<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83502</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ต้านไม่อยู่&#039;กขค.&#039;เสียงข้างน้อยย้ำซีพีควบรวมโลตัสกระทบผูกขาดอย่างรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 พ.ย.2563 นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการการแข่งขันทางการค้าและโฆษกคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยถึงกรณีที่เป็นหนึ่งในกรรมการการแข่งขันทางการค้าเสียงข้างน้อย ที่ไม่เห็นชอบการอนุญาตให้รวมธุรกิจระหว่างบริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้น จำกัด และบริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ว่า ในการประชุมคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) มีกรรมการ 3 ท่าน คือ ตน นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า และนางอร่ามศรี รุพันธ์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า ที่ไม่เห็นด้วยกับการอนุญาตให้ควบรวมธุรกิจ และมีกรรมการที่เหลืออีก 4 เสียง ที่เห็นด้วยกับการอนุญาตให้ควบรวมธุรกิจ ซึ่งถือเป็นมุมมองของกรรมการแต่ละท่าน ที่จะใช้ดุลพินิจ และเป็นอิสระในการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เหตุผลที่คณะกรรมการ กขค. 3 ท่าน เห็นพ้องกันที่ไม่เห็นชอบการอนุญาตให้รวมธุรกิจ เพราะเห็นว่าการรวมธุรกิจจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากการรวมธุรกิจมีโอกาสทำให้เกิดการผูกขาดหรือครอบงำทางเศรษฐกิจขึ้นได้ เพราะผู้ขออนุญาตมีสถานะเป็นผู้ผลิตสินค้าสำคัญหลายประเภททั้งในส่วนของสินค้าเกษตรและสินค้าเกษตรแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ระดับต้นน้ำถึงปลายน้ำ เมื่อผนวกรวมกับธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ที่มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ในระดับสูงทุกรูปแบบการค้า ตั้งแต่ระดับค้าส่ง ค้าปลีกขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ซึ่งเป็นช่องทางการจำหน่ายสำคัญที่จะกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภค ด้วยปัจจัยเหล่านี้จะทำให้ผู้ขออนุญาตมีอำนาจเหนือตลาดสูงมากจนสามารถครอบงำเศรษฐกิจการค้าของประเทศได้โดยง่ายและจะมีส่วนทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อคู่แข่งในตลาด เพราะผู้ขออนุญาตเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด และมีส่วนแบ่งตลาดในระดับสูงทุกรูปแบบของการค้าส่งและค้าปลีก ทำให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่มีอยู่หรือผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดจะยิ่งเข้าสู่ตลาดยากยิ่งขึ้น เพราะคู่แข่งที่จะสามารถแข่งขันได้ในตลาดจะต้องมีการใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจและการตลาดที่เน้นการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ตลอดจนการลดราคาแข่งขัน เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้ แม้จะมีผลดีในระยะสั้น แต่หากผู้ประกอบธุรกิจรายใดไม่สามารถปรับตัวได้ ก็อาจจะต้องออกจากตลาดไปในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่แข่งที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก ในที่สุดทำให้ทางเลือกของผู้บริโภคลดน้อยลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ผลิตสินค้าหรือวัตถุดิบ จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากเป็นการรวมธุรกิจระหว่างผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่รายใหญ่ ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด โดยภายหลังการรวมธุรกิจส่งผลให้ผู้ขออนุญาตและบริษัทในเครือเป็นผู้ประกอบธุรกิจร้านจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคครบทุกรูปแบบ ทั้งร้านค้าส่ง ร้านไฮเปอร์มาร์เก็ต ร้านซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีกขนาดเล็ก อันเป็นผลให้ผู้ขออนุญาตมีอำนาจเหนือตลาดและมีอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตสินค้าหรือวัตถุดิบมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ผลิตที่เป็น SMEs ที่อาจไม่มีอำนาจต่อรองมาก จึงมีโอกาสสูงที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรมในการกำหนดเงื่อนไขทางการค้า หรืออาจอยู่ในภาวะจำยอมที่จะต้องรับเงื่อนไขตามที่ผู้ขออนุญาตรวมธุรกิจเสนอโดยไม่มีข้อต่อรองใดๆ เนื่องจากหากไม่ยินยอมดำเนินการในลักษณะดังกล่าวก็ไม่สามารถที่จะวางสินค้าจำหน่ายหรืออาจถูกปิดกั้นช่องทางการจำหน่ายและต้องล้มเลิกกิจการไปในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้บริโภค ผลของการรวมธุรกิจครั้งนี้ทำให้จำนวนคู่แข่งขันในตลาดลดน้อยลง แม้ว่าในระยะสั้นอาจไม่มีผลต่อผู้บริโภคทั้งในด้านราคาหรือประเภทสินค้าที่มีให้เลือก แต่ในระยะยาวแล้วอาจมีผลต่อทางเลือกของผู้บริโภคทั้งประเภทชนิดสินค้าและระดับราคา อาจมีการกำหนดตามความต้องการหรือนโยบายของกลุ่มบริษัทที่เป็นของผู้ขออนุญาต และหากมีการลงทุนเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในตลาดค้าส่งค้าปลีกซึ่งจะมีต้นทุนค่อนข้างสูง ผู้บริโภคอาจเป็นผู้ต้องรับภาระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การออกมาชี้แจงในครั้งนี้ เพราะต้องการสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นหลักความโปร่งใสในการพิจารณา ไม่ได้ต้องการสร้างความสับสน ความแตกแยก