<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลดล็อก&#039;ต้นธันวา ป้อมแย้มเดินหาสมาชิกได้ บิ๊กตู่กั๊กนายกคล้ายคนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; ยังกั๊กไม่รับลูก &amp;quot;สมคิด&amp;quot; บอกนายกฯคนต่อไปหน้าคล้ายคนเดิม ระบุคล้ายก็อาจไม่ใช่คนเดียวกันหรือเปล่า &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; แย้มปลดล็อกพรรคการเมืองต้นเดือน ธ.ค.นี้ &amp;quot;กกต.&amp;quot; เล็ง 22 พ.ย. ถกทุกพรรครับเลือกตั้งอีกรอบ &amp;quot;คสช.&amp;quot; ยันเลือกตั้งไทยไม่ต้องพึ่งต่างชาติ &amp;quot;อ๋อย&amp;quot; โพสต์แปลกยินดีช่วยงาน พท. แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อ &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; ขอเสรีภาพทำกิจกรรมการเมือง &amp;quot;เพื่อชาติ&amp;quot; เคาะ 23 พ.ย. เลือกหัวหน้าพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุกับนักธุรกิจระดับซีอีโอไทยและต่างประเทศกว่า 400 คน ในงานฟอร์บส โกลบอล ซีอีโอ คอนเฟอเรนซ์ ว่ามีลางสังหรณ์นายกรัฐมนตรีคนต่อไปหน้าตาอาจคล้ายคนเดิมว่า คล้ายก็อาจไม่ใช่คนเดียวกันหรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างคณะนักธุรกิจสตาร์ทอัพประมาณ 500 คนเข้าพบตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยถูกจัดอันดับเป็นเมืองที่ดีที่สุดอันดับ 1 ในเอเชียและอันดับ 7 ของโลก แต่ตนไม่อยากให้เป็นที่ 1 ของโลกและอาเซียนเรื่องความขัดแย้งต้องไม่เกิดขึ้นอีก อยู่ที่พวกเรา วันนี้เราเดินมาในทางที่ถูกต้องแล้ว มีแผนงาน มียุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทที่ต้องนำไปสานต่อให้เกิดความยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ตนเองคิดทุกวัน ทั้งเรื่องที่ทำให้เกิดประโยชน์และไม่เกิดประโยชน์ ที่หลายคนสร้างขึ้นมา ซึ่งก็ต้องมาแก้ไข หลายอย่างเกิดขึ้นมาเยอะแยะในช่วงที่ผ่านมา และต้องมีรัฐบาลต่อไปมาทำต่อให้เกิดความยั่งยืน จึงต้องมั่นใจว่ารัฐบาลต่อไปมาทำในเรื่องที่ดีและเรื่องใหม่ๆ ถ้าเขาไม่ทำก็ไม่เกิดประโยชน์ รัฐบาลหน้าต้องมีธรรมาภิบาล และสืบสานสิ่งที่ทำดีๆ เหล่านี้ไว้ อะไรที่คิดว่าไม่ดีก็ไม่ต้องทำ ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชนเป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ตน ไม่ใช่ใคร และไม่ใช่เรื่องอำนาจและมาตรา 44 และในที่นี้มีใครเดือดร้อนกับตนเองและมาตรา 44 หรือไม่ เพราะตนไม่เคยไปยุ่งอะไรกับใคร มีแต่ทำให้ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้อยากให้ประเทศเป็นสตาร์ทอัพ แต่บางคนยังหลับใหลฝันอยู่เลย ฝันไร้สาระ ฝันแล้วไปแทงหวย มันไม่ใช่ ผมไม่เคยฝันเรื่องเหล่านี้ ไม่เคยฝันเลยว่าจะมาเป็นนายกฯ ฝันแต่ว่าทำงานตรงไหนอยู่ และต้องขอบคุณหลานๆ ทุกคน อย่าลืมลุงนะ เวลาพูดมาลุงครับๆ แต่พอมีเรื่องขึ้นมาลืมกันแล้วว่าเป็นลุงเป็นหลานกัน อย่างนี้ไม่ได้ ลุงไม่เคยลืม&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า การทำงานนั้นขอเพียงอย่าทะเลาะเบาะแว้ง อย่าทำให้วุ่นวายเสียทั้งหมด สำหรับตนนั้นรับฟังความคิดเห็นทุกคน มาดูว่าจะทำอย่างไรความคิดเห็นนั้นจะได้รับการแก้ไข ไม่ใช่ตีกันไปมา เพราะจะเดินต่อไปไม่ได้ อยากให้ลองย้อนกลับไปดูสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมา ถ้าเป็นอยู่อย่างนั้น เราจะได้มีโอกาสหรือมีเวทีอย่างนี้หรือ ตนให้เวลากับทุกคนเต็มที่ ทุ่มเทการทำงานทุกอย่าง แต่ยอมรับว่ามีทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ และพร้อมแก้ไขต่อไป
&amp;#39;ป้อม&amp;#39;ชี้ปลดล็อกต้น ธ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้เต็มที่ว่า ปลดล็อกแน่นอน ไม่เกินต้นเดือน ธ.ค.นี้ เวลานี้ คสช.ก็ปลดแล้ว มีการเดินไปหาสมาชิกพรรคกันได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงกรณีนายสมคิดระบุนายกฯคนต่อไปก็หน้าคล้ายกับคนเดิมว่า รองฯ สมคิดคงคิดเหมือนๆ กับพวกเรา แล้วสื่อคิดอย่างไร คิดเหมือนกันหรือเปล่า ถ้าสื่อคิดว่าขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง ตนก็ตอบเหมือนคุณ แล้วสื่อคิดว่าเหมาะสมหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าผลสำรวจนิด้าโพลประชาชนต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาในระบบพรรคการเมืองหากต้องการเล่นการเมือง รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มีความคิดเรื่องนี้ แต่คิดตามผลการเลือกตั้งและความเหมาะสมที่เห็นเหมือนกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่าหมอดูชื่อดังของ จ.พะเยา บอก พล.อ.ประยุทธ์ดูดวงดี ดวงแข็ง และจะอยู่บริหารประเทศไปอีกยาว พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คนเขาก็บอกให้อยู่อีกนาน ตนลงพื้นที่ไปแจกโฉนดที่ดิน เขาก็พูดอย่างนั้น ส่วนตนไม่เล่นการเมือง นอกจากนายกฯ จะใช้ให้ทำอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่า ถ้ามอบให้เป็นรองนายกฯ ต่อจะตัดสินใจอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เป็นรองนายกฯ มา 7-8 ปีแล้ว ไม่ไหวแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวก่อนการประชุมชี้แจงเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า สำนักงาน กกต.เตรียมเชิญพรรคการเมืองมาประชุมหารือวันที่ 22 พ.ย.เกี่ยวกับการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องการจัดทำไพรมารีโหวตและการรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองต่อร่าง พ.ร.บ.การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงต่อให้คณะกรรมการ กกต.พิจารณาค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง การติดป้ายหาเสียงของพรรคการเมืองแต่ละเขตจะยังมีอยู่หรือไม่ เพราะหากข้ามเขตไปแล้วผู้สมัครพรรคเดียวกันก็ใช้คนละเบอร์ การจัดดีเบตผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐยังจะมีอยู่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า จากการรับฟังความเห็นของพรรคการเมืองมีความพร้อมเรื่องการจัดทำไพรมารีโหวต แต่ กกต.อยากจะฟังความเห็นของทุกพรรคเสียก่อน ส่วนที่นายกฯ ระบุจะมีการจัดประชุมระหว่าง คสช.รัฐบาล กกต.พรรคการเมืองในช่วงต้นเดือน ธ.ค.นั้น ก็ทราบจากข่าว ยังไม่มีการประสานมา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักถึงการแบ่งเขตการเลือกตั้งว่า เลขาฯ กกต.กล่าวว่า ขณะนี้ กกต.กำลังทยอยพิจารณาเรื่องการแบ่งเขตอยู่ แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเสร็จไปแล้วกี่จังหวัด เพราะบางครั้งพิจารณาไปแล้วยังนำกลับทบทวนอีกรอบ แต่คาดว่าต้นสัปดาห์หน้าจะสามารถประกาศเขตเลือกตั้งได้ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนหน้านี้ที่ กกต.แจ้งให้บางจังหวัดมีการแบ่งเขตรูปแบบที่ 4 หลังปิดการรับฟังความเห็นและจังหวัดได้เสนอ 3 รูปแบบให้พิจารณาแล้วนั้น เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ โดย กกต.มองว่าอยากให้การแบ่งเขตมีจำนวนประชากรที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด แม้ว่ารูปแบบที่ 4 ที่จังหวัดเสนอมาไม่ได้ไปติดประกาศรับความเห็น แต่เป็นการแบ่งตามความเห็นที่แต่ละจังหวัดได้รับฟังไว้ก่อนหน้านี้ คิดว่าไม่มีปัญหาทางกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญและตัวระเบียบเขียนไว้ว่าให้แบ่งเขตได้มากกว่า 3 รูปแบบ ให้พิจารณาความเหมาะสมและจำนวนประชากรให้ใกล้เคียงกันมากที่สุด มีเขตพื้นที่ติดต่อกันและสภาพชุมชนเดียวกันสามารถทำได้&amp;quot; เลขาฯ กกต.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา กกต.จัดการประชุมชี้แจงเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือก ส.ว. มีนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง, นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กรรมการการเลือกตั้ง, นายปกรณ์ มหรรณพ กรรมการการเลือกตั้ง และ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมและซักซ้อมแนวทางให้ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบภารกิจสำคัญในการเลือก ส.ว.ที่จะมีขึ้น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่
