<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลัมปีสกินระบาดโคกระบือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรคลัมปี สกิน ระบาดหนักในโค-กระบือที่นครพนม ปศุสัตว์นครพนมควงสัตวแพทย์พ่นยาฆ่าเชื้อคอกวัว ป้องกัน แนะหมั่นสังเกตอาการหากสงสัย ประสานอาสาในพื้นที่เร่งรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากสถานการณ์โรคระบาดในโค-กระบือจากการติดเชื้อไวรัสลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ที่ยังวิกฤติหนักในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยง โดยทางจังหวัดนครพนมได้มีคำสั่งประกาศเป็นพื้นที่เขตโรคลัมปี สกิน ระบาด ได้แก่ ท้องที่หมู่&amp;nbsp; 2 ต.มหาชัย อ.ปลาปาก, หมู่ 11 ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก, หมู่ 9 ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง นครพนม และหมู่ที่ 2 ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพบโคเนื้อป่วยหรือตายด้วยโรคลัมปี สกิน&amp;nbsp; จำนวนหลายสิบตัว ซึ่งเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2558 โดยมีแนวโน้มที่จะแพร่ระบาดไปยังท้องที่อำเภอและจังหวัดอื่นๆ ได้ จึงห้ามมิให้ผู้ใดเคลื่อนย้ายโคและกระบือ หรือซากของสัตว์ดังกล่าว เข้า-ออก ผ่านหรือภายในเขตโรคระบาด เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากสัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบประจำเขตนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากปัญหาโค-กระบือติดเชื้อไวรัสลัมปี สกิน ถึงเวลานี้ยังไม่มียารักษา จึงต้องใช้วิธีการรักษาแบบภูมิปัญญาชาชาวบ้าน เช่น ในพื้นที่ อ.นาแก จ.นครพนม ยังคงมีการระบาดต่อเนื่อง ล่าสุดจากการตรวจสอบข้อมูลมีโค-กระบือชาวบ้าน ป่วยติดเชื้อแล้วเกือบ 500 ตัว ตายไปแล้วกว่า 6 ตัว โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.พิมาน อ.นาแก พบโค-กระบือชาวบ้านป่วยติดเชื้อมากกว่า 200 ตัว ซึ่งชาวบ้านยังไม่มีวิธีการดูแลรักษาป้องกัน ต้องปล่อยตามสภาพตามมีตามเกิด ทำให้โค-กระบือที่ป่วยทยอยล้มตายลงแบบรายวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา นายสมชาย อนันตจารุตระกูล ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม พร้อมด้วยสัตวแพทย์หญิงฐิติมา ศรีคำ สารวัตรกรมปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์นครพนม นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 17 หมู่ 4 ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม เพื่อพ่นยาป้องกันกำจัดแมลง เนื่องจากได้รับแจ้งจากอาสาปศุสัตว์ประจำตำบลว่าพบโคจำนวน 3 ตัว แสดงอาการสงสัยโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ที่กำลังแพร่ระบาดหนักในโค-กระบืออยู่ขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าโรคลัมปี สกิน เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่สำคัญในโคกระบือ แต่ไม่ใช่โรคที่ติดสู่คนได้ เกิดจากเชื้อไวรัส ????? ???? ??????? ????? ในสกุล ????????????? สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีไข้สูง ต่อมน้ำเหลืองโต และมีตุ่มขนาดใหญ่ ประมาณ 2-5 เซนติเมตร ขึ้นที่ผิวหนังทั่วร่างกาย พบมากที่คอ หัว เต้านม ถุงอัณฑะและหว่างขา ตุ่มที่ขึ้นอาจแตก ตกสะเก็ดและเกิดเป็นเนื้อตาย หรือมีหนอนแมลงมาไชได้ อาจพบตุ่มน้ำใสขึ้นที่เยื่อเมือก ทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ทำให้มีอาการน้ำลายไหล ตาอักเสบ มีตุ่มขึ้นที่เยื่อเมือกตา น้ำตาไหลและมีขี้ตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้สัตว์ที่ติดเชื้อจะมีอาการซึม เบื่ออาหาร อาจมีภาวะเป็นหมันชั่วคราวหรือถาวร แท้งลูกและมีปริมาณน้ำนมลดลง อัตราการป่วยอยู่ที่ 5&amp;ndash;45% อัตราการตายน้อยกว่า 10% แต่อาจมีอัตราการตายสูงในพื้นที่ที่ไม่เคยมีการระบาดมาก่อน ผลกระทบส่วนใหญ่จะอยู่ที่ผลผลิตที่ลดลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104039</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปศุสัตว์, ระบาดหนักในโค, ระบาดหนักในโค-กระบือ, สัตวแพทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โรคลัมปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abb46fe31ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งช่วยลูกช้างป่าพลัดตกคูกันช้างอุทยานฯเขาสอยดาวบาดเจ็บ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ:เพจประชาสัมพันธ์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 เม.