<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มาแล้ว!‘เจี๊ยบ คอนถม’ตีปี๊บสันติบาลคุกคามไม่ให้มาชุมนุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.2564 - นางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนชาวนครปฐมโดยมาแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่สันติบาลบุกเข้าไปที่บ้านนายสกล ชยกุลภักดี รองประธานหอการค้าจังหวัดนครปฐม โดยอ้างว่าจะขอพาตัวไปคุยกับเจ้านาย แต่ไม่บอกชื่อและสถานที่ที่จะนัดหมาย และไม่มีหนังสือเชิญตามกฎหมาย ซึ่งนายสกลได้ยืนยันว่าจะไม่ไป ทำให้เจ้าหน้าที่พยายามกดดันไปที่ครอบครัว ซึ่งการกระทำเช่นนี้คิดว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล เพราะการที่จะแสดงออกทางการเมือง ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะแสดงออกและทำได้ อีกทั้งยังมีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับ พร้อมฝากถึงนายกรัฐมนตรี ว่าการออก พรก.ฉุกเฉิน นั้นเพื่อสกัดโรคโควิด-19 หรือควบคุมคนที่เห็นต่างกันแน่ ซึ่งมองว่า ควรปล่อยให้ทำกิจกรรมทางการเมืองได้ แต่ถ้ามีการชุมนุมที่ผิดกฎหมายค่อยตามดำเนินคดีทีหลังได้ และยังเห็นว่าพฤติกรรมเช่นนี้ไม่อาจยอมรับได้ จึงขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว ซึ่งคิดว่าจะมีเจ้าหน้าที่ไปกดดันไม่ให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมที่กรุงเทพมหานครอีกหลายพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การนำควบคุมฝูงชนเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครกว่า 17 กองร้อย ประมาณกว่า &amp;nbsp;2 พันนายมีความเหมาะสมหรือไม่ ดังนั้น ขออย่าเป็นประชาธิปไตยแต่ปาก การกระทำเช่นนี้ไม่ทำให้รัฐบาลสง่างาม และต่างชาติไม่ยอมรับถือเป็นการประจานตัวเอง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมนุม24มิ.ย., นางอมรรัตน์ โชคปมิตต์กุล, พรรคก้าวไกล, ส.ส.บัญชีรายชื่อ, สันติบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2d81793c27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2019 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมาพันธ์นศ.มุสลิมร้องกมธ.ยุติธรรม โดนสันติบาลคุกคามหวั่นเติมเชื้อไฟใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย. 62 &amp;ndash; ที่อาคารรัฐสภา สมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย (สนมท.) ได้ยื่นหนังสือต่อนายปิยะบุตร แสงกนกกุล ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เรื่องการละเมิดสิทธิและการคุกคามนักศึกษามุสลิมในสถานศึกษา ภายหลังมีการเผยแพร่หนังสือของส่วนราชการหน่วยตำรวจสันติบาลที่มีใจความเกี่ยวกับการได้รับคำสั่งให้ทำการสืบสวนตรวจสอบ และประสานข้อมูลกับมหาวิทยาลัยว่ามีนักศึกษาที่นับถือศาสนาอิสลามหรือไม่ โดยประกอบไปด้วยจำนวนของนักศึกษามุสลิมนิกายที่นับถือ พื้นที่ภูมิภาคที่อาศัย ครอบคลุมไปถึงการรวมกลุ่มของนักศึกษาผ่านชมรมหรือองค์กรต่างๆ โดยมีน.ส.พรรณิการ์ วานิช รองประธาน กมธ.กฎหมายฯ และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เลขานุการ กมธ.