กกต.พร้อมจัดเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาฯ กกต. กล่าวว่า ขอให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งทั่วประเทศเร่งดำเนินการตามกรอบเวลาเพื่อให้ทันตามกรอบเวลาเลือก ส.ว.และเลือกตั้ง ส.ส. โดยคาดว่า พ.ร.ฎ.เลือก ส.ว. จะออกมาประมาณวันที่ 16 พ.ย. จากนั้น กกต.จะประชุมเพื่อกำหนดการรับสมัคร ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงวันที่ 26-30 พ.ย. ส่วน พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ส.ส. คาดว่าจะเสนอได้ในช่วงวันที่ 25 ธ.ค. แต่จะมีผลวันที่ 4 ม.ค. และในช่วงเดือน ธ.ค. จะมีการเลือก ส.ว.ในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ซึ่งเดือนนั้นถือว่าจะมีงานทับซ้อนกัน จึงขอให้ กกต.จังหวัดประสานงานนายอำเภอและปลัดเพื่อไม่ให้มีปัญหา และให้เร่งพิจารณาเลือกกรรมการเลือกตั้งประจำเขต และอยากให้ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดเตรียมการทำงานให้ดี เพราะในช่วงเวลาที่การคัดเลือก ส.ว.กำลังจะแล้วเสร็จ เราจะต้องเตรียมดำเนินการเรื่องการเลือกตั้ง ส.ส.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในช่วงกลางเดือน ธ.ค. พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดจะต้องแบ่งทีมให้ดี หากในช่วงเดือน ก.พ.2562 เราจัดการเลือกตั้ง ส.ส.แล้วเสร็จ ก็จะเป็นช่วงเวลาที่กฎหมายท้องถิ่นน่าจะออกมาแล้ว และเราต้องมีการเตรียมดำเนินการเรื่องการเลือกองค์กรบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ดังนั้นนับจากนี้ไป 100 วันอันตราย เราต้องคุมสถานการณ์ให้อยู่&amp;quot; รองเลขาฯ กกต.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีนายนคร มาฉิม สมาชิกพรรคเพื่อไทย ขอให้สหรัฐอเมริกาเข้าร่วมสังเกตการเลือกการตั้งของไทยในวันที่ 24 ก.พ.62 เพราะห่วงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมว่า ตนเชื่อว่าเกี่ยวกับกิจกรรมการเลือกตั้งทั่วๆ ไป มีลักษณะเป็นกิจกรรมเชิงสาธารณะแบบเปิดเผย โดยเฉพาะประชาชนทุกคนเองสามารถมีส่วนร่วมคอยช่วยสนับสนุนส่วนราชการได้อย่างเปิดเผยอยู่แล้ว และองค์กรรับผิดชอบคือ กกต.ก็มีความพร้อมสมบูรณ์ตามองค์ประกอบในเรื่องการเลือกตั้งที่จะดำเนินการต่างๆ ให้เป็นตามเจตนารมณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมากรณีองค์กรต่างประเทศสนใจจะเข้ามาสังเกตการณ์กิจการภายในประเทศ เฉพาะประเทศที่มีปัญหา ซึ่งสำหรับบ้านเราทุกอย่างดูยังคงเรียบร้อยดี&amp;quot; โฆษก คสช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ชาวบ้านทุกบ้านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารายได้ไม่พอกับรายจ่าย ชักหน้าไม่ถึงหลัง เปรียบเทียบกับเศรษฐกิจสมัยทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ชาวบ้านเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน จึงขอให้พรรคเพื่อไทยจัดเตรียมนโยบายช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจปากท้องเป็นหลักก่อนอย่างอื่น โดยชาวบ้านต่างรอวันเลือกตั้งเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตที่ดีขึ้น เขาหวังรัฐบาลที่จะตั้งจากมือประชาชนเอง เข้ามาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ตอนหนึ่งระบุว่า การหาเสียงเลือกตั้งเนื่องจากขณะนี้ก็ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ซึ่งผมคงไม่ได้เป็นกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งด้วย เพราะเวลาไม่พอ จนถึงบัดนี้ผมยังไม่ได้รับการติดต่อขอให้ช่วยงานจากผู้รับผิดชอบงานด้านยุทธศาสตร์การเลือกตั้งแต่อย่างใด ถ้ามีคณะนี้ขึ้น และต้องการให้ช่วยอะไรก็ยินดี เช่นถ้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายไปใช้ในการรณรงค์หาเสียง ก็พร้อมจะให้คำแนะนำ และเมื่อถึงเวลาหาเสียง ผมคงช่วยพูดจาปราศรัยและสื่อสารกับประชาชนตามที่ถนัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรู้สึกยินดีที่หลังจากร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเพื่อนๆ ในพรรคเพื่อไทยมานับสิบปี ก็ยังรวมกันเป็นปึกแผ่น และในช่วงปีสองปีมานี้ ก็ยังมีผู้มาร่วมงานเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย&amp;quot; นายจาตุรนต์ระบุ
อนาคตใหม่ขอเสรีภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายจาตุรนต์ยังโพสต์ถึงการเดินหาเสียงของนายสุเทพสะท้อนอะไร ตอนหนึ่งว่า การเดินหาเสียงของนายสุเทพยังแสดงให้เห็นปัญหาการเลือกตั้งที่ไม่เสรีไม่เป็นธรรมอย่างชัดเจนอีกด้วย กล่าวคือนายสุเทพเดินพบประชาชนได้อยู่ฝ่ายเดียว พรรคอื่นจะทำบ้างก็อาจมีปัญหาผิดกฎหมาย ก็คือเลือกปฏิบัติ แต่การเดินทักทายประชาชนก็เป็นกิจกรรมเพียงเล็กน้อย ไม่สามารถพูดถึงนโยบายหรือแนวทางแก้ปัญหาที่เป็นเรื่องเป็นราวอะไรได้ ประชาชนก็ไม่ได้รับข้อมูลว่าพรรคไหนมีนโยบายอะไร จึงเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เสรี ทางที่ดีควรจะรีบเปิดให้พรรคการเมืองหาเสียงสื่อสารกับประชาชนได้อย่างไม่มีข้อจำกัดจะเป็นประโยชน์มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ว่าที่โฆษกพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ชี้แจงว่า การเดินของนายสุเทพไม่ใช่การเดินหาเสียง แต่คือการเดินรณรงค์หาสมาชิกพรรค ซึ่งแตกต่างจากการหาเสียงอย่างสิ้นเชิง มีการพูดขายนโยบาย ไม่มีการขึ้นเวทีปราศรัย หรือพูดจูงใจให้ประชาชนมาเลือก รปช. ระมัดระวังเรื่องนี้มาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ตอนนี้ตนมองข้าม เรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บอกให้พรรคเราหยุดรับบริจาคเงินไปแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ทุกพรรคการเมืองควรได้ทำกิจกรรมทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมา หากเราต้องการการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ที่มีเจ้าหน้าที่ทหารติดตาม เมื่อเดินทางไปรับสมัครสมาชิกที่ตั้งจังหวัดนั้น คสช.ก็ออกมายอมรับแล้วว่าเขาเป็นคนสั่งให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ติดตามเราเอง โดยให้เหตุผลว่าอาจเกิดความสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยเสรีภาพเป็นเรื่องหลัก หากคุณอยากจำกัดเสรีภาพของคน คุณต้องมีกฎหมายให้อำนาจ และต้องตอบให้ได้ว่าคุณจำกัดเสรีภาพเพื่ออะไร และเมื่อทำไปแล้วบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่&amp;quot; เลขาฯ พรรคอนาคตใหม่กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ในฐานะกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า หลังจากแกนนำพรรคเพื่อชาติเดินทางไปเปิดสาขาในภาคต่างๆ รวม 3 ภาคก่อนหน้านี้แล้ว วันที่ 3 พ.ย.นี้ พรรคเพื่อชาติจะเปิดสาขาภาคกลางซึ่งเป็นภาคที่ 4 ตามกฎหมาย ที่ห้างอิมพีเรียลสําโรง ส่วนการประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อเลือกกรรมการบริหารและหัวหน้าพรรค จะจัดวันที่ 23 พ.ย. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ซึ่งหัวหน้าพรรคเพื่อชาตินั้น คาดว่าทางพรรคเขาจะเลือกบุคคลที่มีชื่อเสียงที่คนไทยรู้จักกันดีมาทำหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพริษฐ์ หรือไอติม วัชรสินธุ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และหลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่จะนำเสนอนโยบายให้กับพรรคว่า ใน 1-2 วันนี้ จะได้เปิดเผยถึงแนวทางเรื่องการเกณฑ์ทหาร พร้อมทั้งเสนอนโยบายอื่นๆ ที่ทีมงานของคนรุ่นใหม่ประมาณ 15-20 คนได้ข้อสรุปเพื่อนำเสนอให้กับพรรคต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างคนรุ่นใหม่กับพรรค เพราะต้องยอมรับว่าคนมองว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นทางการมาก เข้าถึงลำบาก เพราะฉะนั้นเราจะเป็นสะพานให้ ถ้าใครมีแนวความคิดดีๆ ก็มาเชื่อมกับเราได้ จะไปหาและรับฟังเพื่อสื่อสารต่อให้กับพรรค&amp;quot; นายพริษฐ์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21189</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, ชวลิต วิชยสุทธิ์, ณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล, ปกรณ์ มหรรณพ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พ.อ.วินธัย สุวารี, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประยุทธ์ดูดวงดี ดวงแข็ง, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181101/image_big_5bdb0464b89c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุนซือ-หน้าห้อง &#039;5 กกต.&#039; &#039;สมคิด บุญถนอม&#039; ร่วมแจม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5 เสือกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ ภายใต้การนำของ อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่อง หลังเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ภายใต้ภารกิจหลักที่รออยู่คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การจัดการเลือกตั้ง ส.ส.&amp;quot; ในต้นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเตรียมพร้อมของ 5 เสือ กกต.จึงต้องเริ่มต้นแล้วตั้งแต่ตอนนี้ เพราะมีเวลาค่อนข้างจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการทำงาน เรื่องของ &amp;quot;ทีมงานหน้าห้อง-ทีมที่ปรึกษา&amp;quot; ในการทำงานของบุคคลสำคัญ-องค์กรต่างๆ ถือว่ามีความสำคัญไม่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ปรากฏว่า หลังจาก 5 เสือ กกต.เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันศุกร์ที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา วันเดียวกัน กกต.ทั้ง 5 คน ก็เสนอรายชื่อที่ปรึกษา-ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวและเลขานุการ ที่จะมาเป็นทีมงานหน้าห้องให้ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ออกคำสั่ง แต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และเลขานุการประจำประธานกรรมการ กกต. และกรรมการ กกต.ทันที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ที่ปรึกษา-ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว-เลขานุการของประธาน กกต.และ กกต.แต่ละคนมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มที่ &amp;ldquo;อิทธิพร บุญประคอง&amp;quot; ประธานกรรมการ กกต. มี อนุชา จันทร์สุริยา เป็นที่ปรึกษา ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุชาเคยเป็นที่ปรึกษา ประวิช รัตนเพียร อดีต กกต.ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟาก กกต.