห้องแนะนำวิธีลดความอ้วน เคล็ดลับสุขภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; เราจะเห็นความสนใจของสังคม เด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่คุยอะไรกัน อย่างเรื่องวัคซีนโควิดก็มาแชร์ความคิด ค้นหาข้อมูลจากทั่วโลกมาพูดคุยแบ่งปันกัน แล้วก็มีอีกหลายห้องคุยในเรื่องที่เราไม่มีความรู้มาก่อน ซึ่งทำให้เราอยากเข้าไปฟัง ทั้งสนุก ได้รับความรู้ ได้มีโอกาสฟังคนมากขึ้น คลับเฮาส์เป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน เพื่อนใหม่จากคลับเฮาส์ก็เชื่อมต่อนัดทำกิจกรรมแบบออฟไลน์ ต่อยอดชีวิตให้ดีขึ้น&amp;rdquo; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุที่ทำให้คลับเฮาส์ฮิต คุณหญิงสุดารัตน์บอกว่า แพลตฟอร์มนี้ทำให้เราได้สื่อสารแล้วก็เปิดโลกกว้าง เหมาะกับคนที่ชอบพัฒนาตัวเอง กว่า 90% เป็นเรื่องการทำธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพ พัฒนาความคิด แต่ก็จะมีที่เห็นดึกๆ ตั้งห้องเซ็กซ์บ้าง ตนไม่ได้เข้าฟัง ไม่รู้พูดเรื่องอะไร แต่ก็ยังมองภาพรวมมีประโยชน์มากกว่าผลเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝายวารี ประภาสะวัต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สัมมนา อบรม ทอล์กโชว์ หลากหลายเรื่องหลายภาษาอยู่ในแพลตฟอร์มน้องใหม่นี้ ในทัศนะของ ฝายวารี ประภาสะวัต ผู้อำนวยการด้านหลักสูตรและการสอนโรงเรียนคู่ขนาน จ.นนทบุรี เห็นว่า รู้จักแอปพลิเคชัน clubhouses จากคนรอบตัวที่โพสต์ถึงประโยชน์ของการได้เข้าไปฟังห้องต่างๆ ในแอป พอลองไปเสิร์ชดูข้อมูลว่าเป็นอะไร มีการใช้งานอย่างไร มีความน่าสนใจ เพราะเราเป็น Educator อยากลองเล่น แต่โทรศัพท์ที่ใช้งานอยู่เป็นระบบแอนดรอยด์ ทางทีมที่โรงเรียนอยากให้เราเป็นผู้บรรยายใน clubhouses จึงใช้อุปกรณ์ไอแพดของทางโรงเรียนเล่น เป็นครั้งแรกที่ได้เริ่มใช้งานจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; เราได้ประสบการณ์ใหม่ ปกติจะเป็นผู้บรรยายให้กับผู้ปกครองฟังในรูปแบบออฟไลน์และไลฟ์ทางเฟซบุ๊ก ซึ่งไลฟ์รู้สึกเหมือนพูดคนเดียว แต่ในคลับเฮาส์ได้บรรยายมีผู้เข้าฟังประมาณ 400 คน หัวข้อเป็นเรื่องของเด็ก คนเข้าฟังมีทั้งผู้ปกครองและวัยรุ่นเข้าร่วมแชร์ประสบการณ์จริงต่างๆ กัน เวลาใครสนใจพูดคุยด้วยก็กดยกมือ ทำให้ทุกคนที่ร่วมสนทนา ถึงแม้ว่าจะไม่เห็นหน้าแบบการวิดีโอคอล แต่เสียงก็ชัดเจน&amp;rdquo; นักการศึกษาบอกถึงข้อดีคลับเฮาส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกมุมหนึ่ง clubhouses ฝายวารีมองว่า เหมือนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ หากผู้ใช้หรือเยาวชนใช้ไม่ถูกทางก็มีความน่าเป็นห่วง ดังนั้นผู้ปกครองอาจจะต้องให้ความรู้หรือมีส่วนร่วม ทำให้ได้ประโยชน์ในการใช้งาน ปัจจุบันแอปนี้ได้รับความนิยม ส่วนอนาคต clubhouses จะเป็นเพียงแค่เทรนด์หรือมีระยะยาวนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานที่จะทำให้ประโยชน์จากการใช้งานหรือผู้พัฒนาแอปพลิเคชันมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันคลับเฮาส์ยังใช้งานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่มีโฆษณาใดๆ แทรกในระบบ ทำให้ผู้เล่นคลับเฮาส์ใช้กันอย่างสนุกสนานและมีอิสระทำ นาทีนี้แอปยังเติบโตไม่หยุด แต่อนาคตบนโลกดิจิทัลก็ต้องติดตาม เพราะการแข่งขันเข้มข้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96215</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลับเฮ้าส์, นสพ.ไทยโพสต์, สังคมออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210316/image_big_6050399310998.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79745</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อภัยไม่ได้!สั่งสอบอมเบี้ยเลี้ยงโควิดตำรวจภายใน10วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2563 - พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง โฆษก ตร.