<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 00:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 00:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษารัฐบาลสหรัฐชี้เอง ยอดอเมริกันเซ่นโควิดสูงกว่ารายงานจริง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ที่ปรึกษาระดับสูงด้านโรคระบาดของสหรัฐ ยอมรับเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผู้ป่วยโควิดเสียชีวิตสูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก นับจำนวนการเสียชีวิตเพราะโควิดต่ำกว่าความเป็นจริง &amp;quot;อย่างไม่ต้องสงสัย&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ขณะให้การต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภา เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 (Photo by Kevin Dietsch-Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ข้อมูลอย่างเป็นทางการของรัฐบาลสหรัฐนั้น จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา SARS-CoV-2 มีมากกว่า 581,000 คน แต่ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยวอชิงตันเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีประเมินยอดผู้เสียชีวิตในสหรัฐว่ามีมากกว่า 900,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำให้สัมภาษณ์กับรายการ &amp;quot;Meet The Press&amp;quot; ของสถานีเอ็นบีซีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม นายแพทย์เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐ และเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวว่า ตัวเลขประเมินนี้มากกว่าตัวเลขที่นับต่ำกว่าความจริงที่เขาคิด &amp;nbsp;กระนั้น เขายอมรับว่าสหรัฐนับยอดต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างไม่ต้องสงสัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากตัวเลขที่รายงานอย่างเป็นทางการ ถึงขณะนี้สหรัฐมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 32.6 ล้านคน สหรัฐต่อสู้กับจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายหลังเทศกาลวันหยุดยาวช่วงปลายปีที่แล้ว แต่นับจากเดือนมกราคม จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง ในขณะที่อัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจฟฟรีย์ ไซเอนต์ส ผู้ประสานงานโควิด-19 ของทำเนียบขาว กล่าวกับรายการ &amp;quot;State of the Union&amp;quot; ของสถานีซีเอ็นเอ็นว่า สหรัฐกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ โดยมีชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ 58% ได้ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และมีชาวอเมริกันรวมแล้วมากกว่า 110 ล้านคนที่ได้ฉีดวัคซีนครบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ต้องการให้ประชากรวัยผู้ใหญ่ 70% ในสหรัฐได้ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสก่อนเทศกาลวันหยุดยาวฉลองวันชาติ 4 กรกฎาคมนี้ แต่อัตราการฉีดวัคซีนที่พุ่งสูงสุดในเดือนเมษายนชะลอตัวลงแล้ว พลอยทำให้การสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ของประชากรชะลอตามไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง, มลรัฐ และระดับท้องถิ่นกำลังร่วมมือกับบริษัทยา, ร้านอาหาร, ร้านเหล้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต และทีมกีฬาต่างๆ หาวิธีชักจูงใจให้ผู้คนฉีดวัคซีน เช่นรัฐนิวเจอร์ซีย์ ผู้ว่าการรัฐฟิล เมอร์ฟี ทำโครงการ &amp;quot;ฉีดแลกเบียร์&amp;quot; ส่วนจิม จัสติซ ผู้ว่าการรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ประกาศว่า รัฐจะให้พันธบัตรออมทรัพย์ 100 ดอลลาร์ แก่คนอายุ 16-35 ปีที่มาฉีดวัคซีน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102352</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายแพทย์แอนโทนี