สายนักวิชาการ &amp;quot;สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์&amp;rdquo; ก็มีชื่อ นางธีราลักษณ์ รมยานนท์ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยฟิงเกอร์ ครอส เอ็นเตอร์ไพรส์ อดีตที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ประจำคณะกรรมาธิการการเงินการคลังและการธนาคาร สภาผู้แทนราษฎร ที่มี ไชยา พรหมมา อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน มานั่งเป็นที่ปรึกษา โดยมี ชวลิต ชูขจร อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีดีกรีเนติบัณฑิตไทยมาเป็นผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงมีชื่อ อัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยอีก 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ ชวลิต อดีตปลัดเกษตรฯ ก่อนหน้านี้เพิ่งพ้นวิบากกรรม หลังเคยถูก ครม.ประยุทธ์สั่งเด้งฟ้าผ่าจากปลัดเกษตรฯ ไปนั่งตบยุงที่สำนักนายกฯ เพราะมีชื่อถูก ป.ป.ช.สอบสวนกรณีทุจริตจำนำลำไยปี 47 ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร แต่สุดท้าย เมื่อปี 58 ป.ป.ช.มีมติ 5 ต่อ 4 ให้นายชวลิตพ้นข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย&amp;quot; กกต.สายอดีตมหาดไทย ก็มีชื่อของอดีตคนมหาดไทยมาเป็นทีมงานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น สยุมพร ลิ่มไทย อดีตผู้ว่าฯ เพชรบุรี สตูล ระยอง ที่เป็นเพื่อนสิงห์ดำ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ และล่าสุดเป็นอดีต สปช.มานั่งเป็นที่ปรึกษา โดยมีผู้เชี่ยวชาญประจำตัวอีก 3 คน ที่ล้วนเป็นอดีตคนมหาดไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี อดีตผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี นครพนม และปัจจุบันก็ยังมีชื่อเป็น &amp;ldquo;คณะทำงาน รมว.มหาดไทย พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา-มท.1&amp;rdquo; อีกด้วย นอกจากนี้ยังตั้ง สมดี คชายั่งยืน อดีตผู้ว่าฯ ชุมพร และ ธงชัย ลืออดุลย์ อดีตผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ และอดีต ผวจ.ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ พร้อมกับ ธวัชชัย-กกต. มาเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน กกต.สายศาล ก็น่าสนใจไม่น้อย เมื่อ &amp;ldquo;ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี&amp;quot; กกต. ตั้ง &amp;ldquo;พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม&amp;quot; อดีตจเรตำรวจ อดีต ผบช.ตำรวจภูธรภาค 5 น้องชาย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม แกนนำ สนช. มาเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ทีมงานหน้าห้อง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ &amp;quot;พล.ต.ท.สมคิด&amp;quot; ถือได้ว่าเป็นคนที่มีชื่ออยู่ในลิสต์ฝ่ายตรงข้ามของพรรคเพื่อไทย-เสื้อแดงมาตลอด ตั้งแต่สมัยเป็น ผบช.ภาค 5 คุมพื้นที่เชียงใหม่-เชียงราย จนทำให้เสื้อแดงภาคเหนือตอนนั้นขยับลำบาก แต่ที่สำคัญก็คือ พล.ต.ท.สมคิด คือผู้ทำสำนวนการสอบสวนคดีทุจริตซื้อเสียงที่จังหวัดเชียงราย ที่มีการเอาผิด &amp;ldquo;ยงยุทธ ติยะไพรัช&amp;quot; อดีตประธานสภาฯ จนนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชาชน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลจนทำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ขึ้นไปเป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเห็นชื่อของ พล.ต.ท.สมคิด มาเป็นที่ปรึกษา กกต. คงทำให้ฝ่ายเพื่อไทยหนักใจไม่ใช่น้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายที่ &amp;ldquo;ปกรณ์ มหรรณพ&amp;quot; กกต.จากสายศาลฎีกา ก็ได้ตั้ง พล.ท.สมบัติ ปานกุล อดีต ตท.13 เป็นที่ปรึกษา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ก็ตั้ง &amp;ldquo;พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี&amp;rdquo; อดีต ส.ว.สรรหา ซึ่งเคยไปเป็นพยานฝ่ายอัยการที่ศาลฎีกาฯ ในคดี จำนำข้าว-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาแล้วในฐานะเป็นอดีตประธานอนุกรรมาธิการติดตามตรวจสอบการระบายข้าวของวุฒิสภา จนต่อมายิ่งลักษณ์ถูกศาลตัดสินจำคุก 5 ปี นอกจากนี้ยังมีชื่อ ชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ อดีตผู้ว่าฯ กาญจนบุรี อดีต สปช. มานั่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้วยอีก 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกได้ว่ารายชื่อที่ปรึกษา-หน้าห้อง ของ กกต.หลายคนล้วนไม่ธรรมดา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เงินเดือน ที่ปรึกษา ประธาน กกต.และ กกต.จะได้เดือนละ 6 หมื่นบาท ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวได้ 4 หมื่นบาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15894</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, ชวลิต ชูขจร, ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, ธีราลักษณ์ รมยานนท์, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม, พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, อนุชา จันทร์สุริยา, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180821/image_big_5b7c2486cc56b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กกต.ใหม่เครื่องร้อนเริ่มงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ 5 กกต.ใหม่แล้ว &amp;quot;อิทธิพร&amp;quot; เผยเตรียมหารือร่วมกับ กกต.รุ่นพี่ &amp;nbsp;ถกประเด็นร้อน ผู้ตรวจการเลือกตั้ง ด้าน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ตื่นเต้นมีหลายเรื่องให้ต้องทำเสร็จๆ ไป ส่วน สนช.กั๊กจะถอนร่างเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง ใจความว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ให้ความเห็นชอบผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามจำนวนห้าคนเป็นกรรมการการเลือกตั้ง และบุคคลได้รับความเห็นชอบเป็นกรรมการการเลือกตั้งทั้งห้าคนได้ประชุมเพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการการเลือกตั้งแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 222 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดังนี้ 1.นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. 2.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ เป็น กกต. 3.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย เป็น กกต. 4.นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี เป็น กกต. 5.นายปกรณ์ มหรรณพ เป็น กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกาศ ณ วันที่ 12 สิงหาคม 2561 เป็นปีที่ 3 ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระราชโองการ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน กกต. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงาน กกต.ได้ทยอยเข้าอำลา กกต.ชุดเก่า ที่ห้องทำงาน กกต. 3 คน ยกเว้นนายประวิช รัตนเพียร ที่ไม่ได้เข้ามาที่สำนักงานในวันนี้ โดยบรรยากาศเป็นอย่างเรียบง่าย ไม่ได้มีการจัดพิธีอำลาอย่างเป็นทางการ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ทางสำนักงานได้จัดเตรียมสถานที่และประสานไปยัง กกต.ใหม่ ในเรื่องของวันเวลาที่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเบื้องต้นมีรายงานว่า ทาง กกต.ใหม่จะรับพระราชโองการฯ ที่สำนักงาน กกต. ในเวลา 14.09 น. วันศุกร์ที่ 17 ส.ค.นี้ และจะเดินทางไปร่วมประชุมผู้บริหารสำนักงาน กกต. ผอ.กต.ประจำจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการดำเนินการให้ได้มาซึ่ง ส.ว. และจัดทำแผนปฏิบัติการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ทางสำนักงานจะจัดขึ้นในวันที่ 18-20 ส.ค. ที่พัทยา ชลบุรี &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.คนใหม่ &amp;nbsp;ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่มีกำหนดเวลาเข้าทำงานที่สำนักงาน กกต. เบื้องต้นจะหารือกับเลขาธิการสำนักงาน กกต.ก่อน อาจจะเป็น 1-2 วันนี้ หรือช่วงต้นสัปดาห์หน้า ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ส่วนเรื่องห้องทำงานในคณะกรรมการฯ ทั้ง 5 คน ยังไม่ได้พูดคุยลงรายละเอียดตรงนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าหลังจากเข้าทำงานแล้ว จะมีการหารือกันระหว่างคณะกรรมการฯ เพื่อวางแผนการทำงานกันอีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะหารือกับ กกต.ชุดเก่าเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งอย่างไร เขาตอบว่ายังไม่มีการพูดคุย แต่เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นที่จะต้องพูดคุยกันอยู่แล้ว &amp;nbsp; ยังไม่ได้คุยกันเต็มที่ เพราะที่ผ่านมาเราก็ให้เกียรติ กกต.ชุดเก่าทำงานไปก่อน แต่พอ กกต.ชุดใหม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แล้ว ก็คงมีหลายเรื่องที่จะต้องมีการคุยกันระหว่าง กกต.ชุดใหม่กับ กกต.รุ่นพี่ในเรื่องการทำงาน แต่ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะพูดรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า &amp;nbsp;จากนี้จะมีการประสานงานไปเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจในหลายเรื่องที่ยังมีข้อสงสัยกัน ทั้งเรื่องไพรมารีโหวต การแบ่งเขตเลือกตั้ง และการเลือกตั้งผู้ตรวจการประจำจังหวัด ซึ่งก่อนหน้านี้มีการหารือกับ กกต.