ฯ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัสรอฟ อาแว ประธาน สนมท. กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดและคุกคามความเป็นอยู่ของนักศึกษาและเป็นการเลือกปฏิบัติ ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 ในเรื่องการมีสิทธิและเสรีภาพอย่างเสมอภาค การกระทำนี้เป็นการกล่าวหานักศึกษามุสลิมอย่างไม่มีมูล ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงความหวาดระแวงในความเป็นอิสลามและเป็นการสร้างความแตกแยกในสังคม มหาวิทยาลัยควรเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่นักศึกษาจะสามารถแสดงความคิดเห็นและเป็นพื้นที่ที่สามารถคุ้มครองซึ่งสิทธิ์ที่นักศึกษาพึงได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ต้องการให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องและมหาวิทยาลัยดำเนินการดังนี้ คือ ขอให้กองบัญชาการตำรวจสันติบาลทบทวนและมีคำสั่งยกเลิกหนังสือดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพราะการเลือกเจาะจงขอข้อมูลเฉพาะนักศึกษาที่นับถือศาสนาอิสลามถือเป็นการเลือกปฏิบัติต่อผู้นับถือศาสนา และเป็นการแทรกแซงสถาบันการศึกษา หากรัฐบาลต้องการแก้ปัญหาความรุนแรงและป้องกันความรุนแรงจากแนวคิดสุดโต่ง ควรต้องเริ่มจากการยอมรับว่าแนวคิดสุดโต่งมีในกลุ่มคนทุกศาสนาและการป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความหวาดระแวงและสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ยิ่งลักษณ์ทำแบบนี้จะเป็นการเพิ่มความหวัดระแวงและความไม่ไว้วางใจของประชาชนมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า รับทราบว่าผู้ปกครองในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้รู้สึกเป็นห่วงบุตรหลานของพวกเขาเป็นอย่างมาก หลังได้รับทราบข่าวนี้ ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมความรู้สึกการถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม อันเป็นต้นเหตุของปัญหาความไม่สงบและความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ หากฝ่ายเจ้าหน้าที่เห็นว่าชาวมุสลิมเป็นภัยต่อความมั่นคง ก็ให้ดำเนินการเป็นรายบุคคล แต่อย่าเหมารวมเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านน.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่เป็นการสร้างความคับข้องใจให้แก่คนมุสลิม และตลอด 15 ปีที่ผ่านมาพวกเขาถูกเลือกปฏิบัติทางกฎหมายอย่างไม่เท่าเทียม ทั้งกฎหมายพิเศษ 3 ฉบับที่บังคับใช้อยู่ในขณะนี้ กรณีล่าสุดถือเป็นการคุกคามที่มีความรุนแรงเพราะในสถานศึกษาควรจะเป็นที่ที่สิทธิและเสรีภาพถูกคุ้มครอง โดยเราจะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาในกมธ.ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46043</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.กม.-ยุติธรรม, คุกคามมุสลิม, พรรณิการ์, สนมท., สันติบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190918/image_big_5d81c0498517a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สันติบาลออกกฎเข้มมารยาทช่างภาพสื่อ ต้องอยู่ในลักษณะเคารพต่อนายกฯทั้งก่อนและหลังถ่ายภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ว่า เมื่อเวลา 09.30 น. นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงาน Thailand Social Expo 2018 ที่ฮอลล์ 5 - 7 อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาถึง เจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของอิมแพค เมืองทองธานี ได้ทำการตรวจ(สกรีน)บุคคลที่จะเข้าร่วมงานอย่างละเอียดเข้มงวด โดยทุกคนจะต้องเดินผ่านเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัย รวมทั้งต้องลงทะเบียนติดบัตรและติดสติ๊กเกอร์เพื่อแสดงว่าผ่านการตรวจเรียบร้อยแล้วทุกคน กระเป๋าและวัตถุแปลกปลอมจะต้องแสดงกับเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ได้มีความเข้มงวดกับสื่อมวลชนและช่างภาพที่จะเข้าปฎิบัติหน้าที่ภายในบริเวณงาน และเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่จากกองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 จัดทำใบลงทะเบียนสำหรับช่างภาพสื่อมวลชน โดยให้มีการลงชื่อ สังกัด และเบอร์โทรศัพท์อย่างชัดเจน มีการจดเลขที่ไอดีการ์ดบัตรประชาชน ซึ่งข้อกำหนดมีเนื้อหาดังนี้ มารยาทในการถ่ายภาพของช่างภาพสื่อมวลชน 1.