<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สันติบาล รับเรื่อง &#039;โค้ชเช&#039; ขอสัญชาติไทย ส่งปลัดมท.เข้าสู่ขั้นตอนสัมภาษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14&amp;nbsp;ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการตำรวจสันติบาล พล.ต.ต.รวัฒน์ อมรวิวัฒน์ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสันติบาล เปิดเผยกรณีนายยอง ซอก เช หรือ โค้ชเช (โค้ชกีฬาเทควันโด ทีมชาติไทย) อายุ 46 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ได้มายื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทย ต่อ พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา ผบช.ส. ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยมี พ.ต.อ.เอกพงษ์ กองนาค ผกก.ฝ่ายกฎหมายและวินัย บก.อก.บช.ส. เป็นเจ้าหน้าที่รับคำขอฯ ซึ่งทางฝ่ายโค้ชเช ได้เดินทางมาพร้อมกับ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทยและเรืออากาศตรีหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ (น้องเทนนิส ) นักเทควันโดหญิงทีมชาติไทย ที่เพิ่งได้รับเหรียญทองในการแข่งขันกีฬา โอลิมปิก 2020 ณ ประเทศญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองบัญชาการตำรวจสันติบาล กล่าวว่า การจัดการคำขอครั้งนี้ ฝ่ายตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนการร้องขอแปลงสัญชาติตามวิธีการที่กำหนดในกฎหมาย โดยจากการตรวจสอบเอกสารของ นายยอง ซอก เช (โค้ชเช) มีคุณสมบัติเป็นไปตาม พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 แก้เพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2551 มาตรา 10 และ มาตรา 11(1) กรณีได้ทำความดี ความชอบ เป็นพิเศษ ต่อประเทศไทย (ด้านกีฬา) มีความครบถ้วน &amp;nbsp;ต่อจากนี้ จะเป็นขั้นตอนการตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ที่ต้องประสานงานร่วมกับหน่วยต่างๆ ประกอบด้วย กองทะเบียนประวัติอาชญากร กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองการต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นยังต้องประสานกับหน่วยงานนอกสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติบางหน่วยด้วยเช่นกัน อาทิเช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งการประสานตรวจสอบข้อมูลนี้จะมีระยะเวลาตามกรอบกฎหมายกำหนดประมาณ 99 วัน โดยหากหน่วยงานต่างๆ ส่งผลการตรวจสอบมาเร็ว บช.ส.ก็สามารถดำเนินการได้เสร็จสิ้นก่อนกำหนดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ กล่าวต่อว่า หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจสอบที่กล่าวมาแล้ว บช.ส.ก็จะส่งเรื่องนำเรียนปลัดกระทรวงมหาดไทยเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป โดยจะมีการสัมภาษณ์โค้ชเช โดยคณะอนุกรรมการเกี่ยวกับการแปลงสัญชาติซึ่งมีรองอธิบดีกรมการปกครองเป็นประธาน ต่อด้วยการพิจารณาโดยคณะกรรมการเกี่ยวกับการพิจารณาสัญชาติ โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน พิจารณามีความเห็นเสนอต่อ รมว.มท. เมื่อ รมว.มท. ใช้ดุลยพินิจตามที่คณะกรรมฯ เสนอมีความเห็น แล้วจะเป็นขั้นตอนการนำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตและมีการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา หากโค้ชเช ได้ผ่านการพิจารณาดำเนินการจนจบครบกระบวนการเหล่านี้ ก็จะมารับหนังสือสำคัญการแปลงสัญชาติที่ บช.ส และไปติดต่อสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ เพื่อออกบัตรประจำตัวประชาชนได้และถือเป็นประชาชนสัญชาติไทยคนหนึ่งโดยสมบูรณ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113284</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจสันติบาล, พล.ต.ต.รวัฒน์ อมรวิวัฒน์, สัญชาติไทย, โค้ชเช, โค้ชเทควันโด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_6117a0bb8aa7d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐพร้อมมอบให้ สัญชาติ‘โค้ชเช’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ฝัน &amp;quot;โค้ชเช&amp;quot; ชเว ยองซอก&amp;nbsp; หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยใกล้เป็นจริง หลังจากต้องการได้สัญชาติไทย ล่าสุดรัฐบาลพร้อมพิจารณาหากยื่นเอกสารครบถ้วน ยอมรับที่ผ่านมามีการชะลอเนื่องจากเอกสารไม่ครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่ทาง &amp;quot;น้องเทนนิส&amp;quot; พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ วัย 23 ปี ประสบความสำเร็จคว้าเหรียญทองกีฬาเทควันโดในศึก โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยถือเป็นเหรียญทองแรกของทัพไทยหนนี้ และเหรียญทองแรกของสมาคมกีฬาเทควันโดประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และที่ผ่านมา &amp;quot;โค้ชเช&amp;quot; ชเว ยองซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ชาวเกาหลีใต้ มีส่วนผลักดันให้นักกีฬาทีมชาติไทยคว้าเหรียญรางวัลจากโอลิมปิกมาแล้ว ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยาวภา บุรพลชัย เหรียญทองแดงโอลิมปิก ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ, บุตรี เผือดผ่อง เหรียญเงินโอลิมปิก ที่ปักกิ่ง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน, ชนาธิป