<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เมืองคอนพปชร.โวยโควิดพุ่ง! บี้&#039;อนุทิน&#039;ส่งวัคซีนช่วยด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่พุ่งถึง 618 คน (วันที่ 17 ต.ค.64) จนทำให้จัดอยู่ใน 23 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม&amp;nbsp; กลายเป็นพื้นที่สูงสุดและเข้มงวด ส่งผลให้กระทบถึงการทำมาหากิน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ต้องหยุดชะงักลง ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงขอสนับสนุนการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช อย่างเร่งด่วน ต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ถึงแม้ว่า วัคซีนโควิด-19 จะใช้เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของอาการป่วย และเสียชีวิต ซึ่งผู้ที่ได้รับวัคซีนยังสามารถติดเชื้อได้ แต่การได้รับวัคซีนในสัดส่วน 70-80% ของประชากรทั้งจังหวัด จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามกำหนดการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวของ ศบค. ที่จัดให้ จ.นครศรีธรรมราช อยู่ในพื้นที่นำร่อง (สีฟ้า) ที่จะเปิดจังหวัดในวันที่ 1 ธ.ค.64 นั้น หากการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชากรยังไม่ถึง 70-80% ก็อาจทำให้ จ.นครศรีธรรมราช ต้องสูญเสียโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูจากข้อมูลรายได้การท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในเดือน ม.ค.-ส.ค.64 แม้ว่าจะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่จังหวัดนครศรีธรรมราชยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดจำนวน 628,279 คน สร้างรายได้ 2,248.08 ล้านบาท ลดลงจากในปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยวมากถึง 1,247,928 คน&amp;nbsp; มีรายได้ 3,826 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากเปรียบเทียบกับจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองในภาคใต้อย่าง ระนอง ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 125,385 คน ในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค.64 มีรายได้ 315.84 ล้านบาท ลดลงจากปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยว 296,563 คน มีรายได้ 1,096 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยว 509,617 คน ในช่วงเดือน ม.ค.- ส.ค.64 มีรายได้ 1,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยว 495,741 คน มีรายได้ 917 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดการท่องเที่ยวเมืองรอง แต่ก็มีรายได้เป็นอันดับ 1 ใน 55 เมืองรองของประเทศ โดยในช่วง 5 เดือนแรกตั้งแต่ ม.ค.-พ.ค.ของปี 61 ก่อนการระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวคนไทยมาเยือนมากที่สุด 142,445 คน มีรายได้สูงสุด 2,121 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงปี63-64 แม้มีการระบาดของโควิด-19 แต่ก็ยังสร้างรายได้ในหลัก 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตดีขึ้น&amp;rdquo; นายสัณหพจน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปัจจุบัน จ.นครศรีธรรมราช กำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นสูง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการได้รับวัคซีนของประชาชนในพื้นที่ซึ่งยังคงมีสัดส่วนที่น้อยอยู่ ดังนั้นจึงอยากขอให้ กระทรวงสาธารณสุขในความดูแลของนายอนุทิน ช่วยสนับสนุนจัดสรรวัคซีนให้กับจ.นครศรีธรรมราช เพื่อเร่งการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ให้ได้ในสัดส่วน 70-80% รองรับการเปิดเมืองท่องเที่ยวในวันที่ 1 ธ.ค. ตามที่ ศบค.กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจัดสรรวัคซีนดังกล่าว เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง สร้างความมั่นใจให้กับตัวของประชาชนเอง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งเป็นตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120048</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, วัคซีน, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง, อนุทิน ชาญวีรกูล, เมืองคอน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f9268e815b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2021 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สัณหพจน์&#039; ไม่หวั่น​ พปชร.ตัดเกรด ส.