<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114408</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยก‘ฉลามวาฬ’ เป็นสัตว์สงวน เสี่ยงสูญพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ไทยโพสต์ 0 ทส.เตรียมเสนอร่างกฎกระทรวงฯ ยกสถานะฉลามวาฬ-เต่ามะฟือง-วาฬบรูด้า เป็นสัตว์ป่าสงวน เพิ่มสัตว์ป่าคุ้มครองอีก 7 รายการ มีฉลามหัวค้อน 4 ชนิดด้วย ชี้ให้สอดคล้องความเสี่ยงสูญพันธุ์ ระบุกรมอุทยานฯ จัดรับฟังความเห็นออนไลน์แล้ว
วันที่ 24 ส.ค. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) มอบหมายให้นายพงศ์บุณย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนากฎหมายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 2/2564 ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงฯ ผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. .... และให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช รับข้อคิดเห็นและข้อสังเกตของที่ประชุมไปประกอบการพิจารณา และนำเสนอต่อคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองแห่งชาติตามขั้นตอนต่อไป
การพิจารณาร่างกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. .... เป็นการดำเนินการตามมาตรา 5 และมาตรา 7 ของ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ที่ได้มีการปรับปรุงจากบัญชีท้ายกฎกระทรวงที่ออกตามความใน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 โดยมีการปรับสถานะรายการสัตว์ป่าคุ้มครองเป็นสัตว์ป่าสงวน จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ฉลามวาฬ เต่ามะเฟือง และวาฬบรูด้า
นอกจากนี้มีการเพิ่มรายการสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 7 รายการ ได้แก่ ค่างตะนาวศรี งูหางแฮ่มกาญจน์ ปลากระเบนปีศาจหางเคียว ฉลามหัวค้อนยาว ฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน ฉลามหัวค้อนใหญ่ และฉลามหัวค้อนเรียบ และการปรับลดรายการสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน 20 รายการ เช่น ค้างคาวกินแมลงนิ้วสั้น ค้างคาวปีกขนเหนือ พญากระรอกบินหูขาว นกกระเต็นน้อยหลังแดง ตะพาบพม่า และปลาฉนากฟันเล็ก เป็นต้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าและสัตว์น้ำในปัจจุบัน
รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนชื่อภาษาไทยและชื่อวิทยาศาสตร์ในลำดับชั้นสกุลหรือในลำดับชั้นชนิดในบางรายการ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลทางอนุกรมวิธานปัจจุบัน ซึ่งร่างกฎกระทรวงฯ ดังกล่าว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ดำเนินการจัดรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมมาแล้ว ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม 2564 โดยมีผู้มีส่วนได้เสีย ผู้เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วน และประชาชน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบผลการดำเนินการตามแผนพัฒนากฎหมาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี พ.ศ.2562-2564 จำนวน 245 ฉบับ โดยให้ฝ่ายเลขานุการตรวจสอบและแก้ไขความคืบหน้าร่างกฎหมาย พร้อมรายงานปัญหาอุปสรรคที่พบรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อโปรดทราบต่อไป ตลอดจนเห็นชอบให้มีการจัดทำแผนพัฒนากฎหมาย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในช่วงปี พ.ศ.2565-2567 โดยขอให้แต่ละหน่วยงานจัดทำระยะเวลาการดำเนินงานของการพัฒนากฎหมายแต่ละฉบับให้ชัดเจน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114408</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลามวาฬ, วาฬบรูด้า, สัตว์ป่าสงวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เต่ามะฟือง, เป็นสัตว์ป่าสงวน, เสี่ยงสูญพันธุ์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124e42fb4e42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110618</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา! พบ &#039;แมวลายหินอ่อน&#039; สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์ในอุทยานฯเขาใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.64 - นายอดิศักดิ์ ภูสิทธิ์วงศานุยุต หัวหน้าอุทยานเเห่งชาติเขาใหญ่ ได้มอบหมายให้ฝ่ายวิชาการ ดำเนินการสำรวจ ความหลากหลายของสัตว์ป่าในพื้นที่ โดยฝ่ายวิชาการ ได้ดำเนินการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพ (camera trap) จำนวน 5 จุด ทั่วบริเวณป่าในส่วนกลางของอุทยานเเห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งเเต่เดือนตุลาคม 2563 ถึงเดือนมิถุนายน 2564 เป็นระยะเวลา 9 เดือน จากการเก็บข้อมูล พบสัตว์ป่าทั้งสิ้น จำนวน 41 ชนิด เเบ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (mammal) 24 ชนิด นก (bird) 16 ชนิด เเละสัตว์เลื้อยคลาน (reptile) 1 ชนิด ตามลำดับ สัตว์ป่าที่พบเห็น ได้แก่ ช้างป่า กระทิง ชะมดเเผงหางปล้อง หมาใน เเมวลายหินอ่อน เสือลายเมฆ ไก่ฟ้าพญาลอ นกสาลิกาเขียว นกกางเขนดง เเละนกเเก๊ก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเก็บข้อมูลครั้งนี้ ได้พบสัตว์ป่าที่หายากเเละเป็นสัตว์ป่าสงวนที่สำคัญของไทย 1 ใน 19 ชนิด คือ เเมวลายหินอ่อน ถ่ายภาพได้จำนวน 2 ครั้งด้วยกัน ทั้งนี้ เเมวลายหินอ่อน เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในข่ายเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ (NT) (อ้างอิงตาม IUCN REDLIST) โดยข้อมูลทางวิชาการเหล่านี้ทำให้เห็นว่า อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยังคงความหลากหลายของระบบนิเวศด้านสัตว์ป่าเอาไว้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากการอนุรักษ์ที่เข้มเเข็ง ทั้งการเดินลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (SMART patrol) ของเจ้าหน้าที่ การศึกษาวิจัยที่มีคุณภาพ เเละการให้ความร่วมมือ ของพี่น้องประชาชน ที่มาท่องเที่ยวในอุทยานเเห่งชาติ เเละที่อาศัยอยู่โดยรอบแนวเขตผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110618</URL_LINK>
                <HASHTAG>สัตว์ป่าสงวน, สัตว์ป่าหายาก, อุทยานเเห่งชาติเขาใหญ่, แมวลายหินอ่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f80dd59368a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ขึ้นบัญชี‘นกชนหิน’ สัตว์สงวนลำดับ20</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;วราวุธ&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะประธานคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ไฟเขียวขึ้นบัญชี &amp;quot;นกชนหิน&amp;quot; เป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 หลังพบความสามารถในการขยายพันธุ์ต่ำ มีแนวโน้มสูญพันธุ์สูง แถมถูกล่าเอาโหนกไปขายผ่านออนไลน์ &amp;quot;มูลนิธิสืบนาคะเสถียร&amp;quot; ห่วงหลังเป็นสัตว์คุ้มครองจะเป็นแรงจูงใจนักสะสมผิด กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) วันที่ 8 มี.ค. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ครั้งที่ 1/2564 โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณาการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองกฎหมายลำดับรองประกอบพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562, การกำหนดให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 เพื่อช่วยยกระดับความคุ้มครองนกชนหินและถิ่นอาศัยให้สอดคล้องกับมาตรการนานาชาติ ให้สังคมเพิ่มความตระหนักในการอนุรักษ์มากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 เนื่องจากการที่ประชากรนกชนหินในประเทศไทยมีขนาดเล็ก ประมาณไม่เกิน 100 ตัว ความสามารถในการขยายพันธุ์ต่ำ มีแนวโน้มสูญพันธุ์สูง เนื่องจากพื้นที่อาศัยถูกคุกคาม ทำลายแยกเป็นหย่อมป่าขาดความต่อเนื่อง และถูกล่าเพื่อเอาโหนก มีการค้าผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงพิจารณาการประกาศพื้นที่เตรียมกำหนดเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่เตรียมการกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า จำนวน 24 แห่ง เนื้อที่รวมกว่า 619,681 ไร่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจมูลนิธิสืบนาคะเสถียรระบุว่า กว่า 26,000 รายชื่อที่เรียกร้องให้นกชนหินได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายและขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของไทย วันนี้ไม่สูญเปล่า คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ โดยมีนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานที่ประชุม