<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดภาพ &#039;เสือโคร่ง&#039; ผืนป่าเมืองกาญจน์ ประชากรเพิ่มมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 ก.ค.ของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก สำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับ องค์การแพนเทอรา (Panthere) ประเทศไทย และสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน(ZSL) ประเทศไทย ที่ได้รับอนุญาต เข้าร่วมทำการศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการ ในการติดตามสัตว์ตระกูลแมวป่า ในกลุ่มป่าทางทิศใต้ ของผืนป่าตะวันตก ในจังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;ซึ่งมีรวม 6 อุทยานแห่งชาติ 1เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยองค์การPanthere และสมาคม ZSL ได้ส่งรายงานผลการติดตั้งกล้องดักถ่าย ภาพอัตโนมัติในการสำรวจเสือโคร่งในกลุ่มป่าทางทิศใต้ของผืนป่าตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ในระหว่างเดือน ต.ค 2563 ถึงเดือน มี.ค 2564 &amp;nbsp;ผลการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ &amp;nbsp;สามารถถ่ายภาพสัตว์ผู้ล่าในวงศ์เสือ และแมว 5 ชนิด ได้แก่ เสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ เสือลายเมฆ เสือไฟ แมวดาว รวมทั้งภาพสัตว์ป่าสงวนจำนวน 3 ชนิด ได้แก่ สมเสร็จ เลียงผา และเก้งหม้อ ภาพสัตว์ป่าคุ้มครองได้ 38 ชนิด &amp;nbsp;อาทิ ช้างป่า วัวแดง หมาใน ชะมดแผงสันหางดำ ฯลฯเป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ ฯเผยต่อว่า จากผลการวิจัยขององค์การPanthera และสมาคม ZSL และผลของการติดตั้ง กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ เพื่อสำรวจเสือโคร่ง ในกลุ่มป่าทางทิศใต้ของผืนป่าตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี พบเสือโคร่ง และสัตว์ป่าหายากเพิ่มขึ้น บ่งบอกได้ถึงความสมบูรณ์ ของธรรมชาติ และสัตว์ป่า ในกลุ่มป่าทางทิศใต้ ของผืนป่าตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ฯ ยังเผยต่อไปว่า การที่เสือโคร่งและสัตว์ป่าหายาก เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากเจ้าหน้าที่ ทำการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ Smart Patrol ทั้งป้องกัน และปราบปราม อย่างเข้มข้น ของเจ้าหน้าที่ฯ ไม่เว้นวันหยุด &amp;nbsp;จับจริง ติดคุกจริง รวมทั้งโทษของการล่าสัตว์ป่า ตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ฉบับใหม่ มีอัตราโทษสูงมาก โดยจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี ปรับสูงสุดถึง 1 ล้าน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ ฯเข้าไปสร้างความเข้าใจความร่วมมือ กับชุมชนในพื้นที่ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า ในทุกมิติ ทุกด้าน &amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตาม นโยบายทส.ยกกำลัง 2 + 4 ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111721</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมชาติ, สัตว์ป่าคุ้มครอง, อนุรักษ์เสือโคร่ง, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104c0a3caec9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สะเทือนใจ! คนร้ายใช้ลูกซองยิงปลิดชีพ &#039;กวางป่า&#039; หนัก 200 กิโลฯ สิ้นใจริมลำห้วย  (มีภาพชุด)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนร้ายสุดอำมหิต ใช้ลูกซองซุ่มยิงปลิดชีพ &amp;quot;กวางม้า&amp;quot; สัตว์ป่าคุ้มครอง&amp;nbsp;หนักกว่า 200 กิโล กระสุนเจาะ 4 นัด วิ่งเตลิดหนีตายทั่วทั้งป่า ก่อนสุดท้ายสิ้นใจริมลำห้วย เจ้าหน้าที่พิทักษ์ฯ พ้อมีแค่ 9 นาย ดูแลผืนป่า 7 หมื่นไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.64 - &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น.