<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก 2 เดือนปรับ 1 หมื่น เซ่นเนื้อกวางป่าเก๊</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ค. 64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) &amp;nbsp;เปิดเผยว่าตาม นโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. และนายธัญญา เนติธรรมกุล &amp;nbsp;อธิบดีกรมอุทยานฯ &amp;nbsp;ให้เจ้าหน้าที่ทส.ทำงานยกกำลัง2 บวก 4 โดยทำงานมากขึ้นเป็นสองเท่า ในการช่วยเหลือประชาชนทุกมติ ทุกด้าน และให้ปราบปรามการค้าสัตว์ป่า ที่ผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2563 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ทำการล่อซื้อเนื้อกวางป่า สัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 14 จากนางอารยา บุญมี ชาว ต.ท่าขาม อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี เจ้าของร้านค้าที่ริมถนนสาย 323 ไทรโยค &amp;ndash;กาญจนบุรี หมู่ 3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ปิดป้ายโฆษณาหน้าร้านว่า ขายเนื้อกวางป่าและสัตว์ป่า โดยในวันนั้นเจ้าหน้าที่ได้ล่อซื้อเนื้อ จำนวน 1 กิโลกรัม เป็นเงินจำนวน 300 บาทและในวันดังกล่าว นางอารยา ได้ปฏิเสธพร้อมกับให้การว่า เนื้อกวางป่าที่เจ้าหน้าที่ได้ล่อซื้อ และตรวจยึดไปนั้น เป็นกวางป่าเลี้ยง ที่มีผู้ขายนำมาส่งให้ที่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ขอให้นาง อารยา แสดงหลักฐานการได้รับอนุญาตให้ค้ากวางป่าเลี้ยง แต่นางอารยา ไม่มีเอกสารหลักฐานใด มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงนำตัวนางอารยา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 29 ในข้อหาค้าเนื้อกวางป่า สัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 14 โดยมิได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้าน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเจ้าหน้าที่ สบอ.3(บ้านโป่ง)ได้ส่งชิ้นเนื้อของกลาง ไปพิสูจน์ที่ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช &amp;nbsp;เพื่อพิสูจน์ทราบว่าเนื้อชนิดดังกล่าวนั้นเป็นเนื้อของสัตว์ป่าชนิดใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าฯ ได้แจ้งผลพิสูจน์ออกมาปรากฏว่า ชิ้นเนื้อนั้นไม่ใช่กวางป่าตามที่นางอารยา โฆษณาเอาไว้ แต่ข้อเท็จจริงคือเป็นเนื้อหมูป่า เจ้าหน้าที่จึงมอบเอกสารหลักฐานการพิสูจน์ ให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เพื่อใช้ประกอบเป็นหลักฐาน ในสำนวนของคดีในการส่งฟ้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2564 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำพิพากษาออกมาว่า นางอารยา บุญมี (จำเลย)มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 ให้ลงโทษฐานขายของโดยหลอกลวง ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักสุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 พิพากษาให้ จำคุก 2 เดือน และปรับเป็นเงิน จำนวน 10,000 บาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จำเลยให้การยอมรับสารภาพ จึงเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุก 1 เดือน ปรับ 5,000 บาท และจากประวัติไม่เคยทำผิดมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาเอาไว้เป็นเวลา 2 ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ &amp;nbsp; เปิดเผยต่อว่า คดีนี้ถือว่าเป็นคดีแรกของจังหวัดกาญจนบุรี และถือว่าเป็นคดีที่พ่อค้าแม่ค้า สามารถนำไปเป็นอุทาหรณ์ ที่จะคิดหลอกลวงการขาย เอาเนื้อหมูป่า มาย้อมสี มาหลอกขายว่าเป็นเนื้อกวาง เนื้อเก้ง ให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เพราะการกระทำดังกล่าว ถือได้ว่าผิดกฎหมาย ที่ทำความเสื่อมเสียชื่อเสียง ให้กับจังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;ที่ถูกมองว่าเป็นแหล่งค้าเนื้อสัตว์ป่า อย่างโจ๋งครึ่ม &amp;nbsp;นับแต่นี้เชื่อว่าคงไม่มีพ่อค้าแม่ค้า โฆษณาหลอกลวงขายเนื้อสัตว์ป่าเก๊ ในจังหวัดกาญจนบุรีอีกแล้ว&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101421</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์, สัตว์ป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210501/image_big_608d469e67153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9174</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โต้&#039;ศรีสุวรรณ&#039;มั่วสัตว์ป่าคุ้มครองเกลื่อน&#039;กาดทุ่งเกวียน&#039;ที่แท้คือหมูป่าเลี้ยง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค. 61 - จากกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ได้ออกมาเปิดเผยว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ร้องเรียนมายังสมาคมว่าพบเห็นการนำซากสัตว์ป่ามาค้าขายกันมากในพื้นที่บริเวณหลังตลาดทุ่งเกวียน หรือ &amp;quot;กาดทุ่งเกวียน&amp;quot; &amp;nbsp;ตั้งอยู่ริมถนนหมายเลข 11 ลำปาง-เชียงใหม่ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดผู้สื่อข่าวจังหวัดลำปาง ได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง ว่าที่ร้อยตรีฐนพงษ์ ปุรินทราภิบาล เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง ได้เปิดเผยว่าที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปล่อยปละละเลยและได้เข้าตรวจสอบกาดทุ่งเกวียนมาโดยตลอดอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง ซึ่งก็ไม่พบการกระทำความผิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เนื้อที่วางจำหน่ายก็เป็นเนื้อหมูป่าที่เลี้ยงทั้งจากฟาร์มและชาวบ้านเลี้ยงเอง สิ่งที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวหรือลูกค้าเข้าใจผิด ก็คือ ตัวแม่ค้าเองที่อาจจะคิดว่าหากให้ข้อมูลลูกค้าว่าเนื้อสัตว์ที่นำมาวางจำหน่าย ซึ่งบางครั้งก็จะมีการนำเลือดมาทาให้เนื้อมีสีแดงสดและบอกว่าเป็นเนื้อสัตว์ป่า นักท่องเที่ยวจากต่างถิ่นที่ไม่รู้ก็จะซื้อและแม่ค้าก็จะขายได้และได้ราคาสูง โดยไม่คิดถึงผลกระทบที่จะตามมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรีฐนพงษ์ &amp;nbsp;กล่าวต่อว่าเรืองนี้ทางอำเภอห้างฉัตรจะได้พูดคุยกับทางแม่ค้าที่จำหน่ายเนื้อสัตว์ให้ชัดเจนอีกครั้งเพราะหากยังหลอกลวงลูกค้าว่า สิ่งที่นำมาจำหน่ายเป็นสัตว์ป่า &amp;nbsp;นอกจากจะเป็นการหลอกลวงลูกค้าแล้วยังจะทำให้ตลาดเสียชื่อเสียงด้วยซึ่งขณะนี้ก็ถือว่าตลาดได้รับผลกระทบมากทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยืนยันว่าตลาดแห่งนี้ แม้แต่เดิมจะขึ้นชื่อว่าเป็นตลาดค้าสัตว์ป่า แต่ปัจจุบันไม่มีแล้วและตั้งแต่มาทำหน้าที่ที่นี่หลายปีก็ยังไม่เคยพบว่ามีการนำสัตว์ป่ามาจำหน่ายแต่อย่างใด&amp;quot; หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง &amp;nbsp;ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ &amp;#39;ศรีสุวรรณ&amp;#39;แฉตลาดทุ่งเกวียนค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองอื้อ จี้รัฐจัดการด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9174</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาดทุ่งเกรียน, ตลาดทุ่งเกวียน, ลำปาง, ศรีสุวรรณ, สัตว์ป่า, หมูป่าเลี้ยง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af985fe6e4db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ท็อป-ดุ๊ก’รวมตัวโค่นมือฆ่า&#039;เสือดำ&#039;!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาทีนี้ข่าวที่คนไทยให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆคงจะหนีไม่พ้นเรื่องของการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับเสือดำและสัตว์ป่า จากการที่ เปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ลักลอบเข้าไปตั้งแคมป์ล่าสัตว์กลางป่าสงวนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้นก็มีประชาชนรวมไปถึงคนในวงการบันเทิงร่วมใจกันโพสต์โซเชียลเพื่อไม่ให้เรื่องราวทั้งหมดจบลงด้วยความเงียบไปตามกาลเวลา ล่าสุด 2 ดาราชื่อดัง ดุ๊ก-ภานุเดช วัฒนสุชาติ กับ ท็อป-ดารณีนุช โพธิปิติ พร้อมทั้งตัวแทนจากกลุ่ม T Challa ก็ได้มาพูดถึงการเคลื่อนไหวต่างๆในส่วนของตน ผ่านรายการโหนกระแส &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ดุ๊ก ภาณุเดช เผยว่า &amp;ldquo;เอาจริงๆ ไม่อยากจะโหนกระแส แต่เข้าใจว่าในมุมมองของพวกเราก็มีมุมมองที่เราก็เป็นบุคคลสาธารณะ เป็นสื่อ ก็น่าจะมีโอกาสได้พูดคุย ต้องออกตัวก่อนว่าพี่เป็นคนชอบวาดรูป ก็เป็นธรรมดาของคนวาดรูป ถ้าวาดอะไรที่เป็นประโยชน์บ้างก็อยากจะทำ เป็นการสื่อสารของศิลปิน ซึ่งอันนี้พี่เป็นคนชอบวาดรูปเลยรู้สึกว่าโอเค เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยากโทษใครไปต่อว่าใคร แต่มีความรู้สึกว่าเงียบเกินไปก็ไม่ดี ในฐานะที่เราเป็นสื่อ ก็น่าจะมีการพูดบ้าง เราก็มีมุมที่คิดว่าไม่ได้ทำร้ายใคร &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์เหล่านี้เกิดผลกระทบในสังคมในวงกว้างมากมาย เราไม่ได้ออกมาบอกว่าคนนั้นผิด คนนี้ถูก พี่ก็ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น แต่พอออกมาแล้วกระแสยังมีอยู่ และมีหลายเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกสะท้อนใจ รู้สึกว่าเสือดำเขาปลุกจิตสำนึกพวกเรา และมานั่งคิดว่าคนอย่างพี่หรือคุณผู้ชมหลายๆท่านไม่มีโอกาสมากพอที่จะแก้ไข ไม่สามารถทำให้เขาคืนชีพได้ ไม่สามารถตัดสินใจได้ สิ่งที่เราทำได้นั่นคือการโพสต์ในอินสตาแกรม มันต้องเริ่มที่ตัวเรา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวที่สังคมมีหลายมุม กลายเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าสังคมไม่น่าอยู่ เริ่มจากการที่เราสปอยกันเอง หลายคนอาจมองว่ามุมการทารุณสัตว์ มุมการอวยหรือให้ความช่วยเหลือผู้ที่มีเงิน ณ วันนี้คนรวยไม่ผิด แต่คนจนติดคุก ณ วันนี้สุดท้ายแล้วทางท่านก็ออกมาพูดว่ากฎหมายทารุณสัตว์ก็ไม่ได้เอาออกมาใช้ แต่ในมุมของพี่ พี่ว่าทุกอย่างควรเริ่มที่ตัวเรา ถ้าเราสปอยสังคม เอะอะก็ยัดเงินใต้โต๊ะ อะไรก็แล้วแต่ ซึ่งมันก็มีเกิดขึ้น ผมไม่ได้บอกว่าอาชีพไหนนะ และไม่ได้บอกว่าเป็นใคร แต่มันมีแบบนี้ในสังคม ผมไม่ได้ว่าใครแต่เราต้องแก้จากจุดเล็กๆตรงนี้ ณ วันนี้ผมไม่ได้มาโพสต์รูปแล้วทำให้ทุกอย่างคลี่คลายในคดีหรือเรื่องราวเหล่านี้ แต่ผมเชื่อว่าถ้ามีคนที่เห็นและเข้าในบอกต่อลูกหลาน วันข้างหน้าก็จะดีขึ้น ไม่ใช่ปล่อยให้กราฟดิ่งลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายๆคนอาจมองว่าเรื่องนี้เงียบๆไป แต่เรารู้สึกว่าเรื่องแบบนี้เราเงียบไปมันก็จะทำให้สะสมไปเรื่อยๆ สิ่งที่ออกมาพูดหรือทำในอินสตาแกรมซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวเรา ก็รู้แล้วว่าจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่สนใจเรื่องนี้ของเรา วันนี้เราอาจไม่สามารถไปแก้ไข ไม่สามารถบอกได้ว่ามันถูกต้องไหม แต่สิ่งที่เราบอกได้คือเราเปลี่ยนนิสัยเราได้ เราแก้ที่ตัวเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ามองจริงๆจะเห็นว่าสิ่งที่ผมอยากสื่อสารคืออะไร ผมพยายามสร้างจิตสำนึก และการที่เสือดำตาย หลายคนถามว่าจะปล่อยให้เขาตายฟรีไหม ผมไม่รู้หรอกนะว่าต้องการอะไร เรื่องบทลงโทษเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้ แต่ผมเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เขาไม่ตายฟรี ด้วยการให้เขาเป็นสัญลักษณ์ว่าอันนี้แหละเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมาเปลี่ยนแปลง แก้ไข เป็นระบบที่มันเกิดขึ้น ถึงเวลาที่ต้องแก้แล้ว มันเป็นจิตสำนึก เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส เขาจะไม่ตายฟรี ถ้าทุกคนถูกกระตุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในมุมของพี่ พี่ก็ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เลยไม่สามารถตัดสินใครได้ แต่สิ่งที่รู้สึกคือเรื่องที่เกิด เกิดจากการเบียดเบียน ไม่รู้จักพอ เราเกิดกิเลส ซึ่งตรงนี้เลยรู้สึกว่าถ้าเราปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าสอน ในหลวง ร.9 บอกไว้ ความพอเพียง เราก็คงไม่ต้องมาใช้อำนาจแบบนี้ สิ่งเหล่านี้เลยสะท้อนออกมาว่า สิ่งที่ท่านรู้แล้วได้นำมาปฏิบัติไหม ก็รับผิดชอบกันไป ผมอยากเป็นเสียงเบาๆเล็กๆ ที่ไม่มาโหวกเหวกโวยวายทำร้ายใคร แต่อยากบอกใครๆว่าให้ช่วยกันเถอะครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ท็อป-ดารณีนุช เสริมว่า &amp;ldquo;ตอนนี้ทุกคนก็มีอารมณ์ร่วม ต้องบอกว่าเสือดำเป็นสมบัติรวม เป็นสมบัติล้ำค่าของคนไทยทั้งประเทศ เหมือนที่กลุ่มคนนี้เขาพูด ความสมบูรณ์ของผืนป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ เสือดำก็เป็นหนึ่งในนั้น ทุกคนเห็นคุณค่าของเขา แล้วเหมือนใครมาขโมยของของเราไป เขาทำความผิด ขโมยไปโดยการพรากชีวิตไป แล้วทำไมไม่ได้รับความผิด ตรงนี้ต่างหากที่สังคมมอง ไม่ได้รับความผิดเพราะเหตุผลอะไร