เปิดเผยถึงกรณีที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ตำรวจชั้นผู้น้อยถูกอมเบี้ยเลี้ยงโควิดหลายพื้นที่ว่า พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือให้ตำรวจทุกหน่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง ถ้าพบว่ามีพฤติกรรมไปในทางทุจริตฟันไม่เลี้ยง ดำเนินการทั้งวินัยและคดีอาญา &amp;nbsp;เนื่องจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เห็นความสำคัญของกำลังพล โดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย ลำพังเงินเบี้ยเลี้ยงอาจจะดูไม่มากสำหรับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่มันคือปริมาณที่มากสำหรับตำรวจชั้นผู้น้อย โดยเฉพาะการทำงานในช่วงพิเศษตำรวจชั้นผู้น้อยต้องได้รับค่าตอบแทนเต็มที่ตามที่รัฐจัดให้ ยืนยันว่าถ้าผิดฟันไม่เลี้ยงแต่ถ้าเป็นความเข้าใจผิดผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยต้องออกมาชี้แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวอีกว่า พล.ต.อ.วิสนุให้ออกรายงานผลการตรวจสอบภายใน 10 วัน พร้อมกันนี้ขอเปิดช่องในการร้องเรียนอีกช่องทางหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสามารถร้องเรียนผ่านสื่อโซเชียล โดยมีการติดแฮดแท็ก&amp;rdquo;อมเบี้ยเลี้ยงโควิด&amp;rdquo; จะมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบกรองข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร เดี๋ยวนี้โลกออนไลน์เปิดจเรตำรวจมีทุกมุมของถนน รวมทั้งกล้องวงจรปิด สื่อนั้นก็คือจเรตำรวจ จะแจ้งมีทางไหนก็คนคอยสอดส่อง ขณะเดียวกันในทางลับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ได้สั่งให้มีการสืบสวนทางลับด้วยเช่นกันไม่ใช่เฉพาะที่เป็นหนังสือราชการ เงินส่วนนั้นเป็นของงบประมาณปี 2563 ได้จัดโอนไปหมดแล้ว ถ้าเป็นดั่งที่มีการแชร์หรือวิพากษ์วิจารณ์กันมันคือการทุจริตอภัยไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ตร.เผยต่อว่า ส่วนจะไปบอกว่าใครผิดต้องรอผลการตรวจสอบจะมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งเพราะถ้าด่วนไปอาจจะไม่เป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เรื่องเงินเบี้ยเลี้ยงเป็นนโยบายของ ผบ.ตร. อะไรก็ตามที่เป็นสวัสดิการที่เป็นประโยชน์ของตำรวจชั้นผู้น้อย แม้กระทั้งการพัฒนาด้านความรู้ พัฒนาคุณภาพชีวิต ผบ.ตร.ให้ความสำคัญเป็นเรื่องแรก เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติขับเคลื่อนโดยตำรวจชั้นประทวน เป็นคนที่คอยปะทะรับเรื่อง แก้ปัญหาให้กับตำรวจทั้งองค์กรถ้าเขายังไม่ได้รับความเป็นธรรมประชาชนจะได้รับความเป็นธรรมได้อย่างไร เรื่องนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ให้ความสำคัญอย่างสูง เรื่องนี้ต้องได้ผลปรากฏใครผิดต้องได้รับโทษ ถ้าเป็นความเข้าใจผิดต้องมาชี้แจงให้เป็นที่เข้าใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ผ่านมาทำไมตำรวจมีปัญหาเรื่องเบี้ยเลี้ยงอยู่บ่อยครั้ง พล.ต.ต.ยิ่งยศ ตอบว่า ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ ได้แถลงนโยบายไป ระบบจะดีจะเลวอย่างไรไม่สำคัญ มันสำคัญที่คน เวลานี้ ผบ.ตร.กำลังจัดการเรื่องคนก่อน ถึงแม้ระบบจะดีคนที่จะทำผิดก็พยายามหาช่องทางซิกแซ็กหาประโยชน์ก็มีอยู่วันยังค่ำ เพราะฉะนั้นผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ไปตรวจสอบตรงไหนบกพร่องก็ต้องมาแก้ไข
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79745</URL_LINK>
                <HASHTAG>จเรตำรวจแห่งชาติ, ตำรวจชั้นผู้น้อย, พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนง, พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ, สังคมออนไลน์, อมเบี้ยเลี้ยงโควิด, โฆษก ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201007/image_big_5f7d5b5d3a0a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 12:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังคมออนไลน์ฮือจี้&#039;ดอน&#039;เคลียร์ด่วนหลังทำปืนลั่น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค. 63 - ภายหลังนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อ้างเมื่อวานนี้ทำนองว่า สหรัฐได้ประสานมายังไทย 1 &amp;nbsp;วันก่อนปฏิบัติการสังหาร พลเอกคาเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่าน ที่สนามบินนานาชาติกรุงแบกแดดของอิรัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงว่า &amp;quot;เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ยืนยันว่าไม่ได้มีการแจ้งให้ทราบก่อนแต่อย่างใด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลสองชุดที่แตกต่างนี้ทำให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม กลายเป็นความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์เรียกร้องให้นายดอน ออกมาชี้แจงด่วน ด้วยเกรงว่าจะเกิดผลกระทบต่อประเทศไทย.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอน ปรมัตถ์วินัย, สหรัฐ, สังคมออนไลน์, อิหร่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200107/image_big_5e1494d274600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อชาติ&#039;ปลุกสังคมออนไลน์กดดันรัฐบาลจี้รมต.สีเทาทำงาน2เท่าพิสูจน์ให้สังคมเห็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.62- นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวแสดงความคิดเห็นต่อกระแสสังคมออนไลน์ว่า ในโลกยุคปัจจุบัน ข่าวสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว การค้นหาข้อมูลข่าวสารเก่า ๆ หาประวัติของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ยากเลย เพียงแค่มีอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ยกตัวอย่าง เมื่อมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีออกมา ก็จะมีคนนำมาค้นหาพื้นเพ ภูมิหลัง หากมีข้อสังเกต น่าสงสัย น่าสนใจ ก็จะมีการนำออกมาเปิดเผย ทำให้เกิดการวิพากษ์ วิจารณ์กันในวงกว้างอย่างทันทีทันใด ไม่ทันที่จะได้อภิปรายในสภาฯ อย่างสมัยก่อน แล้วข้อมูลนั้น ๆ ก็มักจะเป็นข้อเท็จจริง ค่อนข้างที่จะน่าเชื่อถือ พิสูจน์ได้ มากกว่าข้อมูลที่นักการเมืองสมัยก่อนนำมาอภิปรายในสภาฯเสียอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างล่าสุด ก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ประวัติของรัฐมนตรีหลาย ๆ คนกันอย่างเป็นวงกว้าง สร้างความกังขาให้บุคคลทั่วไป ถึงคุณสมบัติรัฐมนตรีหลาย ๆ คนในรัฐบาลชุดนี้ บ้างก็เรียกว่าเป็นรัฐมนตรีสีเทา ทั้ง ๆ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้มีผลงานการทำงานเป็นที่ประจักษ์มาถึง 5 ปี เป็นผู้จิ้มเลือกด้วยตัวเอง พร้อมออกโรงมั่นใจในคุณสมบัติของรัฐมนตรีเหล่านั้น แม้ก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวความขัดแย้ง แบ่งเค้กไม่ลงตัว มากมายในฟากรัฐบาลที่มีพรรคร่วมกันถึง 19 พรรคการเมือง กว่าจะได้รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดนี้มาก็ใช้เวลากว่า 4 เดือนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม การจะลบคำสบประมาทคนในสังคมได้ ทำได้วิธีเดียว คือทำดีให้มากกว่า โดยทำงานให้เป็นสองเท่าของรัฐมนตรีทั่วไป พิสูจน์ตัวเองให้สังคมเห็น ดังคำที่ว่าแมวจะสีอะไร ขอให้จับหนูได้เป็นพอ ผมก็พร้อมให้กำลังใจหากทำได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรยุศด์ กล่าวอีกว่า จริง ๆ แล้วตนไม่อยากให้สังคมกระจายความสนใจไปที่คุณสมบัติของคณะรัฐมนตรีมากเกินไป จนละเลยผู้นำหลักของรัฐบาล อย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยังมีข้อกังขาและสงสัยจากสังคมเรื่องคุณสมบัติและความชอบธรรม เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่สังคมก็ยังมีการตั้งคำถามและข้อเคลือบแคลงสงสัยในหลายกรณีเช่นกัน หรือแม้กระทั่งการที่ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เวียนหนังสือมติคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;(9 ก.