ซ้อนขำ เหรียญทองแดงโอลิมปิก ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ, พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เหรียญทองโอลิมปิก ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งทาง &amp;quot;โค้ชเช&amp;quot; มาอยู่เมืองไทย ทำงานกับสมาคมเทควันโดแห่งประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2545 และล่าสุดเมื่อต้นปีได้ทำเรื่องขอสัญชาติไทย แต่ก็ยังไม่สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ทางนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความสำเร็จของนักกีฬาเทควันโดไทยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญในความสำเร็จครั้งนี้คือ &amp;quot;โค้ชเช&amp;quot; หรือนายชเว ยองซอก (Mr.Choi Young Seok) หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทย ซึ่งได้ช่วยพัฒนากีฬาเทควันโดของไทยให้ได้รับการยอมรับว่ามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก และถือเป็นอันดับต้นๆ ของโลกในขณะนี้ โดยมีผลงานสำคัญมากมาย ทั้งการนำทีมนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยเข้าร่วมการแข่งขันในเอเชียนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ และรายการแข่งขันระดับโลกอื่นๆ จนสร้างผลงานโดดเด่นได้รับเหรียญรางวัลอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้รับทราบจากการกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ว่าปัจจุบัน &amp;ldquo;โค้ชเช&amp;rdquo; ถือสัญชาติเกาหลีใต้ และได้แสดงความประสงค์ที่จะเปลี่ยนมาเป็นสัญชาติไทย แต่เนื่องจากที่ผ่านมาเอกสารและหลักฐานต่างๆ ซึ่งมีจำนวนมาก อาจยังรวบรวมได้ไม่ครบถ้วน จึงได้ชะลอการยื่นขออย่างเป็นทางการไว้ก่อน แต่ทราบว่าในขณะนี้ได้เตรียมเอกสารไว้จนเกือบครบแล้ว ดังนั้นเมื่อ &amp;ldquo;โค้ชเช&amp;rdquo; เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว จะเตรียมยื่นเอกสารพร้อมหลักฐานขอสัญชาติไทยอย่างเป็นทางการผ่านทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อส่งต่อให้กระทรวงมหาดไทย พิจารณาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111078</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชเว ยองซอก, สัญชาติไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เทควันโดทีมชาติไทย, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โค้ชเช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fd2af229651.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประกาศในราชกิจจาฯ เสียสัญชาติไทยจำนวน 31 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย. 64 - ราชกิจจานุเบกษา&amp;nbsp;เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การเสียสัญชาติไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยบุคคลผู้มีสัญชาติไทยได้สมรสกับคนต่างด้าวและมีกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของประเทศนั้น ๆ ยอมรับให้เข้าถือสัญชาติของสามีหรือภรรยาได้ ซึ่งปัจจุบันได้ขอเข้าถือสัญชาติของสามีหรือภรรยาแล้ว และได้แสดงความจํานงสละสัญชาติไทยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวงไว้ถูกต้อง ย่อมสละสัญชาติไทยได้ตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ. ๒๕๐๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวมีผลให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยซึ่งได้สมรสกับคนต่างด้าว เสียสัญชาติไทยโดยการสละสัญชาติไทยตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ จํานวน ๓๑ ราย โดยมีรายชื่อ ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;อ่านทั้งหมด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105914</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, สัญชาติไทย, สูญเสียสัญชาติไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602fcb5d67f6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ประกาศ มท. สละสัญชาติไทยจำนวน 12 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.64 - &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การเสียสัญชาติไทย ด้วยบุคคลผู้มีสัญชาติไทย ซึ่งเกิดในขณะที่บิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว และได้สัญชาติของบิดาหรือมารดาด้วยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดาหรือมารดา มีความประสงค์จะถือสัญชาติอื่นอยู่ต่อไป ได้แสดงความจํานงขอสละสัญชาติไทยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวงภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ ย่อมสละสัญชาติไทยได้ ตามความในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ. 