<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก&#039;สับ-เมีย&#039;เซ่นคดีจอมทรัพย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลสั่งจำคุก 4 ปี &amp;quot;สับ วาปี&amp;quot; กุญแจดอกสำคัญคดีครูจอมทรัพย์ ส่วนเมียโดนไป 3 ปี เผยจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา &amp;nbsp;จึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม มีความคืบหน้าคดีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือศรีบุญหอม อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครูใน จ.สกลนคร ที่ถูกพนักงานอัยการจังหวัดนครพนม เป็นโจทก์ ฟ้องในคดีอาญาเลขที่ 295/60 ข้อหาซ่องโจร และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ฯลฯ มีจำเลยร่วมอีกจำนวน 9 คน ประกอบด้วย 1.นายสุริยา นวนเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนคนสนิท 2.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ 3.นางทองเรศ วงศ์ศรีชา พยานที่นั่งซ้อนท้าย จยย.มากับนางทัศนีย์ &amp;nbsp;4.นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีของนางจอมทรัพย์ 5.นายเสน่ห์ สุพรรณ เพื่อนสนิทอีกคนของนางจอมทรัพย์ 6.นางรจนา จันทรัตน์ เจ้าของฉายานักสืบโซเชียล &amp;nbsp;7.น.ส.วาสนา เพ็ชรทอง หลานสาวผู้วิ่งเต้นด้านเอกสารระหว่างนางจอมทรัพย์ต้องโทษ &amp;nbsp;8.นายสับ วาปี ผู้อ้างว่าเป็นคนขับรถ และ 9.นางจันทร์ วาปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสับกับนางจันทร์สองผัวเมียรับสภาพในข้อหาเบิกความเท็จ และแจ้งความเท็จ ศาลจึงแยกสำนวนออกมาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 290/2561 และคดีหมายเลขแดงที่ 4645/2561 โดยอัยการจังหวัดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องสองผัวเมียในข้อหาซ่องโจร ความผิดต่อเจ้าพนักงาน และความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ซึ่งศาลได้นัดจำเลยทั้งสองมาฟังคำพิพากษา ในวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลจังหวัดนครพนมออกนั่งบัลลังก์แล้วมีคำพิพากษาว่า นายสับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด กฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จำคุก 2 เดือน ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนฯ และฐานร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานฯ จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาล จำคุก 3 ปี ฐานซ่องโจร 1 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เฉพาะฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาล เป็นจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกกำหนด 2 ปี 10 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172 (เดิม) และ 267 (เดิม) ประกอบมาตรา 93, 177 วรรคสอง (เดิม) มีความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวน จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 9 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 2 ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 2 มีอายุมาก อีกทั้งมีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน แต่จำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ เนื่องจากเห็นแก่อามิสสินจ้างเพื่อประโยชน์ของตนเองฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตามพฤติการณ์นับเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุอันควรรอการลงโทษจำคุก หลังสิ้นคำพิพากษานายสับและนางจันทร์ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว เพื่อจะขอความเมตตาในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19508</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทร์ วาปี, ทองเรศ วงศ์ศรีชา, ทัศนีย์ หาญพยัคฆ์, นิรันดร์ แสนเมืองโคตร, รจนา จันทรัตน์, วาสนา เพ็ชรทอง, สับ วาปี, สุริยา นวนเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เสน่ห์ สุพรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcc610df1be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งจำคุก4 ปี&#039;สับ วาปี&#039;กุญแจดอกสำคัญคดีครูจอมทรัพย์ ส่วนเมียโดนไป3ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.61- คดีนางจอมทรัพย์ &amp;nbsp;แสนเมืองโคตร หรือศรีบุญหอม อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครูใน จ.สกลนคร ที่ถูกพนักงานอัยการจังหวัดนครพนมเป็นโจทก์ฟ้องในคดีอาญาเลขที่ 295/60 ข้อหาซ่องโจร และความผิดเกี่ยวกับเอกสารฯลฯ มีจำเลยร่วมอีกจำนวน 9 คน ประกอบด้วย 1.นายสุริยา นวนเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนคนสนิท &amp;nbsp;2.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ 3.นางทองเรศ วงศ์ศรีชา พยานที่นั่งซ้อนท้าย จยย.มากับนางทัศนีย์ &amp;nbsp;4.นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อดีตสามีของนางจอมทรัพย์ 5.นายเสน่ห์ สุพรรณ เพื่อนสนิทอีกคนของนางจอมทรัพย์ 6.นางรจนา จันทรัตน์ เจ้าของฉายานักสืบโซเซียล &amp;nbsp;7.น.ส.วาสนา เพ็ชรทอง หลานสาวผู้วิ่งเต้นด้านเอกสารระหว่างนางจอมทรัพย์ต้องโทษ &amp;nbsp;8.นายสับ วาปี ผู้อ้างว่าเป็นคนขับรถ และ 9.นางจันทร์ วาปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสับกับนางจันทร์สองผัวเมีย รับสภาพในข้อหาเบิกความเท็จ และแจ้งความเท็จ ศาลฯจึงแยกสำนวนออกมาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 290/2561 และคดีหมายเลขแดงที่ 4645/2561 โดยอัยการจังหวัดฯเป็นโจทก์ยื่นฟ้องสองผัวเมียในข้อหา ซ่องโจร ความผิดต่อเจ้าพนักงาน และความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ซึ่งศาลฯได้นัดจำเลยทั้งสองมาฟังคำพิพากษา ในวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลจังหวัดนครพนมออกนั่งบัลลังก์แล้ว มีคำพิพากษาว่า นายสับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด กฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน จำคุก 2 เดือน ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนฯ และฐานร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันยเป็นลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานฯ จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญาต่อศาล จำคุก 3 ปี ฐานซ่องโจร 1 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เฉพาะฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีคดีอาญาต่อศาล เป็นจำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ &amp;nbsp;ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งเหลือจำคุกกำหนด 2 ปี 10 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172(เดิม) และ 267(เดิม) ประกอบมาตรา 93,177 วรรคสอง(เดิม) มีความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับคดีอาญาแก่พนักงานสอบสวน จำคุก 6 เดือน ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 9 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยที่ 2 ประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยที่ 2 มีอายุมาก อีกทั้งมีปัญหาด้านสุขภาพ ไม่เคยมีประวัติการกระทำความผิดมาก่อน แต่จำเลยกระทำความผิดในคดีนี้ เนื่องจากเห็นแก่อามิสสินจ้างเพื่อประโยชน์ของตนเองฝ่ายเดียว โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้นต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ตามพฤติการณ์นับเป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่มีเหตุอันควรรอการลงโทษจำคุก หลังสิ้นคำพิพากษานายสับและนางจันทร์ได้ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว เพื่อจะขอความเมตตาในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19476</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีครูจอมทรัพย์, จำคุก, สับ วาปี, ให้การเท็จ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbc9477aaadc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
