<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110972</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2021 17:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2021 17:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทาหรณ์! เด็กชาย 5 ขวบตามจับตัวด้วงพื้นที่ก่อสร้าง ถูกแม็คโครถอยทับหัวเจ็บสาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้&amp;nbsp;หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รับแจ้งเกิดเหตุรถแม็คโครเล็ก เหยียบทับร่างเด็กอาการสาหัส ภายในซอยมั่นแก้ว ชุมชนบ้านหนองกระจง ม.4 ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงส่งรถกู้ชีพ พร้อมเจ้าหน้าที่ เร่งเข้าให้การช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 100 ตารางวาอยู่ในระหว่างปรับหน้าดินพบร่าง ด.ช.วรเมธ ปวนคำ อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนจุกเสม็ด สภาพนอนหายใจรวยรินจมกองเลือด บริเวณศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ ถูกล้อตีนตะขาบรถแม็คโครทับ โดยมี น.ส.ฉันทนา ดีเดิม อายุ 35 ปี ผู้เป็นแม่ ยืนร่ำไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ เบื้องต้น หน่วยกู้ภัยเร่งนำตัวส่งรักษายัง ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถาม นายสมปอง เชื้อวงค์ อายุ 35 ปี คนขับรถแม็คโคร เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ กำลังขับรถเกลี่ยปรับพื้นดิน ไม่ทันเห็นเด็กมาเล่นอยู่บริเวณด้านท้ายรถ จึงได้ถอยทับบริเวณศีรษะ ก่อนจะได้ยินเสียงเด็กร้องว่า ทับแล้วๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อวานนี้ ด.ช.วรเมธ พร้อมกับเพื่อนๆได้พากันเข้ามาวิ่งเล่นหาจับตัวด้วง และพยายามจะปีนขึ้นมาบนรถ ขณะเครื่องจักรกำลังทำงาน โชคดีไม่ได้รับอันตราย จึงได้ไล่ให้พากันออกไปวิ่งเล่นที่อื่น ไม่คิดว่าวันนี้จะพากันแอบเข้ามาอีก จนเกิดอุบัติเหตุสลดขึ้น ดังกล่าว&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เด็กๆพากันออกจากบ้านมาวิ่งเล่นหาจับตัวด้วงนั้น ไม่ได้มีผู้ใหญ่ให้การกำกับดูแล ปล่อยให้อยู่กันเพียงลำพัง เพราะต่างฝ่ายต่างพากันออกไปทำงาน ด้วยเหตุนี้ ทำให้เด็กรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พากันเข้าไปวิ่งเล่นในพื้นที่ก่อสร้างจนได้รับอันตรายในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110972</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, สัตหีบ, อุทาหรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210724/image_big_60fbe4a1bc401.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิลึก! หนุ่มใหญ่ขี้เมากินเครื่องเซ่นไหว้ อ้างเจ้าแม่ไม่ให้ไปไหน เมียรับอาการเพ้อหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงโค้งสุดท้ายอีกเพียง 1 วัน ก็จะถึงวันออกผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ก.ค.64 ได้เกิดเหตุการณ์มีชายแต่งกายแปลกประหลาด ใช้ผ้าสามสีโพกศีรษะ นั่งสมาธิอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้าแม่ไทรงาม และศาลเจ้าแม่แตงอ่อน ที่ตั้งอยู่ริมถนนทางเข้า ชุมชนบ้านช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนเป็นที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้พบเห็นอย่างมาก ทราบชื่อชายรายนี้ คือ นายทองล้วน ภูวัน อายุ 57 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น อาชีพ เก็บของเก่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้าเมื่อช่วงต้นปี 64 ได้ตกเป็นข่าวโด่งดังทางสื่อต่างๆ หลังแต่งกายคล้ายซุนหงอคง ขึ้นโรงพักสัตหีบ พบพนักงานสอบสวน