<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2020 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พลาด! &#039;พระมหาไพรวัลย์&#039; เคลื่อนไหวเรื่องสันติภาพหวังสังคมสู่ความเป็นอารยะไม่ใช้ความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ย.63 -&amp;nbsp;พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อาตมาขอภาวนาให้สันติภาพและอหิงสา นำพาสังคมไปสู่ความเป็นอารยะ อาตมาขอภาวนาให้การพูดคุยเจรจา เป็นธาราดับความขัดแย้งและความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พระมหาไพรวัลย์ ได้เริ่มสมัครเรียนปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร. เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2563 ได้เคลื่อนไหวหลังจากแกนนำม็อบเยาวชนปลดแอกถูกจับกุมตัวไปดำเนินคดี&amp;nbsp;โดยใช้ภาพวาดกำแพงเบอร์ลินเป็นสื่อแฝงนัยยะในการวิจารณ์รัฐบาลว่า พยายามกำจัดเสียงที่ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พระเซเลบในโลกโซเชียล ได้รับเงินทุนอุปถัมภ์การเรียนปริญญาเอก สันติศึกษา จากนายอิราวัต อารีกิจ หรือหมออั้ม อดีตนักร้องค่ายอาร์เอส ที่วิจารณ์รัฐบาลมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77938</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระนักเคลื่อนไหวการเมือง, พระมหาไพรวัลย์, สันติภาพ, สันติศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200919/image_big_5f65bf6296054.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุกคามคนเห็นต่าง! ว่าที่ดร.สันติศึกษา &#039;พระไพรวัลย์&#039; ด่าสมเพช &#039;น.อ.ทองย้อย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย อายุ 75 ปี อดีตผู้อำนวยการกองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ&amp;nbsp;ดีกรีเปรียญธรรม 9 ประโยค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ทองย้อย แสงสินชัย&amp;nbsp;ว่า &amp;quot;เด็กที่ถูกใช้เป็นเหยื่อน่าสงสาร คนที่ใช้เด็กเป็นเหยื่อน่าสมเพช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่า&amp;nbsp;พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระนักเคลื่อนไหวการเมือง&amp;quot; ซึ่งขณะนี้กำลังเรียนระดับปริญญาเอก สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าวว่า &amp;quot;ผู้ใหญ่ที่ดูถูกสติปัญญาเด็ก ทั้งน่าสมเพสและน่าสงสารในคราวเดียวกัน สาธุ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น ได้มีผู้เข้ามาคอมเม้นท์ต่อท้ายพระมหาไพรวัลย์อีกจำนวนมาก โดยไม่เห็นด้วยที่พระมหาไพรวัลย์เข้ามาระรานผู้อื่นที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน บางคนบอกว่าให้ลาสึกเถอะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพระมหาไพรวัลย์ตอบกลับไปว่า &amp;quot;ตอนบวช อาตมาก็ไม่ได้บวชกับโยมนะ ดังนั้น การที่อาตมาจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างจากโยม นั่นไม่ได้หมายถึงว่าโยมมีสิทธิ์มาเสร่อในเพศวิถีของอาตมา ไม่ว่าอาตมาจะบวชหรือสึก แก่แล้วควรฝึกใจให้กว้าง ไม่ใช่เอะอะก็ใช้วิธีไล่คนเห็นต่างอย่างเดียว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ อ.ทองย้อย ไม่เข้ามาตอบโต้พระมหาไพรวัลย์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75901</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย, พระนักเคลื่อนไหวการเมือง, พระมหาไพรวัลย์, สันติศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200829/image_big_5f4a2515037f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 23:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 23:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อนวิชา! &#039;พระมหาไพรวัลย์&#039; เพิ่งเรียน ป.เอก &#039;สันติศึกษา&#039; จวกยับผู้บรรยายธรรมวิจารณ์พระ ดร.