ย.64-นายสมบัติ ธรรมโชติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว รายงานว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีลูกช้างป่า อายุประมาณ 1 ปี พลัดตกลงไปในคูกันช้างบริเวณป่าสามพันไร่ หมู่ 18 ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จันทบุรี จากการตรวจสอบเบื้องต้นลูกช้างป่ายังหายใจอยู่ นอนแน่นิ่งไม่กระดิกตัว แต่อย่างใด หน.ขสป.เขาสอยดาว ร่วมกับนายอำเภอสอยดาว และจนท.ฝ่ายปกครองจึงได้ประสานกับสัตวแพทย์ สบอ.2 เพื่อให้มาตรวจอาการ ขณะนี้ทีมสัตวแพทย์จากสำนักยริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) และศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 กระบกคู่ กำลังดำเนินการรักษาอย่างเร่งด่วน หากมีความคืบหน้าทางเพจจะได้แจ้งให้ทราบทันที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98296</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.จันทบุรี, ช้างป่า, สัตวแพทย์, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210404/image_big_606989c9d2435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/03/2021 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาจารย์ใหญ่ ทางสัตวแพทย์ ไร้ฟอร์มาลิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครั้งแรก! สัตวแพทย์ จุฬาฯ คิดค้นสูตรน้ำยาถนอมร่างสัตว์ &amp;quot;อาจารย์ใหญ่&amp;quot; แทนใช้ฟอร์มาลิน สารก่อมะเร็ง ปลอดภัยต่อสุขภาพนิสิต เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม อีกสูตรอาจารย์ใหญ่ร่างนิ่มเสมือนจริงไว้ฝึกผ่าตัด เก็บได้นาน 3 ปี เล็งต่อยอดให้ฆ่าเชื้อรา-แบคทีเรียได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 11 มี.ค. ผศ.นสพ.สิริพงศ์ เกียรติกิตติคุณ หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์เล็ก กล่าวว่า คณาจารย์จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ใช้เวลา 4 ปี พัฒนาน้ำยารักษาร่างสัตว์ &amp;ldquo;อาจารย์ใหญ่&amp;rdquo; ซึ่งเป็นร่างสัตว์เลี้ยงตายแล้วที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงบริจาคเพื่อการเรียนการสอนในคณะ น้ำยาที่พัฒนาขึ้นสามารถชดเชยสารก่อมะเร็งฟอร์มาลินที่มีกลิ่นฉุน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร้ายแรงในระดับเดียวกับบุหรี่และแร่ใยหิน ทั้งยังเป็นพิษกับสิ่งแวดล้อม สำหรับเทคโนโลยีการถนอมร่างอาจารย์ใหญ่ ทางสัตวแพทย์พัฒนาร่วมกับคณาจารย์จากภาควิชาสรีรวิทยา ภาควิชาศัลยศาสตร์ และภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ต่อยอดความรู้เดิมของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ โดยปรับปรุงสูตรเดิมที่ใช้กับร่างคนมาใช้กับร่างสัตว์ ปัจจุบันทางคณะผลิตสูตรถนอมร่างสัตว์มาแล้ว 2 สูตร คือสูตร &amp;ldquo;อาจารย์ใหญ่ปลอดฟอร์มาลิน&amp;rdquo; ใช้ในการเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์ที่ต้องการร่างแห้ง ค่อนข้างแข็ง เพื่อดูโครงสร้าง เช่น กล้ามเนื้อและกระดูก ส่วนอีกสูตร &amp;ldquo;อาจารย์ใหญ่ร่างนิ่ม&amp;rdquo; ใช้สำหรับให้นิสิตฝึกผ่าตัด ซึ่งจำเป็นต้องใช้ร่างที่นิ่ม อวัยวะยืดหยุ่น ข้อต่อต่างๆ เหยียดงอได้ กล้ามเนื้อภายในอ่อนนุ่มเหมือนของสัตว์จริงๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.สพญ.ดร.