เคลียร์คดีกับคู่กรณี รถพ่วงข้างเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน แต่ทางตำรวจชี้ให้เป็นฝ่ายผิดเนื่องจากเมาสุรา ไม่นานก็ไม่ตกเป็นข่าวโด่งดังอีกครั้ง หลังสวมหน้ากากเสือ เมาสุราขี่รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำบนถนน ล้มกลิ้งไม่เป็นท่า จนมีผู้มาพบแต่งกายคล้ายเจ้าพ่อประทับทรงอยู่หน้าศาลเจ้าแม่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ไปขอหวย เพราะไม่สวมหน้ากากอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตามหาความจริง โดยได้รับการเปิดเผยจากปาก นายทองล้วน ซึ่งให้การว่า สืบเนื่องช่วงต้นเดือน ได้มีอะไรดลจิตดลใจ ให้เดินเท้าจากสัตหีบเกือบ 20 กม. เพื่อมายังศาลเจ้าแม่แห่งนี้ ระหว่างที่จะเดินทางกลับออกไป ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงมาพูดกระซิบที่หูว่า &amp;ldquo;จะไปไหน&amp;rdquo; นอกจากนี้ เคยคิดจะเดินออกไปจากที่นี่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ต้องวนกลับมาที่เดิม พร้อมย้ำว่า เจ้าแม่มีจริง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จาการสอบถามชาวบ้าน ได้เห็นนายทองล้วน มาอาศัยอยู่บริเวณศาลได้ราว 2 อาทิตย์ มีพฤติกรรมกินเครื่องเซ่นไหว้ รื้อชุดไทย และช่วงฝนตก ก็ได้ขึ้นไปนั่งอยู่กับรูปปั้นเจ้าแม่บนศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นางน้อย อายุ 61ปี ซึ่งเป็นภรรยา มีอาชีพแม่บ้านในปั้มน้ำมัน เปิดเผยว่า ก่อนหน้าเพียงไม่กี่วัน สามี ที่หายออกจากบ้านไปนานเกือบ 2 อาทิตย์ ได้เดินทางกลับมาบ้าน พร้อมบอกว่า ให้หาสามีใหม่ ไม่ต้องรอเขากลับมา เขาจะขอใช้ชีวิตใหม่อยู่ที่ศาลเจ้าแม่ ได้พยายามอ้อนวอนแต่ยืนยันที่จะไป ยอมรับว่าเป็นห่วง และเกรงว่า การไปรื้อศาล หรือไปรบกวนเจ้าแม่ เสมือนเป็นการลบหลู่ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จนทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ยอมรับว่า สามีชอบดื่มสุรา แต่งกายตลกขบขัน เป็นคนปกติไม่บ้า แต่มาครั้งนี้ยอมรับว่า อาการหนักมาก ถึงขั้นพูดคนเดียว และเพ้อเห็นผีเปรต มีเพศสัมพันธ์กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109848</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, สัตหีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f01f7714ede.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 23:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ลุยตรวจ งบเสาไฟสัตหีบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ป.ป.ช.ชลบุรีพร้อมเครือข่ายต้านทุจริตภาคประชาชน ซุ่มตรวจเสาไฟประภาคารสัตหีบ เรียกเอกสารสอบหาข้อเท็จจริง ด้านนายกเทศมนตรีแจงยิบ ยันใช้งบโปร่งใส วัสดุอุปกรณ์เหมาะกับเมืองชายฝั่ง ลั่นพบ จนท.ทุจริตลงดาบทั้งวินัยและอาญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp;17 มิ.ย.64&amp;nbsp;นายปรีชา แนบถนอม หัวหน้าฝ่ายป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช.จ.ชลบุรี และเจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช.ภาค 2 พร้อมกับชมรม&amp;nbsp;STRONG&amp;nbsp;เครือข่ายต้านทุจริตภาคประชาชน จ.ชลบุรี ได้เดินทางมายังห้องประชุมเทศบาลเมืองสัตหีบ&amp;nbsp;อ.สัตหีบ&amp;nbsp;จ.ชลบุรี โดยมีนายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ&amp;nbsp;นางสาวอ้อย ปลีเจริญ รองปลัดเทศบาล และเจ้าหน้าที่กองช่าง ให้การต้อนรับ และชี้แจงการสร้างเสาไฟฟ้าประติมากรรมตามที่ ทาง ป.ป.ช.จ.ชลบุรีตั้งคำถาม โดยเฉพาะงบประมาณจัดสร้างและความเหมาะสมของวัสดุอุปกรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีชา แนบถนอม หัวหน้าฝ่ายป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช.