<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 19:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนักกว่าโคโรนา ไซโคลนอำพันถล่มบังกลาเทศ-อินเดียย่อยยับ สังเวยแล้ว 84 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ซูเปอร์ไซโคลนอำพันที่เข้าถล่มหลายพื้นที่ของบังกลาเทศและภาคตะวันออกของอินเดียตั้งแต่วันพุธ สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง บ้านเรือนพังราบ ต้นไม้เสาไฟหักโค่น สตอร์มเซิร์จก่อน้ำท่วม มุขมนตรีเบงกอลตะวันตกครวญผลกระทบหนักกว่าไวรัสโคโรนา ยอดสังเวยในวันพฤหัสบดีมีอย่างน้อย 84 ศพแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องบินโดยสารจอดอยู่ใกล้โรงเก็บเครื่องบินในสนามบินเนตาชี สุภาษ จันทระ โพส ที่พังเสียหายภายหลังพายุไซโคลนพัดถล่มเมืองกัลกัตตา เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการบังกลาเทศและอินเดียอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัยริมชายฝั่งรวมมากกว่า 3 ล้านคน ก่อนที่ซูเปอร์ไซโคลนลูกนี้จะเคลื่อนจากอ่าวเบงกอลขึ้นฝั่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวเจ้าหน้าที่เมื่อวันพฤหัสบดีถึงภาพความเสียหายที่ชัดเจนขึ้นว่า พายุลูกนี้ ซึ่งมีความเร็วลม 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง พัดเสาไฟฟ้าหักโค่น ทำให้ชาวบ้านหลายล้านคนไม่มีไฟฟ้าใช้ กำแพงและหลังคาอาคารบ้านเรือนจำนวนมากพังเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านในเมืองกัลกัตตา เมืองเอกของรัฐเบงกอลตะวันตกของอินเดีย เผชิญกับน้ำท่วมสูงถึงหน้าต่างรถยนต์ ภาพข่าวเผยให้เห็นสภาพน้ำท่วมที่สนามบินกัลกัตตาและโรงเก็บเครื่องบินพังถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มามาตา บาเนอร์จี มุขมนตรีรัฐเบงกอลตะวันตก กล่าวกับสื่อท้องถิ่นว่า ผลกระทบของอำพันเลวร้ายกว่าไวรัสโคโรนา มีคนสังเวยพายุอย่างน้อย 72 ราย บ้านสร้างด้วยดินหลายพันหลังพังราบ ต้นไม้ล้ม ถนนขาด และพืชผลถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่บังกลาเทศเผยเช่นกันว่า มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน ซึ่งรวมถึงเด็กชายวัย 5 ปี และชายชราวัย 75 ซึ่งถูกต้นไม้ล้มทับ และอาสาสมัครกู้ภัย 1 รายที่จมน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กำลังรอรายงานความเสียหายจากซันดาร์บันส์ พื้นที่ป่าชายเลนที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและเป็นที่อยู่ของเสือเบงกอล พวกเขาห่วงว่าสัตว์ป่าในพื้นที่นั้นอาจโดนคลื่นน้ำทะเลหนุนสูงซัดออกทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไซโคลนลูกนี้อ่อนกำลังลงแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีขณะเคลื่อนไปทางทิศเหนือผ่านบังกลาเทศ แต่ยังทำให้ฝนตกหนักและลมกระโชกที่อำเภอคอกซ์บาซาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของค่ายลี้ภัยชาวโรฮีนจาราว 1 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ในอำเภอคุลนาที่อยู่ติดชายฝั่งบอกด้วยว่า สตอร์มเซิร์จสูง 3 เมตรโถมเข้าทำลายทำนบกั้นน้ำที่ปกป้องหลายหมู่บ้าน แม้ชาวบ้านจะช่วยป้องกันตลอดทั้งคืนก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อำเภอสาตกษิรา คลื่นทะเลหนุนทำลายเขื่อนกั้นแม่น้ำที่ปกป้องหลายหมู่บ้าน และสันเขื่อนใช้เป็นถนนด้วย ทำให้น้ำบ่าท่วมบ้าน 600 หลัง และกวาดกลืนฟาร์มเลี้ยงกุ้งและปูหลายพันแห่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์ไซโคลน, บังกลาเทศ, สังเวยพายุ, อินเดีย, ไซโคลนอำพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec672d10a78d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไต้ฝุ่น &#039;คัมมูริ&#039; ถล่มฟิลิปปินส์ สังเวยอย่างน้อย 2 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นคัมมูริเข้าถล่มฟิลิปปินส์เมื่อคืนวันจันทร์ คร่าชีวิตประชาชนอย่างน้อย 2 ราย สนามบินมะนิลาปิดทำการชั่วคราว เที่ยวบินถูกยกเลิกมากกว่า 500 เที่ยว