<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 18:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 18:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสวนสับปะรดนครพนมโอดลูกค้าหายช่วงโควิด วอนรัฐช่วยเร่งหาตลาดระบายสินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครพนมได้ลงพื้นที่ไปยัง อ.ท่าอุเทน ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&amp;nbsp;212&amp;nbsp;(นครพนม-ท่าอุเทน) บริเวณบ้านธาตุ หมู่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม แหล่งจำหน่ายสับปะรดหวานที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด เพื่อสำรวจตลาดสับปะรดหลังพบว่ามีราคาตกต่ำ ไม่สามารถส่งผลผลิตออกสู่ท้องตลาดได้ จากการลงพื้นที่บริเวณดังกล่าวพบพ่อค้าแม่ค้าชาวสวนสับปะรดประมาณกว่า&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ราย นำสับปะรดหวานมาวางจำหน่ายตามซุ้มเพิงต่าง ๆ บริเวณสองฟากฝั่งข้างถนนเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนางปรีญา มานะโพน อายุ&amp;nbsp;55&amp;nbsp;ปี ชาวสวนสับปะรดบ้านธาตุ กล่าวว่า ตนทำสวนปลูกสับปะรดจำนวนกว่า&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ไร่ หรือประมาณจำนวน&amp;nbsp;22,500&amp;nbsp;ต้น โดยทำเป็นอาชีพมานานกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีแล้ว ที่ผ่านมา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไร่สามารถขายได้ประมาณ&amp;nbsp;50,000-70,000&amp;nbsp;บาท เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรปีละหลาย&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านบาท พอมาเจอพิษโควิดระลอกใหม่ ผู้คนไม่เดินทางออกจากบ้าน ด่านการค้าชายแดนถูกปิด ไม่มีพ่อค้ามารับซื้อ ทำให้ยอดขายสับปะรดลดลง ราคาตกต่ำ ซึ่งในแต่ละปีขายในกิโลกรัมละ&amp;nbsp;20-25&amp;nbsp;บาท มีโรงงานรับซื้อให้กิโลกรัมละ&amp;nbsp;7-10&amp;nbsp;บาท แต่ปีนี้เจอพิษโควิดระบาด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าชาวสวนต้องลดราคาลงเหลือกิโลกรัมละ&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;บาท โรงงานรับซื้อให้เพียงกิโลกรัมละ&amp;nbsp;4-5&amp;nbsp;บาท จากปกติขายได้วันละ&amp;nbsp;2,000-4,000&amp;nbsp;บาท เหลือรายได้เพียงวันละ&amp;nbsp;400-500&amp;nbsp;บาท เดือดร้อนหนักขายไม่ค่อยได้ ลงทุนไปก็ไม่ได้กำไรคืนมา เงินที่ได้วันละ&amp;nbsp;400-500&amp;nbsp;บาท นำมาเป็นใช้จ่ายในครัวเรือนแทบจะไม่พอ ยอมรับว่าขาดทุนแต่ก็ต้องทนขายกันต่อไป ดีกว่าปล่อยผลผลิตเน่าทิ้งไปเฉย ๆ ซึ่งจากการนั่งพูดคุยกับนางปรีญาอยู่หน้าร้านกว่าครึ่งชั่วโมง พบว่าไม่มีลูกค้าจอดรถแวะซื้อสับปะรดจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปรีญา ยังกล่าวต่ออีกว่า อยากให้หน่วยงานรัฐออกมาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะให้ช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง หรืออย่างน้อยช่วยหาช่องทางตลาดให้เร็วที่สุด เนื่องจากสับปะรดออกผลผลิตทุกวัน ต้องเร่งระบายผลผลิตออกสู่ท้องตลาดให้เร็วที่สุด ก่อนผลผลิตจะเน่าเสียและขาดทุนไปมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สับปะรด อ.ท่าอุเทน ได้ชื่อว่าเป็นสับปะรดหวานที่สุดในประเทศไทย พันธุ์ปัตตาเวียสายน้ำผึ้ง ซึ่งนําต้นพันธุ์มาจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต้นตระกูลที่มีรสเปรี้ยว เมื่อมาเจอสภาพอากาศและดินในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน และ อ.