จ.ชลบุรี กล่าวว่า การมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ไม่ได้แจ้งให้ทางเทศบาลทราบแต่อย่างใด&amp;nbsp;เพราะได้รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อมวลชนและโซเชียลที่มีความคิดเห็นแตกต่างกัน ก่อให้เกิดความสงสัยจากสังคม ที่สำคัญประชาชนเข้าใจผิดว่าทุกแห่งทั่วประเทศกระทำเหมือนกันหมดหรือมีทุจริตทุกแห่ง จึงเดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมได้ลงพื้นที่ดูเสาไฟฟ้าประติมากรรมรูปประภาคาร ปรากฏว่าวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้นั้นเป็นไปตามที่เสนอของบประมาณและสร้างตามแบบที่เสนอ ขณะนี้การดำเนินการของผู้รับเหมายังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่คืบหน้าประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ได้ขอเอกสารทั้งหมดเพื่อนำไปตรวจสอบรายละเอียดและข้อเท็จจริงก่อนว่ามีการกระทำความผิดหรือไม่ ถ้ามีต้องให้ทางเทศบาลพิจารณาลงโทษ ถ้าไม่มีขอชื่นชมที่มีการบริหารจัดการงบประมาณอย่างถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณที่ได้รับอนุมัติมาจากสำนักงบประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ล้านบาท ได้นำมาใช้ในการสร้างเสาไฟฟ้าประติมากรรมรูปแบบประภาคาร ซึ่งเป็นการออกแบบเพื่อให้สอดรับกับหัวเมืองชายทะเล และรองรับความเจริญในพื้นที่&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;เป็นระบบเดินสายไฟฟ้าใต้ดิน ไม่ได้ใช้ไฟฟ้าระบบโซลาร์เซลล์แต่อย่างใด จึงมีความยากลำบากสำหรับผู้รับเหมา จำเป็นต้องเจาะริมฟุตปาธที่อยู่ในชุมชนตลาดสัตหีบ 100 ปี เพื่อเดินสายไฟฟ้าเชื่อมต่อสายไฟถึง 139 ต้น วัสดุที่นำมาใช้เป็นประเภทสเตนเลสและอะลูมิเนียมเพื่อป้องกันการเป็นสนิม เพราะพื้นที่สัตหีบติดกับชายทะเล รับรองได้ว่ามีความคงทนถาวร ส่วนไฟฟ้าแสงสว่างใช้ถึง 150 วัตต์ และมีดวงไฟเล็กๆ ให้แสงสว่างทางเดินอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดีใจที่ทาง ป.ป.ช.จ.ชลบุรี และ ป.ป.ช.ภาค 2 ได้ลงมาตรวจสอบการทำงาน การใช้งบประมาณในการสร้างเสาไฟฟ้าประติมากรรม เนื่องจากขณะนี้มีผู้ไม่ปรารถนาดีกับทางเทศบาลเมืองสัตหีบใช้กระแสโซเชียลโจมตี ให้ข้อมูลผิดๆ กล่าวหาว่ามีการทุจริตไปสู่สังคมภายนอกจนก่อให้เกิดความเสียหาย ต้องการให้มีการตรวจสอบในทุกกรณีที่เกิดความสงสัยการใช้งบประมาณโครงการนี้&amp;nbsp;หรือถ้ามีเจ้าหน้าที่กระทำความผิดจะได้ลงโทษทางวินัยและอาญา ทางเทศบาลมีนโยบายชัดเจนห้ามทุจริต ประพฤติมิชอบ ต้องนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;nbsp;การที่ ป.ป.ช.มาตรวจสอบจะได้มีคำตอบให้กับประชาชนว่าเทศบาลเมืองสัตหีบบริหารงานด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม&amp;quot; นายณรงค์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106730</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบเสาไฟ, ต้านทุจริตภาคประชาชน, ป.ป.ช., ปรีชา แนบถนอม, สัตหีบ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb4431b4635.