<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37118</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยากรู้คำตอบจริงๆ!สมาคมรักษ์ทะเลไทย ถามลั่น80เสียงส้มหวานจะแก้ปัญหาวิกฤติทะเลไทยอย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;บรรจง นะแส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.62 - นายบรรจง นะแส &amp;nbsp;นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากถามคุณธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ 6 เรื่องครับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ปัญหาวิกฤติทะเลไทยที่มีภาวะการทำประมงเกินศักยการผลิตของทะเล(Over Fiishing)ทางพรรคมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไร/ใช้ระยะเวลาประมาณกี่ปี???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ปัญหาการทำประมงด้วยเครื่องมือทำการประมงแบบทำลายล้างโดยเฉพาะเรือปั่นไฟและเรืออวนลาก ที่เป็นสาเหตุของการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจวัยอ่อนและทำลายห่วงโซ่อาหารที่รุนแรง ท่านมีวิธีการใดบ้างที่จะแก้ไขปัญหานี้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับธุรกิจต่อเนื่องจากการทำประมงอวนลากคือปลาป่น(by catch)ที่มีส่วนทำให้อาชีพประมงพื้นบ้านลำบากแต่ก็ทำรายได้ให้กับรัฐบาล?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.แนวทางการพัฒนาและฟื้นฟูทรัพยากรทะเลให้ยั่งยืน ตามข้อตกลงSDGข้อ14 ท่านคิดว่าจะต้องทำอย่างไรบ้างครับ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.กรณีพรก.ประมง2558ท่านคิดว่าจะต้องแก้ไขไหม?ถ้าจะแก้มีประเด็นอะไรบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.กรณีมาตรการ iuu fishing ของอียู มีประเด็นไหนที่ท่านคิดว่าจะต้องแก้ไข/หรือยกเลิก?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากรู้คำตอบจริงๆนะครับ วันที่31นี้ถ้ามีการไลด์สด กรุณาแท็กผมมาด้วยนะครับจะตั้งใจฟังคำตอบ #พรรคอนาคตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ของนายบรรจง มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า &amp;quot;มันขึ้นอยู่กับว่าพรรคเขาได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ได้เป็นด้วยนี่ครับพี่&amp;quot;&amp;nbsp; โดยนายบรรจง ตอบกลับไปว่า &amp;quot;ใช่ครับ แต่ 80 เสียงในสภาแม้ไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ทำอะไรได้เยอะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37118</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลไทย, บรรจง นะแส, ประมง, ปลา, สัตว์น้ำ, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190529/image_big_5cee1c78b9d68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 07:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 07:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมประมงล่า&#039;ปลาหมอเอเลี่ยน&#039;ระบาดหนัก หลังบริษัทยักษ์ใหญ่นำเข้าทดลองเลี้ยงแล้วไม่ได้ผล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.61 - นายอรุณชัย พุทธเจริญ รองอธิบดีกรมประมง เป็นประธานจัดกิจกรรม &amp;ldquo;ชาวชุมพรร่วมใจขจัดภัยหมอสีคางดำ&amp;rdquo; บริเวณที่ทำการชมรมอนุรักษ์กุ้งก้ามกรามลุ่มน้ำสวี หมู่ที่ 5 ตำบลปากแพรก อ.สวี จ.ชุมพร เพื่อรณรงค์สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ชุมชน และหน่วยงานอื่นๆ ในการร่วมกันกำจัดปลาหมอคางดำที่แพร่ระบาดหนักในแม่น้ำสวี และอีกหลายพื้นที่ใน จ.