เฟาซี, ยอดเสียชีวิตของสหรัฐ, สังเวยโควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_6098158d8200d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกันเซ่นโควิด4,470ศพใน24ชม. ซีดีซีสั่งนักเดินทางเข้าสหรัฐตรวจเชื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตรายวันมากเป็นสถิติใหม่อีกครั้งที่ 4,470 คน ตามข้อมูลจากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์เมื่อค่ำวันอังคาร ซีดีซีตั้งกฎใหม่ผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐต้องมีผลตรวจโควิดเป็นลบเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีวันพุธที่ 13 มกราคม กล่าวว่า นี่เป็นครั้งแรกที่สหรัฐมีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเกิน 4,000 คนในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง โดยจอห์นส์ฮอปกินส์รวบรวมข้อมูลถึงเวลา 20.30 น.ของวันอังคาร (08.30 น.วันพุธของไทย) พบว่ามีผู้ป่วยในสหรัฐเสียชีวิต 4,470 คน ขณะที่ยอดรวมผู้เสียชีวิตล่าสุดในสหรัฐเพิ่มเป็น 380,670 ราย คิดเป็น 1 ใน 5 ของผู้เสียชีวิตเกือบ 2 ล้านคนทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น สหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีกมากกว่า 235,000 ราย และยอดสะสมผู้ติดเชื้อในประเทศเพิ่มเป็นมากกว่า 22.83 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลก 91.57 ล้านคน เว็บไซต์โครงการติดตามโควิดของสหรัฐเผยด้วยว่า ขณะนี้มีผู้ป่วยโควิดนอนโรงพยาบาลในสหรัฐ 131,000 คน และจำนวนผู้เสียชีวิตรายสัปดาห์ขณะนี้อยู่ในระดับสูงที่สุดนับแต่เริ่มมีการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ที่ยังไม่มีแนวโน้มทุเลาลง รวมถึงการเกิดไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ที่แพร่เชื้อง่ายขึ้น ทำให้ทางการสหรัฐประกาศใช้มาตรการใหม่ที่บังคับว่าผู้ที่จะเดินทางเข้าสหรัฐต้องมีผลตรวจโควิดเป็นลบก่อนออกเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ (ซีดีซี) เมื่อวันอังคารกล่าวว่า ผู้เดินทางทางอากาศเข้าสหรัฐทุกคนจะต้องมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบภายใน 3 วันก่อนออกเดินทาง โดยนโยบายใหม่นี้จะเริ่มบังคับใช้วันที่ 26 มกราคม เพิ่มเติมจากกฎการทดสอบไวรัสก่อนหน้านี้ที่กำหนดไว้สำหรับนักเดินทางจากอังกฤษที่เริ่มมีผลเมื่อเดือนธันวาคมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐกำลังหวังพึ่งว่าโครงการฉีดวัคซีนที่เริ่มต้นกลางเดือนธันวาคมจะช่วยยุติวิกฤติโรคระบาดครั้งนี้ได้ แต่โครงการนี้คืบหน้าช้ากว่าเป้าหมายที่วางไว้มาก ถึงขณะนี้เพิ่งมีคนได้รับการฉีดวัคซีนโดสแรกจาก 2 โดสเพียง 9.3 ล้านคน ไม่ถึง 10% ของประชากร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89693</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจเชื้อไวรัส, สหรัฐอเมริกา, สังเวยโควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa5093030785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2020 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกาสร้างสถิติใหม่ เซ่นโควิดวันเดียวเกิน3,900ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มเมื่อวันพุธที่ผ่านมามากกว่า 3,900 คน มากเป็นสถิติใหม่ของโลก และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีกมากกว่า 189,000 คนในช่วงเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม อ้างข้อมูลอย่างเป็นทางการที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์จากเมืองบัลติมอร์ รวบรวมภายใน 24 ชั่วโมง ถึงเวลา 20.30 น.