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2021 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิจารณ์สนั่น! นายกเล็กเมืองสัตหีบ โร่แจงเสาไฟประภาคาร งบ 20 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเป็นกระแสข่าว และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงกรณี เทศบาลเมืองสัตหีบ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้ทุ่มงบประมาณนับสิบล้านบาท ในการก่อสร้างเสาไฟส่องสว่าง ประติมากรรมรูปทรง ประภาคาร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เมืองสัตหีบ ที่มีราคาสูงถึงต้นละเกือบ 1.5 แสนบาท ขึ้นบนช่องทางเดินเท้า ถนนสายต่าง ๆ ภายในตลาดสัตหีบ ทำให้มีประชาชนชาวสัตหีบจำนวนมาก ถ่ายรูปพร้อมแสดงความคิดเห็นหลากหลายลงสื่อโซเชียล จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์&amp;nbsp; ถึงการสร้างเสาไฟดังกล่าว อาทิ เกิดความสงสัยงบประมาณว่าเหมาะสมหรือไม่ ถูกสายเคเบิลต่าง ๆ บดบังทัศนียภาพจนไม่สวยงาม จัดตั้งบนทางเท้าทำให้ชาวบ้านเดินสัญจรไปมาลำบาก และจำเป็นหรือไม่ ที่นำงบประมาณมาจัดทำในช่วงที่บ้านเมืองกำลังวิกฤต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ เปิดเผยว่า โครงการติดตั้งเสาไฟฟ้า แบบประติมากรรมมีสัญลักษณ์ &amp;ldquo;ประภาคาร&amp;rdquo; อยู่บนยอดเสา ความสูง 7 เมตร กว้าง 4 นิ้ว หนา 4 มิลลิเมตร แสงไฟระบบ&amp;nbsp;LED&amp;nbsp;ขนาด 150 วัตต์&amp;nbsp; (ไม่ใช่ระบบโซล่าเซล) วัสดุเป็นอลูมิเนียมฉีดเคลือบด้วยทรายเม็ด และสแตนเลสกันสนิม ตามมาตรฐานสากล เดินสายไฟใต้ดิน นำมาติดตั้งในเขตเทศบาลเมืองสัตหีบ โดยเฉพาะโดยรอบของตลาด 100 ปี จำนวน 139 ต้น ระยะห่างระหว่างเสาประมาณ 20- -25 เมตร&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็น 2 โครงการ ๆ ละไม่เกิน 10 ล้านบาท รวมงบประมาณ 20 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกล่าวว่า เมื่อปี 2562-2563 สำนักงบประมาณได้ให้ทางเทศบาลเสนอโครงการ เสาไฟฟ้าประติมากรรม พร้อมรูปแบบ เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณ 20 ล้านบาท จึงได้นำเสนอเสาไฟรูปแบบดังกล่าว เพื่อสอดรับกับพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจ&amp;nbsp;EEC&amp;nbsp;ให้ชุมชนตลาดสัตหีบ 100 ปี เกิดความสวยงามสว่างไสว ที่สำคัญเมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้ว สำนักงบประมาณจะเป็นผู้โอนเงินค่าก่อสร้างเข้าบัญชีผู้รับเหมาโดยตรง ทางเทศบาลฯไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ และไม่ได้ใช้งบประมาณที่จัดเก็บจากภาษีประชาชนในท้องถิ่นแต่อย่างใด หากประชาชนเคลือบแคลงสงสัยในโครงการ ถึงเป้าประสงค์ ราคาวัสดุ หรืองบประมาณไม่โปร่งใส่ ก็ยินดีให้เชิญหน่วยงาน ปปง. และสตง. เข้ามาตรวจสอบความถูกต้อง เพื่อประชาชนจะได้หายสงสัยในเรื่องนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106608</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, สัตหีบ, เสาไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9efc285426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104593</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2021 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2021 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพเรือ นำกำลังเคลียร์พื้นที่ตลาดเช้าสัตหีบ หลังโดนพายุถล่มเสียหายหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.64 - หลังจากช่วงเช้าวันที่ 28 พ.ค.ได้เกิดฝนฟ้าคะนองและมีลมกรรโชกแรง พัดจากทะเลเข้าซัดหาชายฝั่ง ช่วงเวลาเพียง 10 นาที ได้สร้างความเสียหายให้กับร้านค้าภายใน ตลาดเช้าสัตหีบ ตั้งอยู่พื้นที่ ม.1 ต.