เพียงแค่ต้องการชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นกังวล และไม่เห็นด้วยในการพิจารณาให้ควบรวมธุรกิจ ส่วนมติที่ออกมาด้วยเสียงข้างมาก อนุญาตให้มีการควบรวมธุรกิจ พร้อมมี่เงื่อนไขให้ปฏิบัติตาม ก็ยังคงเป็นมติอยู่ ถือว่าเป็นทางการแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83502</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการการแข่งขันทางการค้าและโฆษกคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.), คณะกรรมการ กขค., ซีพี-โลตัส, สันติชัย สารถวัลย์แพศย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191209/image_big_5deddac8892e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 17:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สขค.จัดกิจกรรมรับฟังประชาพิจารณ์ในรูปแบบโฟกัส กรุ๊ป ไกด์ไลน์ธุรกิจให้บริการฟู้ด เดลิเวอรี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​วันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2563 สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) จัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร หรือ ไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ นำทีมโดย นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ กรรมการการแข่งขันทางการค้า ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาแนวปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ พร้อมด้วยอนุกรรมการฯ อีก 2 ท่าน ประกอบด้วย 1)&amp;nbsp; ศาสตราจารย์ ดร.ศักดา ธนิตกุล อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ 2) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณวิภางค์ มานะโชติพงษ์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงข้อซักถาม ในรูปแบบโฟกัส กรุ๊ป เกี่ยวกับ ร่างแนวปฏิบัติ ไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ ดังกล่าว ณ ห้องกมลทิพย์ 1 โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสันติชัยฯ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการออกกฎระเบียบต่าง ๆ จำเป็นต้องได้รับการยอมรับจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และสามารถนำไปปฏิบัติได้ จึงนำมาสู่การจัดกิจกรรมการประชุมโฟกัส กรุ๊ป เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อร่างไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ ในวันนี้ โดยผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร และมีคณะอนุกรรมฯ ในฐานะเป็นผู้พิจารณาจัดทำไกด์ไลน์ดังกล่าวร่วมรับฟังความคิดเห็นพร้อมตอบประเด็นข้อซักถามต่าง ๆ จากผู้ประกอบธุรกิจทั้งสองฝ่าย เพื่อสร้างความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติทางการค้าที่ถูกต้องเหมาะสม ภายใต้บรรทัดฐานการดำเนินธุรกิจที่มีความเป็นสากล เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรีและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไกด์ไลน์ธุรกิจให้บริการ ฟู้ด เดลิเวอรี่ มีประเด็นสำคัญที่กำหนดไว้ในไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นแรก การเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (GP) และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างไม่เป็นธรรม เช่น มีการเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ในอัตราที่สูงเกินสมควร หรือเก็บเพิ่มเติมนอกเหนือจาก ที่ระบุไว้ในสัญญา หรือในอัตราที่แตกต่างกันระหว่างร้านอาหารในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สอง การกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการบังคับในลักษณะการจำกัดสิทธิมิให้ไปทำการค้ากับผู้อื่น (Exclusive Dealing) เช่น การจำกัดหรือขัดขวางการประกอบธุรกิจของผู้อื่นโดยการห้ามจำหน่ายอาหารกับผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์รายอื่นหากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีการเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (GP) ในอัตราที่สูงขึ้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สาม การใช้อำนาจตลาดหรืออำนาจต่อรองที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การแทรกแซง หรือจำกัดอิสระในการกำหนดราคาของผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร การกำหนดเงื่อนไขบังคับด้านราคาที่ต้องจำหน่ายเท่ากันในทุกช่องทาง การประวิงเวลาในการจ่ายค่าสินค้านานเกินสมควร การปฏิเสธที่จะทำการค้ากับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารบางราย และการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขภายใต้สัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่สี่ การใช้พฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมอื่น ๆ เช่น การที่ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์กระทำการบังคับ หรือกำหนดเงื่อนไขพิเศษ หรือจำกัดหรือกีดกันการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจอื่นจนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามแผนการทำงาน หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว ทั้งจากการรับฟังประชาพิจารณ์ในรูปแบบโฟกัส กรุ๊ป ในวันนี้และจากช่องทางออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานที่มีกำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 &amp;ndash; 15 กันยายน 2563 คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ จะนำความคิดเห็นที่ได้รับทั้งหมดมาพิจารณาปรับปรุงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเสนอ กขค.