<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 21:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา! พบ &#039;นาก&#039; สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในป่าลุ่มน้ำอิง เร่งจัดทำพื้นที่อนุรักษ์แห่งแรกในเอเชีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - ที่โรงแรมทีคการ์เด้น อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้มีกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ &amp;ldquo;การสื่อสารเพื่อการอนุรักษ์ เรียนรู้สร้างสื่อเครือข่ายชุมชนและภาคประชาสังคม ลุ่มน้ำอิง กก &amp;ndash; โขง&amp;rdquo; และมีการแถลงข่าวเรื่องการค้นพบนากลุ่มน้ำโขง ในที่ป่าชุ่มน้ำแม่น้ำอิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเกียรติ เขื่อนเชียงสา นายกสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต กล่าวว่า การค้นพบนากในลุ่มน้ำโขงบริเวณแม่น้ำอิงสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ราบลุ่มน้ำอิงตอนล่างมีความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาค เป็นการค้นพบครั้งสำคัญของพื้นที่ลุ่มน้ำโขง โดยสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต และตัวแทนชาวบ้านจะร่วมมือกันในการที่จะดูแลรักษาหาพื้นที่ปลอดภัยให้กับนาก โดยปัจจุบันมีความร่วมมือกับสำนักทรัพยากรธรรมชาติฯพยายามผลักดันให้ขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิษณุกร ดีแก้ว เจ้าหน้าที่สมาคมฯในฐานะผู้ช่วยนักวิจัยกล่าวว่า จากการสำรวจสองจุดที่ป่าบุญเรืองและป่าชุ่มน้ำบ้านม่วงชุม โดยใช้กล้องดักจับ camera tab จำนวน 25ตัว เป็นเวลา1 เดือน &amp;nbsp;โดยพบนากใหญ่ธรรมดา และยังพบอีเห็น แมวดาว กระต่ายป่าและนกต่างๆ ซึ่งจากการบอกเล่าของชาวบ้านบอกว่าเคยเห็นแต่ไม่เคยเห็นภาพชัดเจนเราจึงได้ตั้งกล้องไว้ 1 เดือนเพื่อดักถ่ายสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชเญศพงษ์ คุรุปรัชญามรรค ผู้ประสานงานสภาประชาชนลุ่มน้ำอิงตอนล่างและชาวบ้านบุญเรือง กล่าวว่า นากในประเทศไทยที่ค้นพบคือ นากใหญ่ธรรมดา นาคใหญ่ขนเรียบ นากจมูกขนและนากเล็กเล็บสั้น ทุกชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ที่พบคือนากใหญ่ธรรมดา &amp;nbsp;เมื่อเอาไปศึกษาร่วมกับนักวิจัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี พบว่าลุ่มแม่น้ำอิงอาจมีนากอยู่ 2 ชนิดคือนากใหญ่ธรรมดาและนากใหญ่ขนเรียบ นอกจากนี้ยังพบสัตว์หายากขนาดเล็กคือแมวดาวมีความสำคัญเหมือนกันเสือปลาซึ่งเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ยังพบสัตว์กลุ่มชะมด กระต่าย ไก่ป่าและนกทั้งประจำถิ่นและนกอพยพตามฤดูกาล สะท้อนว่าลุ่มน้ำอิงยังอุดมสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิมนากเป็นข้อพิพาทกับเครื่องมือทำมาหากินกับชาวบ้าน พื้นที่พบนากส่วนใหญ่เชื่อมต่อกับเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลา ก้าวต่อไปของคนบุญเรืองคือเราจะอยู่ร่วมกับสัตว์อย่างไรโดยไม่เบียดเบียนกัน แบ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์กันอย่างไร&amp;rdquo;นายพิชเญศพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสายัณน์ ข้ามหนึ่ง รองผู้อำนวยการสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตกล่าวว่า เราต้องพิสูจน์ให้ได้ว่านากที่พบในป่าชุ่มน้ำบ้านม่วงชุม มีแนวโน้มเป็นไปได้ที่จะเป็นนากใหญ่ขนเรียบ เนื่องจากชาวบ้านพบเจอแต่ละครั้งกว่า 10 ตัว ซึ่งลักษณะหางไม่เหมือนกัน จากผลการตรวจ DNA เป็นนากใหญ่ธรรมดา ซึ่งมีนิสัยชอบอยู่แบบสันโดด ภารกิจต่อไปคือเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจดีเอ็นเอ และมีตัวอย่างโครงกระดูกนากที่บุญเรือง เราคาดว่ามี 2 ชนิด ในลุ่มน้ำอิง และสายพันธุ์กรรมไม่ตรงกับที่อื่นเลย แสดงว่าเป็นสายพันธุ์ที่นี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;1 ใน 8 เกณฑ์ของการขึ้นทะเบียนแรมซ่าคือพิสูจน์ได้ว่ามีสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และมีเอกลักษณ์ในพื้นที่ชุ่มน้ำให้สัตว์เหล่านี้อยู่ได้ เป็นการพิสูจน์ได้ว่าเรามีพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญระหว่างประเทศ ตรงนี้หากเราจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับนากในมิติความสัทพันธุ์ทางสังคม จะทำให้พื้นที่นี้เป็นแห่งแรกๆของเอเชีย เพราะยังไม่มีที่ไหนทำได้&amp;rdquo;นายสายัณน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไกรทอง เหง้าน้อย ผู้ช่วยนักวิจัย ที่ได้ร่วมศึกษาวิจัยด้านความสัมพันธ์ นากกับคน ในลุ่มน้ำอิงตอนล่าง 10ชุมชน กล่าวว่า &amp;nbsp;นากอยู่ในภาวะถูกคุกคามคือชาวบ้านบางส่วนยังเห็นเป็นศัตรูเพราะนากทำลายเครื่องมือหาปลาของชุมชน ในแต่ละปีคนหาปลาในแม่น้ำอิงสูญเสียเครื่องมือหาปลาที่เป็นตาข่ายดักปลาคิดเป็นอัตราความสูญเสียกว่า 2,000 บาทต่อคน ซึ่งทำให้ภาพความขัดแย้งเพิ่มสูงขึ้น แต่หากสภาพปัญหาหลักๆซึ่งมาจากการลดลงของพื้นที่แหล่งอาหาร ในแม่น้ำอิงทำให้ปริมาณปลาลดลง ที่อยู่อาศัยของนากถูกคุกคามจากการพัฒนาพื้นที่ ทั้งการขุดรอก การเปลี่ยนสภาพพื้นที่ &amp;nbsp;พอพื้นที่อาหารลดลง คนกับนากมีแหล่งอาหารในพื้นที่เดียวกัน จึงเกิดการแย่งชิงปลา และทำลายอุปกรณ์เครื่องมือหาปลา จากกนี้ไปเราพยายามทำความร่วมมือกับชุมชน เพื่อลดผลกระทบด้านความขัดแย้ง และเพิ่มพื้นที่ปลอดภัยแหล่งอาหารให้นาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเราทำเป็นพื้นที่อนุรักษ์นากลุ่มน้ำอิงทำได้ ก็น่าจะช่วยเปลี่ยนทัศนคติคนได้ พื้นที่แห่งนี้จะเป็นพื้นที่แรกของเอเชียที่อนุรักษ์นาก ดังนั้นควรมีการจัดตั้งกองทุนเยียวยาเครื่องมือหาปลาที่ถูกนากทำลาย และระยะยาวควรมีการดูแลเรื่องการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การเพาะพันธุ์ปลาพื้นเมืองเพื่อชดเชยปลาที่หายไป ถ้าเราไม่พยายามสร้างแหล่งอาหารให้ความขัดแย้งก็ยิ่งเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;นายไกรทอง กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108445</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงราย, ตัวนาก, นาก, ลุ่มน้ำอิง, สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต, สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา, สัตว์ใกล้สูญพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60df1e9ed42fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 17:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 17:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวนสัตว์เปิดเขาเขียว อวดโฉมลูก &#039;สมเสร็จ&#039; มีลายบนตัวคล้ายแตงไทย พร้อมให้เข้าชมแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.63 - นายอรรถพร ศรีเหรัญ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เปิดเผยว่า นับเป็นเรื่องน่ายินดีของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว เมื่อสมเสร็จหนึ่งในสัตว์ป่าสงวนของไทยใกล้สูญพันธ์ุ ได้ให้สมาชิกใหม่เป็นลูกสมเสร็จ&amp;nbsp;ซึ่งเกิดจากพ่อชื่อ&amp;nbsp;&amp;quot;แหว่ง&amp;quot;&amp;nbsp;อายุ 22 ปี แม่ชื่อ &amp;quot;จมโคลน&amp;quot;&amp;nbsp;อายุ 11 ปี โดยลูกสมเสร็จ ตัวล่าสุดเป็นเพศผู้ จำนวน 1 ตัว เกิดเมื่อวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มิถุนายน 2563&amp;nbsp;หลังจากลืมตาดูโลก ลูกสมเสร็จได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์ เจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์ และแม่สมเสร็จมาระยะหนึ่งแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรง เดินคลอเคลียไม่ยอมห่างแม่สมเสร็จ ลูกสมเสร็จในช่วงแรกจะมีลวดลายลักษณะคล้ายแตงไทย แต่จะค่อยเลือนหายไปเมื่ออายุประมาณ 6 เดือน แล้วจะผลัดสีเป็นครึ่งดำขาวแยกกันชัดเจนทั้งตัว พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้ชมความน่ารักของลูกสมเสร็จตัวใหม่ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริเวณส่วนแสดง&amp;nbsp;Forest of Asia&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสมเสร็จ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมกินพืชขนาดใหญ่ เป็นสัตว์มีหน้าตาประหลาด มีลักษณะของสัตว์หลายชนิดผสมอยู่ในตัวเดียวกัน มีจมูกที่ยื่นยาวออกมาคล้ายงวงของช้าง ลำตัวคล้ายหมูที่มีขายาว หางสั้นคล้ายหมีและมีกีบเท้าคล้ายแรด อาศัยในป่าทึบในแถบอเมริกาใต้, อเมริกากลาง, และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลูกอ่อนที่เกิดมาใหม่จะมีลวดลายตามตัวเหมือนแตงไทย คล้ายลูกหมูป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเสร็จทุกชนิดมีหูรูปไข่ ปลายหูสีขาว มนกลม ก้นห้อย หางอวบ สั้น ขาหน้ามีกีบเท้า 4 กีบ ขาหลังมี 3 กีบ ช่วยให้สามารถเดินบนโคลนหรือพื้นที่อ่อนนุ่มได้ ลูกสมเสร็จมีขนลายทาง หรือลายจุดเพื่อพรางตัว เพศเมียมีเต้านมเต้าคู่เดียว ปัจจุบันสมเสร็จ จัดเป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดหนึ่งใน 19 ชนิดของประเทศไทย และจัดโดยอนุสัญญา&amp;nbsp;CITES&amp;nbsp;ไว้ใน&amp;nbsp;Appendix I&amp;nbsp;และจัดเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ตาม&amp;nbsp;U.S. Endanger Species Act.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74002</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเสร็จ, สวนสัตว์เปิดเขาเขียว, สัตว์ใกล้สูญพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f311a550a882.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด &#039;กอริลลาภูเขา&#039; โดนฟ้าผ่าตาย 4 ตัวที่ยูกันดา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติเผยว่า กอริลลาภูเขา 4 ตัวซึ่งเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ โดนฟ้าผ่าตายที่อุทยานแห่งชาติในยูกันดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แฟ้มภาพ กอริลลาภูเขา (Aude GENET/AFP/GettyImages)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอริลลาภูเขา 4 ตัว ได้แก่ กอริลลาโตเต็มวัยเพศเมีย 3 ตัว และลูกกอริลลาเพศผู้ 1 ตัว ถูกพบซากที่อุทยานแห่งชาติมากาฮิงกาทางตะวันตกเฉียงใต้ของยูกันดาเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ซากของกอริลลาภูเขาทั้ง 4 ตัวถูกเคลื่อนย้ายาชันสูตรเพื่อหาสาเหตุของการตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เกรทเตอร์ วีรูงกา ทรานส์เบาน์ดรี โคลลาโบเรชั่น (จีวีทีซี) แถลงเมื่อวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ว่า จากการชันสูตรร่างของกอริลลาภูเขาทั้ง 4 ตัวพบว่ามีรอยแผลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าพวกมันตายด้วยกระแสไฟฟ้าจากโดนฟ้าผ่า โดยผลชันสูตรศพของกอริลลาอย่างเป็นทางการจะทราบผลอีกราว 2-3 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอริลลาภูเขาทั้ง 4 ตัวเป็นสมาชิกของครอบครัวกอริลลาชื่อฮีร์วา ครอบครัวนี้มีสมาชิกทั้งหมด 17 ตัว พวกมันข้ามมาจากอุทยานแห่งชาติโวลคาโนส์ในรวันดาประเทศเพื่อนบ้านของยูกันดา มาอาศัยอยู่ที่อุทยานแห่งชาติมากาฮิงกาเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แอนดรูว์ เซกูยา เลขาธิการจีวีทีซีกล่าวกับบีบีซีว่า นับเป็นการสูญเสียกอริลลาภูเขาที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง เนื่องจากกอริลลาภูเขาเพศเมียตายไปถึง 3 ตัว ในอนาคตพวกมันจะให้กำเนิดลูกได้มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกอริลลาภูเขาตัวอื่นในครอบครัวนี้ที่เหลือ 13 ตัวปลอดภัยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 2551 ประชากรกอริลลาภูเขาเหลืออยู่เพียง 680 ตัว แต่ด้วยความพยายามอนุรักษ์กอริลลาสายพันธุ์นี้เอาไว้ และเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนปราบปรามกลุ่มนักล่าสัตว์ป่า ทำให้ปัจจุบันมีกอริลลาภูเขามากกว่า 1,000 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอริลลาภูขาเป็นสายพันธุ์ย่อยของกอริลลาตะวันออก ในบัญชีแดงของสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) ถอดกอริลลาภูเขาออกจาก &amp;quot;สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์&amp;quot; ไปอยู่ใน &amp;quot;สิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์&amp;quot; เมื่อปี 2561.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56746</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอริลลาภูเขา, ฟ้าผ่าตาย, ยูกันดา, สัตว์ใกล้สูญพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e40115907bf1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
