<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 15:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 15:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยลูกกินนมแม่ 6 เดือนแรกต่ำ เร่งขับเคลื่อน พ.ร.บ.นมผง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย &amp;nbsp;กล่าวว่า นานาประเทศได้กำหนดให้วันที่ 1-7 ส.ค.ของทุกปีเป็นสัปดาห์นมแม่โลก เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และปกป้องเด็กให้เด็กทุกคนได้ดื่มนมแม่อย่างเต็มที่ นอกจากเดือน ส.ค.จะเป็นสัปดาห์วันนมแม่โลกแล้ว วันที่ 12 ส.ค. ยังเป็นวันแม่แห่งชาติของไทยอีกด้วย ในปีนี้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) &amp;nbsp;ร่วมกับเครือข่ายส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ภายใต้คำขวัญ &amp;ldquo;นมแม่รากฐานแห่งชีวิต&amp;rdquo; โดยตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก คือ เด็กต้องได้กินนมแม่หลังจากคลอด 1 ชม. กินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกของชีวิต และกินนมแม่ควบคู่กับอาหารตามวัยจนครบ 2 ปี หรือนานกว่านั้น ตามสูตร1-6-2 ทั้งนี้ จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติร่วมกับองค์กรเด็กแห่งสหประชาชาติ ในปี 2559 พบว่า เด็กไทยที่ได้กินนมแม่หลังจากคลอด 1 ชม. มีร้อยละ 40 ได้กินนมแม่อย่างเดียวจนครบ 6 เดือน มี 23 % และเด็กที่ได้กินนมแม่อย่างต่อเนื่องจนอายุครบ 2 ปี มีเพียงร้อยละ 23 เท่านั้น ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับนานาประเทศ สธ. และเครือข่าย ได้ตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2568 ทารกที่ได้กินนมแม่อย่างเดียวต้องเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยละ 50
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ประเทศไทยมีแนวโน้มการเกิดลดลง เราไม่สามารถตรึงการเกิดไม่ให้ลดลงได้ แต่เราสามารถทำให้ทุกการเกิดมีคุณภาพได้ โดยการเตรียมความพร้อมจากแม่ ดังที่ สธ.มีนโยบาย สาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ เพื่อให้แม่สามารถนำสารอาหารที่มีประโยชน์ไปสู่ลูกได้ เด็กจะได้รับนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรกของชีวิตจะส่งเสริมให้เด็กมีคุณภาพด้วย จากการสำรวจระดับชาติเมื่อ 8 ปีที่แล้ว พบว่า มีเด็กกินนมแม่อย่างเดียว 6 เดือนแรก คิดเป็นร้อยละ 5 แต่เมื่อ 5 ปีก่อนขยับขึ้นมาเป็นร้อยละ 12 และ 2 ปีที่แล้วเพิ่มเป็นร้อยละ 23 เห็นได้ว่า ไทยมีการจัดการเรื่องนี้อย่างก้าวกระโดดประกอบกับมีการออกพระราชบัญญัติควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็ก พ.ศ.2560 &amp;nbsp;ร่วมขับเคลื่อนเชื่อว่าบรรลุเป้าหมายในปี 2568 &amp;rdquo; อธิบดีกรมอนามัย กล่าว และว่า &amp;nbsp;พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้วันที่ 8 ก.ย. 2560 ขณะนี้ออกกฎหมายลูกครบ 10 ฉบับแล้ว เช่น การแต่งตั้งเจ้าพนักงาน การเปรียบเทียบ หลักเกณฑ์การบริจาคอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กแก่หน่วยบริการสาธารณสุข เป็นต้น ส่วนการปรับเปลี่ยนฉลากอาหารสำหรับเด็กเล็กต้องมีความแตกต่างกับอาหารสำหรับทารก หรือพวกนมสูตร 1 2 3 ที่ให้เวลา 1 ปีในการปรับเปลี่ยนจะครบกำหนดใน ก.ย. 2561 ซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนแล้วทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14807</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน องค์การทุนเพื่อเด็กสหประชาชาติประจำประเทศไทย, กรมอนามัย, กระทรวงสาธารณสุข, กินนมแม่, พ.ร.บ.นมผง, สัปดาห์นมแม่โรค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b67fe2393624.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