โพนสวรรค์ ทำให้สับปะรดกลายพันธุ์มีรสหวานฉ่ำ และได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (พืช&amp;nbsp;GI)&amp;nbsp;ของจังหวัดนครพนม ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและมีคุณภาพอีกหนึ่งชนิด มีรสชาติหวานฉ่ำ กลิ่นหอม ไม่กัดลิ้น ตาตื้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีพื้นที่เหมาะสมและทำการปลูกสับปะรดมากกว่า&amp;nbsp;7,000&amp;nbsp;ไร่ ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน และ อ.โพนสวรรค์ ออกผลผลิตตลอดทั้งปี ช่วงฤดูหนาวสับปะรดจะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว แต่ช่วงฤดูร้อนจะมีกลิ่นหอมรสชาติหวานฉ่ำดั่งน้ำผึ้งเดือนห้า หากใครจะอุดหนุนซื้อสับปะรดช่วยเกษตรกรสามารถเดินทางไปแวะซื้อกันได้ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข&amp;nbsp;212&amp;nbsp;(นครพนม-ท่าอุเทน) บริเวณบ้านธาตุ หมู่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม หรือนางปรีญา มานะโพน แม่ค้าชาวสวนสับปะรด อ.ท่าอุเทน เบอร์โทรศัพท์&amp;nbsp;061-229-1366&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102431</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครพนม, สับปะรด, สับปะรดท่าอุเทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_609916928635c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37238</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 20:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 20:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมกลุ่มสับปะรด-กระเทียมดันขายโต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สสว. ร่วมสถาบันอาหาร พัฒนาเครือข่ายสับปะรด-กระเทียม รวมกลุ่ม 5 เครือข่าย เน้นส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม พัฒนาคุณภาพการผลิต หวังลดต้นทุน-ดันยอดขายไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย. 62 -นางนิตยา พิระภัทรุ่งสุริยา รองผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่าสถาบันอาหารได้รับมอบหมายจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) ให้ดำเนินกิจกรรมพัฒนาเครือข่ายสับปะรดและเครือข่ายกระเทียม ภายใต้โครงการสนับสนุนเครือข่ายเอสเอ็มอี ปี 2562&amp;nbsp; เน้นกระตุ้นและสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการตั้งแต่ระดับต้นน้ำ กลางน้ำปลายน้ำ ยกระดับผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูง ทั้งนี้ได้ดำเนินการรวบรวมสมาชิกเครือข่ายเรียบร้อยแล้วประมาณ 700 ราย โดยมีทั้งหมด 5 เครือข่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดประชุมรวมกลุ่มแต่ละเครือข่ายเพื่อทำแผนพัฒนาเครือข่าย แบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมสับปะรด 4 เครือข่าย ได้แก่ 1.จังหวัด ชลบุรี ระยอง และตราด&amp;nbsp; 2.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp; 3.จังหวัดพิษณุโลก&amp;nbsp; อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี และ 4.จังหวัดราชบุรี&amp;nbsp; เพชรบุรี และกาญจนบุรี มีผู้ประกอบการรวม 550ราย&amp;nbsp; ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมกระเทียมจำนวน 1 เครือข่าย จากจังหวัดเชียงใหม่ ประมาณ 150 ราย ตั้งเป้าหลังเสร็จสิ้นโครงการฯ ภายในเดือนก.ย. นี้ จะสามารถลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ หรือมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนิตยา กล่าวว่า ในปี 2562 นี้ ประเมินว่ามีเนื้อที่เก็บเกี่ยวสับปะรดรวมทั้งประเทศ ราว 5.4 แสนไร่ ลดลงจากปีที่ผ่านมาราว 1.8 หมื่นไร่ เนื่องจากเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชอื่นแทน ส่งผลให้ผลผลิตรวมทั้งประเทศมีประมาณ 2.2 ล้านตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 9.5 หมื่นตัน คาดว่าราคาจะมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งนี้การส่งออกสับปะรดปี 