ศิรกานต์ ฐิตวัฒน์ จากหน่วยชีวเคมี ภาควิชาสรีรวิทยา ผู้ร่วมพัฒนาสูตรน้ำยาถนอมร่างสัตว์ เปิดเผยว่า ส่วนผสมของสูตรดังกล่าวมาจากสารหลายชนิดที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สารถนอมอาหาร สารกันบูดในเครื่องสำอาง น้ำยาซักล้าง น้ำยาฆ่าเชื้อ สารทำให้สีสวย และสารคงความชื้นที่ทำให้ร่างสัตว์ไม่แข็ง แรกเริ่มเราทดลองกับชิ้นเนื้อก่อนแล้วจึงนำไปทดลองกับอวัยวะสัตว์ทั้งตัว ปัจจุบันได้นำไปใช้จริงกับร่างสัตว์อาจารย์ใหญ่อย่าง สุนัข แมว กระต่าย หมู แกะ ยกเว้นม้าและวัวที่ใช้เฉพาะชิ้นส่วนอวัยวะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเก็บรักษาร่างอาจารย์ใหญ่สามารถเก็บได้ราว 2-3 ปี ที่ช่องแช่แข็ง เมื่อนำร่างอาจารย์ใหญ่ออกมาใช้ในการเรียนการสอนแล้วจะมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ย 3-4 เดือน ในอนาคตทางคณะสัตวแพทยศาสตร์จะปรับสูตรให้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียในร่างอาจารย์ใหญ่ได้อีกด้วย ซึ่งคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เป็นโรงเรียนสัตวแพทย์แห่งเดียวในประเทศไทยที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ศึกษาร่างอาจารย์ใหญ่ปลอดฟอร์มาลินและอาจารย์ใหญ่ร่างนิ่ม และเป็นศูนย์ฝึกอบรมสัตวแพทย์ระดับชาติและระดับสากล ที่มีวิชาหลากหลายและครอบคลุม&amp;quot; ผศ.สพญ.ดร.ศิรกานต์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95782</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำยาถนอมร่างสัตว์, ฟอร์มาลิน, สัตวแพทย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาจารย์ใหญ่, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ใช้แทนฟอร์มาลิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604a1e50c127d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25301</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2018 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2018 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรบมือรัวๆสวนนงนุชช่วยลูกช้างป่าถูกยิงรอดพ้นความตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.61- นายกัมพล ตันสัจจา ผอ.สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมด้วย &amp;nbsp;น.สพ.เผด็จ ศิริดำรง สัตวแพทย์ ได้นำคณะผู้บริหาร และสื่อมวลชน เฝ้าติดตามความคืบหน้าอาการของลูกช้างป่า &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; วัยแรกเกิด ที่ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธปืนยิง และถูกบ่วงสลิงพรานป่า จนขาหน้าซ้ายได้รับบาดเจ็บหวิดขาด พร้อมเกาะติดการผ่าตัดนำหัวกระสุนปืน ชนิดปืนแก๊ป ลูกเหล็กทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.2 มม. ออกจากบริเวณข้อพับขาเหนือบาดแผลถูกบ่วงสลิง ที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังความลึกเกือบ 3 นิ้ว ได้เป็นที่สำเร็จพ้นขีดอันตราย ท่ามกลางเสียงของลูกช้าง ที่โหยหวนอย่างทุกข์ทรมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการนี้ ได้นิมนต์ พระครูเกษมกิตติโสภณ (อาจารย์จ่อย) เจ้าอาวาสวัดสามัคคีบรรพต บางเสร่นอก มากระทำพิธีประพรมน้ำพระพุทธมนต์ให้กับลูกช้าง &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคล แคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งขณะทำพิธีอยู่นั้น ลูกช้าง ได้มีอาการสงบนิ่ง ซบเข้าที่ชายจีวรของพระอาจารย์ เสมือนขอพรให้ตนเองนั้นได้ ได้พ้นจากความทุกข์ทรมาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.สพ.เผด็จ กล่าวว่า จากวันที่รับตัวลูกช้าง &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติอ่างฤาไนย จ.ระยอง มาอยู่ในความดูแล เพื่อรักษายื้อชีวิตให้อยู่รอด ได้มีการให้น้ำนมจากแม่ช้าง ให้ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อ ยาบรรเทาอาการอักเสบ และทำความสะอาดบาดแผลอยู่ตลอดเวลา เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อ แต่หลังจากมีการเอกซเรย์ตรวจพบมีหัวกระสุนปืนฝังอยู่ภายในเหนือบาดแผล และพบว่ามีอาการอักเสบอย่างรุนแรง จึงได้รอบาดแผลจากบ่วงสลิงทุเลาลง และวันนี้จึงได้ทำการผ่าตัดนำหัวกระสุนออกพบว่า ลูกช้างมีอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บาดแผลทั้ง 2 จุด ลดการอักเสบลงมาก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ต้องรอดูบาดแผลจะมีการสร้างเนื้อเยื่อทนแทนขึ้นเองไหม