ไม่ละกิเลส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.63 - จากกรณี&amp;nbsp;อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์ นักบรรยายธรรม มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา (มศพ.) ได้นำเสนอประเด็นเรื่อง &amp;quot;พระ ดร. พระเรียนหนังสือทางโลก บวชทำไม&amp;quot; ผ่านเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ชมรมบ้านธัมมะ มศพ.&amp;nbsp;มีเนื้อหาว่า&amp;nbsp;ก่อนอื่นต้องรู้จักคำว่า บวช บวชทำไม บวชเพื่อสละ ละขัดเกลากิเลสเพื่อรู้แจ้งอริยสัจธรรม นี่คือจุดประสงค์ของการบวช แต่บวชแล้วไปเรียนวิชาทางโลก แล้วบวชทำไม แล้วใครต้องการเป็น ดร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ท่านพระอานนท์ หรือ ดร.ท่านพระมหากัสสปะ ท่านพระเถระเหล่านั้นเรียนวิชาทางโลก เป็น ดร.ไหม ไม่เลย เพราะฉะนั้นไม่มีความหมายเลยสักนิดเดียว ถ้าเป็นผู้บวช เพราะบวชคือ สละ ละหมด พระภิกษุเรียนวิชาทางโลกได้ ดร.ทำไม เพื่อได้ ไม่ใช่เพื่อละ บวชทำไม ถ้าเข้าใจว่าภิกษุคือใคร บวชคืออะไร ดังนั้นภิกษุเรียนแบบระบบวิชาการทางโลกมีปริญญาตรี โท เอก มีทำงานวิจัย วิชาบริหาร วิชารัฐศาสตร์ เหมือนคฤหัสถ์เลย นี่แสดงถึงความประพฤติและการสะสมแบบไม่ใช่พระภิกษุแต่เป็นคฤหัสถ์ เพราะคฤหัสถ์จะเรียนอะไรก็ได้ เพราะไม่ใช่เพศบรรพชิตที่บวชมาเพื่อสละละทุกสิ่ง พระดร. ดร.อวิชชา เพราะทำไปด้วยความไม่รู้ พระเรียนหนังสือทางโลก วิกฤตพระพุทธศาสนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ เพิ่งได้สมัครเรียนออนไลน์ในระดับปริญญาเอก สาขาวิชาสันติศึกษา รุ่นที่ 5 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า อาตมาขอติงนิดเดียวเท่านั้นเองนะ คืออาตมาคิดว่าโยมยายสุจินต์มองอะไรแคบไป ที่จริงการศึกษามีคุณูปการมาก ต่อให้การศึกษานั้นจะเป็นวิชาการในทางโลกแบบที่โยมยายสุจินต์พูดถึงก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมาเห็นว่า ธรรมะ หรือความเป็นพุทธศาสตร์ควรบูรณาการได้ ต่อยอดได้ และก็เป็นการบูรณาการหรือการต่อยอดเพื่อรับใช้ศาสนานั่นแหล่ะ แต่ก่อนที่จะไปถึงการบูรณาการเช่นนั้น เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการซึ่งพระเณรจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ในศาสตร์อื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาตมามองว่า พระเณรแต่ละรูปในยุคปัจจุบันนี้มีสิทธิ์ที่จะสนใจศึกษาในเรื่องอะไรที่ตนต้องการแสวงหาความรู้ก็ได้ การที่โยมยายสุจินต์อ้างพระอานนท์ หรืออ้างใครในสมัยพุทธกาลมาเปรียบกับพระเณรในยุคนี้ ดูไม่ค่อยเป็นธรรมสักเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โยมยายสุจินต์อาจลืมไปว่า พระอานนท์มาจากตระกูลกษัตริย์ ท่านได้รับการศึกษามาอย่างดี เช่นเดียวกัน แม้แต่พระพุทธเจ้ายังผ่านการศึกษามาถึง ๑๘ ศาสตร์ ใครจะมองอย่างไรไม่ทราบ แต่อาตมาเห็นว่า ความรู้ ๑๘ ศาสตร์ ที่พระพุทธเจ้าเคยได้เรียนมา เป็นประโยชน์อย่างมาก เกื้อกูลอย่างมาก แม้แต่ในการเผยแผ่ศาสนาของพระองค์ในหนหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถ้าพูดอย่างจริงจังแล้ว แม้แต่หลังที่พระพุทธเจ้าหรือพระสาวกออกบวช ก็ไม่ได้หมายถึงว่า ท่านไม่ต้องเรียนรู้อะไรเลย การที่ท่านพยายามทำความเข้าใจกับสังคมกับวิธีคิดของผู้คนในยุคนั้น ไม่ว่าจะก่อนแสดงธรรมหรือก่อนที่จะประกาศศาสนา สิ่งเหล่านั้น หากมองให้ดีแล้วจะเห็นว่าล้วนเป็นการศึกษาในทางสังคมศาสตร์และในทางมนุษยศาสตร์ทั้งสิ้น (พระพุทธเจ้าอนุญาตให้ภิกษุเรียนการนับปักษ์ เพราะชาวบ้านตำหนิว่า ภิกษุไม่รู้อะไรเลย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาตมาออกจะรังเกียจคำว่า บวชทำไม บวชทำไม ของโยมยายสุจินต์อยู่มากเหมือนกันนะ เพราะมันฟังดูแล้วเหมือนเป็นคำพูดของคนที่ใจแคบโลกแคบเหลือเกิน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กุลบุตรชาวพุทธในสังคมสยาม นับย้อนหลังไปกว่า ๑๐๐ ปี ล้วนออกบวชด้วยเหตุผลอันหลากหลายมากมายแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่บวชตามประเพณีก็มี ที่บวชเพราะหนีราชภัยก็มาก ที่บวชเพราะต้องฝึกหัดขัดเกลาตัวเองก่อนการออกเรือนก็ถมเถ ในสมัยก่อนวัดเป็นศูนย์กลางแห่งการศึกษา