2561 มีมูลค่าราว 1.9 หมื่นล้านบาท ประมาณการว่าในปี 2562 มีแนวโน้มเติบโตขึ้น 12% หรือราว 2.2 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37238</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระเทียม, นิตยา พิระภัทรุ่งสุริยา, สถาบันอาหาร, สับปะรด, สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190530/image_big_5cefd5bf820df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 09:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 09:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกเม็ด!&#039;เจ๊หน่อย&#039;ไปไร่สับปะรดโวยลั่นแล้งมา 5 เดือนแล้ว ฟังเสียงประชาชนหน่อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.62-คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sudarat Keyuraphan ว่า สับปะรดภูแล ในวันยืนต้นตายกว่า 3 พันไร่ ผลจากปัญหาภัยแล้งร่วม 5 เดือน!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้หน่อย พร้อมด้วย คุณอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. กทม. คุณสามารถ แก้วมีชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คุณละออง ติยะไพรัช คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และคุณรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย ชวนกันมาพูดคุยและให้กำลังใจพี่น้องชาวตำบลนางแล ซึ่งเป็นแหล่งปลูกสับปะรดภูแล และนางแลที่อร่อยมากของประเทศ ถูกส่งออกไปต่างแดน สร้างรายได้มากกว่าปีละ 150 ล้านบาทให้กับท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปกติเดือนนี้ของทุกปีจะเป็นเดือนที่สับปะรดจะออกและอร่อยที่สุด แต่ปรากฏว่า ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นมาร่วม 5 เดือนแล้ว ทำให้ไม่มีน้ำ ส่งผลให้สับปะรดยืนต้นตาย ผลจึงแห้ง เล็ก ไม่โต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องเกษตรกรระบายความทุกข์ใจว่า ปลูกสับปะรดมาเป็นสิบปีเที่ยวนี้รุนแรงที่สุด แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ จากภาครัฐ &amp;ldquo;5 เดือนแล้วที่แล้งหนัก ฝนไม่ตกเลย และยังไม่มีการประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยแล้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะตำบลนางแลจะมีพื้นที่ปลูกสับปะรดประมาณ 5 พันไร่ ผลจากภัยแล้งทำให้พื้นที่ปลูกเสียหายตอนนี้ไปกว่า 3 พันไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ไร่จะได้ผลผลิต 3000 กิโลกรัม ปกติจะขายกิโลกรัมละ 10 บาท ไม่เพียงสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกลุ่มชาวบ้านที่มารับจ้างปอกสับปะรด บรรจุใส่ลัง เพื่อส่งไปขายเมืองจีน ทำรายได้ปีหนึ่งเฉพาะของตำบลนางแลประมาณ 150 ล้านบาท ตอนนี้ทั้งคนปลูก คนปอก ก็เดือดร้อนกันหมด เพราะผลผลิตเสียหายเป็นส่วนใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ในเวลานี้ นอกจากรายได้ไม่ดีเพราะผลผลิตไม่ออกแล้ว ยังต้องลงเงินทุนเองเพื่อไถทิ้งหมดและปลูกใหม่ เพราะต้นเดิมมันแห้งตายไปหมดแล้ว ซึ่งต้นทุนในการไถทิ้งและปลูกใหม่อยู่ที่ไร่ละ 15,000 &amp;ndash; 20,000 บาทต่อไร่ และต้องรอครบอีก 1 ปี จึงจะเก็บผลผลิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่อยฟังแล้ว มีแต่กำลังใจจะมอบให้กับพี่น้องค่ะ และจะร่วมกับทีมงานพรรคเพื่อไทย เร่งหาหนทางช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องผ่านช่องทางนี้ด้วย ให้เร่งบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งการชดเชย เยียวยา ซึ่งชาวบ้านบอกว่า อปท.