ชุมพร เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรุณชัย กล่าวว่าจากกรณีพบปลาหมอคางดำแพร่กระจายพันธุ์อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ และบ่อเลี้ยงของเกษตรกรสร้างความเสียหายให้กับผู้เลี้ยงปลาและกุ้งอย่างมาก กรมประมงได้ออกคำสั่งที่ 223/2561 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำขึ้นโดยเฉพาะ นอกจากนี้ในพื้นที่จังหวัดที่พบการแพร่ระบาด กรมประมงได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดออกรับฟังข้อคิดเห็นของเกษตรกรชาวประมงและชุมชนเพื่อร่วมกันหาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อหยุดยั้งวงจรการแพร่ระบาดของปลาสายพันธุ์ดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรุณชัย กล่าวต่อว่านอกจากนี้ได้มีการออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 9 มกราคม 2561 เรื่องกำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามน้ำเข้า ส่งออก นำผ่าน หรือเพาะเลี้ยง พ.ศ.2561 มารองรับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ สำหรับสัตว์น้ำ 3 ชนิดที่ห้ามตามประกาศฉบับนี้คือ ปลาหมอคางดำ ปลาหมอมายัน และปลาหมอบัตเตอร์ ห้ามผู้ใดเลี้ยงและปล่อยสัตว์ทั้ง 3 ชนิดนี้ลงในที่จับสัตว์น้ำโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามมาตรา 144 แห่ง พรก.การประมง 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสง่า ลีสง่า ผอ.กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด กรมประมง กล่าวว่าสำหรับกิจกรรมวันนี้ได้นำลูกพันธุ์ปลากะพงปล่อยในบ่อกุ้งร้างและมอบให้ชาวบ้านนำไปปล่อยในบ่อเลี้ยงของตนเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำ พร้อมทำความเข้าใจกับเกษตรกรชาวประมงและชาวบ้านถึงมาตรการร่วมใจกันกำจัดปลาหมอสายพันธุ์ดังกล่าวซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสง่ากล่าวว่าสำหรับบทลงโทษหากพบผู้ใดฝ่าฝืนลักลอบนำปลาหมอคางดำ ปลาหมอมายัน ปลาหมอบัตเตอร์ เข้ามาในราชอาณาจักร ต้องระวางโทษตามมาตรา 144 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและในกรณีที่ผู้กระทำความผิดนำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองล้านบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;


fifa356&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับปลาหมอคางดำ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Sarotherodon melanotheron Ruppell&amp;nbsp;


bnk789 ซึ่งเป็นปลาในแถบทวีปแอฟริกา อาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำจืดและทั้งน้ำกร่อยที่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำชายฝั่งทุกชนิดอย่างมาก ในวงการเรียกปลาชนิดหมอสีคางดำนี้ว่า &amp;ldquo;เอเลี่ยนสปีชีส์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ปลาหมอเอเลี่ยน&amp;rdquo; มีลักษณะคล้ายปลาหมอเทศ ซึ่งปลาหมอคางดำจะแพร่พันธุ์เร็วมากและจะกินสัตว์น้ำตัวอ่อนทุกชนิดถึงขนาดทำให้สูญพันธุ์ได้ หากหลุดเข้าไปในบ่อเลี้ยงกุ้งหรือบ่อเลี้ยงปลาของเกษตรกร จะถูกปลาหมอสีคางดำกินจนหมดบ่อ จนผู้เลี้ยงได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก&amp;nbsp;


save168&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากที่ผ่านมาได้มีบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านอาหารแห่งหนึ่งนำเข้ามาทดลองเลี้ยง&amp;nbsp;


สล็อต เพื่อหวังพัฒนาให้เป็นแหล่งอาหารของคนไทย แต่ปรากฏว่าเนื้อปลาหมอคางดำกลับเป็นปลาที่มีเนื้อแข็งหยาบ มีเนื้อน้อยกว่าก้างใช้ประโยชน์ทางการค้าไม่ได้ คาดว่าบริษัทดังกล่าวได้ทำลายทิ้งแต่อาจมีหลุดรอดลงในแหล่งน้ำธรรมชาติ จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์มาถึงปัจจุบันนี้.