ค.2562) แจ้ง งบประมาณ คสช. 5 ปี ไม่เปิดเผย ซึ่งเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อความรู้สึกพี่น้องประชาชน ที่สะสมความกังขา ความไม่พอใจ กับการทำงานที่ตรวจสอบไม่ได้มาตลอด 5 ปี รวมถึง ข้อสงสัยต่อมาตรฐานการดำเนินคดีแบบเอื้อพวกพ้องของผู้มีอำนาจอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง อยากฝากพี่น้อง จัดลำดับความสำคัญให้ดี อย่ามัวแต่คำนึงถึงเรื่องเล็ก ๆ จนทำให้ตกเรื่องใหญ่ที่สำคัญไป ถ้าประชาชนเราร่วมมือกัน ทำกระแสสังคมออนไลน์ ให้กลายเป็นกระแสสังคมที่แท้จริงได้ก็จะเป็นเรื่องดีต่อประเทศชาติ ท้ายสุดก็อยากฝากและย้ำเตือนถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้อย่าลืมว่า ต้นทุนที่สำคัญที่สุดทางการเมืองคือความชอบธรรม แม้ไม่แน่ใจว่าท่านจะเข้าใจหรือไม่ แต่หากทำได้ ผมก็ขอส่งใจช่วย เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไป&amp;quot;นายรยุศด์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41370</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณสมบัติรัฐมนตรี, ดร.รยุศด์ บุญทัน, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมต.สีเทา, สังคมออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d01d7142c4fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อย่าลืมเอกชัย&#039;โซเชียลถามหามาตรฐาน ระดมทุนช่วยเหลือเหมือน&#039;จ่านิว&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.62 -&amp;nbsp;เหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ รุมทำร้ายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ &amp;quot;จ่านิว&amp;quot; &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหาร ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารถูกทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี &amp;quot;จ่านิว&amp;quot; &amp;nbsp;มีการระดมทุนจากพรรคเพื่อไทย&amp;nbsp;และเปิดแคมเปญ 247.5&amp;nbsp;โอนเงินบริจาคช่วยเหลือครอบครัวจ่านิว&amp;nbsp;ทว่าสังคมออนไลน์ได้นำกรณี นายเอกชัย หงส์กังวาน &amp;nbsp;นักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารอีกคนที่โดนทำร้ายร่างกายนับ 10 ครั้งและรถยนต์ถูกเผา แต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างที่ควรจะเป็นเหมือนกรณีจ่านิว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39864</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทำร้ายร่างกาย, จ่านิว, นักกิจกรรม, นักเคลื่อนไหว, สังคมออนไลน์, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, เอกชัย หงส์กังวาน, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d1985cb53a75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โซเชียลฯแซวหนักมาก!&#039;อยากให้ลุงตู่ออกม.44 ห้ามลุงป้อมสัมภาษณ์สื่อ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.62 - คำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ว่า &amp;quot;ไม่รู้สิ คงเห็นอาหารอร่อยมั้ง&amp;quot; หลังสื่อมวลชนตั้งคำถามว่าเหตุใดกลุ่มติดอาวุธอัลชาบับจากโซมาเลียเลือกก่อเหตุโรงแรมในเครือของประเทศไทย ที่ประเทศเคนย่า &amp;nbsp;ถูกสังคมออนไลน์นำไปวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียว พล.อ.ประวิตร ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน เมื่อให้สัมภาษณ์ ถึงแนวทางการแก้ปัญหาฝุ่นละออง ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล โดยระบุว่า&amp;quot;หากการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสายเสร็จสิ้นในห้วง 2-3 ปี จะช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากการวิพากษ์วิจารณ์โจมตีอย่างหนักแล้ว ยังมีการหยิบกรณีคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประวิตร ไปหยอกล้อทางการเมืองด้วย เช่นมีผู้โพสต์ว่า &amp;quot;อยากให้ลุงตู่ออกม.44 ห้ามลุงป้อมสัมภาษณ์สื่อ&amp;quot; สร้างความครื้นเครงในสังคมออนไลน์.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26822</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดุสิตดีทู, ดุสิตธานี, บิ๊กป้อม, ปากไว, พล.อ.ประวิตร, สังคมออนไลน์, อาหารอร่อย, เคนย่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180509/image_big_5af2a7d1b6f5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