เก่าไว้ก่อนแล้ว ก็ต้องมาหารือกับ กกต.ใหม่ ซึ่งจะเป็นเมื่อไหร่นั้น อยู่ที่ความพร้อมของ กกต. พบเร็วก็ได้ผลเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ดูท่านตื่นเต้นที่มีการประกาศรายชื่อ กกต.ชุดใหม่แล้ว รองนายกฯ ตอบว่า &amp;ldquo;ตื่นเต้นซิ เพราะมีเรื่องให้ต้องทำกันหลายอย่าง จะได้เสร็จๆ ไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ กกต.ชุดใหม่จะมาทำหน้าที่ต่อจากชุดเก่า และขอชื่นชม กกต.ชุดเก่าที่ทำงานมาอย่างดีตลอด ส่วนการจะถอนร่างเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.หรือไม่นั้น ขอรอดูการทำหน้าที่ของ กกต.ชุดใหม่จะแก้ปัญหาเรื่องผู้ตรวจการเลือกตั้งได้หรือไม่ ถ้าแก้ปัญหาได้เป็นที่น่าพอใจ จะหารือกับสมาชิกสนช.ที่เข้าชื่อเสนอกฎหมายทั้ง 36 คน ว่าจะดำเนินการถอนร่างกฎหมายหรือไม่ เพราะถือว่าหมดความจำเป็นในการแก้ไขกฎหมาย แต่หาก กกต.ชุดใหม่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จะเดินหน้าเสนอแก้ไขกฎหมายต่อไป โดยยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบต่อโรดแมปเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มขณะนี้ถือว่าคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ต้องติดตามต่อไปว่า กกต.ชุดใหม่จะเข้ามาแก้ปัญหาที่ สนช.เป็นห่วงได้หรือไม่ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สิ่งที่ สนช. 36 คนเสนอแก้ไข พ.ร.บ.กกต.นั้น มิได้มีเจตนาก้าวล่วง กกต.ชุดเก่าและชุดใหม่ ไม่มีวัตถุประสงค์ให้กระทบโรดแมปเลือกตั้ง ขอร้องให้พวกที่ชอบมโนจะกระทบเงื่อนเวลาเลือกตั้งให้หยุดมโน เลิกใส่ความ สนช.ได้แล้ว ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่พวกตนดำเนินการไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ทำให้มีการปั่นคะแนนการแสดงความเห็นการแก้กฎหมายลูก กกต.จำนวนนับแสนคะแนน ทั้งที่ทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) กล่าวว่า น่าจะเป็นหน้าที่ กกต.ชุดใหม่มาพิจารณาตรวจสอบผู้ผ่านการสรรหาให้เป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งทั้ง 616 คน ส่วนการเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว คงต้องรอให้กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 ดำเนินการเสร็จสิ้นก่อน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 18 ส.ค. จากนั้นวิป สนช.จะหารือกับนายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิก สนช.ในฐานะผู้เสนอแก้ไขกฎหมายต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชายกล่าวต่อว่า แนวทางของวิป สนช.ที่จะพิจารณาร่วมนายมหรรณพและผู้เสนอแก้ไขกฎหมายมี 3 แนวทาง ได้แก่ 1.ถ้าคณะผู้เสนอแก้ไขกฎหมายเห็นว่าเมื่อมี กกต.ชุดใหม่แล้ว ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ กกต.ชุดใหม่ดำเนินการ ก็อาจชะลอการเสนอแก้ไขกฎหมายไปก่อน 2.ถ้าเห็นว่ายังควรเสนอร่างกฎหมายอยู่ ตามขั้นตอนจะต้องพิจารณาว่าได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นครบถ้วนตามมาตรา 77 หรือไม่ ถ้ายังไม่ครบ อาจขยายเวลาการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม หรือถ้าดำเนินการตามมาตรา 77 ครบถ้วนแล้ว วิป สนช.จะตรวจสอบความครบถ้วนของการปฏิบัติตามมาตรา 77 อีกครั้ง และ 3.อาจจะทำเป็นรายงานข้อสังเกต ข้อเสนอแนะแทนการเสนอแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้รัฐสภาชุดใหม่รับไปพิจารณาต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15497</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย, ปกรณ์ มหรรณพ, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180815/image_big_5b743b69e019f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นครคอพาดเขียง! &#039;อิทธิพร&#039;ปธ.กกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อภิสิทธิ์ไฟเขียวฟ้อง &amp;ldquo;นคร มาชิน&amp;rdquo; แล้ว &amp;nbsp; พร้อมสั่งทีมกฎหมายจัด พ.ร.บ.คอมพ์อีกดอก เพราะโทษแรงกว่าหมิ่นประมาท &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; มาแปลก ขอเป็นพระอิฐพระปูนไม่ตอบโต้การเมืองกับใคร เตือนนักเลือกตั้งอย่าหว่านประชานิยมเพราะมี กม.ควบคุม 5 ว่าที่ กกต.เคาะครั้งเดียวแล้วเลือก &amp;ldquo;อิทธิพร บุญประคอง&amp;rdquo; นั่งประธาน เหตุอายุน้อยสุดจะได้อยู่ครบวาระ 7 ปี อึ้ง! ตรรกะไพร่หมื่นล้านบอก คสช.ฟ้องเท่ากับรับว่าทำจริง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกถึงกรณีนายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก ได้โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงพรรคว่ามีส่วนร่วมในการล้มล้างรัฐบาลนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าพรรคได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายฟ้องดำเนินคดีหมิ่นประมาทกับนายนครแล้ว เพราะเป็นเรื่องเท็จ ทำให้พรรคเสียหาย ส่วนที่นายนครระบุว่ามีหลักฐานพร้อมไปเปิดในชั้นศาลนั้น ก็ขอให้เปิดเผยเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทีมกฎหมายพรรคจะดูความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมจากการฟ้องหมิ่นประมาทด้วย เพราะมีโทษรุนแรงกว่าการทำผิดฐานหมิ่นประมาท แต่การทำผิดตามกฎหมายนี้ไม่สามารถฟ้องตรงต่อศาลได้ จึงต้องแจ้งความเพื่อเอาผิดต่อไป ซึ่งนายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายของพรรคจะแถลงรายละเอียดในวันที่ 1 ส.ค. เวลา 10.00 น.ที่พรรค&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปฏิเสธแสดงความเห็นเรื่องนี้ โดยระบุว่า ไม่อยากจะตอบ เพราะไม่เกี่ยวอะไรกับรัฐบาล ฉะนั้นใครพูด ใครโพสต์อะไรก็ไปว่ากันเอง ไม่ใช่คนของรัฐบาล เขาจะพูดอะไรก็ไปฟังกันเอง ถ้าคิดว่าเป็นประโยชน์ก็เผยแพร่ไป ถ้าคิดว่าไม่มีประโยชน์ ก็อย่าไปเผยแพร่ให้เขา หลายอย่างในโซเชียลมีเดียพิธีกรหลายคนก็ไปเอาข้อมูลในโซเชียลฯ มาเปิดประเด็นข่าว ซึ่งคิดว่าบางอย่างไม่เป็นประโยชน์ อย่าไปสนใจมันก็จบและเงียบไป แต่บางคนเอาไปว่ากันไปมา ซึ่งทุกคนก็ทราบกันดีอยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นนายกฯ หรือใครก็ตาม ไม่ใช่บุคคลที่มีอำนาจสูงสุดหรือบุคคลที่เป็นนายคน มันไม่ใช่ ทั้งหมดคือการแบกความรับผิดชอบ แบกจิตสำนึกที่ต้องทำงานเพื่อประชาชน นั่นคือสิ่งที่อยู่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นหัวโขนที่พวกเราสวมไว้ในการเป็นนายกฯ เป็นรัฐบาล และเมื่อเราถอดหัวโขนออกเมื่อไหร่ เราก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ดังนั้นเราต้องรู้ว่าเราเดือดร้อนในเรื่องอะไร เกษตรกรว่าอย่างไร เราต้องดูแลคนยากจนในอาชีพอื่นๆ อย่างไร เพราะเรายังมีบุคคลอีกหลายอาชีพ ไม่ใช่เกษตรกรเพียงอย่างเดียว แม้วันนี้เราจะใช้งบประมาณลงไปจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ก็ต้องดูแลกันต่อไป และยังมีในส่วนของอาชีพอิสระอื่นอีก&amp;nbsp;
บิ๊กตู่ขอเป็นพระอิฐพระปูน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เราอย่าตกไปเป็นเครื่องมือของใคร วันนี้ขอร้องว่าให้ระมัดระวังในเรื่องของกฎหมาย รวมทั้งพระราชบัญญัติการเงินการคลังและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณต่างๆ ที่มีการออกมา ก็เพื่อเป็นการป้องกันการใช้จ่ายงบประมาณที่ซ้ำซ้อน ไม่เป็นประโยชน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก จึงได้มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวออกมา รัฐบาลนี้ทำทุกอย่างอยู่ภายใต้กรอบที่กำหนดตามสัดส่วนการใช้จ่ายงบประมาณของประเทศ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือเกษตรกร ต้องอยู่ภายในกรอบของวงเงินที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย ถ้าเกินก็ต้องหยุด ไปทำส่วนอื่นเพื่อทดแทนที่จะได้ไม่เกินสัดส่วนต่างๆเหล่านี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องนี้ก็ฝากเตือนฝ่ายการเมืองด้วย ช่วงนี้ผมจะไม่มีการตอบโต้ทางการเมืองกับใครทั้งสิ้น ที่เหลือจะเป็นเรื่องของการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ และเรื่องนี้คิดว่าสามารถขอความร่วมมือจากสื่อได้ ทั้งในการเขียนวิพากษ์วิจารณ์ หรือเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับผมมาถามผม มันก็จะไม่เกิดความขัดแย้ง เพราะถ้าผมเผลอตอบไป หรืออาจไม่ตั้งใจตอบ หรือตอบในลักษณะที่อาจหงุดหงิดไปบ้าง มันก็เป็นการเปิดประเด็นมา โดยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เราก็ต้องเรียนรู้เหมือนกันทั้งสองฝ่าย ทั้งคนถามและคนตอบ ก็ขอฝากสื่อไว้ด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนักวิชาการมีความเห็นว่าพรรคควรนำเสนอนโยบายในการนำพาประเทศไปข้างหน้าอย่างไรว่า พรรครับฟังความเห็นของประชาชนทั่วไปและสมาชิกพรรค รวมทั้งให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดทำรับฟังความเห็นของประชาชนเพื่อประกอบการจัดทำนโยบายที่ตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและอื่นๆ โดยนโยบายต้องนำไปแก้ปัญหาได้จริง ซึ่งการทำนโยบายที่สมบูรณ์นั้น ต้องประชุมปรึกษาหารือ การเดินทางไปรับฟังประชาชนในพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งการรับฟังความเห็นออนไลน์ ซึ่งน่าเสียดายว่าขณะนี้มีข้อจำกัดที่พรรคการเมืองไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมือง อีกทั้งข้อจำกัดการห้ามชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปยังคงอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มีคำถามจากหลายฝ่ายว่าเหลือเวลาเพียงไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้ง น่าจะเปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่ได้ขับเคลื่อนจัดทำนโยบายเพื่อให้ประชาชนพิจารณา ซึ่งไม่น่าจะกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพราะประชาชนคงอยากเห็นการเลือกตั้งครั้งหน้า เสรี เป็นธรรม และน่าเชื่อถือ คำว่าเป็นธรรมคือทุกฝ่ายแข่งขันอย่างเท่าเทียม อยู่ภายใต้กฎ กติกาเดียวกัน ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือการปลดล็อกให้ทุกพรรคทำกิจกรรมต่างๆ เดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือ&amp;rdquo;นายนพดลกล่าว