ในพื้นที่ พยายามช่วยเหลือ ชดเชย แต่ติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย และระเบียบการใช้เงินของทางราชการ ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟังเสียงของประชาชนกันหน่อยนะคะ ฟังความทุกข์ของประชาชนกันหน่อย ฟังเสียงและเตรียมพร้อมก่อนปัญหาเกิด ไม่ใช่ปล่อยปัญหาเกิดยาวนานร่วม 5 เดือนและมาเร่งแก้ปัญหากันตอนปลายเหตุ!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35691</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงสุดารัตน์  เกยุราพันธุ์, ภัยแล้ง, สับปะรด, เชียงราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190513/image_big_5cd8dcfdc72ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปัญหาท้องอืดท้องเฟ้อผู้สูงวัย ต้องปรับวิถีการกินคู่ขยับกาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งโรคที่ไม่ควรละเลย สำหรับ &amp;ldquo;อาการท้องอืดท้องเฟ้อ&amp;rdquo; ในคนสูงวัย เพราะนอกจากรบกวนการใช้ชีวิตแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของลำไส้ซึ่งมาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้ลดน้อยลง กระทั่งพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีแก๊สสูง ทำให้เกิดภาวะท้องอืด พญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช แพทย์ทางเลือกเวชศาสตร์ชะลอวัย จากคลินิกความงาม &amp;ldquo;ณัฐชญา คลินิค&amp;rdquo; ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจว่า &amp;ldquo;สาเหตุของอาการท้องอืดและท้องเฟ้อในผู้สูงอายุมาจากการที่ &amp;ldquo;ลำไส้บีบตัวได้น้อยลง&amp;rdquo; เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นย่อมทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานได้ลดลง และส่วนหนึ่งมาจากการ &amp;ldquo;กินอาหารที่มีแก๊สในปริมาณสูง&amp;rdquo; เช่น อาหารกลุ่มโปรตีนอย่าง &amp;ldquo;ถั่ว&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;น้ำอัดลม&amp;rdquo; รวมถึง &amp;ldquo;บริโภคอาหารในกลุ่มที่ย่อยยาก&amp;rdquo; เช่น &amp;ldquo;เนื้อแดง&amp;rdquo; (ผู้สูงอายุสามารถบริโภคเนื้อแดงได้ แต่ควรหั่นให้ชิ้นเล็ก อีกทั้งต้องเคี้ยวให้ละเอียด) และอย่างที่เรียนไปว่า เมื่ออายุมากขึ้น &amp;ldquo;เอนไซม์ช่วยย่อยทำงานลดลง&amp;rdquo; อีกทั้งกรดและด่างในกระเพาะอาหารก็ทำงานผิดเพี้ยนไป ประสิทธิภาพการช่วยย่อยก็ลงน้อยลงเช่นกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุหลักๆ ของปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เมื่ออายุมากขึ้นจะทำให้ระบบย่อยอาหาร หรือเอนไซม์&amp;rdquo; ทำงานได้ไม่ดี การที่คุณตาคุณยายดื่มนม&amp;rdquo; ก็เป็นสาเหตุของการท้องอืดได้ทางหนึ่งวิธีแก้คือการทดลองดื่มนมทีละน้อย จะทำให้รู้ว่าร่างกายสามารถบริโภคนมได้หรือไม่)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมถึงการ &amp;ldquo;บริโภคอาหารไฟเบอร์สูง&amp;rdquo; หรืออาหารที่มีกากใยอาหารสูง ก็ทำให้ผู้สูงอายุท้องอืดได้เช่นกันหากเคี้ยวไม่ละเอียด ทั้งนี้ &amp;ldquo;ผักไฟเบอร์สูง&amp;rdquo; ได้แก่ &amp;ldquo;ผักกาดเขียว&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ผักกาดขาว&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผักกระเฉด&amp;rdquo; ที่หากรับประทานก็ควรเคี้ยวให้ละเอียด หรือหั่นเป็นชิ้นขนาดเล็ก เนื่องจากเป็นผักที่มีความแข็งและเหนียว หากจะให้ดีต่อระบบย่อย แนะนำว่าให้กินผักไฟเบอร์สูงที่ปรุงสุก หรือผักต้ม, นึ่ง จะดีกว่ากินดิบเพื่อลดปัญหาสุขภาพดังกล่าว หรือแม้แต่ผู้สูงอายุที่ &amp;ldquo;ดื่มนม&amp;rdquo; เนื่องจากระบบย่อย หรือ &amp;ldquo;เอนไซม์&amp;rdquo; ทำงานได้ไม่ดี จึงไม่สามารถย่อยนมได้ ก็เป็นสาเหตุอาการท้องอืดเช่นกัน ดังนั้นแนะนำว่าให้คุณตาคุณยายลองปรับพฤติกรรมการดื่มนม โดยการทดลองดื่มทีละน้อยๆ เพื่อให้รู้ว่าร่างกายสามารถรับนมที่ดื่มเข้าไปได้หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยับมาที่ &amp;ldquo;อาหารช่วยย่อย&amp;rdquo; ให้กับผู้สูงวัยกันบ้าง ที่หลายคนมักคุ้นเคยกันดีอย่าง &amp;ldquo;เนื้อปลา&amp;rdquo;, &amp;ldquo;ข้าวต้มโจ๊ก&amp;rdquo; เนื่องจากเป็นกลุ่มอาหารที่มีแป้งน้อย เหมาะกับการเคี้ยว โดยเฉพาะผู้ใหญ่ส่วนมากที่มักจะมีปัญหาฟันไม่ดี อาหารกลุ่มดังกล่าวจึงย่อยได้ค่อนข้างง่าย ในส่วนของ &amp;ldquo;ผลไม้ช่วยย่อย&amp;rdquo; ได้แก่ &amp;ldquo;สับปะรด&amp;rdquo;, &amp;ldquo;มะละกอ&amp;rdquo; ที่มีสรรพคุณช่วยย่อย เพราะอุดมไปด้วยเอนไซม์ รวมถึงผลไม้ไฟเบอร์สูงอย่าง &amp;ldquo;แก้วมังกร&amp;rdquo; ก็สามารถรับประทานเพื่อลดอาการท้องอืดและระบายท้องได้ค่อนข้างดี &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(หลังกินอาหารเย็น ผู้สูงอายุควรเดินเล่นรอบบ้าน เพื่อให้ระบบลำไส้ย่อยอาหารได้ดี)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญหลังบริโภคอาหาร ผู้สูงอายุไม่ควรนอนหรือนั่งอยู่เฉยๆ เพราะการที่ผู้สูงวัยได้ลุกมาทำกิจกรรมต่างๆ นอกจากทำให้ฮอร์โมนความเป็นหนุ่มสาวทำงานได้อย่างดีแล้ว ยังทำให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหว จึงทำให้ระบบย่อยทำงานได้อย่างเป็นปกติ ก็เป็นการป้องกันปัญหาโรคท้องอืดท้องเฟ้อได้ทางหนึ่ง หรืออาจหากิจกรรมทำ เช่น กวาดถูบ้าน แต่ต้องทำโดยไม่ก้มหลังมากเกินไป เพราะอาจยิ่งทำให้รู้สึกปวดเมื่อยจากกระดูกสันหลังที่งองุ้มจากงานบ้านดังกล่าว หรือให้เปลี่ยนไปเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการใช้กระดูกเชิงกราน หรือใช้อวัยวะช่วงล่างจะดีกว่า หากว่าคุณตาคุณยายที่มีปัญหาเรื่องปวดหลัง ให้เลือกออกกำลังกายหลังการบริโภคอาหารด้วยการปั่นจักรยาน หรือเดินเล่นในสวน ชมต้นไม้ดอกไม้รอบๆ บ้านค่ะ&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13951</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ดื่มนม, ผลไม้ช่วยย่อย, พญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช, มะละกอ, สับปะรด, อาหารไฟเบอร์สูง, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55cc7373033.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2018 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2018 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.เหมา&#039;สับปะรด&#039;ชาวสวนกิโลฯละ4บาท-เปิดพรรคแจกกินฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย.61 - &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นประธานเปิดงาน &amp;ldquo;โครงการช่วยสับปะรด 2018&amp;rdquo; โดยเป็นการรับซื้อสับปะรดจากเกษตรกรทางภาคเหนือที่ขณะนี้ประสบปัญหาราคาตกต่ำอย่างมาก โดยทางพรรคได้รับซื้อจำนวน 30 ตัน เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวกรุงเทพมหานคร และเปิดให้ร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้วย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีทั้งอดีตส.ส. ส.ส. และประชาชนทั่วไป มาร่วมงาน ทำให้สับปะรดหมดภายในเวลา 1 ชั่วโมง เนื่องจากบรรดาอดีตส.ส. ส.ก. และส.ข. ได้สนับสนุนร่วมบริจาค คนละ 1-2 ตัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการดำเนินการของมูลนิธิแพร่น้ำใจ ร่วมกับอดีตส.ส. และส.ว.