ส. คุยเลือกตั้งหน้า ใต้กวาดผู้แทนไม่ต่ำ ​25 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.64 - นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์ถึงการทำโพลให้คะแนนการทำงานส.ส.พรรคพปชร.ว่า​ ไม่ได้กังวลอะไร​ เพราะรู้จุดประสงค์ของคน​ทำโพลนี้อยู่แล้ว​ โดยชาวบ้านก็รู้อยู่แล้วว่าตัวผู้แทนในพื้นที่เป็นอย่างไร​ เชื่อว่าสังคมมองออกว่าใครทำอะไรเพื่อวัตถุประสงค์​อะไร​ และตอนนี้ส.ส.ภาคใต้เริ่มเป็นกลุ่มเป็นก้อน มีความสามัคคีกันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ กังวลว่าการจัดเกรดให้คะแนน จะมีการแบ่งพรรคแบ่งพวกเกิดขึ้นหรือไม่​ นายสัณหพจน์​ กล่าวว่า แน่นอนอยู่แล้ว​ พวกใครก็ให้คะแนนคนนั้นเยอะ​ เหมือนผลโพลต่างๆที่ออกมา​ว่าโพลต้องการอะไรและทำเพื่อใคร​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​&amp;nbsp;ทางพรรคได้แจ้งถึงรายละเอียดการให้คะแนนหรือไม่​ นายสัณหพจน์​ กล่าวว่า​ ไม่มี​ แต่เชื่อว่าส.ส.ใต้ไม่มีปัญหาสักคน​ เมื่อไหร่​ พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี ยังเป็น​นายกฯ ก็ไม่มีปัญหา​ เพราะคนใต้ยังรักพล.อ.ประยุทธ์​ และส.ส.ใต้มีแต่เพิ่มไม่มีลด จาก 14 คนในตอนนี้เลือกตั้งเที่ยวหน้าคาดว่า​จะได้ขั้นต่ำ 25 คน​ เนื่องจากกระแสของนายกฯทางภาคใต้ดีมาก​เห็นได้จากล่าสุดที่นายกฯลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.นครศรีธรรมราช​ เมื่อวันที่​ 7ต.ค.ที่ผ่านมา ทุกโค้งที่วิ่งไปในเมืองมีแต่คนบอกรักลุงตู่​ ลุงตู่สู้ๆลุงตู่อยู่ต่อ​&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119429</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f9268e815b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.นครศรีฯ พปชร. แจง นายกฯ ลงพื้นที่ มาดูแลปัญหาน้ำท่วม ไม่มีการตีกินทางการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย. 2564 นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เตรียมลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 30 ก.ย.64 นี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราช เพื่อแก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยแล้ง และผลกระทบน้ำเค็ม ในพื้นที่ 94 ตำบล 11 อำเภอ ครอบคลุมพื้นที่ 5.3 แสนไร่ ของจ.นครศรีฯ งบประมาณ 9,580 ล้านบาท ระยะเวลา 6 ปี (พ.ศ.2561-2566)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ก.ย.64 นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามความคืบหน้ากับตนถึงโครงการดังกล่าว และตนได้รายงานปัญหาของความล่าช้าของโครงการให้รับทราบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกฯ ได้สอบถามถึงโครงการดังกล่าวว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ซึ่งตนได้รายงานปัญหาเรื่องของการก่อสร้าง ที่มีความล่าช้า เนื่องจากผู้รับเหมามีการประมูลเสนอราคาการก่อสร้างที่ต่ำกว่าราคากลางมาก จึงทำให้ขณะนี้โครงการไม่สามารถขับเคลื่อนได้ไปตามระยะเวลาที่กำหนด ดังนั้น นายกฯ เตรียมที่จะลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบปัญหาด้วยตัวเอง&amp;rdquo; ดร.สัณหพจน์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนภารกิจการลงพื้นที่ดังกล่าวของนายกรัฐมนตรี เพื่อเตรียมการรับมือความเสี่ยงของการเกิดอุทกภัยจากปรากฎการณ์ &amp;ldquo;ลานีญา&amp;rdquo; ในพื้นที่ภาคใต้ ที่ปัจจุบันจะเริ่มเข้าสู่ฤดูมรสุมในช่วงเดือนต.ค.-ธ.ค. และพื้นที่จ.นครศรีฯ เองเป็นจุดเสี่ยงที่สุด เพราะเป็นที่ตั้งของยอดภูเขาหลวงซึ่งเป็นต้นน้ำสำคัญหลายสายในจ.นครศรีฯ และสุราษฎร์ธานี รวมทั้งโครงการที่จะใช้รับมือปัญหาอุทกภัยนั้นยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วม และสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การลงพื้นที่ดังกล่าวเป็นความตั้งใจจริงของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการจะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพราะทราบถึงปัญหาความล่าช้า ไม่ใช่การหาตีกินทางการเมือง อย่างนักการเมืองบางพรรคที่ถนัดเรื่องดังกล่าว&amp;rdquo; ดร.สัณหพจน์ กล่าว&amp;nbsp;