ต้องอยู่ในลักษณะเคารพต่อนายกรัฐมนตรีและแสดงความเคารพทั้งก่อนและหลังถ่ายภาพ 2. การแต่งกายที่สุภาพบุรุษชุดสูทสากล สุภาพสตรีชุดกระโปรง รองเท้าหุ้มส้น 3.กล้องที่จะนำมาบันทึกภาพต้องผ่านการตรวจและติดแท็กที่ได้รับอนุญาตจากตำรวจสันติบาล 4. จะอนุญาตให้เฉพาะช่างภาพที่ลงทะเบียนและติดต่อแผนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น 5.ไม่แสดงจริยาวาจาหรือมารยาทอันไม่สมควร 6.ในการถ่ายภาพควรอยู่ห่างจากนายกรัฐมนตรี 5 เมตรเป็นอย่างน้อย 7. ไม่ควรเบียดเสียดกันถ่ายภาพหรือถ่ายภาพลักษณะยืนค้ำศีรษะผู้อื่นหรือยื่นกล้องถ่ายภาพในลักษณะถ่ายภาพข้ามท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อควรปฎิบัติในการบันทึกภาพ 1.ต้องไม่ถ่ายภาพตรงหน้า ขณะที่นายกรัฐมนตรีอยู่ในห้องรับรอง 2.ห้ามถ่ายภาพขณะเดินขึ้นหรือลงจากที่สูง เช่นบันได ฯลฯ 3.ห้ามถ่ายภาพขณะรับประทานอาหาร 4.ห้ามออกนอกสถานที่ที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ วิ่งตัดหน้า วิ่งลุกลนหรือห้อมล้อมกีดขวางทางเดิน 5.ให้บันทึกได้ในจุดหรือสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดไว้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม 6.การใช้ไฟฉายใช้ได้ในทุกโอกาส แต่การถ่ายไฟไม่ควรเกิน 1,500 วัตต์และควรอยู่ห่างจากห้องรับรอง 7.หากฝ่าฝืนมารยาทข้อควรปฏิบัติหรือไม่เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะถูกลิบปลอกแขนและห้ามบันทึกภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งในและต่างประเทศ โดยล่าสุด JAKARTA POST สื่อหลักอินโดนีเซียตีพิมพ์บทความแนะ อย่าให้ผู้นำเผด็จการทหารไทยนั่งเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า โดยมีเนื้อหาของบทความระบุว่า &amp;ldquo;การรัฐประหาร (junta)ของไทยไม่คู่ควรกับตำแหน่งท่ามกลางคลื่นที่แข็งแกร่งของความเป็นประชาธิปไตยในภูมิภาคนี้ ( democratization) ประเทศไทยสมควรได้รับสิทธิ์ในการรับเก้าอี้อาเซียน แต่ต้องไม่ได้อยู่ภายใต้การรัฐประหาร( junta)ที่มีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยึดติดกับพลังที่ปล้นจากประชาชนเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และก่อนที่จะนั่งเก้าอี้อาเซียนในปีหน้า พล.อ.ประยุทธ์ควรเติมเต็มความมุ่งมั่นของเขาในการถือเลือกตั้งฟรีและประชาธิปไตย ถ้าเขาไม่ทำอย่างนั้น เขาไม่ควรเก้าอี้การค้าในปีหน้า&amp;rdquo; น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ประกาศที่จะไม่ตอบโต้และพูดประเด็นการเมืองในช่วงนี้ และคาดว่า จะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่เจ้าหน้าที่เข้มงวดกับการทำงานของช่างภาพและสื่อมวลชน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14636</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมสื่อ, คุมเข้ม, นายกฯ, มารยาทสื่อ, สันติบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b63d2e9ebca6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