มีมติเห็นชอบให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 หลังจากนี้คณะกรรมการสงวนฯ เตรียมยื่นกฤษฎีกากำหนดให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวน ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ซึ่งอาจใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร หนึ่งในคณะกรรมการสงวนฯ ระบุว่า หลังเสร็จสิ้นกระบวนการทางกฎหมาย นกชนหินจะถูกประกาศเป็นสัตว์ป่าสงวนอย่างแน่นอน ซึ่งทางมูลนิธิสืบฯ ร่วมกับมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก จะยังคงติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพราะคาดว่าหลังการประกาศราคาของหัวนกชนหินอาจมีราคาแพงขึ้น และจูงใจให้นักสะสมของผิดกฎหมายอยากมีไว้ในครอบครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 โทษสำหรับสัตว์ป่าคุ้มครอง ล่า ค้า สัตว์ป่า/ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง จำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากเป็นสัตว์ป่าสงวน ล่า ค้า หรือนำเข้า-ส่งออก สัตว์ป่า/ซากสัตว์ป่าสงวน หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าสงวน จะมีโทษรุนแรงกว่าสัตว์ป่าคุ้มครอง จำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 3 แสนถึง 1.5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเคยระบุไว้ว่า ช่วงปลายปี 2562 ที่ผ่านมา เกิดความตื่นตัวของสังคมในการผลักดันสถานะการอนุรักษ์นกชนหิน นกเงือก 1 ใน 13 ชนิดของไทยจากสถานะสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ขึ้นเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 โดยกระแสดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเปิดเผยข้อมูลจากปรีดา เทียนส่งรัศมี เจ้าหน้าที่โครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ระบุว่าเริ่มมีกลุ่มพรานเข้าป่าล่านกชนหินในเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส จากแรงดึงดูดการตั้งค่าหัวนกชนิดนี้สูงถึงหลักหมื่น ก่อนจะส่งขายให้กลับกลุ่มนักสะสมที่มีความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามูลนิธิสืบนาคะเสถียรจึงได้สร้างแคมเปญรณรงค์ &amp;ldquo;ขอให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของไทย&amp;rdquo; ผ่านเว็บไซต์ www.change.org เพื่อขอชื่อสนับสนุนจากประชาชนก่อนส่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำเรื่องนี้ไปพิจารณาผลักดันตามขั้นตอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95428</URL_LINK>
                <HASHTAG>การขยายพันธุ์ต่ำ, คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า, นกชนหิน, สัตว์ป่าสงวน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604621ef8428b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาพ &#039;เลียงผา&#039; เดินหากินริมไร่อ้อยเขาพระพุทธบาทน้อย เผยพบเห็นบ่อยขึ้นหลังทุกฝ่ายร่วมอนุรักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.พ.64 -เพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;อนุรักษ์เลียงผาป่าชุมชนพระพุทธบาทน้อยสระบุรี&amp;quot; โพสต์รูปภาพเลียงผาพร้อมระบุว่า ริมไร่อ้อย ชายสวนมะม่วง พระพุทธบาทน้อย เมื่อวานนี้ครับ แต่ก่อนมันแปลก &amp;nbsp;มันตื่นเต้น
เราก็แปลกและเราก็ตื่นเต้น ที่ได้เห็นเลียงผาตัวเป็นๆ แต่ทุกวันนี้ต่างฝ่ายต่างเฉย ต่างคน ต่างตัว ต่างใช้ชีวิตกันไป แต่ก็อดคิดไม่ได้ ร่วม 20 ปี ที่เลียงผา คือสัตว์ป่าสวนใกล้สูญพันธุ์ที่พบเห็นได้ยากและเราเจอลูกเลียงผาตัวแรก ที่นี่ มาถึงวันนี้เราพบเห็นบ่อยขึ้น ก็ด้วยแนวทางการอนุรักษ์ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งชมชุน ภาครัฐ และเครือข่าย ที่เล็งเห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ครับ&amp;nbsp;ช่วงหน้าแล้งแบบนี้ ถ้าขับรถไปรอบๆเขาพระพุทธบาทน้อย ก็ระมัดระวังกันนิดนะครับ เพราะอาจจะชนกับเลียงผาได้ ภูมิใจและขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91895</URL_LINK>