ของวันที่ 17 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมา นายสมนึก ชุมเกตุ หรือใหญ่นึก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า พบกวางป่าขนาดใหญ่นอนเสียชีวิตอยู่ภายในป่า บริเวณพื้นที่หมู่ 3 บ้านวังกลั้ง ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง จึงได้ประสาน นายจิรศักดิ์ ยังสุวรรณ์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า หน่วยที่ ขป.5 (บ้านในเตา) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ากว่า 20 นาย เดินทางเข้าไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุต้องเดินทางจากหน่วยพิทักษ์ป่าไปกว่า 20 กม. สลับกับการนั่งรถ และเดินเท้า ซึ่งเป็นพื้นที่หุบเขา ลักษณะเป็นพื้นที่สูงชันตลอดทาง เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากเป็นภูเขา ก่อนจะไปถึงพื้นดินใกล้กับป่าสับปะรด ใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในป่า ซึ่งอยู่ในเขตเขาปู่-เขาย่า อยู่ติดกับลำห้วยวังกลั้ง พบซากของกวางป่า หรือกวางม้า &amp;nbsp;เพศผู้ &amp;nbsp;อายุประมาณ 4-6 ปี ไม่เกิน 7 ปี น้ำหนัก 200 กก. สภาพสมบูรณ์ ตัวโตเต็มวัย อยู่ในช่วงวัยรุ่น มีเขาที่ยาว แต่ยังคงเป็นเขากวางอ่อน พบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดลูกซองยาว กระสุนขนาดเบอร์ 12 จำนวน 4 นัด หัวกระสุนเจาะเข้าบริเวณ หน้าอก 2 นัด ขาหน้า 1 นัด และชายโครงซ้าย 1 นัด จนทำให้เลือดไหลเจิ่งนองออกมา จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบมีหยดเลือดของกวางตัวดังกล่าวไหลหยดออกมาจากป่าทึบเป็นทางยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำร่างกลับมายังที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าฯพร้อมประสาน ร.ต.อ.ธีรทัศน์ ธรรมรัตน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.รัษฏา เข้ามาตรวจสอบในต่อพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อถ่ายรูปและตรวจสอบในจุดที่พบซากกวางป่า ก่อนจะเดินทางกลับ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดหลุมด้วยรถแบคโฮ ก่อนจะฝังซากกวางป่าตัวดังกล่าวบริเวณหน้าหน่วยพิทักษ์ป่า ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม นายเอื้อน เกื้อลาว อายุ 54 ปี พนักงานราชการหน่วยพิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า หน่วยที่ ขป.5 (บ้านในเตา) เล่าว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้คาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะลงมือยิงเมื่อช่วงย่ำรุ่ง แต่ปรากฏว่ากวางไม่ได้สิ้นใจในทันที จึงได้วิ่งหนีเตลิด และได้พยายามวิ่งหาแหล่งน้ำ ตามสัญชาตญาณของสัตว์เพื่อเอาตัวรอด ก่อนจะมาสิ้นใจริมห้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในช่วงเช้าชาวบ้านได้พบรอยเลือดหยดเป็นทางยาวจากป่าทึบ ไปจนถึงริมห้วย ก่อนที่จะเดินตามรอยเลือดไป และได้พบเห็นกวางสิ้นใจแล้ว จึงได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาตรวจสอบ โดยตนยังมองไม่ออกว่าในครั้งนี้เจตนาเพื่ออะไร เพราะพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าเขาที่อยู่ติดต่อกับ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และ อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง ซึ่งมีกวางป่า หรือกวางม้า อยู่อาศัยกว่า 30 ตัว โดยอยู่อาศัยเป็นฝูง และคาดว่าน่าจะมากที่สุดในภาคใต้ ส่วนใหญ่จะพบได้มากที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ที่ผ่านมาตนทำงานมาหลายปี เคยมีการล่าสัตว์ป่า เช่นกวางลักษณะนี้เมื่อ พ.ศ.2546 หรือเกือบ 20 ปีที่แล้วแค่ครั้งเดียว ก่อนจะมาเกิดเหตุในครั้งนี้ ทำให้ตนในฐานะเจ้าหน้าที่รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ที่ไม่สามารถปกป้องไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของการทำงาน ภายในหน่วยพิทักษ์ป่ามีเจ้าหน้าที่เพียงแค่ 9 นาย ต้องดูแลและรับผิดชอบดูแลผืนป่ากว่า 6-7 หมื่นไร่ ยอมรับว่าการดูแลและปกป้องผืนกว่าไม่ทั่วถึง ตนและทีมงานต้องเข้านอนภายในป่าอย่างตลอด แต่บางครั้งผู้ก่อเหตุมีจำนวนที่มากกว่า เราทำการลาดตระเวนอยู่อีกฝั่ง แต่ผู้ก่อเหตุอยู่อีกฝั่ง จึงเป็นอะไรที่ยากมา แต่เราผู้ทำงานระดับปฎิบัติงานยอมรับว่าทำงานอย่างเต็มที่ตลอดชีวิตที่ผ่านมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นทาง พ.