หากเป็นเช่นนั้น ก็จะมีความหวังให้ลูกช้างเชือกนี้ไม่ต้องตัดขาส่วนปลายทิ้ง ซึ่งจากอาการโดยรวม ลูกช้าง มีอาการดีขึ้นสามารถเดิน และกินน้ำนม ได้เป็นปกติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกัมพล กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่คิดว่าลูกช้างตัวน้อย ๆ จะมาถูกมนุษย์ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บถึงขนาดนี้ วอนขอให้ผู้กระทำการอันทารุณโหดร้ายนี้ ได้ยุติการทารุณกรรมต่อสัตว์ หลังได้รับรายงานจาก อุทยานแห่งชาติอ่างฤาไนย ว่ามีช้างถูกอาวุธปืนชนิดเดียวกัน ยิงกระสุนฝังอยู่ในร่างกายจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สวนนงนุชพัทยา จะพยายามช่วยชีวิตลูกช้างป่า &amp;ldquo;พังใบตอง&amp;rdquo; อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน และสามารถกลับไปดำรงชีวิตในป่า ร่วมกับพ่อแม่ของมันได้อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25301</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยลูกช้างป่า, ช้างถูกยิง, สวนนงนุชพัทยา, สัตวแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181228/image_big_5c25de6bacf33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2018 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2018 12:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สะเทือนใจ!พลายสมชายกินใบไผ่ตายในท่าหมอบกราบเจ้าของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.61-นายทัศนะ ศศิมณฑล อายุ 46 ปีอยู่บ้านเลขที่ 60/1 หมู่ 1 ต.ย่านตาขาว จ.ตรัง นิมนต์พระสงฆ์จากวัดโหละหาร อ.ย่านตาขาวจำนวน 4 รูป มาทำพิธีทางศาสนาเพื่อส่งดวงวิญญาณพลายสมชาย อายุ 43 ปี น้ำหนักประมาณ 3,000 กิโลกรัม ซึ่งล้มลงในท่าหมอบกราบอยู่กลางป่าไม้ไผ่ป่าใน ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรังเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ประมาณ 3 เดือน พลายสมชายมีอาการตกมัน เจ้าของจึงให้ควาญช้างนำไปล่ามโซ่ไว้ให้ห่างไกลผู้คน เนื่องจากเกรงว่าจะทำร้ายคนและช้างที่เหลืออีก 8 เชือกได้ โดยที่ที่พลายสมชายไปอาศัย มีต้นไม้ไผ่ป่าขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้พลายสมชายกินสะสมเข้าไปนานแรมเดือน จนกระทั่งเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 23 ก.ย. ควาญช้างโทรศัพท์มาแจ้งว่า พลายสมชายล้มแล้วในท่าหมอบกราบอย่างสวยงามอยู่กลางป่าไม้ไผ่ ซึ่งควาญช้างได้ถ่ายภาพท่าล้มมาให้เจ้าของดู ทำให้พากันร้องไห้ทั้งครอบครัว เนื่องจากเชื่อว่าพลายสมชายกราบลาเป็นครั้งสุดท้ายหลังรู้ว่าตัวเองไม่ไหวแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พลายสมชายเป็นช้างเชือกแรกของครอบครัว แสนรู้ เลี้ยงง่ายและให้แต่โชคลาภ &amp;nbsp;จึงตัดสินใจนำพลายสมชายมาฝังไว้ที่บ้าน แต่กว่าจะนำพลายสมชายออกมาได้ต้องใช้เวลานานมาก เพราะต้องทำถนนชั่วคราวเพื่อให้รถบรรทุกและรถแบ็คโฮ เข้าไปยกพลายสมชายออกมาจากป่า และให้อยู่ในท่าที่ยังหมอบกราบท่าเดียวกับที่ล้มในป่าส่วนที่บ้านก็ต้องใช้รถแบ็คโฮขุดหลุมให้ลึกกว่า 5 เมตร โดยมีชาวบ้านจำนวนมากมาร่วมพิธีและวิจารณ์ถึงท่าล้มของพลายสมชายที่ไม่เคยพบเห็นในช้างเชือกใดมาก่อน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.สพ.อภิชาติ ทรัพย์สิริไพบูลย์ สัตวแพทย์สำนักงานปศุสัตว์จ.ตรัง กล่าวว่าพลายสมชายเกิดจากติดเชื้อในกระแสเลือด สาเหตุมาจากอาหารที่กินเข้าไปทำให้ลำไส้ส่วนท้ายเกิดบาดแผล และอุจจาระที่ถ่ายออกมามีมูกปนเลือด แต่ไม่ใช่เกิดจากโรคระบาด ซึ่งอาหารที่กินเข้าไปทำให้ช้างติดเชื้อภายในและล้มลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งช้างในวัย 43 ปีถือว่ายังไม่แก่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18289</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ตรัง, ช้างพลาย, สัตวแพทย์, ใบไผ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba87a9366fae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