วันพุธของสหรัฐ (08.30 น. วันพฤหัสบดีของไทย) ว่าสหรัฐมีผู้ป่วยโควิด-9 เสียชีวิต 3,927 คนเป็นสถิติใหม่ของโลก และมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 189,671 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ยอดล่าสุดถึงช่วงเย็นวันพฤหัสบดีของไทย สหรัฐมีผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่มเป็น 342,395 คน จากผู้ติดเชื้อสะสม 19.74 ล้านคน ส่วนจำนวนผู้ป่วยเสียชีวิตทั่วโลกมีอย่างน้อย 1.8 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อ 82.79 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนโทนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐ กล่าวเตือนไว้เมื่อวันอาทิตย์ว่า สถานการณ์เลวร้ายที่สุดของสหรัฐน่าจะยังมาไม่ถึง โดยจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในอัตราที่น่าตกใจในช่วงฤดูหนาวและภายหลังการรวมตัวของประชาชนในช่วงเทศกาลวันหยุดสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐเพิ่งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนไปเพียง 2.8 ล้านคน ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วางไว้ว่าจะฉีดวัคซีนให้ได้ 20 ล้านคนภายในสิ้นปีนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88487</URL_LINK>
                <HASHTAG>สหรัฐอเมริกา, สังเวยโควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201106/image_big_5fa5093030785.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73923</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 21:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 19:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บราซิลสังเวยโควิดทะลุ100,000ศพ สหรัฐติดเชื้อ 5 ล้านราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บราซิลเป็นประเทศที่ 2 ในโลกที่มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเกิน 100,000 ราย ขณะยอดติดเชื้อพุ่งเกิน 3 ล้านราย สหรัฐติดไวรัส 5 ล้านรายแล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารขยายความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบราซิลถือธงชาตินั่งคุกเข่าอยู่ระหว่างไม้กางเขนที่มีลูกโป่งผูกติดอยู่ ก่อนจะถูกปล่อยเพื่อไว้อาลัยแด่เหยื่อไวรัส 100,000 รายในบราซิล ที่หาดโคปากาบานาในนครรีโอเดจาเนโร เมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลอย่างเป็นทางการของบราซิลเมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2563 บราซิลมีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเพิ่มอีก 905 รายในรอบ 24 ชั่วโมง ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 100,477 ราย และมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 49,970 ราย ยอดติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,012,412 ราย ทั้งยอดตายและติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 5,000,603 ราย และเสียชีวิต 162,441 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญเชื่อกันว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงในบราซิลมากกว่าตัวเลขของทางการ โดยอาจสูงกว่านี้ถึง 6 เท่า เนื่องจากการตรวจเชื้อยังไม่ทั่วถึง หากเทียบกับจำนวนประชากร 212 ล้านคน อัตราการเสียชีวิตของบราซิลใกล้เคียงกับสหรัฐ ที่ 478 ศพต่อประชากร 1 ล้านคน ส่วนของสหรัฐอยู่ที่ 487 ศพ ซึ่งยังน้อยกว่าของสเปนและอิตาลี ที่มีอัตรา 609 ศพ และ 583 ศพต่อ 1 ล้านประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาวี อัลโกลุมเบร ประธานวุฒิสภา ประกาศว่าคองเกรสจะไว้อาลัยนาน 4 วัน เพื่อไว้อาลัยแด่ผู้ป่วยมากกว่า 100,000 คนที่เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดในบราซิลยังไม่มีวี่แววว่าจะทุเลาลงแม้จะเข้าสู่เดือนที่ 6 แล้ว หลังจากเริ่มพบผู้ติดเชื้อรายแรกที่นครเซาเปาลูเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ และมีผู้ป่วยเสียชีวิตรายแรกเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ใน 100 วัดถัดมาบราซิลมีผู้เสียชีวิต 