คนเขาก็เลยมองว่าเพราะคุณมีเงิน เลยสามารถหลีกเลี่ยงอะไรตรงนั้นได้หรือเปล่า อันนั้นคือสิ่งที่คนเรียกร้อง เพราะชีวิตเราก็คงเรียกกลับคืนมาไม่ได้ แต่อะไรคือการแยกแยะชั่วผิด คนทำผิดควรโดนบทลงโทษอย่างไร ทำออกมาให้สังคมได้เห็นชัดเจนตรงนี้มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอในกระบวนการกฎหมาย พอเกิดคดี คนที่มีเงินก็สามารถทำเรื่องประกันตัวไปได้ แต่ไม่มีเงินก็ติดคุกเพราะไม่มีเงินประกันตัวไปได้ ซึ่งเราเข้าใจว่าถ้าเมืองนอกอาจเป็นอีกระบบหนึ่งนะ จะมีองค์กรกลางมาคอยช่วยเหลือคนที่ไม่มีโอกาส ซึ่งของเรามันไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในข้อกฎหมายก็คงเป็นตามที่ท่านพูดก็คงเป็นไปตามข้อกฎหมายเพราะท่านคงรู้กระจ่างแจ้ง แต่วิธีการสื่อของท่านต่างหากที่ทำให้คลางแคลงใจ แค่การฆ่าหรือพรากชีวิตยังไม่ทรมานมากพอหรือ ไม่ต้องมองว่าเป็นใครในครอบครัวเราหรอก แค่สุนัขมีใครมายิง ถามหน่อยเถอะเราก็ต้องเสียใจ เขาก็ต้องทรมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทางกฎหมายเราก็เข้าใจตรงนั้น มันเป็นกันคนละอย่าง แต่พอพูดรวมกันแล้ว ระหว่างการทรมานสัตว์ ระหว่างสัตว์ป่าสงวนกับสัตว์ป่าเลี้ยง ตรงนั้นเราเลยรู้สึกมันกระทบใจพวกเรา ไปดูที่วัตถุประสงค์เจตนาก่อนดีกว่า ว่าท่านต้องการพูดอะไร แต่พอไปใส่แมสเซสเข้าไป มันก็เลยกลายเป็นความขัดแย้ง ตรงนี้ถ้ามีการแสดงความเข้าใจต่อกัน สังคมอาจยอมรับเรื่องตรงนี้มากขึ้นก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนบอกว่าพี่ท็อปออกตัวแรงมาก คือหลายคนที่ได้รับผลกระทบต่างๆก็แสดงออกต่างกัน พี่คิดว่าเรื่องใหญ่โตในบ้านเมืองเราไม่มีอำนาจในการปกครอง เราไม่สามารถไปแก้กฎหมายหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ในฐานะประชาชนที่อยู่ตรงนี้ พี่มองว่าเราทำอะไรได้ พี่คิดว่าพี่เสริมส่งและอุดรอยรั่วในสิ่งที่เขาไม่มี จุดที่เราทุกคนมองและเห็นใจ และเราถูกข้ามคือกลุ่มพิทักษ์ป่า ตอนนี้ต้องบอกว่าเขาทำงานกันอย่างเต็มที่ ตอนนี้เป็นช่วงที่สังคมหันมามองและเข้าใจพวกเขามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณวิเชียรคือหัวหน้าพิทักษ์ป่า เขาเป็นข้าราชการประจำในสวัสดิการนะคะ แต่ต้องบอกว่าชีวิตข้าราชการพิทักษ์ป่าเขามีหลากหมาย มีทั้งข้าราชการประจำ พนักงานธรรมดา และพนักงานจ้างงาน ทำงานเพื่อดูแลป่า ซึ่งพวกนี้เขาจะไม่มีสวัสดิการอะไร พวกนี้จะกินเงินเดือนประมาณ 7500 -9500 บาทต่อเดือน ซึ่งจริงๆจ้าง 10 เดือน เงินเดือนต่อเดือนอาจไม่ถึงก็ได้ ซึ่งความรับผิดชอบ ความเสี่ยงของพวกเขาใกล้เคียงทหาร ตำรวจ ในการดูแลความรับผิดชอบผืนป่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุ่งใหญ่ห้วยขาแข้งเป็นมรดกโลก หลายคนสงสัยว่าป่าให้อากาศให้น้ำให้ยารักษาโรค แต่ความสำคัญมันมีมากกว่านั้นอีก หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงมีกระแสสำนึกรักษ์ป่ามาก เพราะเขารู้ว่าในป่ามันเป็นคลังแสง เป็นมรดกล้ำค่าของคน เพราะในป่าประเทศไทย ผืนป่าตะวันตก กินพื้นที่หนึ่งหมื่นเก้าพันตารางกิโลเมตร ซึ่งใหญ่โตมาก ใหญ่กินเข้าไปในพม่า ใหญ่กว่าเยลโลสโตน 2.5 เท่า ความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก พวกเสือดาว เสือดำ เสือโคร่ง เขาก็เป็นพวกที่คุมประชากร เขาก็เลือกกินด้วยนะ เขาเลือกเหยื่อแก่ป่วย เขาก็เป็นหนึ่งในการคัดสรร คุมโรคระบาดที่จะเข้ามาสู่คนในเมือง ก็มาจากป่าทั้งนั้น เขาจะกินพวกสัตว์ป่วย และจะมีสัตว์อื่นมากินอีก ก็ช่วยเหลือดูแลกัน แต่ตอนนี้มันถูกดึงออกไป ถูกทำลาย ทำให้ระบบนิเวศวิทยาสะเทือนเหมือนกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนอาจไม่เข้าใจว่าเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ผีเสื้อหมดไปวันละสิบตัว ต่อไปร้อยตัว พันตัว แต่คุณไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่หมดไปส่งผลอะไรเกิดขึ้น มันมีความเชื่อมโยงกันหมด พี่มองว่าเขาดูแลเยอะแยะมากมาย สิ่งที่พี่จะแสดงออกมาก็คือพี่จะช่วยอะไรเขาได้ เรามีกองทุนอะไรเพื่อเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้พิทักษ์ป่า เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขาดูแลสิ่งมีค่ามากมาย มือสั่นเลยนะ ก็รู้สึกว่าเราต้องทำงานใหญ่แล้วล่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีน้องคนหนึ่งเขามาตามในไอจี