พิจารณาให้ความเห็นชอบ และออกประกาศให้มีผลบังคับใช้ต่อไป โดยคาดว่าจะบังคับใช้ได้ภายในเดือนตุลาคม 2563 นี้ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ www.otcc.or.th หรือสอบถามโทร 02 199 5400&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77158</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแข่งขันทางการค้า, สันติชัย สารถวัลย์แพศย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200911/image_big_5f5b5591cc293.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทำไมต้องมีไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สันติชัย สารถวัลย์แพศย์&amp;nbsp;กรรมการการแข่งขันทางการค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์โรคระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ลดการเดินทางออกนอกบ้าน อีกทั้งร้านค้าร้านอาหารต่าง ๆ ก็ไม่สามารถเปิดให้ลูกค้านั่งรับประทานที่ร้านได้ การใช้บริการรับส่งอาหาร หรือ ฟู้ดเดลิเวอรี่ จึงถือเป็นทางออกหนึ่งในการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ประกอบกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคที่เน้น&amp;nbsp; ความสะดวกสบายมากขึ้น ต้องการทานอาหารอร่อยแต่ไม่อยากเดินทางและรอนาน จึงส่งผลให้ธุรกิจบริการ &amp;nbsp;รับส่งอาหาร หรือ ฟู้ด เดลิเวอรี่ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ร้านอาหารสนใจที่จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกของแพลตฟอร์ม แต่ด้วยอำนาจต่อรองที่น้อยกว่า จึงทำให้เสียเปรียบและเกิดพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมขึ้น เช่น การเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ ค่าโฆษณา และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ไม่มีเหตุผลสมควร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) มีความกังวลและไม่ได้นิ่งนอนใจ เกี่ยวกับการปฏิบัติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจดังกล่าว จึงมีนโยบายในการจัดทำไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ ขึ้นมา เพื่อสร้างความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติทางการค้าที่ถูกต้อง เหมาะสม ภายใต้บรรทัดฐานการดำเนินธุรกิจ &amp;nbsp;ที่มีความเป็นสากล เพื่อให้ธุรกิจสามารถแข่งขันกันได้อย่างเสรีและเป็นธรรม ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถ &amp;nbsp;ใช้เป็นแนวทางประกอบการดำเนินธุรกิจได้ โดยไม่ต้องคอยกังวลว่าจะขัดต่อหลักกฎมายที่เกี่ยวข้องหรือ เผลอกระทำการใดที่อาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นหรือไม่ โดยในเบื้องต้นได้ตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาแนวปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ขึ้นมาพิจารณาศึกษาในเรื่องดังกล่าว ซึ่งได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มและร้านอาหารที่เข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มมาให้ข้อมูลและ&amp;nbsp; ชี้ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น จนกระทั่งได้ผลสรุปเป็นร่างประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์กับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ ประเด็นสำคัญที่กำหนดไว้ในไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;ประเด็นแรก การเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (GP) และการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อย่างไม่เป็นธรรม เช่น มีการเรียกเก็บค่าส่วนกลางรายได้ในอัตราที่สูงเกินสมควร หรือเก็บเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในสัญญา หรือในอัตราที่แตกต่างกันระหว่างร้านอาหารในลักษณะที่เป็นการเลือกปฏิบัติ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;2. ประเด็นที่สอง การกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการบังคับในลักษณะการจำกัดสิทธิมิให้ไปทำการค้ากับผู้อื่น (Exclusive Dealing) เช่น การจำกัดหรือขัดขวางการประกอบธุรกิจของผู้อื่นโดยการห้ามจำหน่ายอาหารกับผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์รายอื่น หากไม่ปฏิบัติตาม ก็จะมีการเรียกเก็บค่าส่วนแบ่งรายได้ (GP) ในอัตราที่สูงขึ้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;3. ประเด็นที่สาม การใช้อำนาจตลาดหรืออำนาจต่อรองที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรม เช่น การแทรกแซง หรือจำกัดอิสระในการกำหนดราคาของผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร การกำหนดเงื่อนไขบังคับด้านราคาที่ต้องจำหน่ายเท่ากันในทุกช่องทาง การประวิงเวลาในการจ่ายค่าสินค้านานเกินสมควร การปฏิเสธ&amp;nbsp;ที่จะทำการค้ากับผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารบางราย และการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขภายใต้สัญญาโดยไม่มีเหตุผล อันสมควร เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;4. ประเด็นที่สี่ การใช้พฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมอื่น ๆ เช่น การที่ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการ&amp;nbsp;รับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์กระทำการบังคับ หรือกำหนดเงื่อนไขพิเศษ หรือจำกัดหรือกีดกัน การประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจอื่นจนอาจก่อให้เกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:12.