<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 21:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สูงวัยไม่ตกเทรนด์ดิจิตอลด้วยเครือข่ายปู่ย่าตายาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ป้องกันผู้สูงอายุฆ่าตัวตายจากโรคซึมเศร้าและความเหงา ด้วยการสอนวิธีเล่นไลน์-เฟซบุ๊กในการติดต่อพูดคุยกับลูกหลาน หรือสร้างสังคมเพื่อนวัยเดียวกันให้กับคนสูงวัยยุคดิจิตอล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องยอมรับแบบเปิดอกว่า สังคมไทยในปัจจุบันเป็นสังคมที่เต็มไปด้วยความเครียด ทั้งนี้ยังพบว่ามีการทอดทิ้งสูง เพราะเราจะเห็นผู้สูงอายุมักจะต้องอยู่เฝ้าบ้าน ในขณะที่ลูกหลานต้องออกไปทำงานเพื่อหารายได้เลี้ยงดูคนชรา สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมสะท้อนให้เห็นว่า ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้บุตรหลานต้องอพยพย้ายถิ่นฐานโดยไม่ได้ตั้งใจปล่อยปละละเลยพ่อแม่ นี่เองจึงทำให้โซเชียลเข้าไปมีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในงานเสวนาปาฐกถา &amp;ldquo;สังคมสูงวัย กับโลก Digital&amp;rdquo; ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธิ มส.ผส., สสส., สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และภาคีเครือข่าย ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี ให้มุมมองเรื่องดังกล่าวไว้น่าสนใจ เพื่อเปลี่ยนจากภาระให้เป็นพึ่งพิง เพราะอย่าลืมว่าดิจิตอลสามารถทำให้เกิดสังคมเครือข่ายคล้ายกับสมองของมนุษย์เรา นั่นจึงทำให้เกิดเป็นสังคมอุดมปัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ศ.เกียรติคุณ นพ.ประเวศ วะสี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประเวศให้ความรู้ว่า &amp;ldquo;การที่ผู้สูงอายุจะบรรลุความจริง ความงาม ตลอดจนเข้าใจสัมพันธภาพของมนุษย์ไปด้วยกัน ท่ามกลางสังคมใหม่ หรือสังคมยุคดิจิตอล ผมขอสะท้อนภาพของสังคมไทยในปัจจุบันว่า เป็น &amp;ldquo;สังคมแห่งการทอดทิ้ง&amp;rdquo; ซึ่งแตกต่างจากเมื่อในอดีตที่ลูกหลานมักช่วยกันแลดูแลผู้สูงอายุ ขณะที่ยุคนี้เป็นยุคสมัยใหม่ จึงไม่ใช่ว่าลูกใจดำโดยไม่สามารถเลี้ยงดูพ่อแม่ เพราะอย่าลืมว่าเมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป แต่คนเป็นลูกหลานจำเป็นต้องไปหาอาชีพอื่นทำเพื่อส่งเงินมาจุนเจือครอบครัว นั่นจึงเกิดความห่า และเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาผู้สูงวัยอยู่เพียงลำพัง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากปัญหาผู้สูงอายุอยู่เพียงลำพังแล้ว ยังพบ &amp;ldquo;ภาวะความเครียดสูง&amp;rdquo; เพราะสังคมยุคใหม่เติมไปด้วยความเร่งรีบ แข่งขัน จึงทำให้มีความเครียด ขาดความสุข นั่นจึงทำให้ป่วยเป็นโรคมากมาย ทั้งความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะอาหาร อีกทั้งทำให้ภูมิต้านทานต่ำ เกิดภาวะติดเชื้อ อีกทั้งทำให้เป็นโรคมะเร็งได้ง่าย ที่ลืมไม่ได้เช่นกัน ภายในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีการลดการใช้แรงงานคน แต่จะใช้เครื่องจักรมากขึ้น โดยเฉพาะธนาคารบางแห่งที่มีจำนวน 1,500 สาขาแห่งทั่วประเทศ จะลดการใช้แรงงานคน และทำให้จะทำให้คนตกงาน จีงเป็นผลพวงของความเครียดและความกดดันในชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุเป็นวัยที่มีประสบการณ์ การใช้อินเทอร์เก็บข้อมูลคนวัยเกษียณที่มีความรู้ความสามารถ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าไปดู เพื่อขอคำแนะนำในเรื่องต่างๆ จะทำให้เกิดสังคมเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนสูงวัยอยู่ได้อย่างภาคภูมิใจ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว อีกหนึ่งสิ่งที่พบคือ จะทำให้ &amp;ldquo;ขาดความเป็นชุมชน&amp;rdquo; จากเดิมที่เป็นสังคมเกษตรกรรม หรือการอยู่ร่วมกันของมนุษย์กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะล่มสลายโดยอำนาจ 3 อย่าง คือ 1.รัฐ 2.เงิน 3.