<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น้ำมันดิบสหรัฐดิ่งเหว -37.63ดอลลาร์/บาร์เรล &#039;ทรัมป์&#039;เล็งเติมคลังสำรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แจกฟรียังไม่เอาต้องแถมเงินให้ด้วย ราคาน้ำมันดิบสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเวสต์เทกซัสของสหรัฐส่งมอบเดือนพฤษภาคมปิดตลาดวันจันทร์ที่ราคาติดลบครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ -37.63 ดอลลาร์/บาร์เรล ผลจากวิกฤติโควิดทำให้อุปสงค์ดิ่ง ขาดแคลนคลังเก็บน้ำมัน &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; บอกเป็นโอกาสเติมน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การซื้อขายสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2563 สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตลาดซื้อขายน้ำมันโลก เมื่อความตื่นตระหนกที่กดราคาซื้อขายในตลาดเอเชียวันเดียวกันดิ่งสุดในรอบกว่า 20 ปี ยังส่งผลต่อเนื่องถึงตลาดสหรัฐ ทำให้ราคาน้ำมันดิ่งถึงขั้นติดลบ 37.63 ดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนพฤษภาคมนี้จะครบกำหนดวันอังคารที่ 21 เมษายน หมายความว่า ผู้ค้าต้องหาผู้ซื้อที่จะยอมรับน้ำมันดิบที่เป็นตัวสินค้าจริง ซึ่งเป็นงานที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากขณะนี้คลังเก็บน้ำมันต่างๆ ใกล้เต็มความจุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มันเป็นสัญญาสำหรับสินค้าที่ไม่มีใครอยากซื้อ&amp;quot; แมตต์ สมิธ นักวิเคราะห์จากคลิปเปอร์ดาตา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงเวลา 09.30 น.วันอังคารตามเวลาไทย ราคาสัญญา WTI ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ดีดตัวกลับขึ้นมาเหนือ 0.00 ดอลลาร์ได้ โดยอยู่ที่ 1.62 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับขึ้นจาก 25.57ดอลลาร์ เป็น 25.75 ดอลลาร์/บาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ต่อจากนี้ศูนย์รวมความสนใจจะอยู่ที่สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนมิถุนายน ซึ่งมีวอลุมการซื้อขายมากกว่า 30 เท่าเมื่อวันจันทร์ โดยปรับขึ้นจาก 20.43 ดอลลาร์ เป็น 21 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 25.75 ดอลลาร์/บาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งเหวเป็นประวัติการณ์ครั้งนี้เป็นผลพวงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ที่กระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก หลายประเทศชัตดาวน์เศรษฐกิจ ชาวโลกหลายพันล้านคนถูกกักตัวในบ้าน ผู้คนหยุดการเดินทาง อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกลดลงกว่า 30% ในขณะที่อุปทานล้นตลาด และคลังเก็บหาได้ยากยิ่ง สงครามราคาน้ำมันระหว่างซาอุดีอาระเบียกับรัสเซียก่อนหน้านี้ก็เป็นสาเหตุสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไท่ หุย นักวิเคราะห์จากเจพี มอร์แกน แอสเซ็ต แมเนจเมนต์ กล่าวว่า การพังครืนของ WTI เกิดจากแรงผลักดันโดยอุปสงค์ที่ดิ่งลงฮวบฮาบเพราะตลาดเก็งกันว่าการล็อกดาวน์ของสหรัฐอาจยืดต่อไปถึงเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะเที่ยวบินต่างๆ ถูกระงับบิน คนขับรถไปทำงานหรือพักผ่อนกันน้อยลง
ถ้าการเปิดเศรษฐกิจใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ เราจะได้เห็นแรงกดดันเพิ่มเติมในกราฟอนาคต&amp;quot; เขากล่าว และเสริมด้วยว่า บริษัทน้ำมันยังคงผลิตน้ำมันกันต่อไป เพราะการหยุดผลิตสำหรับบางรายนั้นจะก่อความเสียหายต่อบ่อน้ำมันอย่างถาวร ฉะนั้นการแจกน้ำมันฟรี 1 เดือนจึงเป็นผลดีในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงข่าวประจำวันที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐจะฉวยโอกาสที่ราคาน้ำมันที่ดิ่งลงเป็นประวัติการณ์เติมน้ำมันในคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ของประเทศ โดยเล็งเป้าหมายไว้ที่ 75 ล้านบาร์เรล แต่เขาชี้แจงในเวลาต่อมาว่า สหรัฐจะซื้อน้ำมันปริมาณเท่านี้ได้หากสภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณ หรือรัฐบาลกลางสามารถให้เช่าคลังน้ำมันแก่บุคคลที่ 3 ได้โดยคิดค่าธรรมเนียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อไปหากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นใหม่ ผู้ขายเหล่านี้ก็สามารถขายน้ำมันส่วนเกินออกไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เคยประกาศความตั้งใจไว้เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ว่าเขาต้องการเติมน้ำมันในคลังสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงทางยุทธศาสตร์ (SPR) ให้เต็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า ถึงวันที่ 17 เมษายน สหรัฐมีน้ำมันในคลังสำรองนี้ 635 ล้านบาร์เรล จากเกณฑ์ที่จำกัดให้สำรองได้ 713.5 ล้านบาร์เรล น้ำมันเหล่านี้เก็บไว้ในคลังเก็บน้ำมันใต้ดิน 4 แห่ง ตามแนวชายฝั่งรอบอ่าวทางใต้ของประเทศที่รัฐเทกซัสและลุยเซียนา โดยมีขีดความจุรวม 727 ล้านบาร์เรล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63817</URL_LINK>
                <HASHTAG>WTI, คลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์, ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ, ราคาน้ำมันติดลบ, สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200421/image_big_5e9e981de5bfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งสุดรอบ 22 ปี เหลือ 11 ดอลลาร์/บาร์เรล  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เทกซัสของสหรัฐดิ่งลงเกือบ 40% ในตลาดนิวยอร์กวันจันทร์ เหลือแค่ราว 11 ดอลลาร์/บาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 22 ปี เหตุจากนักลงทุนวิตกปริมาณน้ำมันดิบล้นสต็อกเนื่องจากอุปสงค์ทั่วโลกลดลงเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2563 กล่าวว่า สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส (WTI) ดิ่งลงอย่างรวดเร็วเมื่อเปิดตลาดซื้อขายที่นิวยอร์ก โดยใกล้ถึงเวลา 19.00 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพฤษภาคมดิ่งลงเหลือ 11.31 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลงเกือบ 40% และเป็นราคาต่ำสุดนับแต่ปี 2541 ก่อนหน้านั้นในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียวันเดียวกัน โดยในช่วงบ่ายราคาลดลงถึง 18.45% ซื้อขายกันที่ 14.90 ดอลลาร์/บาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่เป็นราคาพื้นฐาน ได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากความวิตกกังวลส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคลังเก็บน้ำมันเวสต์เทกซัสในสหรัฐ โดยการซื้อขายช่วงบ่ายราคาลดลง 3% อยู่ที่ 27.23 ดอลลาร์/บาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาน้ำมันตลาดโลกร่วงลงอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หลายประเทศใช้มาตรการล็อกดาวน์และจำกัดการเดินทางของประชาชน ซึ่งทำให้ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกลดลงประมาณ 30% ผสมผสานกับการทำสงครามราคาน้ำมันระหว่างซาอุดีอาระเบีย ผู้ส่งออกรายใหญ่ของกลุ่มโอเปก กับรัสเซีย ซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่มโอเปก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนเมษายน กลุ่มโอเปกและกลุ่มประเทศนอกโอเปกรวมถึงรัสเซีย ที่เรียกรวมกันว่าโอเปกพลัส บรรลุความตกลงกันได้ว่าจะลดกำลังการผลิตน้ำมันลงวันละ 9.7 ล้านบาร์เรล ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม แต่ราคาน้ำมันยังคงดิ่งลงต่อเนื่อง นักวิเคราะห์หลายรายกล่าวว่า ปริมาณการลดกำลังการผลิตที่ไม่ถึง 10 ล้านบาร์เรล/วันนี้ยังไม่มากพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนราคาน้ำมันดิบของสหรัฐที่ดิ่งลงอย่างหนักเมื่อวันจันทร์ เป็นผลเพิ่มเติมจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับคลังเก็บน้ำมันดิบของสหรัฐที่เมืองคุชชิง รัฐโอคลาโฮมา ว่าใกล้เต็มความจุ เนื่องจากกระบวนการกลั่นน้ำมันทำได้ช้าลงเพราะอุปสงค์ลดลง ส่วนคลังน้ำมันลอยน้ำก็คาดกันว่าเก็บสต็อกน้ำมันดิบไว้ถึง 160 ล้านบาร์เรลแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63744</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดิ่งสุดรอบ 2 ทศวรรษ, ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ, สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d9a4e87f24.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