และศาสนาก็เปิดกว้างให้กุลบุตร สามารถอาศัยร่มเงาแห่งผ้ากาสาวพัตร์ฝึกหัดอุปนิสัยตลอดจนถึงศึกษาเล่าเรียนในศิลปะวิทยาการต่างๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษามีคุณูปการมาก แม้อย่างน้อยที่สุดมันให้ชีวิตใหม่กับเด็กผู้ชายหลายต่อหลายคนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ศาสนาไม่ได้มีข้อห้ามเลยว่า พระภิกษุสามเณรจะแสวงหาความรู้ไม่ได้ กลับประเด็นมันอยู่ที่ว่า ท่านแสวงหาไปเพื่ออะไรต่างหาก หากมองจากมุมนี้ อาตมาเห็นว่า โยมยายสุจินต์ไม่ควรมองโลกเหมารวมหรืออย่างคับแคบเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสนาไม่มีข้อห้ามว่า พระภิกษุสามเณรที่เข้ามาบรรพชาอุปสมบทแล้วลาสิกขากลับไปครองเรือนไม่ได้ ดังนั้นประโยชน์อย่างน้อยที่สุดของการศึกษา มันอาจช่วยส่งเสริมให้อดีตพระอดีตเณรที่เคยอาศัยผ้ากาสาวพัตร์บวชเรียน ได้ตอบแทนคุณของศาสนาในทางใดทางหนึ่งก็ได้ ได้เป็นพลเมืองที่ดีที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป อย่างนี้ก็ได้ บางรูปบวชแล้วสึกไป เป็นถึงพระมหากษัตริย์ที่ปรีชาสามารถก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไหนแต่ไรมา วัดกับบ้านล้วนเกื้อกูลอาศัยกัน และศาสนาก็มีคุณกับลูกหลานของชาวบ้าน มากกว่าการให้นิพพานหรือการพ้นทุกข์ อาตมาเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องของอาตมาหรือไม่ใช่เรื่องของโยมยายสุจินต์ที่จะไปจำกัดหรือตีกรอบว่า พระเณรในอุดมคติควรเป็นแบบไหน หรือพระเณรที่บวชเข้ามาแล้ว ควรมุ่งศึกษาปฎิบัติแต่ในทางใดทางหนึ่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาที่แท้จริง แม้ในเรื่องทางโลกไม่ได้ขัดกับความเป็นพระความเป็นนักบวชหรือขัดกับพระธรรมวินัยอย่างใดเลย อาตมากลับเห็นต่างไปว่า การขัดเกลาตัวเองกับการแสวงหาความรู้ เป็นสิ่งที่ไปด้วยกันได้ และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับศาสนาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระหลายรูปที่เป็นเครื่องสาธกในเรื่องนี้ได้ดี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ก็เคยผ่านการศึกษาในมหาวิทยาลัยทางโลกมาก่อน และการศึกษานั้นก็ไม่ได้ทำให้ท่านหลงทางหรือออกห่างจากความเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนาแต่อย่างใด กลับกันเพราะอาศัยองค์ความรู้อื่นๆ ที่ท่านได้ศึกษาเพิ่มเติม ธรรมะของท่านจึงยิ่งเด่นชัด และเป็นไปเพื่อสันติภาพแก่สังคมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อาตมาเห็นว่า โยมยายสุจินต์ อายุมากแล้ว และอาจจะถึงแก่มรณกาลในอีกไม่นานนี้ นี่พูดแบบธรรมะนะ ไม่ได้แช่งหรืออะไร พวกเราทุกคนล้วนถูกมรณภัยคุกคามอยู่ตลอดเวลา พระพุทธเจ้าสอนพวกเราเช่นนี้ และเพราะเหตุที่อาตมากล่าวเช่นนี้ อาตมาจึงอยากให้โยมยายสุจินต์มีความใจกว้าง อยากให้โยมยายมองโลกด้วยเมตตาธรรมมากขึ้นอีกหน่อย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาสนาเป็นสิ่งที่จะถูกสืบทอดโดยคนยุคต่อไป พระเณรรุ่นต่อไป อุบาสกอุบาสิการุ่นต่อไป อาตมายืนยันว่า นอกจากธรรมะ อันเป็นสรณะอันประเสริฐแล้ว องค์ความรู้อื่นๆ เป็นสิ่งที่พระเณรไม่ควรดูแคลนเลย เป็นสิ่งที่พึงศึกษาได้ (อย่างเป็นเรื่องรองจากการศึกษาพระธรรมวินัยอย่างดีแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งมีองค์ความรู้มาก มีความแตกฉานในศาสตร์อื่นๆ มาก ธรรมะที่ศึกษามาแล้ว ก็จะเป็นสิ่งที่พระเณรสามารถบูรณาการสามารถปรับใช้อย่างเข้าถึงและเข้าใจในคนกลุ่มอื่นๆ ศาสนาอื่นๆ เป็นธรรมะที่สอดคล้องและไปกันได้กับสังคม กับวิธีคิดกับมุมมองของคนในโลกสมัยใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การศึกษาไม่ใช่เรื่องเสียหาย การแสวงหาความรู้เป็นเรื่องจำเป็น อาตมามองอย่างนี้นะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชมรมบ้านธัมมะ มศพ., พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ, สันติศึกษา, อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef61882b79e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