ส่วนการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ประเภทกลางแจ้งต้องปรับเปลี่ยนตารางใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากขยะและความเสียหายภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินในเมืองเลกาสปีซิตี จังหวัดอัลเบย์ ทางใต้ของกรุงมะนิลาภายหลังไต้ฝุ่นถล่ม เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2562 กล่าวว่า พายุไต้ฝุ่นคัมมูริขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์เมื่อคืนวันจันทร์ แล้วเคลื่อนผ่านตอนใต้ของกรุงมะนิลา เมืองหลวงที่มีประชากร 13 ล้านคน และกำลังต้อนรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่นับหมื่นคนที่มาร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ซึ่งมะนิลาเป็น 1 ใน 3 ของเมืองที่ใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจกล่าวว่า ในวันอังคารเมื่อไต้ฝุ่นลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวพ้นฟิลิปปินส์ ลมพายุที่เข้ากระหน่ำเกาะมินโดโร ซึ่งเป็นแผ่นดินใหญ่แห่งสุดท้ายบนเส้นทางพายุ ทำให้ต้นไม้หักโค่นทับชายคนหนึ่งเสียชีวิต และมีชาวบ้านอีก 1 คน โดนวัสดุที่ลมพัดปลิวกระแทกเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าที่คัมมูริจะขึ้นฝั่งนั้น มีรายงานว่า ชายวัย 33 ปีคนหนึ่งโดนไฟฟ้าชอร์ตเสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ขณะกำลังซ่อมแซมหลังคาไม่ให้ปลิวตามกระแสลม ซึ่งถึงช่วงสายวันอังคารนั้นความเร็วลมสูงสุดของพายุลูกนี้ลดลงเหลือ 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ยังคงอยู่ในช่วงประเมินผลกระทบจากพายุ แต่มีรายงานว่าสนามบินท้องถิ่นขนาดเล็กแห่งนี้ได้รับความเสียหายรุนแรง ลมพายุทำให้ต้นไม้และเสาไฟฟ้าหักโค่นจำนวนมาก บ้านเรือนหลายหลังเสียหาย หลังคาปลิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็ด มอนเรียล ผู้จัดการใหญ่ของท่าอากาศยานระหว่างประเทศนินอยอากีโนของกรุงมะนิลา กล่าวไว้กับเอเอฟพีว่า สืบเนื่องจากกระแสลมรุนแรงทำให้สนามบินต้องปิดทำการชั่วคราว อย่างไรก็ดี เอเอฟพีกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่ระบุชัดเจนว่าจะเปิดให้ทำการบินได้เมื่อใด แต่ประเมินไว้ว่าจะเป็นเวลา 23.00 น. ของวันอังคาร หรือ 22.00 น. วันเดียวกันของไทย แต่เจ้าหน้าที่จะตัดสินใจอีกครั้งภายหลังพิจารณาสภาพอากาศแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดสนามบินมะนิลาชั่วคราวเมื่อวันอังคาร ทำให้มีเที่ยวบินถูกยกเลิกเกือบ 500 เที่ยว และเจ้าหน้าที่เตือนผู้โดยสารว่าอย่าเพิ่งมาสนามบิน ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีได้เข้าไปที่อาคารผู้โดยสารหลังหนึ่ง ซึ่งปกติจะมีผู้โดยสารขาออกพลุกพล่านจอแจในช่วงเช้า แต่เช้าวันอังคารมีแต่เจ้าหน้าที่ไม่กี่คนและผู้โดยสารที่ตกค้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่บรรเทาหายนภัยเปิดเผยด้วยว่า มีประชาชนประมาณ 340,000 คนในเขตบีโกล ภาคกลางของประเทศ อพยพออกจากบ้านเรือนในพื้นที่เสี่ยงภัยจากพายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คัมมูริยังทำให้การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์บางรายการต้องปรับเปลี่ยนเวลาใหม่ตั้งแต่วันอาทิตย์ โดยเฉพาะกีฬาทางน้ำและกีฬากลางแจ้งที่ถูกเลื่อนมากกว่า 12 รายการ ส่วนวันอังคารมีกีฬาถูกปรับตารางการแข่งขันราวครึ่งหนึ่ง แต่เจ้าภาพยืนยันว่าการแข่งขันจะเสร็จทันกำหนดก่อนวันปิดการแข่งขัน 11 ธันวาคมนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51718</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัมมูริ, ซีเกมส์, ปิดสนามบิน, พายุไต้ฝุ่น, ฟิลิปปินส์, สังเวยพายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de66a4e2015b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2019 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2019 20:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญี่ปุ่นสังเวยไต้ฝุ่นฮากิบิสแล้ว 