จังหวัดลำปาง รับซื้อสับปะรดจากเกษตรกรในราคากิโลกรัมละ 4 บาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเราอยากให้รัฐบาลดำเนินการในการวางนโยบายเพื่อช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ แม้ที่ผ่านมาจะมีหน่วยงานของรัฐเข้าไปช่วยรับซื้อก็ตาม แต่ยังไม่เพียงพอ และเวลาที่เหลืออยู่สำหรับเกษตรกรอีกหลายพื้นที่ก็มีไม่มาก ดังนั้น หนทางที่เป็นไปได้ คือ รัฐบาลต้องเร่งหารือกับบรรดาโรงงานแปรรูปสับปะรด เพื่อหาทางที่จะจัดทำโครงการเข้าไปรับซื้อจากเกษตรกร และจัดทำแผนระบายสินค้าต่อไป ซึ่งเชื่อว่าจะใช้งบประมาณไม่มาก จึงขอให้รัฐบาลใส่ใจและเดินหน้าบรรเทาความเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม กิจกรรมในวันนี้เป็นเพียงการกระตุ้นและการรับรู้ในการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งโครงการนี้จะดำเนินการต่อในวันข้างหน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12428</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป., มาร์ค อภิสิทธิ์, สับปะรด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180630/image_big_5b372be916b8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2018 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2018 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเทศไทย 4.0 สับปะรดดิ่งเหว70 สตางค์ !</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวลำปางไม่ทิ้งกัน ซับน้ำตาเกษตรกรปลูกสับปะรดแห่ระดมเงินบริจาคซื้อแจกจ่ายให้ประชาชนที่มาโรงพยาบาลกินฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25มิ.ย.61- หลังจากเกิดวิกฤติสับปะรดของเกษตรกรชาวลำปางราคาตกต่ำ เนื่องจากมีผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก ทำให้ขณะนี้มีสับปะรดของเกษตรกรที่พร้อมเก็บค้างอยู่ในสวนและที่ต้องตัดนำมาวางจำหน่ายหน้าสวนและข้างทางจำนวนมาก และราคาที่หน้าสวนเหลือเพียงกิโลกรัมละ 0.70-0.75 บาท เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ที่ด้านหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ โรงพยาบาลลำปาง เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดได้ทะยอยบรรทุกสับปะรดมาขายให้กับกลุ่มตัวแทนภาคประชาชน ซึ่งนำโดยนายอธิฐาน วงศ์ใหญ่ รอง ผอ.รพ.ลำปาง ที่ได้รับซื้อในราคากิโลกรัมละ 2 บาท จำนวน 10-20 &amp;nbsp;ตันต่อวัน เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาใช้บริการภายในโรงพยาบาลลำปาง และผู้ที่ผ่านไปมา โดยในบริเวณดังกล่าวได้มีการตั้งกล่องรับบริจาคเงิน เพื่อให้ประชาชนที่มารับสับปะรดได้ร่วมบริจาคเงินตามกำลังจิตศรัทธา เพื่อนำเงินเหล่านั้นไปสมทบกับผู้ที่บริจาคมาก่อนหน้านั้นแล้ว นำไปต่อยอดรับซื้อผลผลิตของพี่น้องชาวสวนสับปะรดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภาคประชาชนที่ได้ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อถวายบุญกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในโอกาส 250 ปี ทรงกอบกู้เอกราช ได้นำเงินเหล่านั้น มาสมทบร่วมกันบริจาคมาหมุนเวียนช่วยซื้อสับปะรดชาวสวนเพื่อแจกในรอบต่อๆไปจนกว่าเงินจะหมด &amp;nbsp;โดยประชาชนที่มารับแจกเลือกสับปะรดได้ด้วยตนเอง และขอความร่วมมือแต่ละรายไม่เกินคนละ2ลูก เพื่อจะได้กระจายให้กับคนอื่นๆด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จังหวัดลำปาง มีจำนวนเกษตรกรที่ได้ทำการเพาะปลูกสับปะรด 1,963 ราย มีพื้นที่ปลูกรวมทั้งหมด 24,983 ไร่ เป็นพื้นที่ที่ให้ผลผลิต จำนวน 17,325 ไร่ โดยคาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดในห้วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม รวมจำนวนมากกว่า 60,000 ตัน เฉพาะอย่างยิ่งในเดือนกรกฎาคมนี้ ที่จะมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดมากที่สุดประมาณ 28,000 ตันเศษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12065</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยเกษตรกร, ประเทศไทย4.0, ราคาตกต่ำ, ลำปาง, สับปะรด, โรงพยาบาลลำปาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180625/image_big_5b3094e51cc2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;แนะ&#039;บิ๊กตู่&#039; ขนสับปะรดแลกซื้ออาวุธ-ดาวเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย. 61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์สมาคมฯ
