<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61358</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หยุดข่มขู่ คุกคาม! ชาวบ้านยะลาประกาศประณามกลุ่มทุนสมคบคิดราชการฉวยวิกฤตโควิดเดินหน้าระเบิดเขายาลอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค.63- กลุ่มประชาชนในนามเครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและเหมืองแร่ภาคใต้ เครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา ออกแถลงการณ์ ประณามการข่มขู่ คุกคาม ประชาชนผู้ปกป้องโบราณสถานเขายะลา และการซ้ำเติมความทุกข์ร้อนอื่นใดกับประชาชนในสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า ในขณะที่สังคมกำลังวุ่นวายอยู่กับสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด กลับพบว่ามีคนบางกลุ่ม พยายามกระทำการทุกรูปแบบเพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์เฉพาะตน &amp;nbsp;จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะบอกเล่าพฤติการณ์อันผิดปกติของเรื่องเหล่านี้ให้คนส่วนใหญ่ไดรับรู้ ถึงกระนั้นก็ไม่อาจจะนิ่งเฉยอยู่ได้&amp;nbsp;มิใช่เพียงการคุกคาม ทำลายแหล่งโบราณสถาน &amp;ldquo;เขายะลา หรือ เขายาลอ&amp;rdquo; อันเป็นที่รับรู้กันก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนทำให้สังคมไทยตื่นตัว ตระหนักถึงคุณค่าของแหล่งโบราณคดี โดยเฉพาะภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์อายุหลายพันปี ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าถูกทำลายไปแล้วจำนวนกี่ภาพ พร้อมกันนี้เราได้สูญเสียเขายะลา อันเป็นการสูญเสียพื้นที่ทางอารยธรรมของมนุษยชาติ ที่มีอยู่ในกลุ่มภูเขาตำบลยะลา และตำบลลิดล อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งถือได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศที่มีอยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องคาพยพของกลุ่มผลประโยชน์ที่เข้าไปตักตวงในพื้นที่สัมปทานแหล่งหินทั้งสองตำบลนี้ มีโครงข่ายกว้างขวาง และมีคนใหญ่คนโตอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเห็นได้ถึงการร่วมมือกันของผู้ที่มีอำนาจทางราชการ กับกลุ่มทุนในพื้นที่ ที่ได้สะท้อนให้เห็นภาพของขบวนการผลาญทรัพยากรธรรมชาติ ในลักษณะ &amp;ldquo;สมรู้ร่วมคิด&amp;rdquo; ของฝ่ายต่างๆ นี่คือการกอบโกยผลประโยชน์ ที่เป็นการหากินบนความขัดแย้งและความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนจำนวนมาก หากแต่ยังสามารถใช้ความเจ็บปวดดังกล่าวตอกย้ำบาดแผลที่มีอยู่แล้วนั้นให้ร้าวลึกมากยิ่งขึ้นโดยไร้ความเห็นใจใดๆ ทั้งสิ้น ความไม่ปกติของระบบผลประโยชน์เหนือภูเขายะลา หรือเขายาลอ ของกลุ่มคน องค์กร และหน่วยงานต่างๆ สะท้อนให้เห็นถึงการ &amp;ldquo;กดทับ&amp;rdquo; ผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เป็นอย่างดี จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าเพราะเหตุใด &amp;ldquo;ความไม่สงบ&amp;rdquo; จึงไม่สามารถดีขึ้นได้ในดินแดนแห่งนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุด้วยว่า&amp;nbsp;การ &amp;ldquo;สมรู้ร่วมคิด&amp;rdquo; ของวงจรอำนาจเหล่านั้น ได้สร้างสภาวะ &amp;ldquo;สมประโยชน์&amp;rdquo; ที่จับต้องได้มากยิ่งขึ้น อันเป็นการสมรู้ร่วมคิดภายในองค์กร ระหว่างองค์กร และการผสานประโยชน์ข้ามโครงข่ายระหว่างขั้วที่ซับซ้อนมากว่าที่เราจะเข้าใจได้ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วนั่นคือการสูบกินเลือดเนื้อของ &amp;ldquo;ผู้เป็นเจ้าของถิ่น&amp;rdquo; อย่างไม่มีทางดิ้นรน ร้องขอความเมตตา หรือแม้แต่ขอความเป็นธรรมใดๆทั้งสิ้น ดังนั้น &amp;ldquo;การข่มขู่&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การคุกคาม&amp;rdquo; ผู้ปกป้องเขายะลา ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์แห่งความยากลำบากของประเทศในขณะนี้นั้น ถือเป็นความเลวร้ายอย่างที่สุดที่ไม่อาจจะยอมรับ และทนนิ่งเฉยอยู่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