อ่านข่าวประกอบ กสม.มีมติการระบาดของ&amp;#39;ปลาหมอสีคางดำ&amp;#39;กระทบสิทธิการทำกินของเกษตรกรไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9037</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายพันธุ์, นำเข้าปลาหมอ, ปลาหมอสีคางดำ, ปลาหมอเอเลี่ยน, สัตว์น้ำ, เลี้ยงปลา, เอเลี่ยนสปีชีส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af631c3e70a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>535</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2026 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2017 18:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานการณ์สัตว์ทะเลหายากไทย ปี 2560</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานสถานการณ์สัตว์ทะเลหายาก หมายถึง กลุ่มประชากรสัตว์ทะเลที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ได้แก่ เต่าทะเล พะยูน โลมา และวาฬ ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ โดยจากผลการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น 3 ปีย้อนหลัง พบว่ามีสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นเฉลี่ยปีละ 400 ตัว แบ่งเป็นเต่าทะเล 57% โลมาและวาฬ 38% และพะยูน 5% &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สาเหตุเกยตื้นสำหรับเต่าทะเลและพะยูนเกิดจากติดเครื่องมือประมง เป็นอันดับหนึ่งถึง 74% และ 89% ตามลำดับ ส่วนกลุ่มโลมาและวาฬป่วยตามธรรมชาติมากกว่า 60% นอกจากนี้ ยังมีสถานการณ์เต่าทะเลที่ลดจำนวนลง จำเป็นต้องจัดการแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งวางไข่อย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอุกกฤต สตภูมินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ทช. เผยสถานภาพสัตว์ทะเลหายากว่า ประเทศไทยมีสัตว์ทะเลหายากที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลจำนวน 28 ชนิด จากการติดตามสถานภาพโดยการสัมภาษณ์คนในชุมชน การสำรวจทางเรือประกอบ ตลอดจนสำรวจโดยอาสาสมัครในชุมชนชายฝั่ง ทำให้ทราบว่า เต่าทะเล 5 ชนิด มีจำนวน 2,500-3,500 ตัว ซึ่งในประเทศไทยมีแหล่งวางไข่เต่าทะเลที่สำคัญเหลืออยู่ไม่มากนัก ได้แก่ หมู่เกาะคราม หมู่เกาะสิมิลัน ส่วนเต่ามะเฟืองพบวางไข่ที่ชายหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต ซึ่งเต่าทะเลวางไข่ 10 ครั้งต่อฤดูกาล แนวทางอนุรักษ์ต้องบริหารจัดการพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น ลดการรบกวนฤดูกาลวางไข่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในส่วนของโลมาและวาฬ นายอุกกฤตเผยว่า มี 21 ชนิด จำนวนมากกว่า 2,000 ตัว แหล่งประชากรสำคัญมี 10 แห่งทั้งบริเวณอ่าวไทยและอันดามัน ปัจจุบัน ทช.ได้สำรวจ ถ่ายภาพตำแหน่งบนตัวเพื่อระบุตัวตน ตอนนี้มีวาฬบลูด้าตั้งชื่อแล้ว 20 ชื่อ สำหรับอ่าวไทยเป็นพื้นที่ไข่แดงที่กรมต้องร่วมกับชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน ขณะที่พะยูนมี 1 ชนิด จำนวน 250 ตัว แหล่งประชากรใหญ่อยู่ฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะเกาะลิบง จ.ตรัง จากการบินสำรวจปี 59 พบพะยูน 170 ตัว มีชนิดเดียว ต้องอนุรักษ์ให้สำเร็จ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ข้อมูลการช่วยเหลือช่วง 3 ปี พบสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น 400 ตัวต่อปี เต่าทะเลพบเป็นซากถึง 50% ซากโลมาและวาฬกว่า 90% ซากพะยูน 85% เต่าทะเลเกยตื้น เพราะเครื่องมือประมง ติดเศษอวน ถูกเอ็นรัดเนื้อตายและขาด กลายเป็นเต่าพิการ กินขยะทะเล แล้วยังมีถูกเรือชนตาย โดนใบพัด ส่วนพะยูนเผชิญเครื่องมือประมงหลายชนิดเสี่ยงทำให้อวัยวะขาด พิการ แนวทางแก้ปัญหาต้องบริหารจัดการพื้นที่ทำประมงอย่างเหมาะสมและจัดทำเส้นทางวิ่งเรือช่วยสัตว์ทะเลหายากให้ปลอดภัย ซึ่งกรมจะพูดคุยกับทุกภาคส่วน กรมประมง กรมเจ้าท่า ชุมชนชายฝั่ง&amp;quot; ผอ.สถาบันวิจัยกล่าว และว่า ประเด็นสำคัญต้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อกิจกรรมหรือเครื่องมือประมงที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เต่ามะเฟือง 1 ในเต่าทะเล 5 ชนิด ที่สถานภาพน่าเป็นห่วง นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กล่าวว่า เต่ามะเฟืองพบแหล่งที่อยู่อาศัยเฉพาะทะเลอันดามัน บริเวณชายฝั่งทะเล จ.