ขณะเดียวกันตนเตรียมเสนอโครงการต่อเนื่อง เพื่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ทั้งเรื่องของ เส้นทางคมนาคม ปัญหาประมงท้องถิ่น และการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ จำนวน 4 โครงการ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เร่งรัดติดตามคืบหน้าโครงการเวนคืนที่ดิน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 408 สายฯ - บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 42 (นาทวี) ช่วงบริเวณสะพานการะเกด ต.การะเกด-ต.แม่เจ้าอยู่หัว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีปัญหาการเวนคืนพื้นที่ มากว่า 10 ปี เพื่อเปิดให้สามารถขยายถนนเชื่อมต่อระหว่าง จ.นครศรีฯ และ จ.สงขลา ได้สมบูรณ์ เกิดความสะดวกต่อพี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางในการสัญจร โดยในวันที่ 15 ต.ค.จะครบกำหนดเวลาการเวนคืนในโครงการดังกล่าว รวมทั้งการขยายถนน อ.เชียรใหญ่ เพื่อเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 408 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการเดินทาง การขนส่งผลผลิตทางการเกษตร และการท่องเที่ยวของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังสะดวกขึ้น ช่วยให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ศึกษาความเป็นไปได้ การสร้างสะพานข้ามอ่าวปากพนัง เชื่อมต่อ แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง และ อ.เมืองนครศรีฯ เพื่อเป็นเส้นทางใหม่ เชื่อมโยงการท่องเที่ยวให้มีการกระจายรายได้ ขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งในท้องถิ่นและระดับภาค ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะที่ใดที่หนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.โครงการแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมายซึ่งมีกระทบต่อการทำประมงพื้นบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งอ่าวปากพนัง ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอคือ อ.เมือง อ.ปากพนัง และอ.หัวไทร โดยจัดตั้งหน่วยศร.ชล.ประจำพื้นที่บริเวณอ่าวปากพนัง เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามประมงผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าพรุควนเคร็งอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นป่าพรุที่มีความสำคัญต่อ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา เนื่องจากเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำปากพนัง และทะเลน้อยที่เป็นพื้นที่เชื่อมโยงกับทะเลสาบสงขลา ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และประกอบอาชีพประมง โดยในแต่ละปี จะประสบกับปัญหาไฟไหม้ ทำให้มีผลกระทบกับประชาชนเป็นจำนวนมากในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากมีการแก้ไขปัญหาไฟป่าได้อย่างยั่งยืน ทำให้ป่าพรุควนเคร็งมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ช่วยสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117868</URL_LINK>
                <HASHTAG>.นครศรีธรรมราช, ตรียมลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f9268e815b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2021 10:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกพปชร.ไขก๊อก! เซ่นชง&#039;บิ๊กตู่&#039;ปรับครม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9 ส.ค. 64 - นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ตนแสดงความคิดเห็น เป็นข้อเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เรื่องการปรับสลับตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น ขอยืนยันว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนตัว ในฐานะของผู้แทนประชาชน และชัดเจนว่าไม่ใช่การแสดงความคิดเห็นในนามของพรรคพลังประชารัฐ หรือมีกลุ่มบุคคล หรือบุคคลใดอยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทราบดีว่า การปรับคณะรัฐมนตรี หรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.นั้น เป็นอำนาจโดยตรงของนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะพิจารณาว่าผู้ใดเป็นผู้เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งให้ความเคารพต่ออำนาจการพิจารณาดังกล่าว ขณะที่ตนเป็น ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ การนำเสนอความคิดเห็นส่วนตัวดังกล่าว อาจทำให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นทั้งในพรรคพลังประชารัฐ และพรรคการเมืองอื่นๆ เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ ตนต้องกราบขออภัยอย่างสูง มา ณ ที่นี่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสัณหพจน์ กล่าวว่า การออกมาแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผมในครั้งนี้นั้น ก็เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทย ในวันนี้ที่พี่น้องประชาชนกำลังเผชิญกับการแพร่รระบาดของโควิด-19 และต้องประสบกับปัญหาต่างๆที่เป็นผลกระทบมาจากการแพร่ระบาดนั้น ผมในฐานะที่เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชน และยึดหลักการมาโดยตลอดว่า เมื่อครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้รับโอกาสนี้แล้ว จะต้องทำหน้าที่เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของพี่น้องประชานให้ดีที่สุด ในการที่จะต้องรักษาผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp; โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่จ.