เราจึงขอประณามกลุ่มคนที่ยังกล้าอาศัยสถานการณ์แห่งความเลวร้ายจากภัยพิบัติของไวรัสโควิดครั้งนี้ เพียงหวังที่จะเดินหน้าการสัมปทานเพื่อระเบิดเขายะลา หรือเขายาลอ ในพื้นที่จังหวัดยะลาเสียให้ได้ และในโอกาสเดียวกันนี้เราขอประณามกลุ่มองค์กร และหน่วยงานอื่นใดที่ยังดำเนินกิจกรรม โครงการ หรือนโยบายต่างๆ ที่กำลังจะสร้างผลกระทบ และความหายนะให้กับชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จังหวัดสงขลา สตูล &amp;nbsp;หรือพื้นที่อื่นใดของประเทศนี้ &amp;nbsp;ทั้งนี้หากยังไม่สนในต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้เราขอให้เขาเหล่านั้นจักต้องได้รับผลกรรมจากสิ่งที่ได้กระทำนั้นในเร็ววัน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61358</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, พรบ.แร่ 2560, ยะลา, สัมปทานเหมือง, เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและเหมืองแร่ภาคใต้, เครือข่ายประชาชนปกป้องเขายะลา, โบราณสถานเขายาลอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e80699a93b5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพร. ย้ำยังไม่เปิดเหมืองทองรอบใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กพร. ย้ำยังไม่มีการอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายใดเปิดการทำเหมืองแร่ทองคำ ชี้ต้องเป็นไปตามกฎหมายฉบับใหม่-นโยบายการบริหาร ที่เน้นความเข้มงวดด้วยความปลอดภัยและสุขภาพประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ ทับเที่ยง อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) เปอดเผยว่าในกรณีที่มีข่าวถึงสัญญาณการเปิดเหมืองแร่ทองคำรอบใหม่นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายใดเปิดการทำเหมืองแร่ทองคำ โดยในส่วนของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ยังอยู่ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งคณะกรรมการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด ได้มีการเตรียมการเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในระดับสากล โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่เหมาะสมเป็นธรรมต่อประเทศชาติ ประชาชน ชุมชน และผู้ประกอบการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนบริษัท ทุ่งคำ จำกัด อยู่ระหว่างถูกฟ้องล้มละลายและศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ทั้งนี้ บริษัท ทุ่งคำ ได้หยุดการทำเหมืองมาตั้งแต่เดือนพ.ย. 2555 เนื่องจากใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้สิ้นอายุ ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการอนุญาตต่ออายุการใช้ประโยชน์พื้นที่จากกรมป่าไม้ อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตบริษัท ทุ่งคำ ประสงค์จะดำเนินการทำเหมืองต่อก็ต้องดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 และกรอบนโยบายการบริหารจัดการแร่ทองคำ ซึ่งมีความเข้มงวดในเรื่องของความปลอดภัยและการป้องกันรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดทำยุทธศาสตร์การจัดการแร่ 20 ปี และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ปี 2560 - 2564 เป็นการดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2560 โดยในส่วนของแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่จะเป็นแนวทางในการบริหารจัดการแร่ให้เกิดความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดภายใต้ดุลยภาพด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน โดยสาระสำคัญของแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ประการหนึ่ง คือ การกำหนดเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมือง โดยการกำหนดเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองจะต้องไม่อยู่ในเขตพื้นที่สงวนหรืออนุรักษ์ต่าง ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17735</URL_LINK>
                <HASHTAG>กพร., กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, ทำเหมืองแร่ทองคำ, วิษณุ ทับเที่ยง, สัมปทานเหมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180214/image_big_5a842ab9a5c86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