2551&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้ว อาศัยอํานาจตามมาตรา 14 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 อนุญาตให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยดังกล่าวสละสัญชาติไทยได้ ซึ่งมีผลให้บุคคลดังกล่าวเสียสัญชาติไทยโดยการสละสัญชาติไทย ตามความในมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ.2508 จํานวน 12 ราย โดยมีรายชื่อดังนี้&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92878</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา, มหาดไทย, ราชกิจจานุเบกษา, สละสัญชาติ, สัญชาติไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85882</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาดไทย เพิกถอนประกาศ ผู้เสียสัญชาติไทยจำนวน 6 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.63 - เว็บไชต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง เพิกถอนประกาศกระทรวงมหาดไทยบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเสียสัญชาติไทย ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้บุคคลสัญชาติไทย จํานวน ๖๘๕ ราย ซึ่งสละสัญชาติไทยในกรณีสมรสกับคนต่างด้าว ตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๑เสียสัญชาติไทย ตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒ ตอนที่ ๘๖ ง ลงวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากมีผู้เสียสัญชาติไทยตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าว ได้แสดงความจํานงไม่ประสงค์ที่จะสละสัญชาติไทยเพราะต้องการคงไว้ซึ่งสัญชาติไทยของตน โดยแจ้งขอยกเลิกการสละสัญชาติไทยก่อนวันที่ได้รับอนุญาตให้สละสัญชาติไทย จํานวน ๖ ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น อาศัยอํานาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้มีอํานาจสั่งการตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. ๒๕๐๘ ประกอบกับมาตรา ๕๐ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ จึงให้เพิกถอนรายการบางส่วนของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การเสียสัญชาติไทย ลงวันที่๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้คืนสัญชาติไทยแก่บุคคล ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑. ลําดับที่ ๑๑๐ นางสุดใจ แบร์มันน์
๒. ลําดับที่ ๑๑๒ นางพรรณทิพย์ ชรัมม์
๓. ลําดับที่ ๑๔๓ นางปาริชาติ ภิญโญ&amp;nbsp;
๔. ลําดับที่ ๑๖๖ นางน้องใหม่ ซานานีโคเนอ&amp;nbsp;
๕. ลําดับที่ ๒๖๖ นางสาวนุชรา คงสูงเนิน&amp;nbsp;
๖. ลําดับที่ ๔๗๙ นางลินดา ชรัมม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงประกาศมาให้ทราบทั่วกัน
ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85882</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาดไทย, ราชกิจจานุเบกษา, สัญชาติไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2020 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2020 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกิจจาฯแพร่ประกาศ&#039;ผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&#039; การเนรเทศบุคคลสัญชาติไทย หรือห้ามมิให้ผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำมิได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เรื่อง ผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยที่ ๗/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ว่าการเนรเทศบุคคลสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามมิให้ผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักร จะกระทำมิได้ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๙ วรรคหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประกาศ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
เชาวนะ ไตรมาศ
เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68296</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลรัฐธรรมนูญ, สัญชาติไทย, เนรเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2020 12:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2020 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มหาดไทยประกาศบุคคลขอสละสัญชาติไทยจำนวน 27 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.63 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การเสียสัญชาติไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยบุคคลผู้มีสัญชาติไทยได้สมรสกับคนต่างด้าวและมีกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของประเทศนั้นๆยอมรับให้เข้าถือสัญชาติของสามีหรือภรรยาได้ซึ่งปัจจุบันได้ขอเข้าถือสัญชาติของสามีหรือภรรยาแล้วและได้แสดงความจํานงสละสัญชาติไทยต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวงไว้ถูกต้องย่อมสละสัญชาติไทยได้ตามความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ. ๒๕๐๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่๔)พ.ศ. ๒๕๕๑&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวมีผลให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยซึ่งได้สมรสกับคนต่างด้าว เสียสัญชาติไทยโดยการสละสัญชาติไทยตามความในมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติพ.ศ. ๒๕๐๘จํานวน ๒๗ ราย โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67167</URL_LINK>
                <HASHTAG>มหาดไทย, ราชกิจจา, สัญชาติไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190418/image_big_5cb8838b37db0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