เขาบอกว่าพี่ท็อปทำประกันชีวิตให้ผู้พิทักษ์ป่าสิคะ เราก็เลยเริ่มหาข้อมูล แล้วก็เข้าไปคุยกับท่านหัวหน้าต่างๆที่ห้วยขาแข้ง หัวหน้าวีรยา ไปทำธีสีสกับชีวิตผู้พิทักษ์ป่า ซึ่งผ่านมา 30 ปีแต่ ก็ไม่แตกต่างเลย เราก็เลยทำตรงนี้ให้เขา ถามว่าทำไมกรมไม่ทำ กรมพยายามผลักดันทำ แต่งบประมาณมันไปไม่ถึงลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่ใช่ข้าราชการ เพราะฉะนั้นกรมก็เลยไม่มีอำนาจในการดูแลสวัสดิการอะไรเขาได้ เขาก็เลยได้สิทธิ์ 30 บาท สวัสดิการสังคมไป แล้วมีรายละเอียดต่างๆ ถ้าเขาเกิดไปปะทะในการทวงคืนผืนป่า เกิดเหตุในเวลาที่ไม่ใช่เวลาราชการ เบิกไม่ได้ก็มี เราเลยเกิดตั้งขึ้นมา เราเลยทำเป็นประกันให้เขา เขาป่วยก็รักษาเขาด้วย ตรงนี้ที่เราคิดกันทำ หาตัวเลขอะไรต่างๆมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้เราได้แนวทางช่วยเหลือเกือบครบกระบวนการแล้ว เหลือแค่ว่าเสร็จสิ้นและสามารถสัมพันธ์กับใคร เพราะมีลูกจ้างชั่วคราวที่ออกเป็นหน่วยเฉพาะลาดตะเวนและไม่มีสวัสดิการ ประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันสี่ร้อยสี่คน เราได้ตัวเลยตรงนี้จากกรมอุทยาน ท่านก็กรุณานำข้อมูลออกมาให้ และยินดีให้ความช่วยเหลือ เราขอแทนตัวเองว่าเป็นภาคประชาชน&amp;nbsp; เพราะเราคงไม่มีเงินไปช่วยซัพพอร์ตทั้งหมด แต่เอาเรื่องราวมาฝากบอกพ่อแม่พี่น้อง ให้เห็นความสำคัญของคนที่พิทักษ์ผืนป่า มาร่วมกันลงขัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราคิดเหมือนคุณดุ๊ก เราไม่มีการต่อว่าระบบ เราทำอะไรได้เราก็ทำตรงนั้นในศักยภาพที่เรามี เพราะฉะนั้นตรงนี้สิ่งที่ดำเนินการก็เหลือแค่ขั้นตอนและรูปแบบประกัน ที่จะทำให้เขาได้ ทั้งประกันสุขภาพและประกันชีวิต แล้วบริษัทที่เขาให้มายังไม่ขอเอ่ยชื่อ เขาก็กรุณาเมตตาลดให้สัก 200 เปอร์เซ็นต์ได้มั้งเพื่อทำแบบช่วยคน แล้วต่างคนต่างไม่กล้าออกตัวเพราะกลัวว่าบริษัทเอกชนจะออกมาโหนกระแสหรือเปล่า เลยเป็นภาคประชาชนที่ออกมาร่วมมือกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอิสตาแกรม topdaraneenute / duke_bhanudej&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4329</URL_LINK>
                <HASHTAG>T Challa, ฆ่าสัตว์ป่า, ดุ๊ก ภานุเดช, ทวงคดีฆ่าเสือดำ, ทุ่งใหญ่นเรศวร, ท็อป ดารณีนุช, ลบภาพกราฟิตี้รูปเสือดำ, สัตว์ป่า, สัตว์สงวน, อิตาเลียนไทย, เปรมชัย, เปรมชัย กรรณสูต, เสือดำ, เสือดำไม่ตายฟรี, โหนกระแส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9d2e8b7cdd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 11:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วู้ดดี้ วุฒิธร&#039;เทียบชั้น&#039;เฉินหลง&#039;ร่วมงานระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;yiv3400528801&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:8.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3400528801&quot; style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:8.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตการทำงาน ของพิธีกรชื่อดังของประเทศไทย วู้ดดี้ -วุฒิธร มิลินทจินดา ที่มีโอกาสร่วมงานระดับโลก ตามรอย โรเบิร์ต เรดฟอร์ด และ เฉินหลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเจ้าตัวได้รับเลือกให้เป็นผู้ให้เสียงพากย์เวอร์ชั่นภาษาไทย ของภาพยนตร์สารคดีที่กระแสดีที่สุดของโลกในตอนนี้ อย่าง&amp;nbsp; EARTH : ONE AMAZING DAY หรือชื่อไทยว่า เอิร์ธ 1 วันมหัศจรรย์สัตว์โลก&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าเป็นแคมเปญทั่วโลกที่ ร่วมกันคัดสรรผู้ที่จะมาให้เสียงพากย์เพื่อทำให้ภาพยนตร์เข้าถึงผู้ชมในวงกว้าง โดยเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษให้เสียงพากย์โดย โรเบิร์ต เรดฟอร์ด เวอร์ชั่นภาษาจีนให้เสียงโดย เฉิน หลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วู้ดดี้ เผยว่า&amp;rdquo;เป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตที่ได้ ร่วมพากย์ภาพยนตร์อย่างเป็นทางการครั้งแรก กับเรื่อง EARTH : ONE AMAZING DAY วู้ดดี้ เป็นแฟนคลับของทาง&amp;nbsp; BBC&amp;nbsp; บริษัทผู้สร้าง EARTH : ONE AMAZING DAY มาเป็น 10 ปีแล้ว ยิ่งได้มาดูหนังก็ชอบมากชอบทุกอย่างทั้ง ด้านภาพ ด้านเทคนิคถ่ายทำถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่มีความละเอียดอ่อนในการเล่าเรื่องมากครับ ถือว่าเป็นงานพากย์ที่วู้ดดี้ มีความเป็นตัวของตัวเอง ใส่ความเป็นธรรมชาติลงไปได้อย่างเต็มที่ อยากให้มาชมกันครับ เป็นภาพยนตร์ที่จะเติมเต็มชีวิตเราด้วยการเห็นความมหัศจรรย์ของชีวิตสัตว์อื่น ๆ บนโลกใบนี้ &amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Earth: One Amazing Day ถือเป็นหนังที่ใช้เวลาในการสร้างนานมาก ในขั้นตอนการถ่ายทำ การลงสนามเก็บภาพนั้นใช้เวลา ถึง 3 ปี โดยทีมงานต้องลัดเลาะ ฝ่าดงไปไปเก็บภาพสัตว์ถึง 22 ประเทศ บันทึกชีวิตสัตว์กว่า 38 ชนิด ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของโลก Phantom 4k Flex โดยสัตว์หายากที่เราจะได้เห็น อาทิเช่น แพนด้ายักษ์ , กองทัพงูกาลาปากอส , วาฬสเปิร์ม สัตว์โลกที่ใหญ่ที่สุดของโลก , การรอคอยคู่รักกลับบ้านของ เพนกวินชินสแตรป , ชีวิตที่หลบซ่อนของค่างหัวขาวสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ที่เจอตัวยากที่สุดในโลก รวมถึงการได้เห็นกำเนิดแสงเหนือ ออโรล่า โดยทั้งหมดนี้เราจะได้เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้ เอิร์ธ 1 วันมหัศจรรย์สัตว์โลก 15 มีนาคม เปิดโลกผจญภัย ทุกโรงภาพยนตร์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3486</URL_LINK>
                <HASHTAG>BBC, EARTH : ONE AMAZING DAY, Phantom 4k Flex, กาลาปากอส, ค่างหัวขาว, ภาพยนตร์, วาฬสเปิร์ม, วู้ดดี้, วู้ดดี้  วุฒิธร, สัตว์ป่า, สัตว์โลก, สารคดี, ออโรล่า, เฉินหลง, เพนกวินชินสแตรป, เอิร์ธ 1 วันมหัศจรรย์สัตว์โลก, แพนด้ายักษ์, แสงเหนือ, โรเบิร์ต เรดฟอร์ด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8ba1c23e7f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2018 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2018 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาปทันตาเห็น!แก๊งค้าสัตว์ป่าซิ่งกระบะพลิกคว่ำเทกระจาดตัวนิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก๊งลักลอบค้าสัตว์ป่าบรรทุกตัวนิ่มเต็มท้ายกระบะหวังนำส่งขาย แต่บาปกรรมมีจริงเมื่อรถเกิดเสียหลักพลิกคว่ำ &amp;nbsp;2 โจรเผ่นแนบก่อนจนท.ไปถึง&amp;nbsp; สุดเวทนา!พบตัวนิ่มป่ายปีนหนีเอาชีวิตรอดบางตัวถูกถอดเกล็ดเหลือแต่ซาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมาอาสาสมัครกู้ภัยข่าวภาพสุโขทัยได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะพลิกคว่ำ บริเวณข้างทางในพื้นที่หมู่ 13 บ้านคลองด่าน ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะโตโยต้า รีโว่ 4 ประตู สีขาว ทะเบียน 4 กส 9569 กรุงเทพมหานคร พลิกตะแคงข้างอยู่ริมถนน สภาพพังเสียหายทั้งคัน จากการตรวจสอบไม่พบคนขับหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่กลับพบมีตัวนิ่มสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนหลายตัววิ่งอยู่ในทุ่งนาข้างถนนที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันจับแล้วนำรถไปตรวจสอบต่อที่โรงพัก ปรากฏว่าเจอตัวนิ่มที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมด 24 ตัว ใส่มาในถุงตาข่ายซุกซ่อนที่ท้ายกระบะ และพบซากนิ่มแช่แข็ง 1 ตัว ซ่อนอยู่ใต้เบาะที่นั่งคนขับ กับเกล็ดนิ่มอีก 6 กิโลกรัม รวมมูลค่าประมาณ 560,000 บาท พร้อมเจอเอกสารกับกระเป๋าเสื้อผ้าของผู้ชายและผู้หญิง อยู่ภายในรถคันดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบเบื้องต้นทราบคนขับเป็นชาย อายุประมาณ 30 กว่าปี อยู่ จ.เพชรบูรณ์ คาดว่ามีหญิงสาวนั่งมาด้วย จนมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักแหกโค้งพลิกคว่ำ แต่กลัวความผิดที่ขนสัตว์ป่าคุ้มครองมาด้วย จึงรีบพากันเผ่นหนีก่อนเจ้าหน้าที่จะไปถึง สำหรับตัวนิ่มทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้นำไปไว้ในห้องเก็บของโรงพักเป็นการชั่วคราว ปรากฏว่าทันทีที่ปล่อยออกจากถุงตาข่าย ตัวนิ่มทั้งหลายต่างก็พากันวิ่งมุดใต้ล้อรถจักรยานยนต์ และซุกตัวตามมุมห้อง