                <HASHTAG>สระบุรี, สัตว์ป่าสงวน, สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์, เลียงผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a75ca2108a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2019 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2019 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วันแรดโลก! &#039;สวนสัตว์เชียงใหม่&#039; เลี้ยงขันโตกให้ &#039;กาลิ&#039; แรดโสดอายุ 34 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.62 - สวนสัตว์เชียงใหม่ จัดกิจกรรมวัน &amp;nbsp;&amp;ldquo;แรดโลก&amp;rdquo; WORLD RHINO DAY 22 กันยายนของทุกปี ณ ส่วนจัดแสดงแรดดำอินเดียชื่อ &amp;ldquo;กาลิ&amp;rdquo; เพศเมีย อายุ 34 ปี สัตว์ป่าหายากที่อยู่คู่กับสวนสัตว์เชียงใหม่มานานที่สุดหนึ่งเดียวในประเทศไทยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อุฬาริกา กองพรหม รักษาการผู้ช่วยผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมเปิดเผยว่า แรด &amp;quot;กาลิ&amp;quot; ถูกส่งตัวเข้ามาจากประเทศเนปาล โดยสมเด็จพระราชาธิบดี แห่งประเทศเนปาล น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และทรงพระราชทานให้กับองค์การสวนสัตว์ฯ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2529&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนั้น แรด &amp;quot;กาลิ&amp;quot; มีอายุเพียง 1 ปี 2 เดือน น้ำหนัก 375 กิโลกรัม ขนาดลำตัวยาว 86 นิ้ว(ประมาณ 7 ฟุต 2 นิ้ว) สูงช่วงไหล่ 46.5 นิ้ว พร้อมจัดส่งมาไว้ที่สวนสัตว์เชียงใหม่จนถึงปัจจุบันโดยไม่มีคู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกิจกรรมปีนี้ ภายในส่วนจัดแสดงแรดอินเดีย ทีมพี่เลี้ยงได้จัดขันโตกอาหารสัตว์ขนาดใหญ่ ประกอบด้วยอาหารโปรดเตรียมมอบให้กับ &amp;ldquo;กาลิ&amp;rdquo; ด้วย เช่น ฟางสด หญ้าสดและผลไม้หลายชนิด อาทิ ฟักทอง แตงโม แครอท ข้าวโพดหวาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่บริเวณด้านหน้าส่วนจัดแสดง มีการจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับแรดให้นักท่องเที่ยวและเด็กๆ โดยแรด&amp;quot;กาลิ&amp;quot; เกิดเมื่อปี 2528 ปัจจุบันอายุ 34 ปี มีน้ำหนักตัวประมาณ 2.5 ตัน สูงกว่า 2 เมตร มีนอเดียว ผิวหนังมีรอยย่นพับมองดูคล้ายเสื้อเกราะนักรบโบราณ ชอบกินใบไม้เป็นหลักและสุขภาพแข็งแรงดี ปัจจุบันครองตัวเป็นโสดอยู่เพียงตัวเดียวแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจุดเริ่มต้นของ &amp;ldquo;วันแรดโลก&amp;rdquo; ถือกำเนิดขึ้นในปี 2553 โดยองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature - WWF) แห่งแอฟริกาใต้ จากการริเริ่มของ ลิซ่า เจน แคมป์เบล และ ซิงห์ ที่ผลักดันให้มีการจัดตั้งวันแรดโลก เพื่อเป็นอีกหนึ่งหนทางเพิ่มความตระหนักถึงการลดจำนวนลงของประชากรแรดทั่วโลก และเห็นความสำคัญในการอนุรักษ์แรดที่ใกล้จะสูญพันธุ์ที่มีสาเหตุหลักมาจากการลักลอบล่าของมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุหลักของการล่าแรดคือ ความต้องการที่จะนำนอของแรดไปขายในรูปแบบของเครื่องประดับต่างๆ หรือนำไปเป็นส่วนผสมของยาตามความเชื่อ แต่แท้จริงแล้วส่วนประกอบทางเคมีของนอแรดนั้นไม่ต่างอะไรไปกับเส้นผมมนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาพรวม ประชากรแรดป่าทุกสายพันธุ์นั้นตกอยู่ในสถานการณ์วิกฤต โดยสายพันธุ์ที่เรียกได้ว่าอยู่ใกล้ขอบเขตของการสูญพันธุ์มากที่สุดคือ แรดชวา ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอยู่ในป่าของประเทศไทยและเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม และกัมพูชา แต่เป็นที่น่าเศร้าว่าแรดชวาตัวสุดท้ายในบริเวณนี้ถูกสังหารไปเมื่อปี 2010 ที่เวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันแรดชวามีหลงเหลืออยู่แค่ในผืนป่าของอุทยานแห่งชาติอูจุงกูลนบนเกาะชวา อินโดนีเซีย ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้แรดชวาไม่มีอยู่ในสวนสัตว์ และถือว่าเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พบได้ยากที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นแล้ว แรดสุมาตรา (กระซู่) ที่มีลักษณะคล้ายแรดชวา ก็ตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่พอๆ กัน และกระซู่จัดเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติแล้วในประเทศไทย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46342</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลิ-แรดอินเดีย, วันแรดโลก, สวนสัตว์เชียงใหม่, สัตว์ป่าสงวน, อนุรักษ์แรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190922/image_big_5d873f9c01366.