นครศรีธรรมราช&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบในกรณีนี้ ซึ่งทำให้หลายฝ่ายไม่สบายใจ และกระทบกระเทือนถึงพรรคพลังประชารัฐ ผมจึงขอลาออกจากตำแหน่งรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และตำแหน่งเลขาธิการภาค 8 พรรคพลังประชารัฐ&amp;rdquo; นายสัณหพจน์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112666</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, ปรับครม., พปชร., พลังประชารัฐ, รองโฆษก, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f9268e815b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.พปชร.&#039;ชงนายกฯปรับครม.โยกสลับกระทรวง&#039;บิ๊กป๊อก-เสี่ยหนู&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.64- นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงแนวทางสร้างความเชื่อมั่นของรัฐบาลในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดในขั้นรุนแรงว่า ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พิจารณาให้มีการปรับเปลี่ยนการบริหารงานในตำแหน่งรัฐมนตรีของรัฐบาลใหม่ โดยให้มีการสลับตำแหน่งระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข (สธ.) คนปัจจุบัน เพื่อแก้ไขสถานการณ์การควบคุมโควิด-19 ที่จะต้องรัดกุม และเด็ดขาด ทำให้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ โดยผู้ที่ความเหมาะสม ตนขอเสนอให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็น รมว.สาธารณสุข เนื่องจากด้วยบุคลิกการทำงานที่เป็นผู้นำ มีความเด็ดขาดในแบบฉบับของอดีตผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งจะสามารถสั่งการทั้งเรื่องของควบคุมการแพร่ะระบาดโควิด การตรวจเชื้อเชิงรุก และการจัดสรรวัคซีน และทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายอนุทินเหมาะสมที่จะเป็น รมว.มหาดไทย เนื่องจาก นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งจะสามารถถ่ายทอดประสบการณ์การทำงานได้ รวมทั้งประสบการณ์ของนายอนุทิน ซึ่งเคยบริหารบริษัทเอกชนมาแล้ว จะสามารถนำมาปรับใช้กับรูปแบบการบริหารในส่วนของการปกครองที่จะต้องกระจายอำนาจให้กับส่วนภูมิภาคได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ตนเสนอในนามของส.ส. ซึ่งมีหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชน และเห็นว่าควรมีการปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อให้ การดูแลและแก้ไขสถานการณ์โควิดในปัจจุบันสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน ต่อการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ของรัฐบาลได้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112599</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปรับครม., ส.ส.พลังประชารัฐ, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f9268e815b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 21:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนละหมัด! &#039;สัณหพจน์&#039; สวนคืน &#039;ราเมศ&#039; ไม่ต้องถามบรรพบุรุษ ผลงานปัจจุบันเห็นชัดแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64 - นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าวถึงตน ว่าไม่ควรสัมภาษณ์ให้ร้ายพรรคอื่นนั้น ที่ผ่านมาตนไม่เคยกล่าวว่าให้ร้ายพรรคอื่นในทางที่เสียหายมาโดยตลอด โดยที่ตนกล่าวถึงกลุ่มการเมืองเดิมซึ่งอยู่ในพื้นที่มาตลอด 30 ปี นั้นเป็นเรื่องจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากให้ถามพี่น้องประชาชนในปัจจุบัน จะยืนยันเรื่องที่ตนกล่าวได้ ตนไม่ใช่คนอื่นคนไกลแต่เป็นคนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยตนมีความสนใจการเมืองมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ติดตามดูข่าวคราวและเหตุการณ์ทางการเมืองมาตลอด 38 ปี ก็พบว่าการเมืองเก่าๆ ในครั้งนั้นก็ยังหลอกหลอนมาโดยตลอด วันนี้สิ่งที่ผมพูดมันจึงสะท้อนว่า บรรพบุรุษผมและพี่น้องชาวปักษ์ใต้ทราบดีว่าอะไรดีหรือไม่ดี อะไรคือการเล่นการเมืองแบบเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สิ่งที่พิสูจน์ว่า พี่น้องประชาชนภาคใต้ต้องการการเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ทั้ง 14 คน จึงได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะพื้นที่จ.