ต.อ.ปรีดี นาคช่วย ผกก. สถานีตำรวจภูธรรัษฎา ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนทำการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบปากคำ เพื่อติดตามหาตัวผู้กระทำผิด เนื่องจากเป็นเหตุที่อยู่ในความสนใจและสะเทือนใจคนทั้งประเทศ โดยเร่งพยายามติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ กวางป่า หรือกวางม้า เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย สหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ (IUCN) จัดให้กวางป่าอยู่ในระดับ เสี่ยงสูญพันธุ์ (VU)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106829</URL_LINK>
                <HASHTAG>กวางป่า, สัตว์ป่าคุ้มครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc82759ef8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87917</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้นโรงแรมหรู ซุกซากเสืออื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดเหยี่ยวดง-พญาเสือ ร่วมกับตำรวจ ปทส.บุกตรวจค้นโรงแรมหรูกลางกรุง พบซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก ทั้งเต่าหลายชนิด เสือดำ เสือโคร่ง เสือลายเมฆมีร่องรอยถูกยิง ผู้จัดการสาวพา จนท.ขึ้นไปยังชั้น 4 ก่อนหลบหนีไปได้ พบเจ้าของเป็นชาวไต้หวันอยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดเล้อม เปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้สั่งการให้นายถิรเดช ปาละสุวรรณ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง สนธิกำลังชุดพญาเสือ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ ค.260/2563 ลงวันที่ 23 ธ.ค.63 เข้าตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เกิดเหตุเป็นโรงแรมหรูขนาดใหญ่ มี น.ส.ระวีวรรณ (สงวนนามสกุล) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโรงแรมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แสดงหมายค้นก่อนทำการตรวจค้น บริเวณชั้น 1 ซึ่งเป็นร้านอาหารและร้านกาแฟ พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น ซากกระดองเต่านา ซากกระดองเต่ากระ เป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนอื่นๆ ของโรงแรมยังพบซากสัตว์ป่าสายพันธุ์ไทยและสายพันธุ์ต่างประเทศ เช่น เสือดำ เสือโคร่ง เสือลายเมฆ และเต่าหา รวม 34 ซาก จึงได้ทำการตรวจยึดไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ระหว่างตรวจค้น ทาง น.ส.ระวีวรรณได้ให้ข้อมูลว่า ซากสัตว์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของโรงแรมดังกล่าวซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ขณะนี้ไปปฏิบัติงานที่ต่างประเทศ ซึ่งขณะตรวจสอบถึงชั้นที่ 4 น.ส.ระวีวรรณได้หลบหนีออกจากโรงแรมและไม่สามารถติดตามตัวได้ จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ระวีวรรณ มีชื่อเป็นคณะกรรมการลงชื่อผูกพันของโรงแรมดังกล่าว ซึ่งมีทั้งหมด 2 คน โดยได้ขอประกอบกิจการโรงแรมและภัตตาคาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายถิรเดชกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งผ่านเพจ &amp;quot;สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362&amp;quot; ว่าโรงแรมดังกล่าวมีการครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวนมาก จึงดำเนินการตรวจสอบ ในเบื้องต้นพบซากสัตว์ทั้งหมดเป็นของเจ้าของโรงแรมชาวไต้หวัน โดยผู้จัดการโรงแรมอ้างว่าเจ้าของโรงแรมซื้อซากสัตว์มาสะสมและประดับตกแต่งโรงแรมเท่านั้น ไม่ใช่ขบวนการล่าหรือค้าซากสัตว์ป่า แต่ขณะนี้เจ้าของโรงแรมเดินทางไปต่างประเทศ จึงไม่สามารถแสดงหลักฐานการครอบครองได้ ทั้งนี้จากการตรวจสอบลักษณะซากสัตว์มีร่องรอยกระสุนปืนบนผิวหนังคล้ายการถูกล่า และยังมีซากสัตว์ทะเลหายาก ทั้งซากเต่ากระ เต่านา เต่าหญ้า เต่าตนุ ซึ่งมีสภาพสมบูรณ์มาก โดยมูลค่าของกลางทั้งหมดกว่า 500,000 บาทหากมีซื้อขายกันในตลาดมืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นเจ้าของโรงแรมมีตามความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหลังจากนี้จะส่งตำรวจ บก.