บ้างก็ป่ายปีนผนังขึ้นไปซุกตัวด้านบนด้วยอาการหวาดกลัวน่าสงสาร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3294</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตัวนิ่ม, ลักลอบ, สัตว์ป่า, สัตว์ป่าคุ้มครอง, สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180217/image_big_5a877c70b305d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2018 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2018 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สืบ&#039; ตำนานบริบาลผู้พิทักษ์ป่า ระดมทุนหนุนลาดตระเวนทุ่งใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;ภาพโดย SquidMan.ExE สิริพัฒนา แสงเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คดีล่าสัตว์ป่าในทุ่งใหญ่นเรศวรปลุกให้สังคมตื่นมารับรู้ถึงปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกจากเสียงกร่นด่าประนามนักล่าใจทรามที่ยิงเสือดำกลางป่า ถลกหนัง และตั้งแคมป์ปรุงเมนูซุปหางเสือดำในพื้นที่หวงห้าม ท้าทายกฎหมายในโซเชีบลมีเดีย&amp;nbsp; ยังเกิดปรากฏการณ์ที่สังคมยกย่องเชิดชูเกียรติเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทำงานเพื่อปกป้องป่า รักษาชีวิตสัตว์ป่า&amp;nbsp; นับเป็นแรงเชียร์ที่สำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และปฏิเสธไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสี่ยงตายและขาดสวัสดิการ ต้องการการช่วยเหลือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นำมาสู่การจัดกิจกรรมชื่อว่า &amp;ldquo;สืบ&amp;rdquo; ตำนาน บริบาลผู้พิทักษ์ป่า ในวันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 11.00-19.00 น. ณ โถงชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อหารายได้สนับสนุนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ผืนป่า 25 ชุดลาดตระเวน ในป่าอนุรักษ์และป่าสงวน ภายในงานจะมีนิทรรศการภาพถ่าย ภาพวาด จุดรับเงินบริจาค การเสวนาจากศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ตลอดจนการจำหน่ายสินค้าเพื่อนำรายได้มอบให้กับกองทุนสนับสนุนเจ้าหน้าที่พิทักษ์ เชิญชวนคนไทยมาร่วมส่งกำลังให้กับวีรบุรุษพิทักษ์ป่าของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวกุลยา กาศสกุล กรรมการผูจัดการ บริษัท เอฟวายไอจํากัด&amp;nbsp; กล่าวว่า จากข่าวตายของเสือดำ สัตว์ป่าอนุรักษ์ และข่าวสารเรื่องสวัสดิการของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ผืนป่า ซึ่งทำงานเหน็ดเหนื่อย แต่ไม่ได้รับสวัสดิการและผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม คิดว่า เราน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ได้จึงจัดกิจกรรมชวนคนมาบริจาคเงินสมทบกองทุนผู้พิทักษ์ผืนป่าของมูลนิธิสืบฯ&amp;nbsp; โดยทำจดหมายถึงมูลนิธิฯ และได้รับอนุญาติทำกิจกรรมนี้ นอกจากบริจาคเงิน อยากเชิญชวนร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็นสำหรับการเดินลาดตระเวนป่าของเจ้าหน้าที่ อาทิ เป้สนาม ถุงนอน เปลสนาม หม้อสนาม ถุงกรองน้ำ พลายชีท จีพีเอส ถุงกันน้ำ กล้องดิจิตอลแบบกันน้ำ&amp;nbsp; จะสนับสนุนอุปกรณ์หรือสนับสนุนเสบียงอาหาร รับข้าวสารเท่านั้น งานนี้ หอศิลป์กรุงเทพฯ ให้ใช้พื้นที่จัดกิจกรรมและเปนศูนยกลางในการรวบรวมสิ่งของที่ประชาชนจะมาบริจาค&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; รายไดทั้งหมดผานเขาบัญชีมูลนิธิสืบนาคะเสถียรโดยตรง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคเสถียร กล่าวว่า&amp;nbsp; กิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้คนไทยได้มีส่วมร่วมช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ผู้ทำงานรักษาป่า เงินบริจาคจะเติมเต็มกองทุนผู้พิทักษ์ผืนป่าของมูลนิธิสืบฯ ซึ่งนำไปสนับสนุนสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน 25 ชุด ซึ่งมีเส้นทางลาดตระเวนทั้งเขตป่าทุ่งใหญ่ตะวันตก-ตะวันออก เขตห้วยขาแข้ง&amp;nbsp; เขตสลักพระ และอุทยานแห่งชาติหลายแห่งในผืนป่าตะวันตก เพื่อลดภัยคุกคามการตัดไม้ทำลายป่า ป้องกันการล่าเสือ ช้าง นกเงือก ชุดลาดตระเวนเหล่านี้เป็นพลังสำคัญอนุรักษ์สัตว์ป่า&amp;nbsp; ทั้งนี้ ทราบว่าในพื้นที่ทุ่งใหญ่ต้องการทุนสนับสนุนการซ่อมบำรุงรถลาดตระเวน ก็จะแบ่งไปในเรื่องนี้ด้วย .