ความรู้และความไม่รู้ จึงทำให้ขาดความเป็นชุมชนไป และสิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกันคือชุมชนขาดศีลธรรม จึงทำให้ในอนาคตจะมีการ &amp;ldquo;เจริญสติ&amp;rdquo; มากขึ้น เช่น ในประเทศอเมริกา มีการสอนเจริญสติแบบพุทธอยู่ราว 7 หมื่น 8 พันราย เนื่องจากมีการวิจัยว่าวิธีดังกล่าวจะทำให้สมองของมนุษย์พบเจอกับความสุขอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน และทุกอย่างในชีวิตดีขึ้นแม้จะไม่ต้องใช้เงิน นอกจากนี้ยังทำให้เจ็บป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจและมะเร็ง อีกทั้งยังทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีและทำให้ครอบครัวดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรต่างๆ เป็นบริษัทแห่งการเจริญสติ ซึ่งจะทำให้คนขาดงานน้อยลง เพราะเจ็บป่วยน้อยลงจากการไปวิปัสสนากรรมฐานมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คำถามที่ว่าเมื่อยุคนี้เป็นยุคดิจิตอล เราจะเจริญสติด้วยมีดิจิตอลเป็นตัวเชื่อมอย่างไรได้นั้น คือการที่ทำให้นักดิจิตอลรู้จักการปฏิบัติภาวนาเจริญสติ จากนั้นก็นำเทคโนโลยีดังกล่าวลงไปช่วย พูดง่ายๆ ว่าใช้อินเทอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมโยง ตอนนี้มีใครบ้างที่กำลังเจริญสติอยู่ และอยู่ที่ไหน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการรวมกลุ่มหรือหาสังคมของการปฏิบัติวิถีพุทธดังกล่าว วิถีนี้จะตอบได้ชัดเจนว่าดิจิตอลเป็นเครื่องมือที่ช่วยทำให้คนอยู่ร่วมกันได้นั่นเอง ไม่ว่าคุณจะเป็นใครคนหนุ่มหรือคนชรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภาพของการใช้ดิจิตอลหรือระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงวัย ในการลดปัญหาการฆ่าตัวตายของคุณตาคุณยายที่อาศัยอยู่ใน จ.เชียงราย ซึ่งทำแล้วได้ผล นอกจากโรงเรียนผู้สูงอายุแล้วคือ การที่เราส่งเสริมให้คุณตาคุณยายสามารถเล่นไลน์ เล่นเฟซบุ๊ก หรือสามารถเข้าชมเรื่องราวที่ผู้สูงวัยสนใจในยูทูบ ตรงนี้เป็นวิธีการสร้างความผ่อนคลายให้กับท่านได้ดีที่สุดแม้ต้องอยู่ลำพัง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประโยชน์ของดิจิตอลที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในการยกระดับให้ผู้สูงอายุคือ อยู่อย่างภาคภูมิใจในการได้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ความสามารถพิเศษ ที่เด็กยุคใหม่อาจจะไม่รู้ ท่ามกลางสังคมแห่งการทอดทิ้ง ที่ผู้ใหญ่ไม่รู้จะถ่ายทอดภูมิปัญญาไปให้ใคร เพื่อป้องกันความรู้ดีๆ เหล่านั้นสูญหาย อย่างการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตหรือโซเชียลในการทำ &amp;ldquo;แมปปิ้ง&amp;rdquo; หรือ (Mind Mapping) ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้รู้ว่าผู้สูงวัยที่มีความสามารถเฉพาะด้านเป็นใครและอยู่ที่ไหนบ้าง ซึ่งเป็นการสร้างชุมชนเพื่อให้เด็กรุ่นใหม่เข้าไปดู ไปศึกษา ในรูปแบบเครือข่ายเน็ตเวิร์ก ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ข้อดีของการเก็บข้อมูลผู้สูงวัยที่เป็นคนเก่งและมีความรู้เฉพาะด้านต่างๆ ตรงนี้จะทำให้คนรุ่นลูกหลานที่ต้องการเรียนรู้ เช่น อาหารพื้นบ้าน งานแฮนด์เมดในท้องถิ่น หรือคุณตาคุณยายท่านใดที่ร้องเพลงเก่ง ก็สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพื่อขอความรู้จากท่าน การเชื่อมโยงข้อมูลแบบเครือข่ายเน็ตเวิร์กดังกล่าวจะทำให้ผู้สูงอายุเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองในการเป็นผู้ถ่ายทอด ไม่ว่าผู้สูงอายุท่านนั้นจะเป็นคนรวยหรือคนจนก็ตาม ซึ่งจะช่วยลดมายาคติเรื่องชนชั้นวรรณะหรืออายุที่ต่างกัน ที่สำคัญการจับกลุ่มกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลของคนที่ถูกจริตเดียวกัน โดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อมโยงก็เปรียบเสมือนกับการสร้างเครือข่ายที่คล้ายกับสมองของมนุษย์เรา และถ้าสังคมไทยเป็นสังคมเครือข่าย มันจะก็ขยายตัวและดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อนั้นผู้สูงวัยในยุคดิจิตอลก็จะเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ อยู่ในสังคมได้อย่างไม่เป็นภาระของลูกหลาน และใช้เทคโนโลยีในการกระชับสัมพันธ์กับคนในครอบครัวและสังคมรอบข้างได้เป็นอย่างดี หรือที่เรียกกันว่าเป็นสังคมอุดมปัญหา ด้วยมีดิจิตอลเป็นตัวเชื่อมโยง&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8615</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดความเป็นชุมชน, ความเครียด, คุณภาพชีวิต, นพ.ประเวศ วะสี, ผู้สูงอายุ, ภาวะความเครียดสูง, สังคมยุคดิจิตอล, สังคมอุดมปัญหา, หารายได้เลี้ยงดูคนชรา, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aef08399ecb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