ปทส.สอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง เพื่อออกหมายเรียกเจ้าของซากสัตว์ป่าให้มาแสดงตัวและรับทราบข้อกล่าวหาต่อไป&amp;quot; นายถิรเดชกล่าว..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87917</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดเหยี่ยวดง, ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง, ซากเสือ, ตำรวจ ปทส., บุกตรวจค้นโรงแรม, พญาเสือ, สัตว์ป่าคุ้มครอง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe48d2c1a069.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 18:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 16:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พญาเสือ&#039; รวบผู้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง &#039;นกเค้าจุด-แมวดาว-นางอาย&#039; เปิดขายผ่านเฟซบุ๊ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63 - นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ได้ร่วมกันสืบสวนตรวจสอบ จนทราบว่าการลักลอบค้าสัตว์ป่าออนไลน์ในเฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;เบียร์ คน เดินดิน&amp;rdquo; เจ้าของคือ นายชนสิษฏ์ ยนต์พามา อายุ 29 ปี มีพฤติกรรมโพสต์ขายสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้แก่ แมวดาว นาก​ นางอาย และนกเค้าจุด​ ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่​จึงดำเนินการติดต่อล่อซื้อแมวดาว สัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 147 จำนวน 1 ตัว ในราคา 3,600 บาท โอนเงินผ่านบัญชี นายภานุวัฒน์ ขันทรัพย์ เลขบัญชี 882424141 ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยวิธีการส่งแมวดาวผ่านรถตู้โดยสาร ปราณบุรี-กทม. จากนั้นได้ทำการขยายผลจนทราบว่า แหล่งที่มาของแมวดาวดังกล่าวส่งมาจากพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในครั้งที่ 2 เจ้าหน้าที่ ได้ดำเนินการติดต่อขอซื้อลิงลม หรือ นางอาย สัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 151 จำนวน 1 ตัว ในราคา 3,600 บาท โดยโอนเงินผ่านบัญชี นายภานุวัฒน์ ขันทรัพย์ เลขบัญชี 882424141 ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยวิธีการส่งนางอายผ่านรถตู้โดยสาร ปราณบุรี-กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นทำการขยายผลจนทราบว่า แหล่งที่มาของนางอายมาจากบ้านเลขที่ 2/55 ซ.หมู่บ้านเขาน้อย ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ บ้านของนางวิริยา ยนต์พามา ซึ่งเป็นมารดานายชนสิษฏ์ ผู้ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองและได้ประกาศขายทั้งหมด รวมทั้งเป็นคนนำส่งด้วยตัวเอง อีกทั้งนางวิริยา ยังประกาศขายสัตว์ป่าคุ้มครองทางเฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;ไม่พูดมากเจ็บคอ โปเกมอน&amp;rdquo; และในชื่อ​ &amp;rdquo;มูสังหอม ชุมพร โปเกมอน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการติดต่อขอซื้อ ลิงลม หรือนางอาย สัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 147 จำนวน 1 ตัว ในราคา 3,600 บาท โอนเงินผ่านบัญชี นายชนสิษฏ์ ยนต์พามา เลขบัญชี 7662411843 ธนาคารไทยพาณิชย์ หลังทราบรายละเอียดชัดเจน ของกลุ่มขบวนการค้าสัตว์ป่าออนไลน์ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการขอหมายค้น จากศาลจังหวัดหัวหิน เพื่อเข้าตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำลังจนท.​ได้ดำเนินการดักซุ่มรอบริเวณรอบบ้านหลังดังกล่าว ที่ได้นัดหมายให้นางวิริยานำลิงลมมาส่ง จนกระทั่งนางวิริยาเดินออกมาจากบ้าน โดยนำลิงลมหรือนางอายใส่ในกล่องกระดาษ เพื่อมาส่งให้ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม รวมทั้งนำตัวเข้าตรวจค้นภายในบ้านตามหมายค้น ที่ 1/63 ลงวันที่ 17 ก.