ภูเก็ต ประชากรน้อย เหตุจากอดีตมีการเก็บไข่เต่า ในไทยพบแหล่งวางไข่ของเต่ามะเฟืองเพียงแห่งเดียวคือ หาดไม้ขาว จากข้อมูล 3 ปีที่ผ่านมา ไม่พบเต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่ แต่พบการว่ายในรัศมีใกล้เคียง ซึ่งในทางวิชาการยังมีโอกาสที่เต่ามะเฟืองจะขึ้นวางไข่ในอนาคต หากมีการบริหารจัดการพื้นที่ อนุรักษ์ระบบนิเวศให้สมบูรณ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายก้องเกียรติกล่าวต่อว่า หาดไม้ขาวมีการใช้ประโยชน์พื้นที่ด้านการท่องเที่ยว โรงแรมตั้งบริเวณชายหาด กรมได้ทำบันทึกความร่วมมือกับผู้ประกอบการสร้างมาตรการคุ้มครองและอนุรักษ์เต่าทะเล กำหนดระยะห่าง ไม่ใช้แสงไฟกลางคืนในฤดูกาลเต่าทะเลวางไข่ ช่วง ธ.ค.-ก.พ.ของทุกปี รวมถึงมีการปล่อยเต่าทะเล ตอนนี้เราพัฒนามาตรฐานการอนุบาลเต่าทะเลเพื่อให้อัตรารอดมากขึ้น มีกระบวนการเตรียมอาหาร ลูกเต่าต้องสมบูรณ์ ทั้งน้ำหนักตัว ความยาว ความกว้างของกระดอง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เต่าทะเลน่าห่วง สถิติ 55 ปีก่อน เต่าทะเลวางไข่ประมาณ 2,500 รังต่อปี ปัจจุบันพบวางไข่เพียง 400 รังต่อปี ถ้าสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ภายใน 50 ปี เต่าทะเลในประเทศไทยจะหมดไป อย่างไรก็ตาม เต่าทะเลเป็นประชากรร่วมกันของหลายประเทศ มีการอพยพย้ายถิ่นระยะไกล ถ้ามีความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการอนุรักษ์เต่าทะเล ขณะที่ในบ้านเราจัดการพื้นที่อาศัยและแหล่งวางไข่ มีการประกาศพื้นที่คุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก จะเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยให้ประชากรเต่าเพิ่มขึ้นได้&amp;quot; ผอ.ศูนย์วิจัยพัฒนาทรัพยากรทางทะเลอันดามันย้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี 2560 มีซากเต่าทะเลขนาดใหญ่เกยตื้น โลมาคลื่นซัดเกยตื้นเป็นข่าวเป็นระยะ รศ.สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า กว่าสัตว์ทะเลจะเกยตื้นแสดงว่าไปไม่รอดแล้ว เพราะไม่สามารถหายใจในน้ำลึก ต้องมาหายใจในน้ำตื้นเพื่อพยุงตัวเองขึ้น สัตว์ทะเลหายากเหล่านี้มีปอดเหมือนมนุษย์ ไม่ได้หายใจทางเหงือกเหมือนปลา สถิติในโลกนี้สัตว์ทะเลหายากเกยตื้นจะรอดแค่ 1% คณะสัตวแพทย์ ร่วมกับ ทช. ทำโครงการจัดการและช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เพื่อเพิ่มอัตรารอดของสัตว์ทะเลมีชีวิตให้มากที่สุด นำมาสู่การจัดทำศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายาก ปัจจุบันมี 5 แห่ง มีบุคลากรและร่วมมือกับมหาวิทยาลัย เครือข่ายชุมชนชายฝั่งอีก 25 แห่ง มีการให้ความรู้ อบรมชาวบ้านเกือบ 800 คน ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่พอ พบการเกยตื้นอยู่มาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เต่าทะเลที่เกยตื้น ส่วนใหญ่ก็ตายแล้ว เห็นซากบวมเน่า 60% ที่ยังมีชีวิต 40% ในจำนวนนี้อัตรารอด 80%&amp;nbsp; ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้และความอดทนในการรักษาเต่า เพราะใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือน กว่าเต่าจะกลับมากินอาหารได้ ส่วนพะยูน สัตว์ทะเลหายากสัญลักษณ์สำคัญของประเทศ และจำนวนลดลงเรื่อยๆ พบเกยตื้นตายถึง 89% โดย 10% ที่เหลือ ช่วยให้รอดชีวิตได้ถึง 45% เป็นสถิติที่ดี กลุ่มโลมาและวาฬเกยตื้นตายถึง 89% รอดน้อย จากการผ่าซากพบการติดเชื้อแทรกซ้อน มีหนองในปอดเต็มสองข้าง พยาธิในปอด สัตว์ป่ากลุ่มนี้เมื่อป่วยร่างกายจะทรุดเร็วมาก ช่วยชีวิตยาก&amp;quot; รศ.สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำสรุปในท้ายว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลอัตรารอด 10% ฟิลิปปินส์ดีที่สุดก็ 10-15% ถือว่าไทยยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ต้องทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รัฐบาลโดย ทช. ตั้งงบเตรียมทำศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากที่ดีที่สุดในเอเชียที่ จ.