สงขลา จำนวน 4 คน จาก 8 เขต จ.นครศรีธรรมราช 4 คน จาก 8 เขต และ จ.ภูเก็ต ที่ได้รับเลือกตั้ง 2 คน จากทั้ง 2 เขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเรื่องผลงานการแก้ไขปัญหา นั้น ที่ผ่านมา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ทั้งหมดทั่วประเทศ ไม่ใช่เฉพาะภาคใต้ทั้ง 14 คน เท่านั้น ที่ลงพื้นที่ทำงานแก้ไขความเดือดร้อน และรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง รวมทั้งประสานงานและเชื่อมโยงการทำงานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จะเห็นได้ว่า ส.ส.ของพรรค ทำงานประสานกันในทุกพื้นที่ เช่น น้ำท่วมที่ จ.พิษณุโลก จ.สุโขทัย ส.ส.จากภาคกลาง กทม. หรือภาคใต้ ก็ระดมกำลังไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน หรือเรื่องของยางพารา ปาล์มน้ำมัน ที่ผ่านมาจะเห็นว่าราคาผลผลิตได้ราคาสูงในยุคใคร และตกต่ำในยุครัฐบาลไหน&amp;nbsp; และรัฐบาลไหนที่เข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก และขณะนี้ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย ซึ่งที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใดก็ไม่เคยที่จะกล้าแก้ไข แถมยังคอยเคลมผลงานของพรรคอื่นมาเป็นของตน จนทุกวันนี้ต้องตกต่ำไปตาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าพรรคพลังประชารัฐมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่การฉกฉวยโอกาสทางกฎหมาย หรือ การตีกินทางการเมือง ดังนั้นวันนี้ ผลงานเรามีความเด่นชัด และตัวเลขไม่เคยโกหกใคร จึงไม่จำเป็นต้องไปถาม &amp;ldquo;บรรพบุรุษ&amp;rdquo; ที่เขาเห็นการกระทำของบางพรรคมาตั้งแต่อดีตไม่เสียเวลาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100834</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคประชาธิปัตย์, ราเมศ รัตนะเชวง, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_6086cb0b3cca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 17:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็ก ปชป. สวน &#039;รองโฆษก พปชร.&#039; อย่าดูถูกประชาชน ไม่มีพรรคไหนตีตราจองผู้แทนในพื้นที่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64 - น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช และรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)&amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์พปชร. ตัดสินใจส่งผู้สมัครส.ส. แข่งขันในสนามเลือกตั้งเขต 3 นครศรีฯ เพราะไม่สนับสนุนให้พรรคใดเป็นเจ้าของพื้นที่ หรือตีตราจอง&amp;nbsp;และยืนยันจะไม่มีการฮั้วกันทางการเมือง ว่า อย่าดูถูกประชาชน เพราะการที่พรรคการเมืองใดได้รับการเลือกตั้งในเขตนั้นๆติดต่อกัน ไม่ใช่พรรคการเมืองตีตราจอง แต่เป็นเพราะเสียงของประชาชนจองพรรคนั้น และไม่มีผู้แทนในพื้นที่ หรือพรรคการเมืองใดจะจองได้ หากประชาชนไม่เอาด้วยก็ไม่มีทางได้รับความไว้วางใจ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นมีหลายเขตที่ต้องดูกันยาวๆ อย่าพยายามยกหางตัวเอง กลองที่ตีเสียงดังดีคือหนังแท้ กลองที่ตีได้ครั้งเดียวคือหนังเปื่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ศิริภา กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องฮั้วกันในทางการเมือง พรรคการเมืองที่เป็นสถาบันจะทราบดี และเมื่อถึงวันเลือกตั้งก็จะรู้ว่าใครฮั้วกับพรรคไหน&amp;nbsp;74 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์เป็นหลักให้กับประเทศ ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มุ่งมั่นทำงาน เคารพเสียงประชาชน พรรคของเรา คนของเรา เป็นความภูมิใจของประชาชนที่มีส่วนเป็นเจ้าของพรรค เมื่อคัดเลือกคนที่ไปลงเลือกตั้งก็ต้องแน่นอนได้ว่าเป็นคนของพรรคและเป็นคนของประชาชน ดังนั้น อย่าดูถูกความรักความศรัทธาของประชาชน ในอนาคตจะมีอีกหลายพรรคที่เราจะรู้ได้ว่าเป็นพรรคที่ยั่งยืนหรือฉาบฉวยหรือไม่ เช่นเดียวกับนักการเมืองที่มีหลักการ ซื่อสัตย์สุจริต ก็ต้องใช้เวลาดูแบบไม้ยืนต้น เพราะถ้าเป็นไม้ล้มลุกจะใช้เวลาดูไม่นานก็จะรู้ว่าไม่ยั่งยืนเหมือนไม้ยืนต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91986</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ศิริภา อินทวิเชียร, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง, เลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0b05a4c8506.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