สำหรับความเคลื่อนไหวในการเลือกประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นั้น ได้มีการประชุมว่าที่ กกต. 5 คนที่ผ่านความเห็นจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งประกอบด้วย นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, นายอิทธิพร บุญประคอง, นายธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี และนายปกรณ์ มหรรณพ เพื่อคัดเลือกกันเอง โดยผู้ที่จะได้รับการเห็นชอบให้เป็นประธาน กกต.ต้องได้รับคะแนนเห็นชอบ 3 เสียงขึ้นไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมเสนอชื่อนายอิทธิพรเป็นประธาน กกต. และได้ลงคะแนนลับ ซึ่งผลปรากฏว่าเสียงข้างมากให้นายอิทธิพรเป็นว่าที่ประธาน กกต. ซึ่งเป็นการลงมติเลือกเพียงครั้งเดียว และภายหลังเลิกประชุม นายอิทธิพรปฏิเสธให้สัมภาษณ์ โดยกล่าวสั้นๆ ว่า จะขอให้ข่าวภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธาน กกต.แล้ว
ได้เพราะอายุน้อยสุด
ขณะที่นายธวัชชัยกล่าวว่า เมื่อที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่ที่ประชุม ส่วนรายละเอียดนั้นให้ไปสอบถามจากนายนัฑ ผาสุข เลขาธิการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนัฑกล่าวว่า กระบวนการเลือกกันเองของว่าที่ กกต.นั้น เป็นไปโดยการลงคะแนนลับ โดยให้สิทธิ์ว่าที่ กกต.ทุกคนเขียนรายชื่อบุคคลที่ต้องการให้ดำรงตำแหน่งประธาน กกต.ลงบนบัตร และไม่จำกัดสิทธิที่จะออกเสียงเพื่อเลือกตนเองเป็นประธาน กกต. ซึ่งหลังจากรับทราบว่านายอิทธิพรได้รับเลือกเป็นประธาน กกต.แล้ว ว่าที่ กกต.ได้หารือร่วมกันถึงแนวทางการทำงานร่วมกันจากนี้อีก 7 ปี รวมถึงการจัดการเลือกตั้งที่ต้องรับบทบาทหลังจากนี้&amp;nbsp;
ทั้งนี้ เมื่อรับทราบผลลงมติดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ได้ทำลายบัตรออกเสียงแล้ว สำหรับขั้นตอนต่อไป จะทำหนังสือถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ในวันที่ 31 ก.ค. เพื่อนำรายชื่อประธาน กกต. และ กกต.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป ส่วนการเตรียมความพร้อมเรื่องการเลือกตั้งจากนี้ จะเป็นหน้าที่ของสำนักงาน กกต.ที่ต้องดูแล หลังจากขั้นตอนดังกล่าวถือว่าเสร็จสิ้นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เหตุผลที่นายอิทธิพรได้รับเลือก เนื่องจากมีอายุเพียง 62 ปี สามารถดำรงตำแหน่งประธาน กกต.จนครบวาระ 7 ปี โดยเมื่อเทียบกับว่าที่ กกต.คนอื่น เช่น นายฉัตรไชย อายุ 65 ปี หรือนายธวัชชัย อายุ 66 ปี ที่เป็นแคนดิเดตก่อนหน้านี้ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่จนครบ 7 ปีรวดเดียวได้ ต้องพ้นวาระเมื่ออายุครบ 70 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี &amp;nbsp;(บก.ปอท.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมทีมกฎหมาย เข้าให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ปอท. หลังถูก คสช.แจ้งความเอาผิดหลังจากนายธนาธร และผู้ดำเนินรายการ 2 คน ไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กเพจอนาคตใหม่ และเพจของนายธนาธร พาดพิง คสช.ว่ามีการดูด ส.ส.โดยใช้คดีความที่ติดตัว ส.ส.มาเป็นเครื่องต่อรอง รวมทั้งการเชิญชวนให้คนที่ติดตามเพจมาร่วมลงชื่อรื้อกระบวนการยุติธรรม
ชี้ คสช.ฟ้องแสดงว่าทำจริง!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากเข้าให้การสอบสวนเป็นเวลา 1 ชั่วโมงครึ่ง นายธนาธรกล่าวว่า เข้ามาให้ข้อมูลในฐานะพยาน เนื่องจากแจ้งความเอาผิดกับผู้ดูแลเพจในเฟซบุ๊กทั้งสองเพจ ซึ่งก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะคิดไว้นานแล้วว่าวันหนึ่งต้องมีการแจ้งความจาก คสช. ส่วนที่พูดเกี่ยวกับการดูด ส.ส. ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ได้รับทราบมาจาก ส.ส.หลายคนที่ถูกทาบทาม และเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ทราบกันโดยทั่วไป ไม่ได้มีเจตนากล่าวหาหรือใส่ความ คสช. ซึ่งการที่ คสช.ออกมาแจ้งความ ก็เท่ากับยอมรับว่าได้กระทำจริง และมองว่าพรรคเป็นศัตรู&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไม่กลัว เพราะเป็นเรื่องปกติของนักการเมืองที่ต้องโดนโจมตีจากฝั่งตรงข้าม และหลังจากนี้ก็จะยังคงไลฟ์สดตามปกติ เพราะไม่ได้มีทำผิดกฎหมายชุมนุมเกิน 5 คน และจะไม่มีการปรับเนื้อหาในรายการ&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรยังกล่าวถึงการลงพื้นที่ ครม.สัญจรถี่ยิบในช่วงนี้ว่า คสช.กำลังเริ่มกิจกรรมเตรียมการเลือกตั้งในขณะที่พรรคการเมืองอื่นทำไม่ได้ ไปลงตลาดแจกใบปลิว เปิดเวทีปราศรัยก็ทำไม่ได้ คสช.อยากจะปิดกั้นเสรีภาพของประชาชน ก็ให้ดูการเลือกตั้งของกัมพูชา ที่พรรครัฐบาลได้ที่นั่งครบทั้งหมด ถ้า คสช.อยากทำแบบนั้นก็ทำเลย คสช.อย่ามาใส่เสื้อคลุมที่เป็นประชาธิปไตย แต่ในเนื้อแท้เป็นเผด็จการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการ ประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของ คสช.เผยว่า ได้เข้ามาแจ้งความกับ ปอท.ตั้งแต่เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคดีดังกล่าวนายธนาธรมีการพาดพิงถึง คสช. ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม และเป็นการกล่าวหา คสช. นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการโจมตีกระบวนการยุติธรรมด้วย โดยคดีดังกล่าวจะให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับนายธนาธรและพวกต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.อธิลักษณ์ หวังสิริวรกุล รอง ผกก.3 บก.ปอท. กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการสอบสวนนายธนาธรและพวก ในฐานะพยาน แต่นายธนาธรและพวกไม่ประสงค์ให้การใด ทั้งนี้ การแจ้งความของ คสช.ได้แจ้งความให้เอาผิดผู้ดูแลเพจทั้งสองเพจในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนก ยุยง และเป็นภัยต่อความมั่นคง และหลังจากนี้ หากพบว่านายธนาธรมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดในข้อหาอื่นใด ก็อาจแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลังได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14472</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี, ธวัชชัย เทิดเผ่าไทย, นคร มาฉิม, นพดล ปัทมะ, พ.ต.ท.อธิลักษณ์ หวังสิริวรกุล, พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180731/image_big_5b606e1b4fe8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉัตรไชย หรือ...?  จ่อนั่ง ปธ. 7 เสือ กกต.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เคาะออกมาแล้วจากฝ่ายสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่เป็นฝ่ายธุรการ-อำนวยการในการจัดประชุมนัดแรกของ ว่าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ ที่กำหนดให้วันที่ 31 ก.ค. คือวันที่ว่าที่ กกต. 5 ชื่อซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จัดประชุมนัดแรกเพื่อลงมติเลือกบุคคลให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธาน กกต.คนใหม่ แทน นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.คนปัจจุบัน ที่พอลงมติเลือกกันเสร็จก็จะนำชื่อของ ว่าที่ประธาน กกต.-กกต. ส่งให้ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยใน พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต.มาตรา 12 บัญญัติไว้ตอนหนึ่งว่า &amp;quot;ในกรณีที่ผู้ซึ่งวุฒิสภาให้ความเห็นชอบยังได้ไม่ครบจํานวนที่ต้องสรรหาหรือคัดเลือก แต่เมื่อรวมกับกรรมการซึ่งยังดํารงตําแหน่งอยู่ ถ้ามีจํานวนถึงห้าคนก็ให้ดําเนินการประชุมเพื่อเลือกประธานกรรมการได้ และเมื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งแล้วให้คณะกรรมการดําเนินการตามหน้าที่และอํานาจต่อไปพลางก่อนได้ โดยในระหว่างนั้นให้ถือว่าคณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่มีอยู่ และให้ดําเนินการสรรหาหรือคัดเลือกเพิ่มเติมให้ครบตามจํานวนที่ต้องสรรหาหรือคัดเลือกต่อไปโดยเร็ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเลือก ว่าที่ประธาน กกต. คนใหม่ที่จะทำหน้าที่ 7 ปี เว้นแต่อายุครบ 70 ปีเสียก่อนจึงสำคัญมาก เพราะหากได้คนที่บารมีไม่ถึง เป็นคนที่ถูกแทรกแซงได้ ทำงานไม่ตรงไปตรงมา ก็จะมีผลต่อระบบการเมืองการเลือกตั้งต่อจากนี้เลยทีเดียว โดยเฉพาะกับภารกิจสำคัญที่รอ กกต.