พ.63 ศาลจังหวัดหัวหิน พบนกเค้าจุด สัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกนก ลำดับที่ 300 จำนวน 9 ตัว พร้อมทั้งอุปกรณ์การกระทำความผิดจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนท.จึงควบคุมตัวนางวิริยา ยนต์พามา จัดทำบันทึกจับกุมในข้อหา กระทำความผิดตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ร่วมกันค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามมาตรา 29 ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท ร่วมกันครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามมาตรา 17 ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนำตัวนางวิริยาพร้อมของกลาง แมวดาว 1 ตัว นางอาย 2 ตัว นกเค้าจุด 9 ตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน และแจ้งให้พนักงานสอบสวน ออกหมายเรียก นายชนสิษฏ์ ยนต์พามา มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57540</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, จับค้าสัตว์ป่า, สัตว์ป่าคุ้มครอง, หน่วยพญาเสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4bac934e46d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2019 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบสัตว์หายาก &#039;เห่าช้าง&#039; พลัดตกบ่อเลี้ยงปลา กู้ภัยช่วยปล่อยคืนธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบ &amp;quot;เห่าช้าง&amp;quot; สัตว์ป่าคุ้มครอง พลัดตกในบ่อเลี้ยงปลาของชาวบ้าน หน่วยกู้ภัยช่วยเหลือขึ้นมาได้และปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ ปัจจุบันพบเห็นยากมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.62 - ที่ อ.นาทวี จ.สงขลา หน่วยกู้ชีพนาทวีนอกร่วมกับหน่วยกู้ภัยอาริโยสามัคคีนาทวี ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าของบ้านหลังหนึ่งในเขตเทศบาลนาทวีนอก อ.นาทวี ว่าให้ไปช่วยจับสัตว์เลื้อยคลานที่ลงไปอยู่ในบ่อเลี้ยงปลาและขึ้นมาไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อหน่วยกู้ภัยไปถึงทีแรกก็พบว่าน่าจะเป็นตะกวด หรือไม่ก็ตัวเหี้ย หรือที่ภาษาชาวบ้านในภาคใต้เรียกสัตว์ประเภทนี้ว่า แลน &amp;nbsp;จึงได้ช่วยจับมันขึ้นมาได้ แต่ปรากกฎว่าเมื่อจับขึ้นดูชัดๆไม่ใช่ตะกวด&amp;nbsp;แต่เป็นเห่าช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่ในวงศ์เหี้ย ที่ถูกจัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองปัจจุบันพบยากมาก ที่มาของชื่อเห่าช้างนั้นมาจากเสียงขู่ศัตรูที่ดังฟ่อๆ ฟังแล้วคล้ายกับเสียงงูเห่า และดุร้ายกว่าเหี้ยชนิดอื่น เจ้าหน้าที่จึงได้นำกลับไปปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเห่าช้างต่างจากตัวเหี้ย ตรงที่มีความยาวประมาณ 1.30 เมตร ลักษณะมีสีดำเข้ม มีลายเลือน ๆ ขวางลำตัว ปากแหลมและเกล็ดบนสั้น เกล็ดบนคอใหญ่เป็นแหลม ๆ คล้ายหนามทุเรียน เฉพาะช่วงคอเกล็ดจะย้อนไปหาส่วนหัว&amp;nbsp;อาศัยอยู่ในป่าทึบและเดินหากินบนพื้นดิน แต่ก็ปีนต้นไม้เก่ง พบในป่าประเภทป่าดิบชื้นและป่าชายเลนในภาคใต้ของประเทศไทยและพม่า, หมู่เกาะสุมาตรา, บอร์เนียว, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์ แต่ก็มีรายงานพบที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา อาหารคือ ไก่, นก, ปลา, กบ, เขียด กินได้ทั้งของสด และของเน่า