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ ไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่ ขณะนี้อยู่ในกระบวนการเปิดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น &amp;nbsp;จากทุกภาคส่วน ซึ่งมีสองช่องทาง ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่องทางแรก ประชุมกลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรง (Focus Group) ได้แก่ ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการรับและส่งอาหารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารที่เป็นสมาชิกของแพลตฟอร์ม ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 11 กันยายน 2563 ณ โรงแรมหรือสถานอื่นในเขตกรุงเทพ หรือปริมณฑล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ช่องทางที่สอง เปิดรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มคนทั่วไปหรือผู้ที่สนใจ เช่น นักวิชาการ บริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ร้านอาหารทั่วไป เป็นต้น สามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ www.otcc.or.th และไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ hearing@otcc.or.th เป็นระยะเวลา 30 วัน ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม 2563 ถึงวันที่ 15 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากการรับฟังความคิดเห็นในสองรูปแบบดังกล่าวเสร็จสิ้นแล้ว จะมีการนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้มาปรับปรุงแก้ไขร่างไกด์ไลน์ให้เหมาะสม ก่อนนำเสนอให้ กขค. พิจารณาให้ความเห็นชอบและนำประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายต่อไป โดยเชื่อว่าไกด์ไลน์ ฟู้ด เดลิเวอรี่จะสามารถช่วยสร้างบรรทัดฐานในการประกอบธุรกิจบริการรับและส่งอาหารได้อย่างเสรีและเป็นธรรม สามารถปกป้องผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารมิให้ถูกเอาเปรียบโดยไม่มีเหตุผลสมควร ในขณะเดียวกันผู้ประกอบธุรกิจบริการรับและส่งอาหารก็สามารถแข่งขันกันได้ และการออกไกด์ไลน์ฉบับนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ปัญหา ในส่วนของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับร้านอาหารเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด จากการแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า โทร 02 199 5400 หรือเว็บไซต์ www.otcc.or.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75043</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.), สันติชัย สารถวัลย์แพศย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e40016491e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> OTCC คุมเข้มธุรกิจค้าส่งค้าปลีกรายใหญ่เอาเปรียบผู้ผลิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าจัดทำไกด์ไลน์คุมธุรกิจค้าส่งค้าปลีกรายใหญ่เอาเปรียบผู้ผลิต ซัปพลายเออร์ กำหนด 8 พฤติกรรมที่เข้าข่ายการทำการค้าไม่เป็นธรรม เผยล่าสุดเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้แสดงความคิดเห็น ก่อนนำข้อมูลมาสรุปผลและจัดทำเป็นประกาศเพื่อนำมาใช้กำกับดูแลการทำธุรกิจค้าส่งค้าปลีกกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย. 62 นาย&amp;nbsp;นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ &amp;nbsp;โฆษกกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการฯ เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกกับผู้ผลิตหรือผู้จำหน่าย พ.ศ. ... และให้สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนทั่วไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศฯ ผ่านทางเว็บไซต์ www.otcc.or.th ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.2562- วันที่ 28 พ.ค.2562 หลังจากสิ้นสุดช่วงระยะเวลาเปิดการรับฟังความคิดเห็นแล้วจะนำข้อมูลมาสรุปผลและพิจารณาปรับปรุงร่างประกาศฯ ในประเด็นที่สำคัญและมีผลกระทบในวงกว้าง ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยทันทีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประกาศคณะกรรมการฯ ฉบับนี้ ซึ่งบัญญัติไว้ โดยห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจกระทำการใดๆ อันเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นในลักษณะดังต่อไปนี้ &amp;nbsp;1.กีดกันการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นอย่างไม่เป็นธรรม 2.ใช้อำนาจตลาดหรืออำนาจต่อรองที่เหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรม 3.กำหนดเงื่อนไขทางการค้าอันเป็นการจำกัดหรือขัดขวางการประกอบธุรกิจของผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม และ 4.กระทำการในลักษณะอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34711</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า, ค้าปลีก, สันติชัย สารถวัลย์แพศย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6c5117943d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