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2019 19:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2019 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เลียงผา&#039; รอดตาย! ดิ้นหนีจนตกรถแก๊งค้าสัตว์ป่า ชาวบ้านพบกลางถนนแจ้งจนท.ช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก๊งค้าสัตว์ป่าเหิมลักลอบขนย้ายเลียงผา 1 ใน 15 ชนิด สัตว์ป่าสงวน กลางวันแสกๆดิ้นตกกลางถนนบาดเจ็บสาหัส ชาวบ้านเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือจนอาการปลอดภัย พร้อมตั้งชื่อ &amp;ldquo;เจ้าบุญรอด&amp;rdquo;&amp;nbsp;ก่อนส่งต่อให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จ.พังงา ดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.62 - นายไพศาล หนูพันธุ์ขาว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลบางลึก อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร&amp;nbsp;ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีชาวบ้านพบเลียงผา สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์ตกจากรถยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับรถยนต์ได้หลบหนีไปแล้ว ที่บริเวณเชิงสะพานถนนตัดใหม่ใกล้สี่แยกไฟแดงวัดวิหาร หมู่ 6 ตำบลบางลึก จึงไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุบนถนนช่องทางขาล่องเข้าตัวเมืองชุมพร ใกล้กับเชิงสะพานข้ามคลองพบเลียงผาเพศเมียสีดำมีบาดแผลหลายจุด นอนแน่นิ่งหายใจรวยรินอยู่ใกล้กองเลือด จึงได้ช่วยกันเคลื่อนย้ายเข้าไปไว้ในสวนปาล์มของชาวบ้านเพื่อความปลอดภัย พร้อมกับประสานไปยังนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมารักษาอาการช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน นำโดย นายพรชัย สิทธิเกษร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพร ด้านทิศใต้ จ.ชุมพร&amp;nbsp;นายพิชัย โพธิ์กระสังข์ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร นายนรินทร์ สหสันติเวช ปศุสัตว์อำเภอเมืองชุมพร นายสามารถ เลาห์ปะเสริฐ ปศุสัตว์อำเภอพะโต๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นเลียงผาเพศเมียอายุประมาณ 4-5 ปี น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม มีบาดแผลบริเวณปาก คาง หัว และขาหน้าซ้าย ลักษณะเหนื่อยอ่อนแรงหายในทางปาก อุณหภูมิในตัวขึ้นสูง ต้องใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดลำตัวใต้ท้องเพื่อลดอุณหภูมิ พร้อมกับให้น้ำเกลือ 1 ถุง และฉีดวิตามินบำรุง ฉีดยาแก้ปวด เจ้าหน้าที่ใช้เวลาดูแลอาการนานกว่า 1 ชั่วโมงจนอาการเริ่มดีขึ้นและจะลุกขึ้นวิ่งและพยายามจะลุกขึ้น จึงต้องใช้สก๊อตเทปพันขาหน้าและขาหลังไว้ จากนั้นได้นำขึ้นรถยนต์พาไปรักษาพักฟื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพร ด้านทิศใต้ จ.ชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า ช่วงเกิดเหตุได้มีรถยนต์กระบะสีขาวไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ยังไม่ทราบว่าเป็นของแก๊งค้าสัตว์ป่าสงวนหรือผู้ที่เลี้ยงไว้ขับมาจากทางอำเภอท่าแซะมุ่งหน้าเข้าอำเภอเมืองชุมพร เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นสะพานข้ามคลองเลียงผาตัวดังกล่าวซึ่งคาดว่าถูกวางยาสลบระหว่างขนย้ายและยาได้หมดฤทธิ์จึงพยายามดิ้นลุกขึ้นและตกลงจากรถยนต์กระบะ โดยมีชาวบ้านที่ขับรถยนต์และรถเก๋งตามหลังมาเห็นเข้าพอดีจึงจอดช่วยเหลือทำให้รถยนต์ที่ลักลอบขนย้ายเลียงผาไม่กล้าจอดได้ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบและรักษาอาการจนดีขึ้น พร้อมกับตั้งชื่อเลียงผาว่า &amp;ldquo;เจ้าบุญรอด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า ตรวจบาดแผลโดยทั่วไปถือว่าบาดเจ็บไม่มากนัก แต่อุณหภูมิในตัวขึ้นสูง ต้องหายใจทางปาก อ่อนเพลีย อาจเป็นเพราะระบบภายในมีปัญหาอยู่บ้าง แต่หลังจากรักษาอาการให้น้ำเกลือ เช็ดตัว และฉีดยาบำรุง ยาแก้ปวด อาการดีขึ้น หายใจได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามตอนนี้เป็นเพียงการรักษาอาการเบื้องต้นจึงต้องรอดูอาการต่อไปว่าปลอดภัยหรือไม่อย่างไร ซึ่งเลียงผาตัวนี้คาดว่าน่าจะมีผู้เลี้ยงไว้เพราะมีอาการค่อนข้างเชื่อง