สัตหีบอ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งมีภูมิประเทศติดชายฝั่ง ส่งผลให้หลังคาของร้านค้า ส่วนใหญ่ทำจากวัสดุสังกะสี และเมทัลชีท ถูกแรงลมพัดจนหลุดออกจากฐานยึด ปลิวว่อนไปทั่วตลาด ตลอดจน เสาไฟฟ้าเอนเอียง 1 ต้น และจักรยานยนต์เสียหาย 3 คัน ส่งผลความเสียหายเป็นวงกว้าง โชคดีที่ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ กองทัพเรือ ได้สั่งการให้ นาวาโท เปรมศักดิ์ ดำทับ ผู้บังคับกองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2 นำกำลังพร้อมอุปกรณ์ช่างเข้าเคลียร์พื้นที่ ซากปรักหักพังของหลังคาร้าน ที่มีขนาดใหญ่ยากต่อการเคลื่อนย้าย นอกจากนี้ ในส่วนของระบบเสาไฟฟ้าที่ชำรุดเอนเอียง ได้ประสานให้ &amp;nbsp;กิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทาน กองทัพเรือ&amp;nbsp;เข้าดำเนินการ เพื่อให้การช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติ สามารถกลับมาค้าขายได้อย่างปกติ และมีความปลอดภัย ซึ่งคาดว่า ภายใน 2-3 วัน การดำเนินการซ่อมทำทุกส่วนจะแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.โสภา ขมิ้นสน อายุ 64 ปี แม่ค้าขายพวงมาลัย เปิดเผยว่า ยังติดตาภาพช่วงเวลาเกิดเหตุ ที่ได้สร้างความตกใจ และหวาดกลัวอย่างมาก หลังคาที่กำลังรื้อถอนเป็นส่วนหนึ่งของร้าน ที่ได้สร้างความเสียหายกว่า 40,000 บาท นับเป็นความโชคดีที่ทาง กองทัพเรือ เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือ ไม่เช่นนั้น คงต้องเสียค่ารื้อถอนอีกหลายบาท ซึ่งทหารทุกคนใจดี ให้การช่วยเหลืออย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ต้องขอขอบคุณ กองทัพเรือ ที่มาช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพ่อค้าแม่ค้าในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104593</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, จังหวัดชลบุรี, สัตหีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210529/image_big_60b20a3ea638c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 14:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จท.ทดสอบความพร้อมเรือ The Blue Dolphin เตรียมเปิดเส้นทาง &#039;สัตหีบ-สงขลา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.2564 นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท.) เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่า ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในการแก้ไขปัญหาการจราจรทางบกติดขัด ลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 และเพิ่มทางเลือกในการขนส่งสินค้า กรมเจ้าท่าได้ร่วมมือกับบริษัท ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด ผลักดันให้เกิดโครงการเรือเฟอร์รี่ข้ามอ่าวระหว่างท่าเทียบเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กับท่าเทียบเรือสวัสดิ์ จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการในด้านความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมสำหรับให้บริการจริงแก่ประชาชน

สำหรับเรือ The Blue Dolphin หมายเลขทะเบียนเรือ 640000020 ขนาดความยาว 136.6 เมตร กว้าง 21 เมตร ขนาด 7003 ตันกรอส สามารถบรรทุกรถ 10 ล้อ ได้ครั้งละ 80 คัน รถยนต์ส่วนบุคคลได้ 15-20 คัน คนประจำเรือ 30 คน บรรทุกคนโดยสารได้ 586 คน โดยสามารถทำความเร็วได้ประมาณ 18-20 น็อต สำหรับกำหนดการทดสอบการเดินเรือออกจากท่าเทียบเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา

ในระยะทางประมาณ 325 ไมล์ทะเล ใช้ความเร็วมัธยัสถ์ที่ 17 น็อต เข็มการเดินเรือประมาณ 185 องศา เดินทางถึงปากร่องน้ำสงขลาเวลาประมาณ 08.00 น.ของวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ใช้เวลาประมาณ 21 ชั่วโมง 30 นาที และลอยลำรอรับการนำร่องเพื่อทดสอบการนำเรือเข้าเทียบท่า ซึ่งเจ้าหน้าที่นำร่องได้ปฏิบัติการนำร่องในเรือเวลา 09.00 น. สามารถนำเรือ The Blue Dolphin เข้าเทียบที่ท่าเรือสวัสดิ์ จังหวัดสงขลา เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเวลาประมาณ 11.00 น.