เรื่อง &amp;quot;ขอเรียกร้องให้นายกฯ นำสับปะรดและสินค้าเกษตรไปบาร์เตอร์เทรดซื้ออาวุธและดาวเทียมในคราวไปอังกฤษ-ฝรั่งเศส&amp;quot; ว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไป ราคาสับปะรดตกต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ราคาหน้าสวนเหลือเพียงกิโลกรัมละ 1-2 บาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรบางจังหวัดต้องนำมากองแจกจ่ายให้กับผู้บริโภคเพื่อประชดการขาดความเหลียวแลของรัฐบาลนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฎการณ์ดังกล่าวเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงผลงานของรัฐบาลยุค คสช. ที่เด่นชัดยิ่ง ไม่เฉพาะสับปะรดเท่านั้นที่ราคาตกต่ำแต่พืชผลทางการเกษตรหลายชนิดก็ราคาตกต่ำไม่ต่างกัน เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ข้าวโพด มะนาว ฯลฯ แม้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะยืนยันกับเกษตรกรในยามลงพื้นที่พบปะชาวบ้านว่าประเทศไทยเป็น &amp;ldquo;ครัวของโลก&amp;rdquo; แต่เป็นเพียงลมปากของนักการเมืองที่ไร้ความสามารถและไร้ความรับผิดชอบเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการปัญหานี้มากมาย และสามารถล่วงรู้ปริมาณและสถานการณ์ของผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ ล่วงหน้าแล้วก็ตาม เช่น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ แต่ทว่ากลับไม่สามารถจัดการปัญหาผลผลิตล้นตลาด ราคาผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ ตกต่ำได้ แม้จะกล่าวอ้างว่าเป็นยุคไทยแลนด์ 4.0 แต่เป็นเพียงมอตโต้ของหน่วยงานราชการที่จะใช้เป็นข้ออ้างในการจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานในหน่วยงานตนเอง แต่งานที่จะเข้าไปจัดการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรยังเป็นเพียงเช้าชามเย็นชาม ในยุคไทยแลนด์ 1.0 เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาสับปะรดและสินค้าเกษตรต่าง ๆ ตกต่ำเป็นความทุกข์ระทมของเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp; นายกฯควรที่จะสั่งการให้หน่วยงานราชการต่าง ๆ เข้าไปช่วยดูแลแก้ไขให้เป็นการเร่งด่วน แต่ทว่านายกฯ กลับโบ้ยปัญหาและหนีไปอังกฤษและฝรั่งเศสเพื่อเซ็นต์สัญญาซื้อดาวเทียมธีออส 2 หรืออาจจะพ่วงด้วยการซื้อหาอาวุธยุทโธปกรณ์ด้วย โดยไม่สนใจเลยว่าปัญหาของเกษตรกรจะล้มหายตายจากไปอย่างไรก็ช่าง หรือนายกฯ อยากจะซื้อดาวเทียมหรือซื้ออาวุธในคราวนี้ ควรนำผลผลิตทางการเกษตรไปเจรจาซื้อขายแบบบาร์เตอร์เทรด (G to G) แทนมากกว่าที่จะหอบเอาเงินของชาติไปซื้อเขาเป็นอย่างเดียว จนมีหนี้สาธารณะสะสมมากกว่า 5.18 ล้านล้านบาทในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น พรรคการเมืองทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ที่ชูคอสลอนว่าสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้านี้ ควรที่จะออกมาแสดงความสามารถในการแก้ไขปัญหาสับปะรดและผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ ตกต่ำว่าจะช่วยเกษตรกรได้อย่างไรด้วย ไม่ใช่จะแสดงความสามารถเพียงแค่เก่งในทางเชลียร์ หรือเก่งแต่การดูดเพียงอย่างเดียว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้ออาวุธ-ดาวเทียม, บิ๊กตู่, ศรีสุวรรณ, สับปะรด, เยือนอังกฤษ-ฝรั่งเศส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180607/image_big_5b18b637dbf7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