ภูเก็ต ออกแบบอาคารตามมาตรฐานสากล นอกจากใช้รักษาสัตว์ทะเลเกยตื้นแล้ว ยังเป็นศูนย์ศึกษาวิจัยสัตว์ทะเลหายากทั้งหมด ที่สำคัญจะฝึกบุคลากรช่วยชีวิตสัตว์ทะเล นอกจากนี้ จะมีศูนย์ช่วยชีวิตเคลื่อนที่พร้อมอุปกรณ์การแพทย์จำเป็นในการช่วยชีวิตฉุกเฉินเพื่อเข้าสู่พื้นที่เกยตื้น รวมถึงมีบ่อลมให้สัตว์สามารถมีชีวิตอยู่ในบ่อโดยไม่มีคลื่นลมรบกวนการหายใจ ศูนย์แห่งนี้จะแล้วเสร็จปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันไทยมีความพร้อมในการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก ทั้งด้านวิทยาศาสตร์และมาตรฐานสากล ซึ่งต้องพัฒนาต่อไป อย่างไรก็ตาม ฝากภาครัฐเพิ่มบุคลากรในการดูแลสัตว์ทะเลเหล่านี้ ทุกวันนี้มีลูกโลมาขาดแม่และสัตว์พิการที่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในทะเลได้แล้ว ซึ่งจะกลายเป็นเหยื่อหรือถูกแย่งอาหาร จำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันอย่างจริงจัง รวมทั้งเดินหน้าปลูกฝังจิตสำนึกประชาชนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนความคืบหน้าในการยกระดับความสำคัญของสัตว์ทะเล วาฬบรูด้า วาฬโอมุระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;ให้ขึ้นทะเบียนสัตว์สงวน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอต่อกฤษฎีกา&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี นอกจากนี้ ทช.เตรียมเสนอเพิ่มเติมสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ขึ้นบัญชีสัตว์คุ้มครอง อาทิ ปลากระเบนปีศาจ หางเคียว ปลาฉลาม ปลาฉลามหัวค้อน กลุ่มปลาโรนัน 8 ชนิด กลุ่มม้าน้ำ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการนำเสนอคณะอนุกรรมการสัตว์ป่าสงวนและคุ้มครอง ปี 2561 ต้องติดตามอนาคตของสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้ พลังผลักดันจะประสบความสำเร็จหรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;นายอุกกฤต สตภูมินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;รศ.สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; margin:0cm 0cm 0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/535</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเล, สัตว์น้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171230/5a4773c1dd933.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2026 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2017 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการค้าภายในยกระดับตลาดกลางสัตว์น้ำ“ตลาดทะเลไทย” สมุทรสาคร เป็นต้นแบบ มุ่งเสริมสร้างการซื้อขายที่เป็นธรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;ตลาดทะเลไทย ศูนย์ค้าอาหารทะเลแบบครบวงจร จังหวัดสมุทรสาคร สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับประเทศสูงกว่า 2.3 หมื่นล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;โดยจังหวัดสมุทรสาคร&amp;nbsp; เป็นจังหวัดชายทะเลอยู่ห่างจากกรุงเทพฯเพียง 26 กิโลเมตร ถือเป็นจังหวัดที่อยู่ติดแนวชายฝั่งที่อุดมไปด้วยสัตว์น้ำนานาชนิด และเป็นแหล่งอาหารทะเลที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯมากที่สุด ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งซื้อขายและจุดกระจายสินค้าสัตว์น้ำใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีตลาดทะเลไทย ซึ่งเป็นตลาดกลางสัตว์น้ำ ภายใต้การส่งเสริมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการซื้อขายอาหารทะเลสดรวมไปถึงผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มียอดมูลค่าการซื้อขายสูงกว่า 23,000 ล้านบาท ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายฉัตรชัย ศักดิ์ศิลปชัย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า ตลาดทะเลไทย ถือเป็นตลาดกลางสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ที่แปรสภาพมาจากสัตว์น้ำ ภายใต้การส่งเสริมและดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากตั้งอยู่ในทำเลใกล้กับทะเลชายฝั่งและยังเป็นศูนย์กระจายสินค้าสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับโรงงานแปรรูปอาหารทะเล รวมไปถึงมีห้องเย็นจำนวนมาก เพียงพอต่อการส่งออกและแปรรูป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกอบกับการส่งเสริมของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ที่เข้ามาสร้างมาตรฐานการผ่านโครงการตลาดกลางรูปแบบสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ที่แปรสภาพมาจากสัตว์น้ำ เพื่อตลาดทะเลไทยเกิดการซื้อขายที่เป็นธรรม โดยการสนับสนุนตาชั่ง หรือ เครื่องชั่งกลางให้กับตลาด เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชั่งเพื่อทดสอบน้ำหนัก พร้อมทั้งควบคุมการติดป้ายแสดงราคาสินค้าให้มีความชัดเจน เป็นต้น ขณะที่ ทางตลาดทะเลไทยยังได้มีการดำเนินการรูปแบบการซื้อขายแบบครบวงจรทำให้มูลค่าการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยการบริหารจัดการตลาดกลางทะเลไทยนั้น ได้แบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี ได้แก่ ตลาดขายปลีกและตลาดขายส่ง โดยตลาดขายส่งจะแยกเป็น 2 ประเภท คือ แพกุ้งประมาณ 136 แพ และแพปลา 120แพ ซึ่งถือเป็นแหล่งรวมแพกุ้งและแพปลาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ส่วนตลาดค้าปลีก จะเป็นแหล่งรวมผู้ซื้อผู้ขายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปทุกประเภท เช่น หอยจ้อ ลูกชิ้น ปูอัด รวมถึงอาหารแห้ง เช่น ปลาแห้ง กุ้งแห้ง ปลาเค็ม เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ทางตลาดทะเลไทยยังสามารถรับผู้ประกอบการได้ทั้งหมด 200 ราย โดยมีผู้ซื้อมากถึง 2,000 ราย/วัน มีปริมาณการซื้อขายสูงถึง 300 ตันต่อวัน คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายต่อวันประมาณ 65 ล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่ารวมต่อปีประมาณ 23,725 ล้านบาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ด้วยกระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ มีการขยายรูปแบบการซื้อขายอย่างครบวงจร ประกอบกับการสนับสนุนของกรมการค้าภายใน ในการสร้างมาตรฐานสากลด้านการซื้อขายที่เป็นธรรม ทำให้ตลาดทะเลไทยถูกยกระดับจนมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการกำหนดราคาซื้อขายอาหารทะเลในประเทศ และยังเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าจากชาวประมงทั่วประเทศ ทั้งอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ ส่งผลให้มีมูลค่าการซื้อขายที่ผ่านมาสูงถึง 23,725 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว&amp;rdquo; รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีตลาดกลางสัตว์น้ำซื้อขายสินค้าประเภทกุ้งของบริษัท โอเวอร์ซีสแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลมหาชัย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ที่มีการซื้อขายอาหารทะเลและได้รับความนิยมเช่นกัน โดยตลาดแห่งนี้เน้นส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง อาทิ จังหวัดนครปฐม อยุธยา อ่างทอง และฉะเชิงเทรา เป็นต้น ซึ่งตลาดกลางกุ้งแห่งนี้ถือเป็นตลาดที่ได้การตอบรับการซื้อขายที่ดี มีร้านอาหารต่างๆ มาซื้ออย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีการส่งออกไปต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย และ พม่า โดยมีมูลค่าการซื้อขายหมุนเวียนในช่วงปีที่ผ่านมาสูงถึง9,850 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify; margin:0cm 0cm 10pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนใจเป็นส่วนหนึ่งของตลาดกลาง หรือซื้อหาสินค้าของตลาดกลาง&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต โดยการส่งเสริมของการการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ทั่วทุกภาคของประเทศได้ง่ายๆ ที่เว็บไซต์ ตลาดกลางออนไลน์ http://centermarket.dit.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/456</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาด, สัตว์น้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171222/5a3c704c0378d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