&amp;nbsp;ทั้งนี้ เรือ The Blue Dolphin มีแผนการเดินเรือในเส้นทางระหว่างจังหวัดชลบุรี-จังหวัดสงขลา โดยออกเดินทางจากท่าเรือพาณิชย์สัตหีบไปยังจังหวัดสงขลา และจะขยายเส้นทางเชื่อมโยงเข้ากับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในระยะต่อไปการคมนาคมขนส่งทางน้ำในเส้นทางดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor, EEC เข้ากับระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor, SEC ช่วยเพิ่มศักยภาพของการขนส่งทางน้ำ ลดต้นทุนและอุบัติเหตุจากการขนส่งทางบก และลดปัญหามลพิษฝุ่นละออง PM 2.5 อันจะเป็นประโยชน์ทั้งในด้านการขนส่งและการท่องเที่ยวทางทะเลได้อย่างยั่งยืนต่อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมเจ้าท่า, วิทยา ยาม่วง, สัตหีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a608a742f46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103466</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 17:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 17:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>น่าสงสาร! จนท.ช่วยชีวิต &#039;ลิงแสม&#039; วิ่งข้ามถนนถูกรถชนบาดเจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค.64 - ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองสัตหีบ รับแจ้งเหตุลิงถูกรถชนได้รับบาดเจ็บ บนถนนสุขุมวิท กม.170 บริเวณหน้าบ้านพักกรมสรรพาวุธทหารเรือ ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบลิงแสม เพศผู้ อายุระหว่าง 3-5 ปี นอนซุกตัวอยู่ในพงหญ้า สภาพขาขวา และคอ ถูกรถชนมีบาดแผลฉกรรจ์เลือดอาบ กำลังส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด โดยมี พลเมืองดีที่ผ่านมาประสบเหตุ ยืนเฝ้าดูลิงด้วยความเป็นห่วง เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ใช้อุปกรณ์จับงู โดยนำห่วงเชือกคล้องคอ ก่อนจะจับใส่ถุงปุ๋ย นำตัวส่งให้กับ สัตวบาลของ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อทำการรักษาบาดแผล ก่อนนำปล่อยคืนสู่ธรรมชาติดังเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถาม น.ส.ทิพย์ แข้โส อายุ 52 ปี แม่ค้าผลไม้ ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้เห็นลิงวิ่งออกมาจากป่า ขณะกำลังข้ามถนนไปฝั่งตรงข้าม ได้ถูกรถยนต์ที่วิ่งมาพุ่งชนจนได้รับบาดเจ็บ ด้วยความสงสาร และสมเพชเวทนา จึงได้โบกรถให้คนช่วยนำตัวลิงขึ้นไปไว้ในที่ปลอดภัย บนเกาะกลางถนน ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยชีวิต ส่วนสาเหตุ สันนิษฐานว่า ลิงคงออกจากป่ามาหาอาหาร จนถูกรถชนดังกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103466</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดชลบุรี, ช่วยลิง, ลิงแสม, สัตหีบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4e70282d80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