26 ศพ สูญหายอีก 15</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ญี่ปุ่นเร่งกู้ภัยและสำรวจความเสียหายจากไต้ฝุ่นฮากิบิสที่ขึ้นฝั่งเมื่อค่ำวันเสาร์ รัฐบาลส่งทหาร 31,000 นายร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือ สื่อรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 26 คน ยังสูญหายอีก 15 หลายพื้นที่ในภาคกลางและตะวันออกยังถูกน้ำท่วมสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เรืออพยพประชาชนและเจ้าหน้าที่จากสถานพักพิงคนวัยเกษีย คาวาโงเอะคิงส์การ์เดน ในจังหวัดไซตามะ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2562&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสซึ่งถูกระบุว่าเป็นไต้ฝุ่นรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในรอบหลายสิบปีที่เข้าถล่มญี่ปุ่น&amp;nbsp; เคลื่อนขึ้นฝั่งเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม และเคลื่อนตัวพ้นญี่ปุ่นแล้วเมื่อเช้าวันอาทิตย์ แม้กรุงโตเกียวจะรอดพ้นจากการเกิดภัยพิบัติได้ แต่ภูมิภาคอื่นโดยรอบได้รับความเสียหายรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ทางการญี่ปุ่นส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 100,000 คน รวมถึงทหาร 31,000&amp;nbsp; นาย ออกปฏิบัติงานตลอดทั้งคืนเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ตกค้างหรือประสบภัยจากดินถล่มและน้ำแม่น้ำหลายสายล้นตลิ่งเอ่อเข้าท่วมชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเช้าวันอาทิตย์ รัฐบาลประกาศจำนวนผู้เสียชีวิตว่ามีทั้งสิ้น 14 คน สูญหาย 11 คน แต่สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ เอ็นเอชเค รายงานว่ามีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 26 คน และสื่อท้องถิ่นรายงานด้วยว่ายังมีคนสูญหาย 15 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีชุมชนกว่า 10 แห่งที่น้ำในแม่น้ำเอ่อเข้าท่วม ซึ่งรวมถึงจังหวัดนางาโนะ ภาคกลางของญี่ปุ่น ที่เขื่อนแตกทำให้น้ำในแม่น้ำชิกุมะไหลบ่าท่วมเขตที่อยู่อาศัยสูงถึงระดับหลังคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพและหน่วยดับเพลิงหลายลำช่วยอพยพผู้ประสบภัยจากหลังคาและระเบียงบ้านในพื้นที่หลายแห่งที่น้ำท่วมสูง แต่ที่เมืองอิวากิในจังหวัดฟุกุชิมะ ปฏิบัติการกู้ภัยเกิดความผิดพลาดจนเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อหญิงคนหนึ่งตกจากสายเคเบิลขณะถูกชักรอกขึ้นเฮลิคอปเตอร์ทำให้เธอเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองคาวาโงเอะทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่ออพยพประชาชนจากบ้านพักคนชราที่ระดับน้ำท่วมสูงถึงชั้น 2 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไต้ฝุ่นฮากิบิสเข้าถล่มเกาะฮอนชู เกาะใหญ่ของญี่ปุ่นเมื่อค่ำวันเสาร์ ด้วยความเร็วลมสูงสุด 216&amp;nbsp; กิโลเมตร/ชั่วโมง เป็นพายุที่มีความรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในรอบหลายสิบปี แต่ก่อนที่ฮากิบิสจะเคลื่อนถึงฝั่ง อิทธิพลของพายุทำให้มีคนเสียชีวิตรายแรก เป็นเจ้าหน้าที่เทศบาลในจังหวัดชิบะที่รถยนต์ของเขาโดนลมพายุหอบพลิกคว่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายงานลูกเรือชาวจีนเสียชีวิต 2 คนเมื่อเรือของพวกเขาอับปางในอ่าวโตเกียวเมื่อคืนวันเสาร์ ลูกเรือ 4 คนได้รับการช่วยชีวิต แต่เจ้าหน้าที่ยังค้นหาลูกเรือที่สูญหายอีก 6 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดินถล่มและน้ำท่วมคร่าชีวิตผู้คนเพิ่มขึ้นตลอดคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันอาทิตย์ เมื่อภาพความเสียหายจากพายุลูกนี้ชัดเจนขึ้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยกู้ศพหลายศพจากบ้านเรือนและยานพาหนะที่จมน้ำ หรือบ้านเรือนหลายหลังที่โดนดินถล่มฝัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ชินโซ อาเบะ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่รับมือสถานการณ์ฉุกเฉินและส่งรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบด้านการจัดการภัยพิบัติลงพื้นที่ประสบภัย พร้อมกับรับปากว่ารัฐบาลจะทุ่มเทสุดกำลังและขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงค่ำวันอาทิตย์ มีบ้านเรือนมากกว่า 110,000 หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ ก่อนพายุขึ้นฝั่งเมื่อวันเสาร์รัฐบาลออกคำแนะนำประชาชนมากกว่า 7 ล้านคนให้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง และเมื่อถึงค่ำวันอาทิตย์ยังมีประชาชนกว่า 135,000 คนอยู่ในศูนย์พักพิงของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงของพายุลูกนี้ทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นออกคำเตือนภัยฝนตกหนักในระดับสูงสุด โดยคาดว่าบางพื้นที่จะมีปริมาณน้ำฝนมากอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุนี้ทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดในกรุงโตเกียว แต่วันอาทิตย์สนามบินนาริตะและฮาเนดะเริ่มกลับมาใช้งานได้แล้ว แต่ยังมีเที่ยวบินถูกยกเลิกมากกว่า 800 เที่ยว เช่นเดียวกับรถไฟหัวกระสุนที่ยังงดบริการในพื้นที่ประสบภัย ส่วนการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกคู่ระหว่างนามิเบียกับแคนาดาในเช้าวันอาทิตย์ ก็ถูกยกเลิกเป็นคู่ที่ 3 ต่อจาก 2 คู่เมื่อวันเสาร์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47967</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, น้ำท่วม, ยกเลิกเที่ยวบิน, สังเวยพายุ, ไต้ฝุ่นฮากิบิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191013/image_big_5da320022346c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 16:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โมซัมบิกหวั่นยอดสังเวยพายุไซโคลน-น้ำท่วมเกิน 1,000 ศพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้นำโมซัมบิกหวั่นเกรงว่า ยอดผู้สังเวยพายุไซโคลนและน้ำท่วมเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอาจเพิ่มจาก 84 คน เป็นมากกว่า 1,000 คน หลังภาพความเสียหายปรากฏชัดขึ้น ส่วนซิมบับเวเพื่อนบ้านที่โดนพายุลูกเดียวกัน มีคนเสียชีวิตแล้วเกือบร้อย และสูญหายอีกมากกว่า 200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายที่มิชชันเอวิเอชันเฟลโลว์ชิพเผยแพร่เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562 เผยสภาพน้ำท่วมในเมืองเบย์ราของโมซัมบิก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2562 กล่าวว่า พายุไซโคลนอิดายเข้าถล่มมาลาวี, โมซัมบิก และซิมบับเวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพร้อมกับกระแสลมรุนแรง ฝนตกหนัก และน้ำท่วมฉับพลัน ทำลายถนนหนทางและบ้านเรือนประชาชน เมืองเบย์ราในภาคกลางของโมซัมบิกเป็นเมืองที่พายุไซโคลนลูกนี้เข้าถล่มโดยตรงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฟิลิป นยูซี แห่งโมซัมบิก แถลงต่อประชาชนเมื่อวันจันทร์ว่า ขณะนี้จำนวนผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 84 คน แต่หลังจากได้สำรวจทางอากาศเหนือพื้นที่ประสบภัยเมื่อเช้า ก็ทำให้เข้าใจสถานการณ์ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,000 คน &amp;quot;นี่คือภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมอย่างแท้จริง&amp;quot; เขากล่าว &amp;quot;ผู้คนมากกว่า 100,000 คนตกอยู่ในอันตราย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายทางอากาศโดยมิชชันเอวิเอชันเฟลโลว์ชิพ องค์กรเอกชนไม่แสวงกำไร เผยให้เห็นว่า กลุ่มคนหลายกลุ่มติดอยู่บนหลังคาโดยรอบตัวมีระดับน้ำท่วมสูงถึงหน้าต่าง ประธานาธิบดีนยูซีกล่าวด้วยว่า หลายคนหนีขึ้นไปหลบบนต้นไม้รอคอยความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายวันที่ 18 มีนาคม 2562 โดยโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ เผยความเสียหายภายหลังไซโคลนเคลื่อนเข้าถล่มเมืองเบย์รา / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหพันธ์กาชาดสากลและเสี้ยววงเดือนแดงระหว่างประเทศ (ไอเอฟอาร์ซี) แถลงว่า ระดับความเสียหายในเมืองเบย์รานั้นมโหฬารและน่ากลัวยิ่ง 90% ของเมืองที่มีประชากรราว 530,000 คนแห่งนี้และพื้นที่โดยรอบ ได้รับความเสียหายหรือถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกือบทุกสิ่งอย่างถูกทำลาย การสื่อสารผ่านสายถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง ถนนถูกทำลาย ยังไม่สามารถเข้าถึงบางชุมชนที่ได้รับผลกระทบได้&amp;quot; เจมี เลอซัวร์ จากไอเอฟอาร์ซีกล่าวในแถลงการณ์ และเสริมด้วยว่า เมื่อวันอาทิตย์น้ำในเขื่อนแห่งหนึ่งล้นจากเขื่อนเข้าท่วมถนนสายสุดท้ายที่เหลืออยู่ของเมืองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลแบร์โต มอนด์ลาเน ผู้ว่าราชการจังหวัดโซฟาลา เตือนว่า ภัยคุกคามใหญ่ที่สุดในตอนนี้ซึ่งใหญ่กว่าพายุไซโคลน ก็คือน้ำท่วม เพราะฝนยังคงตกมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรเอกชนโคซาโคเตือนด้วยว่า เขื่อนบางแห่งเริ่มล้น แห่งอื่นมีน้ำเต็มความจุและอีกไม่ช้าจะต้องเปิดประตูระบายน้ำ การประดังประเดกันทั้งน้ำท่วม, ไซโคลน, เขื่อนแตกและอาจก่อคลื่นของมวลน้ำก่อเกิดเป็นภัยพิบัติครั้งเลวร้ายแบบที่ไม่เคยเกิดในโมซัมบิกมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเทศเพื่อนบ้านของโมซัมบิกนั้น มาลาวีซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตเท่าเดิมที่ 56 คน โดยยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมภายหลังพายุไซโคลนถล่ม ขณะที่กระทรวงสารสนเทศของซิมบับเวยืนยันว่า ผู้สังเวยชีวิตเพราะไซโคลนอิดายอยู่ที่ 98 คน แต่ยังสูญหายไม่ต่ำกว่า 217 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนงานบริษัทตัดไม้ติดอยู่บนถนนที่โดนกระแสน้ำตัดขึ้นที่เมืองชิมานิมานี ทางตะวันออกของซิมบับเว เมื่อวันที่ 18 มีนาคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31726</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิมบับเว, น้ำท่วม, พายุไซโคลน, สังเวยพายุ, อิดาย, เบย์รา, โมซัมบิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90b19bacfca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดฟิลิปปินส์สังเวยพายุส่งท้ายปีเพิ่มเป็น 126 ศพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ยอดผู้สังเวยชีวิตในพายุที่กระหน่ำฟิลิปปินส์หลังคริสต์มาสปลายปีที่แล้วเพิ่มเป็นอย่างน้อย&amp;nbsp; 126 คนแล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากดินถล่มเพราะฝนตกหนัก หวั่นยอดยังเพิ่มอีกเนื่องจากยังมีคนสูญหายจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายทางอากาศเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2561 เผยแพร่โดยรัฐบาลฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2562 เผยสภาพน้ำท่วมที่จังหวัดคามาริเนสซูร์ / Presidential Photographers Division / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พายุลูกนี้เข้ากระหน่ำเกาะตอนกลางและตะวันออกของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2561 ทำให้เกิดอุทกภัยเป็นบริเวณกว้างและเกิดดินถล่มหลายแห่ง คำแถลงของเจ้าหน้าที่บรรเทาภัยพิบัติของฟิลิปปินส์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม 2562 ระบุว่า พื้นที่ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดคือเขตบิกอล ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงมะนิลา มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขตบิกอลมักประสบกับไต้ฝุ่นรุนแรงเป็นประจำ แต่เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ครั้งนี้ประชาชนจำนวนมากไม่ระวังตัวเท่าที่ควร เพราะพายุอุสมานลูกนี้ไม่รุนแรงถึงระดับพายุไต้ฝุ่นตามการจัดระบบเตือนภัยพายุของรัฐบาล นอกจากนี้ชาวบ้านจำนวนมากไม่ต้องการทิ้งบ้านเรือนในช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็ดการ์ โปซาดาส โฆษกสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวกับเอเอฟพีว่า พายุอุสมาน ซึ่งได้อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว ทำให้เกิดฝนตกหนักในเขตบิกอล โดยปริมาณน้ำฝนเพียง 2 วันนั้นเทียบเท่าปริมาณน้ำฝนมากกว่า 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประชาชนเดินลุยน้ำท่วมในเมืองบาเอาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ผู้นี้กล่าวด้วยว่า ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินอยู่ แต่สภาพดินโคลนเหนียวและไม่คงตัวเป็นอุปสรรคท้าทายปฏิบัติการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากผู้เสียชีวิต 126 คนแล้ว ยังมีผู้บาดเจ็บ 75 คน และไร้ที่อยู่มากกว่า 152,000 คน แต่โอซาดาสเตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังมีคนสูญหาย 26 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายทางอากาศเผยความเสียหายจากดินถล่มที่จังหวัดคามาริเนสซูร์ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25863</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดินถล่ม, น้ำท่วม, พายุอุสมาน, ฟิลิปปินส์, สังเวยพายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c31b121cf68a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2018 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2018 22:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เวียดนามเซ่นพายุ &#039;เซินติญ&#039; อย่างน้อย 19 ศพ หายอีก 13</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเวียดนามเผย พายุเซินติญที่เข้าถล่มเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้น้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 19 คน สูญหายอีก 13 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดเอียนบ๊าย ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันที่พัดพาเอาตะกอน ต้นไม้และซากปรับหักพังเข้าถล่ม เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุไต้ฝุ่นเซินติญ ซึ่งเป็นพายุลูกที่ 3 ที่เข้าถล่มเวียดนามในปีนี้ ขึ้นฝั่งเวียดนามเมื่อคืนวันพุธ แต่ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักจัดการภัยพิบัติของเวียดนามรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากพายุลูกนี้แล้วอย่างน้อย 19 คน และสูญหาย 13 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝนที่ตกหนักจากพายุลูกนี้ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มทั้งในเขตเมืองและชนบทของเวียดนามหลายพื้นที่ รวมถึงในกรุงฮานอยด้วย โดยคาดว่าฝนจะยังตกหนักต่อเนื่องไปอีกหลายวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ข่าววีเอ็นเอกซ์เพรสของทางการเวียดนามรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า รัฐบาลประกาศให้ชาวบ้านในอำเภอจวงเหมย ชานกรุงฮานอย อพยพหนีน้ำไปอาศัยอยู่ในพื้นที่สูง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดน้ำท่วมหนัก ชาวบ้านในอำเภอนี้ยอมขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ออกจากบ้านเพราะเคยมีบทเรียนมาแล้วจากเหตุน้ำท่วมเมื่อปีกลาย ที่น้ำมาเร็วมากจนไม่มีเวลาเตรียมตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุเซินติญสร้างความเสียหายให้บ้านเรือนในเวียดนามไปแล้วกว่า 15,000 หลัง และท่วมไร่นาไปกว่า 687,500 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากตัวเลขของทางการเวียดนามระบุว่า เมื่อปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ 389 ราย และสร้างความเสียหายถึง 2,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13901</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเปรสชัน, พายุเซินติญ, สังเวยพายุ, เวียดนาม, เอียนบ๊าย, ไต้ฝุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180722/image_big_5b5497777b29f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