ชุดใหม่ คือการควบคุมดูแลการเลือกตั้ง ทั้งการเลือกตั้งใหญ่และการเลือกตั้งท้องถิ่นในอนาคตอันใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับรายชื่อว่าที่ กกต. 5 คนดังกล่าวที่จะมานั่งประชุมกันในวันที่ 31 ก.ค.เพื่อลงมติเลือก ประธาน กกต. คนใหม่ ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2 ชื่อที่มาจากสาย ตุลาการ-ศาลฎีกา เพราะได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา คือ ฉัตรไชย&amp;nbsp; จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และ ปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;nbsp; และอีก 3 ชื่อที่มาจากการเลือกของคณะกรรมการสรรหาฯ ประกอบด้วย 1.สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์&amp;nbsp; อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.อิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย และ 3.ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด รวมถึงเป็นอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในยุค คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เดิมทีก่อนหน้านี้ชื่อของ ฉัตรไชย รุ่นน้องตุลาการของ ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.คนปัจจุบัน&amp;nbsp; คือเต็งหนึ่งว่าที่ประธาน กกต.คนใหม่ โดยเป็นชื่อที่ถูกพูดถึงมาตั้งแต่การเลือก กกต.รอบที่แล้ว โดยมี&amp;nbsp; ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เป็นคู่ชิง แต่ปรากฏว่า สนช.โหวตคว่ำกระดานรายชื่อ 7 กกต.รอบที่แล้วยกแผง จนเมื่อ ฉัตรไชย ไปสมัครเป็น กกต.อีกครั้งที่ศาลฎีกา และเมื่อผลโหวตของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาออกมาท่วมท้นยืนยันชื่อของ ฉัตรไชยและปกรณ์ อีกรอบ กระแสข่าวชื่อฉัตรไชยจะมาเป็นประธาน กกต.ก็ถูกพูดถึงอีกครั้งตั้งแต่ที่ สนช.ยังไม่โหวตเมื่อ 12 ก.ค.ที่ผ่านมาเสียด้วยซ้ำ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นเมื่อ สนช.โหวตเสร็จเรียบร้อย และเวลานี้อยู่ในขั้นตอนให้ว่าที่ กกต.แต่ละคนไปเคลียร์ตัวเอง เช่นลาออกจากงานที่ทำอยู่เพื่อเตรียมไปเป็น กกต. และกว่าจะถึงวันประชุมเลือกประธาน กกต. คือ&amp;nbsp; 31 ก.ค.ก็เหลือเวลาอีกร่วมครึ่งเดือน ทำให้อะไรๆ ก็ยังไม่แน่นอนเสมอไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะต้องไม่ลืมว่าใน 5 ชื่อว่าที่ กกต.ชุดใหม่ มีที่มาจากสายกรรมการสรรหาฯ 3 ชื่อ ส่วนจากศาลฎีกามี 2 ชื่อ แม้ชื่อ-ชั้น-ประสบการณ์ในด้านกฎหมายที่เป็นเรื่องสำคัญของคนที่จะเป็น กกต.ของ ฉัตรไชย จะเหนือกว่าว่าที่ กกต.อีก 3 คน แต่ทั้ง 3 คนนี้ก็มีคุณสมบัติ-ประสบการณ์เป็นจุดแข็งของตัวเองเช่นกัน อาทิ ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตพ่อเมืองหลายจังหวัด มีประสบการณ์ที่เคยดูแลการเลือกตั้งทั้งระดับชาติและท้องถิ่นมาแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งหากดูที่มาที่ไป ก็พบว่าก่อนหน้านี้ บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เคยตั้งให้เป็น สปท. และมีข่าวว่า ธวัชชัย ก็ยังมีคอนเนกชันอยู่กับ สายทหาร-นักปกครอง ที่อยู่ฝ่ายกุมอำนาจในเวลานี้ จึงทำให้ชื่อของ ธวัชชัย เริ่มมีคนพูดถึงไม่ใช่น้อยว่าอาจเป็นอีกหนึ่งคู่ชิงประธาน กกต. โดยเฉพาะหากว่าที่ กกต.สายสรรหา 3 คน ทั้ง ธวัชชัย-สันทัด-อิทธิพร จับมือกันแน่นก็ได้แล้ว 3 เสียง เว้นแต่จะ เสียงแตก กันเอง เพราะบางคนอาจไม่ยอม!!!!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ที่เคยคาดหมายกันว่า ตัวแทนสายศาลอย่าง ฉัตรไชย-ปกรณ์ ใครคนใดคนหนึ่งจะแบเบอร์นั่งประธาน กกต. ถึงตอนนี้จึงยังไม่แน่เสมอไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระนั้นก็เชื่อว่าการเลือกประธาน กกต.คนใหม่ ไม่น่ามีแรงกระเพื่อมอะไรมากมาย อาจจะออกมาแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่มีความขัดแย้งใดๆ ตามมาหลังเลือกกันเสร็จ โดยว่าที่ กกต.ทั้ง 5 คนน่าจะได้ข้อยุตินอกรอบว่าใครเหมาะสมกับการเป็นประธาน กกต.กันก่อนโหวตจริง 31 ก.ค.ด้วยซ้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13456</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คณะกรรมการการเลือกตั้ง, ฉัตรไชย  จันทร์พรายศรี, ฐากร ตัณฑสิทธิ์, ตุลาการ, ธวัชชัย เทอดเผ่าไทย, ปกรณ์ มหรรณพ, พรเพชร วิชิตชลชัย, ศาลฎีกา, ศุภชัย สมเจริญ, สภานิติบัญญัติแห่งชาติ, สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180715/image_big_5b4b5badb67a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13453</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บันทึกหน้า4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;storage.thaipost.net ไทยโพสต์ &amp;quot;อิสรภาพแห่งความคิด&amp;quot; Line ID:@thaipost บันทึกเพื่อทราบ!! นับตั้งแต่วันนี้ &amp;quot;ฮาร์ดคอร์&amp;quot; การเมืองทั้งหลายจะไม่เหงาอีกแล้วนะจ๊ะ.. เพราะ..กระแสข่าวหมูป่า 13 ชีวิตไม่แย่งพื้นที่ ในขณะที่ปิดฉากฟุตบอลโลก 2018 กันไปเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน ...0 เสียงเคาะระฆังเตรียมเลือกตั้งจะดังอึกทึกครึกโครมกวนหูกวนประสาทขนาดไหน คงไม่ต้องรอนาน เพราะแห่ออกมากันหนาหูหนาตา ว่าด้วย &amp;quot;พลังดูด&amp;quot; ของกลุ่มสามมิตร ซึ่งเพียบพร้อมด้วยข้อเสนอประเภท &amp;quot;ฟูลแพ็กเกจ&amp;quot; เรื่องเงินทุนไม่ต้องห่วง กังวลก็แต่สนธิสัญญาสามมิตรจะจริงได้ในภาคปฏิบัติไหมเท่านั้น ...0 จึงเป็นเรื่องปกติมากจนถึงมากที่สุด ที่จะเห็นดรามารายวันจาก 2 พรรคการเมืองใหญ่ ที่ร้อนๆ หนาวๆ จากพลังดูดสามมิตร เพราะแค่ครม.สัญจร 23-24 ก.ค.นี้ เปลี่ยนจากเชียงรายไปอุบลราชธานี-อำนาจเจริญ ก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างและคร่ำครวญต่างๆ นานาหาว่ามีนัยทางการเมือง ...0 สรุปว่า &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เวลานี้ขยับจะทำอะไรสักเรื่อง ก็จะต้องถูกเหมารวมว่าหาเสียงเพื่อวางแผนจะอยู่ต่อหลังเลือกตั้งทั้งนั้นแหละ ฉะนั้นถ้าไม่จริงก็ก้มหน้าก้มตาทำงานไปเพื่อคืนความสุขให้กับประเทศไทยแล้วกัน ...0 การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมี &amp;quot;กกต.&amp;quot; เพราะเป็นข้อบัญญัติไว้ใน รธน. พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. จึงเตรียมนำรายชื่อ กกต.ที่ได้รับความเห็นชอบ 5 คน ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายไปก่อน ส่วนอีก 2 คนที่ต้องสรรหาใหม่นั้นก็ยังพอมีเวลา เพราะ กกต. 5 คนถือว่าครบองค์ประชุมที่สามารถดำเนินการใดๆ ตามกฎหมายได้ ...0 คาดเดากันไปว่า 2 คนที่จะต้องหาให้ครบ 7 นั้นอาจจะมีการใช้วิธีการพิเศษ คือ ..ทาบทาม.. แต่มีเสียงลอดจากไรฟันของคณะกรรมการสรรหาแล้วว่า ..ใครจะกล้า!!! เพราะเกิดข้อครหาต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เสียแรงเสียเวลา และที่สำคัญ &amp;quot;เสียหน้า&amp;quot; สู้อดทนประกาศหาผู้สมัครตามขั้นตอนจะดีกว่าไหม??? ...0 ระหว่างนี้แน่นอนที่สุดคือ 5 กกต.นั้น ใครจะนั่งเก้าอี้ &amp;quot;ประธาน&amp;quot; ไม่ว่าจะเป็น สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี อิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ธวัชชัย&amp;nbsp; เทอดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และ ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา กับ ปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา...แต่เล็งลัคนาแล้ว ว่ากันว่า ฉ.ฉิ่งตีดัง จะมาแรงแซงทุกคน ...0 รอจนคอยืดคอยาววววว.....ว่าด้วยผลสรุปของคดีแหวนเพชรและนาฬิกาหรู ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม &amp;quot;พี่ใหญ่&amp;quot; ของ คสช. กับคดี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.ไซด์ไลน์และนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กรณียืมเงินเสี่ยกำพล เจ้าของสถานบริการวิคตอเรีย ซีเครท 300 ล้านบาท นับไปนับมาก็มากกว่า 3 เดือน เพิ่งเห็นเพจเฟซบุ๊กองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์จดหมายตอบกลับจาก วรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ระบุว่า &amp;#39;กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง&amp;rsquo; ...0 เอิ๊งเอย!! กันยาวนานมาก ยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมว่า ประธาน ป.ป.ช. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่จะ &amp;quot;กดปุ่ม&amp;quot; Pause หรือ Enter ในคดีต่างๆ ที่เข้าไปสู่กระบวนการทำงานของ ป.ป.ช. เพราะถามคนทำงานที่ดีเอสไอก็จะชี้ไปที่ป.ป.ช. พอซักคนใน ป.ป.ช.ก็จะชี้นิ้วขึ้นไปข้างบน ราวกับเป็นรหัสลับ..รู้ๆ อยู่ ...0 ฉะนั้นการที่ วรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ออกมาเปิดประเด็นว่า &amp;ldquo;ป.ป.ช.อยู่ระหว่างจัดทำประกาศสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อกำหนดตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินเพิ่มเติม เบื้องต้นจะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงกลาโหม และทหารเพิ่มเติมด้วย&amp;rdquo; ดูๆ ไปก็คล้ายถามช้างตอบม้านะจ๊ะ ...0&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13453</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรไชย จันทร์ พรายศรี, ธวัชชัย  เทอดเผ่าไทย, บันทึกหน้า 4, ปกรณ์ มหรรณพ, ปิยสาร์, พรเพชร วิชิตชลชัย, พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วรวิทย์ สุขบุญ, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2df4ed2a690-2.