50,000 ราย และใช้เวลาอีกแค่ 50 วันก็มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 50,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่สัปดาห์มานี้ เกิดการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วในเขตชนบทและดินแดนชั้นในที่เพิ่งพบการระบาด โดยเฉพาะในภูมิภาคทางใต้และตะวันตกตอนกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ซึ่งเคยกล่าวถึงโควิด-19 ว่าเป็นไข้หวัดใหญ่เล็กน้อยและตัวเขาติดเชื้อไวรัสนี้เมื่อเดือนที่แล้ว ยืนกรานว่า เขามีมโนสำนึกชัดเจนและพยายามทุกอย่างเพื่อรักษาชีวิตประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วโลกถึงวันอาทิตย์ ตามฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ อยู่ที่&amp;nbsp; 19,668,394 ราย ใน 10 อันดับแรก อินเดียมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับสามที่ 2,153,010 ราย ตามด้วยรัสเซีย 885,718 ราย, แอฟริกาใต้ 553,188 ราย, เม็กซิโก 475,902 ราย, เปรู 471,012 ราย, โคลอมเบีย 376,870 ราย, ชิลี 371,023 ราย และอิหร่าน 326,712 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั่วโลกมีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตแล้ว 727,523 ราย นอกจากสหรัฐและบราซิลแล้ว ประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากอันดับ 3 ได้แก่เม็กซิโก 52,006 ราย ตามด้วยสหราชอาณาจักร 46,651 ราย, อินเดีย 43,379 ราย, อิตาลี 35,203 ราย, ฝรั่งเศส 30,327 ราย, สเปน 28,503 ราย, เปรู 20,844 ราย และอิหร่าน 18,427 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารขยายความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจรอบใหม่เพื่อบรรเทาผลกระทบจากโรคระบาดนี้ หลังจากสภาคองเกรสไม่ให้ความเห็นชอบกฎหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นที่พึ่งของคนอเมริกันจำนวนมาก ส่วนใหญ่หมดอายุในเดือนกรกฎาคม ทรัมป์กล่าวว่า การตัดสินใจของเขาที่ใช้อำนาจฝ่ายบริหารโดยไม่รอคองเกรสนั้นจะทำให้การจัดสรรเงินทำได้เร็วขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการช่วยเหลือนี้รวมถึงการเพิ่มเงินช่วยสวัสดิการคนว่างงานอีกสัปดาห์ละ 400 ดอลลาร์ และการคุ้มครองผู้เช่าไม่ให้โดนขับไล่ กับการผ่อนปรนเงินกู้เพื่อการเรียน อย่างไรก็ดี คำสั่งของทรัมป์น่าจะเผชิญการท้าทายในชั้นศาล เนื่องจากกระทำโดยไม่ผ่านสภา ซึ่งมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการพิจารณาการใช้จ่ายงบประมาณ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73923</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, สังเวยโควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f2fff5451d9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2020 14:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐเซ่นโควิด-19 ศพแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โควิด-19 คร่าชีวิตทหารเรือนายแรกของเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์ ที่มีลูกเรือติดเชื้อไวรัสนี้เกือบ 600 นายรวมถึงผู้บังคับการเรือที่โดนเพนตากอนสั่งปลด ขณะยอดของทหาร, เจ้าหน้าที่พลเรือนและครอบครัวของเพนตากอนติดเชื้อมีมากกว่า 4,500 คนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 14 เมษายนว่า ข่าวการเสียชีวิตของทหารเรือนายนี้เปิดเผยออกมา 6 วันให้หลังรักษาการรัฐมนตรีทบวงกองทัพเรือสหรัฐ โธมัส ม็อดลี ลาออกจากตำแหน่ง เพราะความผิดพลาดในการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดบนเรือรูสเวลต์ ที่นำไปสู่การสั่งปลดนาวาเอกเบร็ตต์ โครเซียร์ ผู้บังคับการเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกองทัพเรือสหรัฐกล่าวว่า ทหารที่เสียชีวิตนายนี้ตรวจพบว่าติดเชื้อเมื่อวันที่ 30 มีนาคม เขาถูกพบหมดสติเมื่อวันที่ 9 เมษายน