ส่วนใครจะเลี้ยงหรือขนย้ายจากไหนอย่างไรเป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องที่จะดำเนินการ เพราะเลียงผาเป็นสัตว์สงวนที่ไม่สามารถขออนุญาตเลี้ยงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพรชัย กล่าวว่า&amp;nbsp;เลียงผาถือเป็นสัตว์ป่าสงวน 1 ใน 15 ชนิดตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ห้ามผู้ใดเลี้ยงหรือมีไว้ในความครอบครองอย่างเด็ดขาด กรณีนี้จะต้องไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุเพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกำหมายต่อไป เนื่องจากเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และถือเป็นครั้งแรกที่มีเหตุการณ์แบบเกิดขึ้นใน จ.ชุมพร หลังจากนี้จะมอบเลียงผาให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จ.พังงา นำไปเลี้ยงซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างเดินทางมารับแล้ว
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36943</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชุมพร, ช่วยเลียงผาบาดเจ็บ, พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535, สัตว์ป่าสงวน, สัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพร, เจ้าบุญรอด, เลียงผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5cebcb5b095b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 11:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หัวหน้าพญาเสือคนใหม่ประเดิมจับขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่ากลางตลาดหล่มสัก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.62 - นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สั่งการให้นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และ &amp;nbsp;ควบคุมไฟป่า , &amp;nbsp;หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์ลงพื้นที่ตรวจสอบซากสัตว์ป่าจำนวนมาก &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดการข่าวแจ้งว่าจะมีการนำสัตว์ป่าจำนวนมาก &amp;nbsp;มาลักลอบจำหน่ายบริเวณตลาดหล่มสัก &amp;nbsp; กำลังเจ้าหน้าที่จึงปูพรมบุกตลาดดังกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งพบรถยนต์เป้าหมายจำนวน 3 คัน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พบซากอีเห็น ไก่ป่า ตุ่น พญากระรอก กระรอก และ &amp;nbsp;อื่น &amp;nbsp; ๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกจำนวนมากบรรจุในลังน้ำแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ &amp;nbsp; พบชิ้นเนื้อบรรจุในถุงตรวจสอบเบื้องต้น คาดว่าน่าจะเป็นเนื้อเก้ง เนื่องจากพบเศษเส้นขนติดบริเวณเนื้อ &amp;nbsp;โดยในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิด 4 คน เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ อ้างว่ารับซื้อมาจากชาวบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหล่มเก่า &amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับขบวนการล่าสัตว์ป่าขบวนการนี้ นายชาญชัย ศรียงค์ ผอ,ศปป3 &amp;nbsp; ได้ติดตามความเคลื่อนไหวมานานจนสามารถจับกุมได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมของกลางและผู้ต้องหาจำนวนมาก ส่วนซากสัตว์ป่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จะส่งไปยังหน่วยนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากสัตว์ป่าที่ยึดได้ถูกชำแหละ จึงไม่สามารถแยกได้ว่าเป็นสายพันธุ์ใด &amp;nbsp;พร้อมสั่งการให้มีการขยายผลกับผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งขบวนการ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงพบข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว &amp;nbsp; โดยลงพื้นที่อำนวยการด้วยตนเอง พร้อมบูรณาการกับ ชุดปฎิบัติการๆ ของศูนย์ปฎิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป)ร่วมปฎิบัติการอย่างต่อเนื่อง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30292</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญาเสือ, ล่าสัตว์ป่า, สัตว์ป่าสงวน, สัตว์อนุรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190302/image_big_5c79fea69f3c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