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ5กกต.เขี่ย&#039;สมชาย-พีระศักดิ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สนช.ประชุมลับเลือก 5 กกต. เขี่ย &amp;quot;สมชาย-พีระศักดิ์&amp;quot; ทิ้ง หลังวิจารณ์คุณสมบัติอย่างหนักกรณีโดนคดี-ไม่เป็นกลาง &amp;quot;พรเพชร&amp;quot; เผยเตรียมสรรหาต่ออีก 2 คน &amp;quot;นิพิฏฐ์&amp;rdquo; แฉเป็นไปตามแผน &amp;ldquo;มีชัย&amp;rdquo; อีก 2 คนทาบทาม แต่เหมือนล็อกสเปก &amp;quot;ป้อม&amp;quot; ลั่นดูดอดีต ส.ส.แลกล้มคดีทำไม่ได้ วงเสวนาเชื่อประเดิมไพรมารีโหวต ปชช.-ขรก.ร่วมน้อย ชี้กระบวนการมีส่วนร่วมเชิงหลอกลวง ท้า &amp;quot;สมเจตน์&amp;quot; เปิดหน้าเล่น ให้ &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; หนุนทหารสมัครสมาชิกพรรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 12 กรกฎาคม ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม มีการประชุมลับเพื่อพิจารณาตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 7 คน ตามรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้แก่ 1.นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 2.นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร 3.นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย 4.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดหลายจังหวัด และ 5.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวน 2 คน ได้แก่ นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.10 น. ได้กลับมาเปิดประชุมอย่างเปิดเผย และให้สมาชิก สนช.ลงคะแนนโดยกาบัตรเข้าคูหา จากนั้นประธานที่ประชุมแจ้งผลการนับคะแนน ดังนี้ สำหรับผู้ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง กกต. จำนวน 5 คน ได้แก่ 1.นายสันทัด ได้คะแนน 178 ต่อ 20 งดออกเสียง 3 เสียง 2.นายอิทธิพร ได้คะแนน 186 ต่อ 10 งดออกเสียง 5 เสียง &amp;nbsp;3.นายธวัชชัย ได้คะแนน 184 ต่อ 12 งดออกเสียง 5 เสียง 4.นายฉัตรไชย ได้คะแนน 184 ต่อ 11 งดออกเสียง 6 เสียง และ 5.นายปกรณ์ ได้คะแนน 185 ต่อ 10 งดออกเสียง 6 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง กกต. จำนวน 2 คน ได้แก่ 1.นายพีระศักดิ์ ได้คะแนน 28 ต่อ 168 งดออกเสียง 5 เสียง และ 2.นายสมชาย ได้คะแนน 3 ต่อ 193 งดออกเสียง 5 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมลับ พบว่านายสมชายและนายพีระศักดิ์ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากนายสมชายมีคดีในศาลและ ป.ป.ช. กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด สมัยที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขณะที่นายพีระศักดิ์ นั้น สมาชิก สนช.ส่วนใหญ่กังวลถึงความเป็นกลางทางการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แถลง ว่า เมื่อที่ประชุม สนช.ได้มีมติให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่ง กกต. จำนวน 5 คนแล้ว ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.พ.ศ.2560 ทั้ง 5 คนจะต้องลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ภายใน 15 &amp;nbsp;วันนับแต่วันที่ สนช.ให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 26 ก.ค. ภายหลังพ้นวันที่ 26 ก.ค.ไปแล้ว หากบุคคลทั้ง 5 คนได้ดำเนินการลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ตามกฎหมาย กกต. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา จะดำเนินการให้ผู้ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช.ดังกล่าว ประชุมร่วมกันเพื่อเลือกประธาน กกต.จำนวน 1 คน ก่อนจะนำรายชื่อทั้ง 5 คนขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป เนื่องจากแม้ สนช.จะไม่ได้ให้ความเห็นชอบ กกต.ครบทั้ง 7 คน แต่กฎหมาย กกต.กำหนดให้ผู้ที่ผ่านความเห็นชอบเป็น กกต.จำนวน &amp;nbsp;5 คน ก็สามารถทำหน้าที่และเป็นองค์ประชุมได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.กำหนด จะมีผลให้ผู้ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช.ที่เหลือไม่สามารถเป็นองค์ประชุมเพื่อเลือกประธาน กกต.ได้ เพราะจะเหลือองค์ประชุมแค่ 4 คน และไม่อาจนำรายชื่อดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ เพียงแต่บุคคลที่ได้ลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ครบแล้วนั้นยังคงมีสถานะเป็นผู้ได้รับความเห็นชอบจาก สนช.ตามเดิมต่อไป ทั้งนี้หากมีการโปรดเกล้าฯ กกต.ชุดใหม่แล้ว กกต.ชุดปัจจุบันจะพ้นจากตำแหน่งทันที&amp;quot;
หวั่นล็อกสเปก 2 ว่าที่ กกต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธาน สนช.กล่าวว่า ส่วนการสรรหา กกต.อีก 2 คนนั้น จะทำหนังสือถึงประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานกรรมการสรรหา เพื่อประชุมคณะกรรมการสรรหาอีกครั้ง ซึ่งกระบวนการสรรหาใหม่จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 90 วัน อย่างไรก็ตาม ในที่นี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าการสรรหา กกต.ใหม่อีก 2 คน จะใช้กระบวนการเชิญบุคคลที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญเข้ามารับการสรรหา ตามมาตรา 12 ของกฎหมาย กกต.หรือไม่ เพราะต้องรอให้มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการประชุม สนช.พิจารณารายชื่อว่าที่ กกต. ไม่ครบ 7 คน เนื่องจากอาจมีบางคนคุณสมบัติไม่เหมาะสม และจะมีการเสนอให้ใช้วิธีการทาบทามตัวบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งแทนว่า ในกฎหมายเปิดโอกาสไว้ แต่จะใช้หรือไม่ก็แล้วแต่ ซึ่งสังคมอาจจะยังใหม่กับเรื่องนี้ และไม่ยอมรับวิธีนี้ ดังนั้นจึงไม่ควร เพราะดุลพินิจที่จะบอกว่า ให้ใช้วิธีทาบทามตัวถือว่าล่อแหลมมาก แต่กฎหมายก็ไม่ได้ห้ามอะไร ทั้งนี้ ก็ต้องทำการสรรหาใหม่ในจำนวนที่ขาดอยู่ ซึ่งหากการพิจารณาของ สนช.ครั้งนี้ได้ กกต. ใหม่ 5 คน ก็สามารถทำงานได้ ส่วนการสรรหาให้ครบ 7 คน ก็อาจจะทำได้เร็วขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า หากมี กกต. 5 คน จะสามารถเดินหน้าจัดการเลือกตั้งได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ทำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังทราบชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นกกต.ทั้ง 5 คนว่า เป็นไปตามญาณวิเศษและความศักดิ์สิทธิ์ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เคยพูดก่อนหน้านี้ว่า ถ้าได้ กกต.ไม่ครบ ก็อาจจะต้องใช้วิธีการทาบทามบุคคลในส่วนที่ขาด ดังนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามความคาดหมายของนายมีชัย คือได้ กกต.ไม่ครบ 7 คน ตามที่กฎหมายกำหนด แม้ 5 คนก็สามารถทำงานได้ แต่ต้องมีการทาบทามเพิ่มอีก 2 คน ให้ครบตามที่กฎหมายระบุ แต่ 2 คนที่จะทาบทามภายหลังนี้อาจมีปัญหา เมื่อสังคมเคลือบแคลงในการทำหน้าที่ความไว้วางใจที่จะมีน้อยกว่า 5 คนแรกที่ได้มาจากการสรรหา เปรียบเหมือนการแข่งกีฬา เมื่อนักกีฬาไม่เชื่อถือในกรรมการ เกมแข่งขันอาจไม่ราบรื่น เพราะใช้การทาบทาม ซึ่งภาษาชาวบ้านคือการเชิญคนมาเป็นก็เหมือนการล็อกสเปกว่าอยากให้ใครเป็นกรรมการ แม้จะทำหน้าที่ได้ดี มันก็ดีน้อยลง เพราะความเชื่อถือเชื่อมั่นในความเป็นกลางลดน้อยลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักที่สำคัญว่าผู้มีอำนาจจะลงมาเป็นผู้แข่งขันในเกมเสียเองหรือไม่ อย่างไร เพราะถ้าหากลงมาแข่งขันเสียเอง ก็จะเท่ากับว่ามีกรรมการอยู่ในมือแล้วสองคน เกมการแข่งขันก็ไม่ชอบธรรม ทั้งที่หากเปรียบถึงการเลือกตั้ง ผู้มีอำนาจเขาก็มีสมาชิกรัฐสภาอยู่ในมือแล้ว 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้ง คือเขาเริ่มต้นที่ 250 คน แต่พรรคการเมืองที่แข่งขันเริ่มต้นที่ศูนย์ ถามว่าเช่นนี้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นหรือไม่ ยิ่งมีกรรมการในมือเพิ่มขึ้นอีก ก็ขอให้สังคมคิดเอาเองว่าเกมแข่งขันนี้จะเป็นอย่างไร&amp;rdquo; นายนิพิฏฐ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ​กล่าวถึงความพร้อมของสำนักงานภายหลังที่ประชุม สนช.มีมติเห็นชอบ 5 รายชื่อว่าที่ กกต.ว่า สำนักงานได้เตรียมความพร้อมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง ระเบียบต่างๆ การเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับการทำงานในอนาคต ซึ่งขณะนี้กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการต่างๆ เยอะมาก จึงถือเป็นภาระค่อนข้างหนัก แต่เราก็ได้มีการเตรียมการทุกอย่างไว้รองรับ ไม่ว่าจะทั้งกับ กกต.ชุดเก่าหรือชุดใหม่ โดยพร้อมจะดำเนินการในการจัดการเลือกตั้งได้ทันที &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่ สนช.เห็นชอบว่าที่ กกต.เพียง 5 คน ตามกฎหมายก็ถือว่าสามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยตาม พ.ร.ป.กกต.กำหนดให้องค์ประชุมของ กกต.ชุดใหม่ต้องมีไม่ต่ำกว่า 5 คน ดังนั้นในการประชุมก็จะต้องเข้าประชุมครบทั้ง 5 คน&amp;quot; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายการเมืองตั้งข้อสังเกตการลงพื้นที่ประชุม ครม.สัญจร จ.อำนาจเจริญและอุบลราชธานี วันที่ 23-24 ก.ค.นี้ มีนัยทางการเมืองว่า ลงพื้นที่มาทั้งปีตลอดทุกเดือนอยู่แล้ว เพิ่งนึกขึ้นได้หรือ ส่วนที่มีกระแสดูดนั้น ไม่มีหรอก นายกฯ ก็บอกแล้วว่าไม่มี
