<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 16:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039; ชี้แฮชแท็กจากนอกประเทศปลุกปั่นให้แตกแยก กระแสแผ่วหนัก ปชช.ตาสว่างแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.63 - ​น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี และอดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีสำนักวิจัยซูเปอร์โพล สำรวจ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; พบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับวาทกรรม &amp;ldquo;สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส&amp;quot; มีเพียง 1.6 ล้านผู้ใช้งาน น้อยกว่าวาทกรรม &amp;ldquo;ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส&amp;rdquo; ที่มีผู้ใช้งาน 12.4 ล้านเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมาว่า สะท้อนว่าแคมเปญนี้ที่มีความพยายามปลุกปั่น กำลังไม่ได้รับการตอบรับอย่างที่คาดหวังจากผู้ติดตามในโลกโซเชียลเท่าที่ควร ทำให้ไม่สามารถปั่นกระแส ฉกฉวยโอกาสจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมได้ กระแสที่แผ่วลงสะท้อนว่าประชาชนในโลกโซเชียลไม่มีความเห็นร่วมกับผู้คาดหวัง อาจเพราะได้ทราบข้อมูลเรื่องการปั่นกระแสจากต่างประเทศมากขึ้น จึงไม่คล้อยตามอย่างที่พยายามยัดเยียดความคิดเรื่องชนชั้นให้มีปัญหาขึ้นในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า และที่น่าสนใจคือจากผลการศึกษายังพบว่า ผู้ใช้งานที่เคลื่อนไหวเกี่ยวกับวาทกรรมนี้ มาจากประเทศไทยเพียงร้อยละ 11.6 หรือประมาณกว่าแสนคนเท่านั้น ที่เหลือมาจากนอกประเทศไทย เช่นเดียวกับในช่วงที่ปั่นกระแสยอดสูงสุดของข้อความการเมืองที่ว่า #ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส มีผู้ใช้อยู่ในประเทศไทยเพียงร้อยละ 11.3 เท่านั้น ยิ่งชัดเจนว่า มีการอาศัยนอกประเทศหรือต่างชาติในการปั่นกระแส จากผลวิจัยถึงแม้จะมีกระแสจากต่างชาติมาช่วยพยุงในโลกโซเชียลของแคมเปญ ถึง ร้อย 88.7 แต่กระแสโลกจริงกลับแผ่วอย่างหนัก และมีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า ในกิจกรรมที่ผ่านมาของพวกที่ใช้สร้างกระแสนั้น อาจอาศัยเสียงในโซเชียลจากต่างชาติ เข้ามาบิดเบือนสร้างความชอบธรรม รองรับในการดำเนินการทากาารเมืองต่างๆด้วยหรือไม่ ทำให้สังคม โดยเฉพาะน้องๆเยาวชนอาจเข้าใจไขว้เขว หรืออาจได้รับข้อมูลจากกระแสปลอมๆ ไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เชื่อว่าผลการศึกษาที่ออกมาจะทำให้ประชาชนทั้งในและนอกโซเชียลไทยตาสว่างมากขึ้น ไม่ตกเป็นทาสความคิดที่ปลุกระดม และอาจมีความพยายามใช้ต่างชาติปั่นกระแสให้เกิดความขัดแย้ง แตกแยกภายในประเทศก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงก็อยากฝากถึง &amp;quot;นายกโซเชียล&amp;quot; ว่า อย่าทำร้ายประเทศไทยเลย&amp;nbsp;ประเทศไทยกำลังมีมหาวิกฤตรอบด้าน เรื่องเร่งด่วนคือมาร่วมมือกันฟื้นตัวเศรษฐกิจมากกว่าเรื่องอื่นๆ&amp;quot; น.ส.ทิพานัน กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76740</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทิพานัน ศิริชนะ, ปลุกปั่น, สังคมแตกแยก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43c94900ec4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56144</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่อเมืองโคราชสั่งนิติกรแจ้งจับสาวตัดต่อ &#039;ย่าโม&#039; ข้อหานำเข้าข้อมูลทำให้สังคมแตกแยก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;3 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า เจ๊หล้า รีเทิรน์ ได้โพสต์รูปตัดต่อโดยนำเอาภาพใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งผู้โพสต์ระบุว่าเป็นใบหน้าของตัวเองไปใส่ลงบนใบหน้าของอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือคุณย่าโม ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวจังหวัดนครราชสีมาและคนไทยทั้งประเทศ ทำให้เกิดกระแสแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก ล่าสุดมีเฟซบุ๊กอีกรายโผล่ตัดต่อภาพชายหนุ่มคนหนึ่ง แต่ต่อมาถูกรุมด่ามากจึงได้ลบภาพดังกล่าวออกแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหาตัวผู้โพสต์ พร้อมทั้งได้มีการแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับผู้โพสต์แล้ว&amp;nbsp;โดยให้ทางนิติกรจังหวัดนครราชสีมาตรวจสอบข้อกฎหมายแล้ว เบื้องต้นคาดว่าสามารถเอาผิดได้ในเรื่องของการนำเข้าข้อมูลอันจะก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ทางจังหวัดฯจะใช้ข้อหานี้ไปดำเนินการแจ้งความเอาผิดผู้โพสต์ โดยได้บอกกับนิติกรจังหวัดฯว่า สามารถไปดำเนินการแจ้งความในนามส่วนตัวได้ ส่วนอีกรายที่โผล่ขึ้นมาใหม่ตอนนี้เราก็กำลังดูอยู่อีก 1 ราย ซึ่งเห็นว่าได้ปิดโพสต์ไปแล้ว เรากำลังรวบรวมหาหลักฐานอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;นายวิเชียร กล่าวว่าเรื่องนี้มีความอ่อนไหวกระทบจิตใจชาวโคราชและภาคอีสานค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศรู้จักคุณย่าโมในฐานะวีรสตรี และชื่นชมในวีรกรรมของท่าน แต่คนโคราชมีความเชื่อถือเคารพสักการะ และเชื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ของดวงวิญญาณของคุณย่าโมด้วย ฉะนั้นในเรื่องนี้จึงกระทบจิตใจไม่เฉพาะคนชาวจังหวัดนครราชสีมา แต่กระทบจิตใจของคนทั้งประเทศ และที่สำคัญวันที่ 23 มีนาคมนี้จะมีงานประเพณีประจำจังหวัดนครราชสีมาคือ งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี หรือ งานย่าโม จะมีพิธีสำคัญถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ในการบวงสรวงดวงวิญญาณคุณย่าโม ตรงนี้ยิ่งใกล้วันก็เลยทำให้ความรู้สึกของคนโคราชรู้สึกไม่ดี รู้สึกเสียหายต่อจิตใจและกระทบจิตใจต่อคนโคราชมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เรื่องอย่างนี้ผมพูดอยู่เสมอว่ามันมีเรื่องอีกหลายเรื่องที่ควรจะพูดจะทำกัน บ้านเมืองต้องการความรักความสามัคคี เราควรจะไปดูเรื่องอื่นที่ควรจะทำหรือจำเป็นต้องทำมากกว่านี้ ฉะนั้นเรื่องนี้จะต้องมีการดำเนินการ และผมคิดว่าน่าจะเป็นบุคคลที่ไม่สมประกอบแค่นั้นเอง ส่วนรายอื่นๆผมคิดว่าคงไม่เกิดขึ้น เพราะว่าปรกติก็ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องดำเนินคดี กำลังจะไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56144</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, ย่าโม, ลบหลู่ย่าโม, ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี, สังคมแตกแยก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e37bb9c11b5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