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44559</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยอาริโยสามัคคีนาทวี, จังหวัดสงขลา, ตะกวด, ตัวเหี้ย, สัตว์ป่าคุ้มครอง, สัตว์หายาก, เห่าช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d677431dbc66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบ &#039;ลูกแมวดาว&#039; พลัดหลง ตัวสั่นเปียกฝนร้องหิวนมแม่ แจ้งจนท.อุทยานช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบลูกแมวดาวสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ พลัดหลงแม่ติดอยู่แนวป่าอุทยานฯเขาพนมเบญจา สภาพเปียกปอน ตัวสั่น คาดหิวนม เจ้าหน้าที่เข้าช่วยส่งสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จ.พังงา รับไปดูแลก่อนปล่อยคืนธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา รับแจ้งจากชาวบ้านโพธิ์เรียง ตำบลกระบี่น้อย อำเภอเมืองกระบี่ ว่าพบลูกแมวดาว 1 ตัว พลัดหลงจากแม่ ขณะเข้าทำงานในสวนยางพาราบริเวณติดกับแนวเขตป่า โดยลูกแมวดาวตัวนี้เดินออกมาจากพงหญ้าด้วยสภาพเปียกปอน อาการตัวสั่น ร้องตลอดเวลา คาดน่าจะมีอาการหิวนม เนื่องจากฝนตกหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาจึงได้นำมาส่งให้กับนายสุวัติ ทิพย์สุราษฏร์ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พจ.1 (คลองด้วน) โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จ.พังงา เพื่อนำไปเลี้ยงดูให้แข็งแรงก่อนจะปล่อยกลับคืนสู่ป่าอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเนรมิต สงแสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จ.กระบี่ กล่าวว่า สำหรับแมวดาว จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามประกาศกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2546 นอกจากนี้ยังขึ้นบัญชีแดงไอยูซีเอ็น และขึ้นบัญชีไซเตส ชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่า ที่อนุสัญญาไซเตสควบคุม บัญชี 1 เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ห้ามค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพื่อการศึกษา วิจัยหรือเพาะพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41610</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, สัตว์ป่าคุ้มครอง, อุทยานเขาพนมเบญจา, แมวดาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d35706f3eb13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2019 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2019 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านกระบี่พบลูกแมวดาวสัตว์ป่าหายากหลงแม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.62- เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา รับแจ้งจากชาวบ้านโพธิ์เรียง ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ ว่าพบลูกแมวดาว 1 ตัว พลัดหลงจากแม่ ขณะเข้าทำงานในสวนยางพารา บริเวณติดกับแนวเขตป่า โดยลูกแมวดาวตัวดังกล่าวเดินออกมาจากพงหญ้า ด้วยสภาพเปียกปอนทั้งตัว อาการตัวสั่น ร้องตลอดเวลา คาดน่าจะมีอาการหิวนม เนื่องจากฝนตกหนัก ต่อมาจึงได้นำมาส่งให้กับนายสุวัติ ทิพย์สุราษฏร์ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา ประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พจ.1 (คลองด้วน) โดยทางเจ้าหน้าที่จะประสานไปยังสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จ.พังงา เพื่อนำไปอนุบาลให้แข็งแรง ก่อนจะปล่อยกลับคืนสู่ป่าอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเนรมิต สงแสง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จ.กระบี่ กล่าวว่า สำหรับแมวดาว จัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามประกาศกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2546 นอกจากนี้ยังขึ้นบัญชีแดงไอยูซีเอ็น และขึ้นบัญชีไซเตส ชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าและพืชป่า ที่อนุสัญญาไซเตสควบคุม บัญชี 1 เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ห้ามค้าโดยเด็ดขาด ยกเว้นเพื่อการศึกษา วิจัย หรือเพาะพันธุ์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41604</URL_LINK>
                <HASHTAG>สัตว์ป่าคุ้มครอง, เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา, แมวดาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190722/image_big_5d3567c0d0ef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