&amp;quot;ป้อม&amp;quot;ปัดดูดแลกล้มคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนที่มีกระแสข่าวนายกฯ ไม่ได้เป็นผู้ดูดเอง แต่ให้นายทหารพื้นที่ภาคอีสานเป็นผู้ดำเนินการ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า กระแสข่าวก็พูดไปเรื่อย พร้อมถามกลับว่าวิธีดูดเป็นอย่างไร ผู้สื่อข่าวตอบว่า ใช้การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เช่น เรื่องคดีความ รองนายกฯ จึงกล่าวว่า &amp;ldquo;โอ๊ย คดีอะไร ผมยังไม่รู้เรื่อง ใครเป็นคดีกับใครผมไม่รู้ และในเรื่องกระบวนการยุติธรรมไปแตะต้องไม่ได้ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ นายกฯ ก็ทำไม่ได้ ถามว่าจะไปแลกเปลี่ยนไปสั่งให้เขายกเลิกทำได้หรือไม่ ใครทำได้บ้าง มันทำไม่ได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่ามีการเสนอผลประโยชน์เรื่องเงินด้วย พล.อ.ประวิตรตอบว่า เงินที่ไหน ส่วนที่อ้างกันถึงรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจนั้น เขาไม่ได้หาเงินเอง เขาเป็นคนคิดที่จะหาเงินเข้ารัฐ ไม่ได้หาเงินเข้ากระเป๋าเพื่อเอาไปให้ใคร ไม่มีหรอก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตถึงการลงพื้นที่และ ครม.สัญจรที่จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานี ว่าไม่มี ถ้าจะตั้งข้อสังเกต ก็ทำได้ทุกครั้งที่เคยไป และในทุกรัฐบาล แต่รัฐบาลนี้ได้ประกาศล่วงหน้าว่าจะทำแบบนี้มาเกือบปีแล้ว และลงพื้นที่ไปหลายครั้งแล้ว เดิมทีจะเป็นที่ จ.พะเยาและ จ.เชียงราย แต่ว่าเกิดเหตุการณ์การช่วยเหลือเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี ซึ่งคนในพื้นที่เขาก็ยุ่งกันอยู่ ถ้าหากไปประชุมก็คงจะไปรบกวน นายกรัฐมนตรีจึงตัดสินใจเปลี่ยนไปประชุมที่ จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานีก่อน และครั้งหน้าก็อาจจะไปลงพื้นที่และประชุม ครม.สัญจรที่ จ.พะเยา และ จ.เชียงราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกระแสการดูดอดีต ส.ส.ที่พุ่งเป้าไปที่ภาคอีสาน นายวิษณุกล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในสายตาคนทั้งประเทศอยู่แล้ว ว่าดูดหรือไม่ดูด ทำไมจะต้องไปดูดกันถึงที่เกิดเหตุ จะไปดูดก็ไปดูดกันที่อื่น เขาไปทำภารกิจทางราชการ ซึ่งมีหัวข้อชัดเจน ไม่ได้ดูดอะไรทั้งนั้น แต่อาจจะไปคลายก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ไลฟ์สดเชิญชวนประชาชน สมัครเป็นสมาชิกพรรค จะผิดกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ที่จริงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะในวันที่มีการหารือกันระหว่าง กกต.และพรรคการเมืองที่ผ่านมา ได้มีคนถามประเด็นนี้ ซึ่งตนได้ตอบไปว่าการติดต่อกันโดยสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่าง กกต.กับพรรคการเมืองนั้นทำได้ ได้สอบถาม กกต.แล้ว ทาง กกต.ระบุว่าสามารถทำได้ แต่พรรคการเมืองกลับลังเลเสียเอง ซึ่งอยากให้ใช้วิธีนี้มากกว่า เพราะวิธีนี้เปิดเผย ไม่ใช่เรื่องลับๆ ล่อๆ และไม่ถือว่าขัดคำสั่ง คสช. เรื่องการรวมตัวทางการเมืองเกิน 5 คนด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดการสัมมนาวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;การเลือกตั้งขั้นต้น : ทางออกการเลือกตั้งหรือทางตันประชาธิปไตย?&amp;rdquo; โดยนายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปาฐกถาพิเศษเรื่อง &amp;ldquo;ไพรมารีโหวต : จุดเปลี่ยนการเมืองไทย?&amp;rdquo; ตอนหนึ่งว่า เชื่อว่าหากกฎหมายบังคับใช้แล้วข้าราชการส่วนใหญ่ ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร จะไม่สมัครเป็นสมาชิกพรรค จะไม่เปิดหน้าไปทำไพรมารีโหวต เพราะกลัวว่าหากมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้วอยู่พรรคตรงข้ามของพรรคที่ตนเป็นสมาชิก อาจจะมีปัญหาเรื่องงาน ขณะที่ประชาชนบางกลุ่มที่อาจจะได้รับผลเสียจากการเปิดหน้าเป็นสมาชิกพรรค อาทิ ดีเจสถานีวิทยุ อาจจะไม่กล้าไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค เพราะกลัวจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และอาชีพการงานของตัวเอง ซึ่งนี่คือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในการทำไพรมารีโหวตครั้งแรก เพราะประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมน้อยลง จะเหลือแค่กลุ่มคนวงในกลุ่มญาติพี่น้องของผู้สมัคร
ท้า&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ทำไพรมารีโหวต
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ปรากฏการณ์พรรคพลังประชารัฐและพรรครวมพลังประชาชาติไทยนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้เป็นรัฐบาล ซึ่งจะทำให้ข้าราชการจำนวนมากเปิดหน้าเชียร์พรรคพลังประชารัฐ เพื่อหวังผลพลอยได้หลังการเลือกตั้ง ทั้งนี้ หากอยากให้กฎหมายใช้ได้ผลจริงๆ คนที่ร่างกฎหมายฉบับนี้คือ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ควรจะต้องเปิดหน้า ประกาศตัวทำตามกฎหมายโดยการสมัครเป็นสมาชิกพรรคใดพรรคหนึ่ง และไปทำตามกระบวนการไพรมารีโหวต และอีกคนหนึ่งที่ควรไปทำไพรมารีโหวตก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะต้องเปิดหน้าและควรประกาศให้ทหารทุกเหล่าทัพมีโอกาสเปิดหน้าสมัครสมาชิกพรรคได้อย่างเสรี หากไม่ทำแบบนี้ โอกาสที่กฎหมายนี้จะดึงดูดใจให้ประชาชนเข้าไปสมาชิกพรรคอย่ากว้างขวางก็จะยาก แต่ก็เชื่อว่าในช่วงแรกการใช้ปัญหาจะเยอะ แต่หากใช้ไปเรื่อยๆ จะทำให้ปัญหาลดลง&amp;rdquo; นายไชยันต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในการเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;การเมืองไทยกับระบบไพรมารีโหวต : ทางออกการเลือกตั้งหรือทางตันประชาธิปไตย โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. กล่าวตอนหนึ่งว่า ระบบไพรมารีโหวตในครั้งนี้ อาจเกิดจากการออกแบบ 2 แบบ คือ 1.ออกแบบโดยปัญญาเพื่อแก้ปัญหา มีการเอารูปแบบจากต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสม และ 2.ออกแบบโดยอคติ เพื่อให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ หรือเป็นประโยช์ต่อพวกพ้องตัวเอง ซึ่งตนมองว่าเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง ทั้งนี้ กระบวนการทำไพรมารีโหวตนั้น ได้มีความรู้สึกว่าเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกผู้สมัคร แต่เป็นกระบวนการในเชิงหลอกลวง ให้เห็นเหมือนว่าเรามีการเลือกตั้งแล้ว มีการทำไพรมารีโหวตแล้ว เป็นประชาธิปไตยแล้ว ทั้งที่ไม่ใช่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้หลักการดังกล่าวจะดี แต่จะต้องช่วยกันทำให้ระบบเข้มแข็งมากขึ้น เพราะการทำไพรมารีโหวตในครั้งแรกอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แต่ไม่ควรยกเลิก แม้จะดูเป็นพิธีกรรม ไม่ควรลดทอนรูปแบบ แต่ควรลองทำกันไปเพื่อให้รู้ถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น ซึ่งไม่มั่นใจว่าการทำไพรมารีโหวตผลที่ออกมาจะดีหรือไม่ หากคนที่ถอยมาจากรัฐบาล กรธ. หรือ สนช.เอง ก็เท่ากับว่าขาดวุฒิภาวะอย่างแท้จริง เพราะทำประเทศเหมือนการขายของเด็กเล่น อยากเขียนกฎหมายอะไรก็เขียน พอวันหนึ่งก็เปลี่ยนทั้งที่ยังไม่ได้เริ่ม&amp;quot; นายสมชัย กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัยกล่าวอีกว่า ขณะนี้เหมือนกับว่าไพรมารีโหวตเปิดตัวแบบพระเอก แต่ตอนจบเป็นผู้ร้าย คือเริ่มต้นจากหลักการที่ดี แต่ในความเป็นจริงอาจจะไม่เกิดขึ้นตามหลักการดังกล่าว เพราะพรรคจะไปคิดถึงคนที่ชนะเลือกตั้ง คนมีอิทธิพลในพื้นที่ ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์อะไร โดยผู้ร้ายตัวจริงเป็นการเขียนกติกาแบบเกรงใจ จนทำให้ไพรมารีโหวตกลายเป็นผู้ร้าย เพราะกลัวพรรคเล็กจะทำไม่ไหว กลัวพรรคใหญ่จะได้รับเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า โดยหลักการที่ต้องการเลือกผู้สมัครจากระดับล่างขึ้นบน ซึ่งคิดว่าทำไม่ได้ เพราะความจริงทางการเมืองไทยพฤติกรรมการเลือกตั้งของไทยยังมีปัญหา ขณะที่จำนวนสมาชิกแต่ละพรรคเหลือรวมกันมีแค่ 200,000 คน แต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมี 55 ล้านคน ดังนั้นการทำไพรมารีโหวตจึงไม่ได้มาจากประชาชนส่วนใหญ่ นอกจากนั้นบทเฉพาะกาลที่อนุโลมให้ใช้ตัวแทนประจำจังหวัดมาเลือกผู้สมัครในทุกเขตของจังหวัด จึงกังวลว่าจะกลายเป็นการที่ผู้ที่ต้องการเป็นผู้สมัครไปไล่หาสมาชิกเพื่อมาเลือกตัวเอง ซึ่งจะไม่ใช่การเลือกจากสมาชิกพรรคอย่างแท้จริง เป็นการเขียนกฎหมายโดยไม่เข้าใจบริบทสังคม ถือเป็นบาปบริสุทธิ์ครั้งใหญ่ จึงอยากให้ทำไพรมารีโหวตแบบเป็นภาคแทนประจำจังหวัดแบบพอไปได้ก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13313</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า, วิษณุ เครืองาม, สมชาย ชาญณรงค์กุล, สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพร บุญประคอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180712/image_big_5b4769d203f11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