และถูกส่งเข้าห้องผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลของกองทัพเรือสหรัฐบนเกาะกวม ที่เรือลำนี้เข้าเทียบท่าเมื่อวันที่ 27 มีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือรูสเวลต์ซึ่งมีลูกเรือราว 4,800 นาย เป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน 1 ใน 2 ลำของสหรัฐที่วางกำลังในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก โดยอีกลำเทียบท่าอยู่ที่ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครเซียร์เคยส่งสำเนาจดหมายหลายฉบับถึงบรรดาผู้บังคับบัญชาเมื่อวันที่ 30 มีนาคม เตือนว่าไวรัสกำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วบนเรือของเขา โดยมีผู้ติดเชื้อแล้วเกือบ 100 นาย และเรียกร้องให้อพยพลูกเรือขึ้นบก เพื่อตรวจกักกันโรคและฆ่าเชื้อโรคบนเรือ แต่จดหมายของเขาเล็ดรอดถึงหนังสือพิมพ์ซานฟรานซิสโกโครนิเคิล ที่่เปิดโปงเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ม็อดลี และมาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ไม่พอใจที่เรื่องราวเผยแพร่สู่สาธารณะและตำหนิโครเซียร์ว่าฝ่าฝืนสายการบังคับบัญชาของเพนตากอน ทั้งยังกล่าวเป็นนัยว่า การเปิดเผยเรื่องราวต่อสื่อเป็นความตั้งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของม็อดลีที่ประกาศปลดผู้บังคับการเรือผู้ได้รับการนับถือและเป็นที่รักของลูกเรือนายนี้ เมื่อวันที่ 2 เมษายน กล่าวว่า โครเซียร์แสดงถึงการใช้ดุลพินิจที่แย่ที่สุดท่ามกลางภาวะวิกฤติ วันถัดมาม็อดลีบินไปกวมทันที ที่นั่นเขากล่าวสุนทรพจน์ต่อลูกเรือรูสเวลต์ ตำหนิอดีตผู้บังคับการของพวกเขาว่า &amp;quot;ไร้เดียงสาเกินไป และโง่เหลือเกิน&amp;quot; ความรักที่ลูกเรือมีต่อเขานั้นเกิดจากการถูกชักนำผิดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ทันที่ม็อดลีจะกลับถึงวอชิงตัน ถ้อยคำของเขาก็แพร่สะพัดในสื่อสหรัฐ ปลุกกระแสโจมตีรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการบริหารจัดการสถานการณ์โรคระบาดครั้งนี้ ม็อดลีลาออกหลังจากนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเอสเปอร์กล่าวถึงลูกเรือรูสเวลต์ที่เสียชีวิตว่า กระทรวงกลาโหม &amp;quot;เสียใจอย่างสุดซึ้ง&amp;quot; และว่ากระทรวงยังคงมุ่งมั่นปกป้องบุคลากรและครอบครัวของพวกเขา พร้อมกันกับการช่วยเหลือเพื่อเอาชนะโรคระบาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลของกองทัพเรือเมื่อวันจันทร์ การตรวจเชื้อลูกเรือรูสเวลต์แล้ว 92% พบว่ามีลูกเรือติดเชื้อ 585 ราย รวมถึงโครเซียร์ และถึงขณะนี้มีทหาร, ครอบครัว, ลูกจ้างพลเรือน และลูกจ้างสัญญาจ้างของเพนตากอนติดเชื้อรวมแล้ว 4,528 ราย โดยมีฐานทัพสหรัฐและเรือหลายลำ รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ รวมแล้วประมาณ 150 แห่ง ที่รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63107</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาวาเอกเบร็ตต์ โครเซียร์, ลูกเรือสหรัฐ, สังเวยโควิด, เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ธีโอดอร์รูสเวลต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e86e6ebd6ead.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อเมริกาดับรายวันเกือบ 2,000 ศพ &#039;ทรัมป์&#039;พาลจวกWHOเข้าข้างจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อเมริกาสังเวยโควิด-19 เป็นสถิติใหม่วันเดียวเกือบ 2,000 ศพ ยอดตายรวมเกิน 12,000 ศพ ไล่ตามสเปนติดๆ ติดเชื้อจ่อ 400,000 ราย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกรี้ยวกราดฉะดับเบิลยูเอชโอเข้าข้างจีน แนะนำผิดๆ ไม่ให้ปิดพรมแดนหลังไวรัสเริ่มระบาดหนักในจีนเมื่อเดือนมกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 8 เมษายน 2563 อ้างข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐอเมริกาว่า ภายในเวลา 24 ชั่วโมงนับถึง 20.30 น.ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐ (07.30 น.วันพุธของไทย) สหรัฐมีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตอีก 1,939 ราย และทำให้ยอดผู้เสียชีวิตในเวลานั้นเพิ่มเป็น 12,722 ราย ใกล้เคียงกับสเปนซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับสองของโลกที่ 13,798 ราย ส่วนอันดับหนึ่งอิตาลีมีผู้เสียชีวิต ณ เวลานั้น 17,127 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ข้อมูลแบบเรียลไทม์ของจอห์นฮอปกินส์เมื่อช่วง 14.30 น.วันพุธของไทย สหรัฐมีผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 12,910 รายแล้ว จากผู้ติดเชื้อสะสมซึ่งมากที่สุดในโลกที่ 399,929 ราย ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 1,431,900 ราย เสียชีวิต 82,172 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถูกวิจารณ์ในช่วงแรกว่าดูเบาสถานการณ์การระบาดและเปรียบเทียบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ว่าไม่ได้ร้ายไปกว่าไข้หวัดใหญ่ทั่วไป ยังพยายามปกป้องการตอบสนองต่อวิกฤติครั้งนี้ของรัฐบาลเขา และหันไปกล่าวโจมตีองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ว่าลำเอียงเข้าข้างจีน ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะทุนสนับสนุนองค์กรนี้ส่วนใหญ่เป็นเงินของสหรัฐ ทรัมป์ขู่ด้วยว่า รัฐบาลของเขาจะระงับเงินช่วยเหลือองค์กรในสังกัดองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาว ทรัมป์กล่าวว่า ดับเบิลยูเอชโอตัดสินใจผิดพลาด และให้คำแนะนำผิดๆ ที่คัดค้านการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสที่เริ่มแพร่กระจายในจีนเป็นแห่งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของทรัมป์เป็นไปในทิศทางเดียวกับโพสต์ทางทวิตเตอร์ของเขาก่อนหน้านั้น ที่เขากล่าวหาดับเบิลยูเอชโอว่า ถือจีนเป็นศูนย์กลาง และทำพลาดเรื่องคำแนะนำด้านการเดินทางที่ควรจะออกมาตั้งแต่หลายเดือนก่อหน้านี้ &amp;quot;โชคดีที่ผมปฏิเสธคำแนะนำก่อนหน้านี้ ที่ให้เปิดพรมแดนให้จีนเข้าประเทศได้ ทำไมพวกเขาให้คำแนะนำผิดแบบนั้นกับพวกเรา?&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอมีคำแนะนำเมื่อวันที่ 31 มกราคมว่า ประเทศต่างๆ ควรเปิดให้มีการเดินทางข้ามพรมแดนได้ตามปกติแม้จะมีการแพร่ระบาดของไวรัสก็ตาม แต่คำแนะนำก็มีหมายเหตุไว้ด้วยว่า แต่ละประเทศมีสิทธิเลือกใช้มาตรการเพื่อปกป้องพลเมืองของตน วันเดียวกันนั้นเองรัฐบาลของทรัมป์ออกคำประกาศห้ามผู้ที่เดินทางจากจีนเข้าสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ไม่ให้รายละเอียดว่ารัฐบาลของเขาจะระงับเงินช่วยเหลือจำนวนเท่าใด แต่ไม่กี่นาทีต่อมาระหว่างการแถลงข่าวคราวเดียวกัน ทรัมป์กลับบอกว่า &amp;quot;เขาไม่ได้พูดว่าเขาจะทำตามนั้น&amp;quot; แต่ &amp;quot;เราจะพิจารณาเรื่องการหยุดให้ทุน&amp;quot; ทั้งนี้ ปัจจุบันสหรัฐคือผู้ให้ทุนสนับสนุนรายใหญ่ที่สุดของดับเบิลยูเอชโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ สเตฟาน ดูจาร์ริค โฆษกดับเบิลยูเอชโอเคยกล่าวปฏิเสธเสียงวิจารณ์องค์กรแห่งนี้ โดยเขาอ้างคำชมเชยของอันโตนีโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่ยูเอ็น ว่าดับเบิลยูเอชโอซึ่งมีธีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส เป็นผู้อำนวยการใหญ่ ทำงานได้ดีมากในด้านการรับมือโควิด ด้วยการสนับสนุนอุปกรณ์หลายล้านชิ้นแก่หลายประเทศ รวมถึงช่วยด้านการฝึกและให้คำแนะนำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62524</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับเบิลยูเอชโอ, สหรัฐอเมริกา, สังเวยโควิด, องค์การอนามัยโลก, โควิด-19, โดนัลด์ ทรัมป์, ไวรัสระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70f13bc8075.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