&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;ถุงกรองน้ำ อุปกรณ์สำคัญในการเดินลาดตระเวนป่าใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2813</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุ่งใหญ่นเรศวร, มูลนิธิสืบนาคะเสถียร, สัตว์ป่า, เสือดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180210/image_big_5a7ec0c2aea1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2018 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2018 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด! เนื้อทรายป่าดงใหญ่ตายท้องกลม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกิดอุบัติเหตุสลด &amp;ldquo;เนื้อทราย&amp;rdquo; สัตว์ป่าสงวนป่าดงใหญ่ท้องใกล้คลอด ถูกรถชนตายพร้อมลูกในท้อง ริมถนนสายบุรีรัมย์ &amp;ndash; ตาพระยา &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ เผยที่เกิดเหตุเป็นจุดที่สัตว์ป่าเดินข้ามถนนเป็นประจำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.2561 - เมื่อเวลา 06.00 น. นายบุญธรรม คงสุขมาก นายก อบต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนเนื้อทรายที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ที่ออกมาหากิน จนเสียชีวิตอยู่ริมถนน บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 ถนนสายบุรีรัมย์ &amp;ndash; ตาพระยา หลัก กม. ที่ 86-87 บริเวณบ้านคลองหิน หมู่ 4 ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ มาพิสูจน์ซาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเนื้อทราย เพศเมีย อายุประมาณ 3 ปี ถูกรถชนตาย อยู่ริมถนนในสภาพท้องแตกไส้ทะลักออกมา แต่ที่น่าสลดไปกว่านั้น มีลูกเนื้อทรายอยู่ในท้องเสียชีวิตด้วย ซึ่งมีชาวบ้านและผู้ผ่านไปมายืนดูเป็นที่น่าสลดใจ จากนั้นเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้นำซากเนื้อทรายไปพิสูจน์ และทำการฝังต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามเบื้องต้น ทราบว่าเหตุดังกล่าวเกิดเมื่อเวลาประมาณเวลา 04.00 น.เศษ &amp;nbsp;รถยนต์ไม่ทราบยี่ห้อขับมาด้วยความเร็ว แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีเนื้อทรายเดินข้ามถนนในระยะกระชั้นชิด ประกอบกับบริเวณดังกล่าวค่อนข้างมืด ทำให้คนขับมองไม่เห็น และเบรกไม่ทัน จึงได้พุ่งชนเนื้อทรายอย่างแรง และลากตัวเนื้อทรายไปไกลกว่า 30 เมตร จนเนื้อทรายเสียชีวิตพร้อมลูกในท้องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญธรรม คงสุขมาก นายก อบต.ลำนางรอง กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวจะมีชาวบ้านปลูกพืชไร่ พืชสวน ทำให้มีสัตว์ป่าดงใหญ่พากันออกมาหากินประจำ และก็จะประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมา ทาง อบต.ลำนางรอง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้หามาตรการป้องกัน นำป้ายแจ้งเตือนระวังสัตว์ป่าข้ามถนน ไปติดตั้งตามริมถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 348 สายบุรีรัมย์-ตาพระยา อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เพื่อให้รถที่สัญจรไปมาเส้นทางดังกล่าว ได้ใช้ความระมัดระวัง และชะลอความเร็ว เพื่อป้องกันเกิดอุบัติเหตุรถชนสัตว์ป่าที่เดินข้ามถนนไปมา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเนื้อทราย หรือทราย หรือตามะแน ถูกจัดให้เป็นสัตว์ป่าสงวนในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2503 เนื่องจากไม่มีรายงานการพบในพื้นที่ป่าธรรมชาติ ต่อมากรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่าประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์เนื้อทรายในกรงเลี้ยง จนสามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ &amp;nbsp;โดยมีการปล่อยเนื้อทรายคืนสู่ธรรมชาติ จำนวน 66 ตัว ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าเขากระป๊อด ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ &amp;nbsp;ต.ลำนางรอง &amp;nbsp;อ.โนนดินแดง &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2560.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตายท้องกลม, บุรีรัมย์, สัตว์ป่า, สัตว์ป่าคุ้มครอง, อุบัติเหตุ, เนื้อทราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180204/image_big_5a768e742c537.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
